Partager

บทที่ 4

Auteur: ปุยหิมะ
สายน้ำเย็นเฉียบในทะเลสาบโอบล้อมดึงร่างนางดิ่งลึกลงไป แสงสว่างเบื้องหน้าค่อย ๆ พร่าเลือน

ก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบ คล้ายว่านางได้เห็นภาพเจียงหนานในปีนั้น เซี่ยชิงเยี่ยนควบม้าเข้ามาหา อาภรณ์ขาวพิสุทธิ์ดุจหิมะ เขายื่นมือมาให้นาง “เซ่อเซ่อ กลับเมืองหลวงไปกับข้าดีหรือไม่?”

“ข้าจะปกป้องคุ้มครองเจ้าไปชั่วชีวิต”

“ฮูหยิน! ฮูหยิน!”

จ้าวเซ่อเซ่อเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก พลางหอบหายใจเฮือกใหญ่

สาวใช้ตัวน้อยขอบตาแดงก่ำคุกเข่าอยู่ข้างเตียง “ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว!”

นางกวาดตามองรอบกาย พบว่าตนเองนอนอยู่ภายในห้องนอนอันคุ้นเคย ทว่ารอบด้านกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน

ความรู้สึกขาดอากาศหายใจยามน้ำในทะเลสาบมิดท่วมหัวคล้ายยังคงอยู่ นางนึกถึงแผ่นหลังของเซี่ยชิงเยี่ยนยามหันหลังเดินจากไป หัวใจราวกับถูกคนควักออกไปทั้งเป็น เจ็บปวดจนแทบขาดใจ

“ผู้ใด... เป็นคนช่วยข้าไว้หรือ?”

“เป็นแม่นมหลิวจากห้องครัวเห็นท่านตกน้ำ จึงได้ตะโกนเรียกหญิงรับใช้ชราหลายคนมาช่วยกันงมท่านขึ้นมาเจ้าค่ะ”

จ้าวเซ่อเซ่อยิ้มขมขื่น

เป็นถึงฮูหยินโหวผู้สูงศักดิ์ ทว่ายามตกน้ำกลับเป็นเพียงบ่าวไพร่ที่ช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้เป็นสามีของนาง ยามนี้กำลังอยู่เคียงข้างสตรีอีกคน

วันเวลาหลังจากนั้น จ้าวเซ่อเซ่อเอาแต่นอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงมาโดยตลอด

ท่ามกลางเสียงจั๊กจั่นเรไรนอกหน้าต่าง มักจะมีเสียงบ่าวไพร่จับกลุ่มนินทาดังแว่วมาให้ได้ยินเสมอ

“เมื่อวานนี้ท่านโหวลงมือต้มยาให้แม่นางซูด้วยตนเอง มือถูกลวกจนพองก็ยังมิใส่ใจ”

“เช้าวันนี้แม่นางซูเอ่ยปากว่าอยากกินขนมกุ้ยฮวาทางทิศใต้ของเมือง ฟ้ายังไม่สว่างท่านโหวก็ควบม้าออกไปซื้อ...”

“ได้ยินมาว่าท่านโหวสั่งให้คนเร่งตัดเย็บเสื้อเกราะอ่อนไหมทองคำตลอดทั้งคืน เพราะกลัวว่าแม่นางซูจะสะดุดหกล้ม ช่างโปรดปรานทะนุถนอมเข้ากระดูกดำเสียจริง”

ถ้อยคำแต่ละประโยคราวกับมีดแหลมคม ที่กรีดแทงลงกลางใจของจ้าวเซ่อเซ่ออย่างโหดเหี้ยม

นางนึกถึงยามที่ตนเพิ่งแต่งเข้าจวนโหวแล้วล้มป่วยเพราะต้องลมหนาว เซี่ยชิงเยี่ยนก็คอยเฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่างกายเช่นนี้ แม้แต่ยาก็ยังต้องชิมด้วยตนเองก่อนจึงจะป้อนให้นาง

ยามนั้นเขากล่าวว่า “หากเซ่อเซ่อเป็นอันใดไป ข้าก็คงมีชีวิตอยู่ต่อไปมิได้แล้ว”

