Share

ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา
ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา
Penulis: สายลมไร้กาลเวลา

บทที่ 1

Penulis: สายลมไร้กาลเวลา
“ฉู่หนิง นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าก็คือองค์ชายสิบแปดแห่งราชวงศ์ต้าฉู่ของเรา!”

“เราขอสั่งให้เจ้านำทัพหนึ่งแสนนาย มุ่งหน้าไปยังชายแดนโดยเร็ว เพื่อต้านทานกองทัพสามแสนนายของต้าจ้าว!”

ณ ท้องพระโรงแห่งต้าฉู่ ภายในตำหนักจินหลวน

เด็กหนุ่มร่างผอมบางในอาภรณ์ผ้าป่านเนื้อหยาบผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่ตรงกลาง

สองฟากฝั่งรายล้อมไปด้วยเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊จนเต็มพื้นที่ ส่วนตำแหน่งด้านหน้าสุดนั้นคือเหล่าองค์ชายสิบกว่าพระองค์ที่สวมใส่อาภรณ์สำหรับเชื้อพระวงศ์

“น้องสิบแปดเอ๋ย ต่อจากนี้ไปพวกเราก็คือครอบครัวเดียวกัน หลายปีมานี้ เจ้าใช้ชีวิตอยู่นอกวัง ตอนนี้ ถึงเวลาที่เจ้าควรจะไปออกแรงแสดงฝีมือที่แนวหน้าเพื่อราชวงศ์บ้างแล้ว!”

“เสด็จพ่อทรงมีพระประสงค์ที่จะฝึกฝนเจ้า จึงได้ส่งเจ้าไปยังแนวหน้าเพื่อสร้างผลงาน เจ้าอย่าได้ทำให้ความหวังดีของเสด็จพ่อต้องสูญเปล่าเล่า!”

“ฉู่หนิง แม้จะเกิดอยู่ในหมู่สามัญชน แต่เจ้าก็มีสายเลือดของราชวงศ์ ย่อมต้องมีความรับผิดชอบ การเดินทางไปยังแนวหน้าครั้งนี้ หากเจ้ามัวแต่รักตัวกลัวตายจนทำให้ราชวงศ์ต้องเสียหน้า เสด็จพ่อจักต้องลงโทษอย่างหนักแน่นอน!”

“ฉู่หนิง ยังไม่รีบขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของเสด็จพ่ออีกหรือ?”

เหล่าองค์ชายต่างเผยรอยยิ้มเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม

น้ำเสียงนั้นยิ่งฟังดูสูงส่งหยิ่งผยอง!

จากสามัญชนกลายเป็นองค์ชาย แม้จะต้องไปเป็นตัวตายตัวแทนที่แนวหน้า ฉู่หนิงก็สมควรจะซาบซึ้งในบุญคุณของราชวงศ์!

เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทั่วทั้งราชสำนักมองเด็กหนุ่มที่คุกเข่าบนพื้น ในแววตานั้นมีทั้งความเวทนา ความเย็นชา และความสะใจในคราวเคราะห์ของผู้อื่น

ต้าฉู่และต้าจ้าวทำศึกที่แนวหน้าต่อเนื่องมาหลายปี แต่ครั้งนี้แคว้นต้าฉู่ประสบภัยแล้งครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้เสบียงที่แนวหน้าขาดแคลน ขวัญกำลังใจทหารตกต่ำ กองทัพพ่ายแพ้ยับเยิน

ฮ่องเต้จึงตัดสินพระทัยเลือกองค์ชายองค์หนึ่งไปยังแนวหน้าเพื่อสร้างขวัญกำลังใจของกองทัพให้มั่นคง!

แต่เหล่าองค์ชายต่างรู้ดีว่าศึกครั้งนี้เก้าส่วนตายหนึ่งส่วนรอด จึงไม่มีผู้ใดกล้าไป!