ทว่าบัดนี้นางจมน้ำแทบเอาชีวิตไม่รอด เขากลับไม่แม้แต่จะมาเหลียวแล

สามวันให้หลัง จ้าวเซ่อเซ่อฝืนร่างกายจนพอจะลุกจากเตียงเดินเหินได้บ้าง ซูหลิงอินกลับบุกรุกเข้ามาอย่างกะทันหัน

“ฮูหยิน วันนี้เป็นวันจับจ่ายซื้อของของจวนโหว ข้าจะพาท่านไปดูที่ตลาดว่าเงินเพียงสิบอีแปะก็สามารถใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี”

จ้าวเซ่อเซ่อไม่อยากไป ทว่ากลับถูกดึงดันลากตัวออกจากเรือน

บรรยากาศในตลาดจอแจไปด้วยผู้คน ซูหลิงอินพลางเลือกเก็บเศษใบผักเน่าเสีย พลางเอ่ยถามขึ้นว่า “เมื่อก่อนพวกท่านใช้เงินจับจ่ายซื้อของเข้าจวนไปเท่าใดหรือ?”

“ห้าร้อยตำลึง”

“ห้าร้อยตำลึง?!” ซูหลิงอินกรีดร้องขึ้นมาเสียงหลง ดึงดูดให้ผู้คนตามท้องถนนต่างหันมามอง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเงินห้าร้อยตำลึงสามารถช่วยให้ชาวบ้านยากไร้กินอิ่มนุ่งอุ่นได้มากเพียงใด? ก็เพราะพวกเหลือบไรเช่นพวกเจ้านี่อย่างไร ถึงได้ทำร้ายบ้านเมืองจนพังพินาศ!”

ยิ่งด่าอารมณ์ยิ่งพลุ่งพล่าน ท้ายที่สุดนางถึงขั้นยืนประจานความผิดของจ้าวเซ่อเซ่ออยู่กลางถนน

จ้าวเซ่อเซ่อมองดูเศษใบผักเน่าเสียและข้าวสารขึ้นราที่นางซื้อมาอย่างเงียบงัน “เหตุนี้ เจ้าจึงเตรียมการให้คนทั้งจวนโหวต้องกินของเหล่านี้ไปค่อนปีงั้นหรือ?”

ซูหลิงอินมีสีหน้าเรียบเฉยไร้กังวล “ของพวกนี้แล้วจะทำไมหรือ? คนยากคนจนต่างก็กินของเหล่านี้จนเติบใหญ่มาด้วยกันทั้งนั้นมิใช่หรือ?”

“เช่นนั้นหรือ?” จ้าวเซ่อเซ่อหยิบใบผักแห้งขึ้นมาอย่างแผ่วเบา รอยหนอนเจาะพรุนจนน่าขนลุก “แล้วเหตุใดอาหารเช้าทุกวันของเจ้า จึงต้องสั่งการแยกให้ห้องครัวต้มโจ๊กข้าวฟ่างบดใหม่ ๆ เล่า? เหตุใดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเจ้าจึงมีแต่ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดที่ตัดเย็บใหม่ทั้งหมด?”

จ้าวเซ่อเซ่อยิ้มเยาะ “เจ้าให้คนทั้งจวนกินแกลบกลืนผักหญ้า ทว่าตนเองกลับได้กินผักสดใหม่มิเคยขาดสักมื้อ ปากเจ้าพร่ำบอกว่าเกลียดชังคนรวย ทว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เจ้าเกลียดชังคือความมั่งคั่ง หรือเกลียดชังที่ผู้อื่นมีชีวิตสุขสบายกว่าเจ้ากันแน่?”

“เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด แน่นอนว่าข้าย่อม...”

ซูหลิงอินโกรธจัดจนขาดสติ เพิ่งจะอ้าปากเถียง ทว่าพลันมีเสียงทะเลาะวิวาทดังลั่นมาจากโรงเตี๊ยมเบื้องหน้า

“หลานชายของข้ายังรอให้ข้ากลับไปทำกับข้าวอยู่นะ!” หญิงชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุมของหลงจู๊อย่างสุดชีวิต “ท่านได้โปรดเมตตา ปล่อยข้าไปเถิด!”