โชคดีที่คนสนิทขององค์รัชทายาทสืบพบว่า ในปีนั้นครั้งที่ฝ่าบาทเสด็จประพาสต้น มีสตรีแพศยานางหนึ่งยั่วยวนฝ่าบาท และได้ให้กำเนิดบุตรชาย กลายเป็นองค์ชายที่ราชวงศ์ทอดทิ้งไว้ข้างนอก

หากเป็นยามปกติ คงไม่มีผู้ใดใส่ใจสายเลือดราชวงศ์ที่พลัดหลงอยู่ข้างนอก

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน การส่งคนไปตายที่แนวหน้า จะมีใครเหมาะสมไปกว่าองค์ชายกำพร้าผู้นี้อีกหรือ?

ภายใต้การจัดการของเหล่าองค์ชาย ฉู่หนิงจึงถูกรับตัวกลับเข้าพระราชวังได้สำเร็จ ทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ชายสิบแปด!

ฉู่หนิงก้มหน้าไม่กล่าววาจาใด ทว่าในใจกลับกำลังหัวเราะเยาะ

องค์ชายพวกนี้ล้วนแต่รักตัวกลัวตาย อยากจะผลักไสเขาไปยังแนวหน้ากันทั้งสิ้น

คิดว่าเขาเป็นเพียงสามัญชนที่ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ หรือ?

ในฐานะผู้ที่ทะลุมิติ เขาย่อมรู้ดีว่า เมื่อเทียบกับแนวหน้าแล้ว การต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์นั้นโหดร้ายยิ่งกว่า!

การแก่งแย่งในราชวงศ์ดุเดือดถึงเพียงนี้ ตัวเขาไร้ซึ่งอำนาจและอิทธิพล เดิมทีก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อ การไปยังแนวหน้าต่างหากคือหนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว!

สำหรับองค์ชายองค์อื่น การไปแนวหน้าอาจมีแต่เก้าส่วนตายหนึ่งส่วนรอด

แต่สำหรับเขาแล้ว นั่นคือโอกาสที่สวรรค์ประทาน!

แต่ว่า คิดจะให้ข้าไปเป็นตัวตายตัวแทนทั้งที จะไม่ให้ผลประโยชน์อะไรบ้างได้อย่างไร?

ฉู่หนิงเงยหน้าขึ้นมองเหล่าองค์ชาย แสร้งทำสีหน้าตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง “ขอบคุณท่านพี่ทุกท่านที่เมตตา การได้แบ่งเบาภาระของราชวงศ์ถือเป็นเกียรติของข้า ต่อให้ต้องตายในสงครามที่ชายแดน ห่อศพด้วยหนังม้าก็ไม่เสียดาย!”

“ในฐานะสายเลือดของราชวงศ์ สิบแปดปีมานี้ ข้าไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อราชวงศ์เลย การไปยังแนวหน้าครั้งนี้ ข้าจะทุ่มเทสุดกำลัง แม้ร่างกายต้องแหลกสลายเป็นผุยผง เพื่อตอบแทนบุญคุณเสด็จพ่อ!”

น้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวหนักแน่น ท่าทีที่ไม่หวั่นเกรงต่อความตาย ทำให้เหล่าองค์ชายและขุนนางต่างเงียบงัน

แม้แต่ฉู่หวยที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ เมื่อได้เห็นหน้าบุตรชายเป็นครั้งแรก ในใจก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้

เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าบุตรชายคนอื่น ๆ ของตนไม่อยากไปแนวหน้า จึงได้จงใจตามหาฉู่หนิงมาเป็นตัวตายตัวแทน

แต่ฉู่หนิงก็เป็นองค์ชายเช่นกัน เหตุใดจึงไม่กล้าช่วงชิงกับคนพวกนี้เล่า?

แม้สิบแปดปีมานี้ฉู่หนิงจะไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อราชวงศ์ แต่ราชวงศ์เองก็ไม่เคยทำสิ่งใดเพื่อฉู่หนิงเช่นกัน

บัดนี้เพิ่งตามหาตัวฉู่หนิงพบ ก็จะส่งเขาไปตายที่แนวหน้าเสียแล้ว!

ทว่าฉู่หนิงไม่เพียงแต่จะไม่ปฏิเสธ กลับแสดงท่าทีห้าวหาญมุ่งมั่นถึงเพียงนี้!

เมื่อมองใบหน้าที่หล่อเหลาและมีความคล้ายคลึงกับตนเองอยู่สามส่วน ในหัวของฉู่หวยก็อดปรากฏภาพใบหน้างดงามของสตรีผู้นั้นในอดีตขึ้นมาไม่ได้

มารดาของฉู่หนิง ในปีนั้นนางก็ติดตามเรามาโดยที่ไม่ลังเลเช่นนี้!

เราเป็นเพียงผู้ผ่านทางในชีวิตนาง แต่นางกลับเห็นเราเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิต

แม้จะไม่ได้พบหน้าเราอีก นางก็ยังคงให้กำเนิดบุตรชายของเรา!

แต่บัดนี้ เรายังไม่ได้ทำหน้าที่ของบิดาต่อฉู่หนิง แต่กลับต้องส่งเขาไปยังแนวหน้า

เป็นเราที่ติดค้างฉู่หนิง!

“ฉู่หนิง สมแล้วที่เป็นบุตรที่ดีของเรา!”

ฉู่หวยมองฉู่หนิงด้วยสายตาให้กำลังใจ “แต่การเดินทางไปแนวหน้าครั้งนี้อันตรายยิ่งนัก หากเจ้ามีความต้องการใด ก็จงเอ่ยมาได้เลย”

นี่คือการประทานรางวัลให้ฉู่หนิง!

สีหน้าขององค์รัชทายาทฉู่เวยเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบก้าวออกมา “เสด็จพ่อ ในฐานะองค์ชาย การที่ฉู่หนิงจะทุ่มเทกำลังเพื่อราชวงศ์ เป็นสิ่งที่พึงกระทำอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

องค์ชายสี่รีบกล่าวเสริม “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ฉู่หนิงเพิ่งเข้าวัง ยังไม่เข้าใจกฎระเบียบในวัง จะปล่อยให้เขาร้องขอตามใจชอบได้อย่างไร?”

องค์ชายหกยิ่งมองฉู่หนิงด้วยความรังเกียจ “เสด็จพ่อทรงรับเขากลับเข้าวัง คืนสถานะองค์ชายให้ก็นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ยังจะมีความจำเป็นใดให้ต้องร้องขออีก?”

ขุนนางคนอื่น ๆ ก็พากันกล่าวเสริม

“จากสามัญชนกลายเป็นองค์ชาย ฉู่หนิงสมควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ การไปยังแนวหน้าครั้งนี้ คือโอกาสที่เขาจะได้สร้างผลงานให้ราชวงศ์!”

“ถูกต้อง เขาควรจะขอบพระทัยฝ่าบาทที่ประทานโอกาสให้เขาได้สร้างผลงานต่างหาก!”

“องค์ชายสิบแปด ท่านยังจะยืนเหม่ออะไรอยู่ รีบขอบพระทัยแล้วถอยออกไปได้แล้ว!”

คำพูดทุกคนทำให้ศีรษะที่ก้มต่ำอยู่แล้วของฉู่หนิงยิ่งก้มต่ำลงไปอีก

ขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ทั่วทั้งราชสำนัก เขาไม่รู้จักผู้ใดเลย และไม่มีใครสักคนที่จะยอมช่วยเขา

สิ่งที่เขาใช้ประโยชน์ได้มีเพียงความรู้สึกผิดที่ฮ่องเต้ชรามีต่อตัวเขาและมารดาของเขาเท่านั้น

ช่วงชิงไป ก็ช่วงชิงไม่ได้อย่างแน่นอน

การถอยเพื่อรุกคืบต่างหากคือยอดกลยุทธ์!