“ปล่อยเจ้าไปรึ?” หลงจู๊โกรธจนหนวดกระดิก “เจ้าทำสุราหมักสิบปีของข้าแตกไปตั้งสามไห เป็นเงินตั้งสิบตำลึงเชียวนะ! จ่ายเงินชดใช้มา!”

“ข้ามิได้ตั้งใจนะ...” หญิงชราร่ำไห้น้ำตานองหน้า

เมื่อซูหลิงอินเห็นเช่นนั้น จึงรีบปล่อยมือจ้าวเซ่อเซ่อแล้วพุ่งตัวเข้าไปทันที “ไฉนท่านถึงเป็นคนเลือดเย็นเยี่ยงนี้? ไม่ได้ยินหรือว่าหลานชายของนางรออยู่ที่เรือน?”

หลงจู๊ชะงักไปชั่วครู่เมื่อถูกต่อว่าอย่างกะทันหัน ก่อนจะตวาดกลับด้วยความโมโห “แล้วมันกงการอันใดของเจ้า? ชอบทำตัวเป็นแม่พระนัก เจ้าก็จ่ายชดใช้แทนนางสิ!”

“ข้า...” ซูหลิงอินถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ทว่าหญิงชราผู้นั้นกลับโผเข้ามาหาราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้ “ขอบคุณแม่นาง! ขอบคุณแม่นาง!”

กล่าวจบก็เตรียมจะหลบหนีไป

หลงจู๊ทำท่าจะตามไปจับตัว ทว่ากลับถูกซูหลิงอินขวางเอาไว้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ท่านยังมีจิตใจเมตตาอยู่หรือไม่?” ซูหลิงอินต่อว่าด้วยท่าทีขึงขังจริงจัง “นางอายุมากถึงเพียงนั้นแล้ว...”

“เลิกพูดจาไร้สาระเสียที!” หลงจู๊บันดาลโทสะถึงขีดสุด “หากไม่ยอมจ่ายเงินชดใช้ ก็ไปแจ้งทางการ!”

ซูหลิงอินขบริมฝีปาก ควักเงินหลายสิบอีแปะออกจากถุงหอมแล้วตบลงบนโต๊ะ “ข้าจ่ายเอง!”

หลงจู๊มองดูเศษเหรียญทองแดงเหล่านั้นแล้วหัวเราะร่วนด้วยความโกรธจัด “สุราราคาสิบตำลึง ทว่าเจ้ากลับให้มาเพียงแค่นี้? เห็นข้าเป็นขอทานหรือไร?”

“เจ้ารีบจ่ายเงินชดใช้แทนนางเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะไปแจ้งทางการให้จับตัวเจ้าเข้าคุกซะ!”

ใบหน้าของซูหลิงอินเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด นางเอ่ยว่า “ท่านวางใจเถิด ข้าย่อมจ่ายชดใช้ให้ท่านแน่!”

ทว่าลูบคลำหาจนทั่วทั้งตัว นางก็มิมีเหรียญทองแดงแม้แต่เหรียญเดียว ท้ายที่สุด นางจึงกัดฟันกรอด หันไปมองหอนางโลมฝั่งตรงข้าม แล้วหันกลับมามองจ้าวเซ่อเซ่อ “เจ้าไปขายตัวอยู่ที่นั่นสักสองสามวันเถิด เพื่อรวบรวมเงินมาช่วยเหลือท่านยายผู้นี้”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 23

    เซี่ยชิงเยี่ยนยื่นมือออกไป ทว่าทำอย่างไรก็มิอาจคว้าตัวคนผู้นั้นไว้ได้เขาถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ทำได้เพียงเบิกตามองจ้าวเซ่อเซ่อจากตนไปเช่นนี้ครู่ต่อมา ซูหลิงอินก็คลานเข้ามาแทบเท้าเขา“ท่านโหว ท่านมองข้าสิเจ้าคะ... ขอเพียงท่านช่วยข้า ข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งท่านเหมือนนังแพศยาจ้าวเซ่อเซ่อผู้นั้น ข้า...” คำพูดของนางยังไม่ทันจบประโยค ก็ถูกเซี่ยชิงเยี่ยนเตะกระเด็นอย่างแรง“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้ากล่าวถึงเซ่อเซ่อ! เจ้าต่างหากคือตัวการ ซูหลิงอิน หากไม่มีเจ้า ข้ากับเซ่อเซ่อจะกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร!” เขาเดือดดาลจนถึงขีดสุด เตะซูหลิงอินจนสติหลุดลอยบางทีอาจตระหนักได้ว่าตนเองไร้ซึ่งความหวังแล้วจริง ๆ ภายใต้ความเจ็บปวดแสนสาหัสทั่วสรรพางค์กาย ซูหลิงอินจึงแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่าเวทนา“เซี่ยชิงเยี่ยน ท่านเอาแต่โทษข้า ทว่าท่านเองก็เมินเฉยต่อความทุกข์ทรมานที่จ้าวเซ่อเซ่อต้องเผชิญมิใช่หรือ! หากท่านมิได้รู้เห็นเป็นใจ ข้าจะทำเรื่องเหล่านั้นมากมายได้อย่างไร คนที่ทำร้ายท่านก็คือตัวท่านเองชัด ๆ! เป็นท่านเองที่ทำจ้าวเซ่อเซ่อหล่นหาย ชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่มีวันได้ครองคู่กับคนที่ท่านรัก ชั่วชีวิต!” ซูหลิงอินไม่อา

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 22

    จุดหมายปลายทางคือเมืองหลวง จากเจียงหนานถึงเมืองหลวง แม้ใช้เส้นทางที่รวดเร็วที่สุดก็ยังต้องใช้เวลานานนับครึ่งเดือน ตลอดครึ่งเดือนบนการเดินทางนี้ เซี่ยชิงเยี่ยนเอาแต่หยิบยกเรื่องราวในหนหลังขึ้นมากล่าวถึงอยู่เสมอ หวังเพียงจะได้เห็นท่าทีแห่งความรักจากจ้าวเซ่อเซ่อบ้าง ทว่าไม่ว่าเขาจะทุ่มเทความพยายามสักเพียงไร ในสายตาของจ้าวเซ่อเซ่อกลับมีเพียงหลิ่วหนานฝานผู้เดียวเท่านั้นพวกเขาทั้งสองนั่งกระซิบกระซาบหยอกล้อกันตลอดทั้งวัน รอยยิ้มนั้นช่างบาดตายิ่งนัก สองมือของพวกเขาแทบจะไม่เคยผละออกจากกัน แม้แต่ยามที่จ้าวเซ่อเซ่อเผลอหลับไป หลิ่วหนานฝานก็ยังคงกอบกุมมือของนางเอาไว้ บีบคลึงนิ้วมือนางเล่นอย่างแผ่วเบาช่วงเวลาที่ผ่านมานี้เซี่ยชิงเยี่ยนต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานแสนสาหัส ทว่าเมื่อคิดว่าตนยังสามารถมองเห็นจ้าวเซ่อเซ่อได้ เขาก็ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้วันที่เดินทางมาถึงเมืองหลวง คือยามที่เซี่ยชิงเยี่ยนเบิกบานใจที่สุดเขากระตือรือร้นนำทางมาจนถึงตรอกเล็ก ๆ อันแสนสกปรกแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนไร้เรือนชานหรือก็คือพวกขอทาน ทำเอาจ้าวเซ่อเซ่อรู้สึกสับสนยิ่งนัก เหตุใดเซี่ยชิงเยี่ยนจึงพานางมาที