บนบัลลังก์มังกร ฉู่หวยมองเหล่าขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรงที่ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจาแทนฉู่หนิงแม้แต่คนเดียว สายตาก็อดฉายแววผิดหวังขึ้นมาแวบหนึ่งไม่ได้

จากนั้นก็หันไปมองฉู่หนิงที่ถูกคนพูดจากดดันจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ฉู่เวยได้แต่ถอนหายใจยาวอยู่ในใจ

เด็กคนนี้มาจากสามัญชนจริง ๆ ไม่เคยได้พบเห็นโลกกว้าง ถูกคนมากมายรุมกลั่นแกล้งเพียงเท่านี้ ก็จนปัญญาเสียแล้ว

แต่ถึงอย่างไรนี่ก็คือสายเลือดของเขา จะปล่อยให้ถูกขุนนางพวกนี้รังแกได้อย่างไร?

พวกเจ้าผลักไสให้ฉู่หนิงไปตาย ยังไม่คิดจะพูดจาดี ๆ สักสองสามประโยคเลยหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงก็ยอมรับปากจะไปแนวหน้าแล้ว เราเพียงแค่อยากจะประทานรางวัลให้เขาเพิ่มเติม เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจเท่านั้น

แต่คนเหล่านี้กลับพูดจาไม่หยุดหย่อน ตั้งใจจะขัดขวาง

ฉู่หนิงไม่กล้าตอบโต้ แต่พวกเจ้าคิดว่าเราผู้เป็นฮ่องเต้องค์นี้ตายไปแล้วหรือไร?

“พอได้แล้ว!”

ฉู่หวยตวาดลั่น ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้น รัศมีแห่งองค์จักรพรรดิที่แผ่ออกจากร่างทำให้เหล่าขุนนางหวาดกลัว พากันคุกเข่าลงกับพื้น

“ฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่หวยกวาดตามองทุกคนแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงเย็น “หากฉู่หนิงไปแนวหน้าด้วยฐานะองค์ชายเพียงอย่างเดียว เกรงว่าคงยากที่จะทำให้คนยอมรับนับถือ”

“ใครก็ได้ ถ่ายทอดราชโองการลงไป แต่งตั้งฉู่หนิงเป็นเผิงไหลจวิ้นอ๋อง พระราชทานตำแหน่งแม่ทัพผิงตง พร้อมจวนหนึ่งหลัง!”

สีหน้าของเหล่าองค์ชายพลันย่ำแย่ขึ้นมาเล็กน้อย

แม้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นเพียงจวิ้นอ๋อง แต่ก็ทำให้สถานะของฉู่หนิงแทบไม่ต่างจากพวกเขา และมีคุณสมบัติพอที่จะแย่งชิงบัลลังก์กับพวกเขาได้แล้ว!

ส่วนฉู่หนิงนั้นราวกับตกตะลึงจนโง่งมไปแล้วกับการพระราชทานนี้ ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่รู้จะทำอย่างไร

เด็กโง่คนนี้ คงไม่เคยเห็นโลกกว้างจริง ๆ !

ฉู่หวยมองฉู่หนิงแวบหนึ่ง “ยังไม่คุกเข่าขอบพระทัยอีก?”

ฉู่หนิงได้สติ รีบทำความเคารพทันที “ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงประทานรางวัลพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่หวยจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่คุ้นเคยกับอะไรหลายอย่าง พักอยู่ที่เมืองหลวงสักระยะก่อน แล้วค่อยเดินทางไปแนวหน้า”

“หากไม่มีเรื่องอื่นแล้ว เจ้าก็ถอยออกไปเถิด!”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปาก “เสด็จพ่อ ลูกเพิ่งมาที่พระราชวังเป็นครั้งแรก จึงได้เตรียมของขวัญแรกพบมามอบให้เสด็จพ่อและบรรดาท่านพี่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

จะไม่มีเรื่องอื่นได้อย่างไรเล่า!

วันนี้เหล่าองค์ชายรังแกตนไว้มากเพียงนี้ จะต้องเอาคืนให้ได้!

อีกอย่าง การทำศึกก็คือการผลาญเงิน หากไร้ซึ่งเงินทองย่อมมิอาจทำการใดได้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (2)
goodnovel comment avatar
แสบสกล แสบสกล แสบสกล
hahaha no worries ...
goodnovel comment avatar
แสบสกล แสบสกล แสบสกล
it's shuts down ...
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status