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 21

    หลิ่วหนานฝานรีบรุดมาถึง เขาเข้ามาขวางระหว่างเซี่ยชิงเยี่ยนกับจ้าวเซ่อเซ่ออย่างไม่เกรงกลัว ใช้ร่างกายของตนเองปกป้องนางเอาไว้จ้าวเซ่อเซ่ออดมิได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าไม่เป็นไร ท่านไปที่ใดมาหรือหนานฝาน?”รอยยิ้มของนางเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและเชื่อใจ เป็นสิ่งที่เซี่ยชิงเยี่ยนมิได้เห็นมาเนิ่นนาน เพียงแค่มองปราดเดียว ภายในใจของเขาก็พลันตื่นตระหนก จึงกดเสียงต่ำคำรามออกมา“เจ้าเป็นผู้ใด เซ่อเซ่อเป็นคนของข้า ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าเรียกขานนางเช่นนี้?”หลิ่วหนานฝานหันกายกลับมา จ้าวเซ่อเซ่อถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ปกติแล้วเขามักสวมอาภรณ์สีขาวเรียบง่าย เนื้อผ้าล้วนแสนธรรมดา มองไม่ออกถึงความพิเศษอันใด ทว่าวันนี้อาภรณ์บนร่างแม้จะเป็นสีขาวเช่นเดิม แต่กลับมีลวดลายทอซ่อนอยู่มากมาย ดูหรูหราทว่าถ่อมตนขึ้นมิใช่น้อย สัมผัสได้ชัดเจนถึงความล้ำค่าของอาภรณ์ชุดนี้ต่อเรื่องนี้ ภายในใจของจ้าวเซ่อเซ่อพลันเกิดข้อสงสัยขึ้นมา หลิ่วหนานฝานเป็นเพียงหมอธรรมดาผู้หนึ่งในเจียงหนานจริงหรือ?นางมองดูหลิ่วหนานฝานแค่นเสียงหยัน “พวกท่านหย่าขาดกันแล้ว บัดนี้คนที่เซ่อเซ่อชอบคือข้า”เซี่ยชิงเยี่ยนมิกล้าเชื่อเรื่องพรรค์นี้ เขา

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 20

    วันรุ่งขึ้น เซี่ยชิงเยี่ยนก็ควบม้ามาถึงเจียงหนาน และหยุดลงที่หน้าเรือนร้านค้าของจ้าวเซ่อเซ่อในฐานะอู่อันโหว การที่เซี่ยชิงเยี่ยนจะสืบหาตัวจ้าวเซ่อเซ่อนั้นง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ นางจึงมิได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของบุรุษผู้นี้แต่อย่างใด หลังจากได้รับการปลอบโยนจากหลิ่วหนานฝาน นางก็คิดตกแล้วว่า ไม่ว่าอย่างไร เรื่องราวระหว่างนางกับเซี่ยชิงเยี่ยนก็จำต้องสะสางให้กระจ่างชัดเพียงแรกสบตากับนาง เซี่ยชิงเยี่ยนก็สาวเท้าเข้าไปหาทันทีตลอดหลายเดือนในสนามรบ ทุกลมหายใจของเขาล้วนคำนึงถึงจ้าวเซ่อเซ่อ แม้ศึกจะกำชัย แต่ในใจเขากลับมีเพียงจ้าวเซ่อเซ่อผู้เดียว เขาเร่งควบม้าฝ่าตะบึงกลับเมืองหลวง ฮ่องเต้ทรงรับสั่งจะพระราชทานเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ให้ ทว่าเขากลับปฏิเสธจนสิ้น ขอเพียงราชโองการฉบับเดียว ราชโองการที่สามารถรั้งตัวนางกลับมาได้ครั้นผ่านความเป็นความตายมาได้ เมื่อได้พานพบจ้าวเซ่อเซ่ออีกครา ความรู้สึกของเซี่ยชิงเยี่ยนก็ดั่งได้ของล้ำค่าที่สูญหายกลับคืนมา เขาทอดสายตาสำรวจดวงหน้าของนาง พบว่าช่วงเวลาที่รอนแรมอยู่ในเจียงหนานนี้นางดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง พวงแก้มมีเนื้อหนังขึ้นเล็กน้อย ดูน่าเอ็นดูยิ่งกว่าเดิมท

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 19

    หลังจากนั้น จ้าวเซ่อเซ่อได้ทำร่มด้วยมือของนางเองมอบให้แก่หลิ่วหนานฝาน เพื่อเป็นค่ารักษาที่เขาดูแลนางมาอย่างยาวนาน ยามที่หลิ่วหนานฝานได้รับ เขารู้สึกยินดียิ่งนัก นัยน์ตาของเขามิอาจปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ได้ยามสบเข้ากับแววตาอันเร่าร้อนปานนั้น หัวใจของนางก็พลันเต้นระรัวเร็วขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้วันเวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือนอย่างไม่ช้าไม่เร็ว จ้าวเซ่อเซ่อเคยชินเสียแล้วกับการมีหลิ่วหนานฝานอยู่เคียงข้าง แม้แต่หงซิ่วยังอดบ่นมิได้ในบางครา ว่าหลิ่วหนานฝานที่เป็นเพียงหมอผู้หนึ่งกลับมาแย่งงานของนางไปเสียสิ้น ทุกสิ่งล้วนต้องแย่งทำความดีความชอบต่อหน้าคุณหนูมองดูท่าทีแก้มป่องแสนงอนของหงซิ่วแล้ว จ้าวเซ่อเซ่อก็หัวเราะออกมาอย่างเบิกบานใจทว่ายามที่อากาศร้อนอบอ้าวยังมิได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้น เมืองหลวงก็มีข่าวคราวส่งมาว่า อู่อันโหวเซี่ยชิงเยี่ยนรบชนะครั้งใหญ่กลับมา ว่ากันว่าเขาห้าวหาญไร้เทียมทานในสนามรบ บุกตัดหัวราชาซงหนูได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แล้วหิ้วกลับมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้และข่าวลือที่แพร่สะพัดก่อนหน้านี้ก็เป็นความจริง เซี่ยชิงเยี่ยนที่สร้างความดีความชอบใหญ่หลวงมิได้เรียกร้องสิ่งใด เขาเพียง

  • ศาลาฉางถิง สิ้นรอยอาลัย   บทที่ 18

    จ้าวเซ่อเซ่อย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดเดิมทีนางเอ่ยปากถามหงซิ่วว่าต้องการมาด้วยกันหรือไม่ ทว่าหงซิ่วกลับรีบวิ่งหนีไปไกลเสียก่อน นางจึงจำต้องออกจากเรือนมากับหลิ่วหนานฝานเพียงลำพังสองคนเดินมาได้ไม่นาน ด้านนอกก็มีฝนโปรยปรายลงมา ดินแดนเจียงหนานนั้นฝนตกชุก ยามวสันตฤดูยิ่งมักมีฝนปรอยตกกระทบเป็นระลอก หลิ่วหนานฝานคุ้นชินกับสภาพอากาศเช่นนี้มานานแล้ว ในมือของเขาจึงกางร่มออกแล้วยกบังเหนือศีรษะให้จ้าวเซ่อเซ่อ“ระวังหน่อยเถิด ประเดี๋ยวจะเปียกฝนเอาได้” เขากล่าวพลางจงใจเอียงร่มไปทางจ้าวเซ่อเซ่อเล็กน้อยหยาดฝนสาดกระเซ็นจนเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของบุรุษเปียกชุ่ม ทว่าเขากลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยกระทั่งถึงที่หมาย จ้าวเซ่อเซ่อจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าหัวไหล่ของเขาเปียกชุ่มจนแทบจะแนบเนื้อ แผ่ไอชื้นแฉะออกมา“เมื่อครู่เหตุใดท่านจึงไม่บอกเล่า? ท่านเปียกไปหมดแล้ว” นางอดมิได้ที่จะร้อนใจขึ้นมาหลายส่วนทว่าหลิ่วหนานฝานกลับปัดหยดน้ำบนตัวออกอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วแย้มยิ้มส่งให้นาง “ร่างกายของเจ้าอ่อนแอ หากเจ้าเปียกฝนไปคงได้ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นแน่ ส่วนข้านั้นร่างกายแข็งแรงบึกบึน ไม่เป็นอันใดหรอก หากเซ่อเซ่อห่วงใยข้า มอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status