Share

บทที่ 2

Auteur: สายลมไร้กาลเวลา
ของขวัญแรกพบหรือ?

องค์รัชทายาทและเหล่าองค์ชายต่างเผยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก

แค่สามัญชนคนหนึ่งยังจะนำของขวัญแรกพบมาด้วย?

ด้วยฐานะของพวกเขา ของล้ำค่าหายากอันใดบ้างที่ไม่เคยเห็น จะมาอยากได้ของจากสามัญชนเช่นเจ้าหรือ?

ทว่า ฉู่หวยที่ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรกลับเผยสีหน้ายินดีออกมา “ดูท่ามารดาของเจ้าจะสั่งสอนเจ้ามาเป็นอย่างดี นำของขวัญของเจ้าขึ้นมาสิ”

อย่างไรเสีย เขาก็เป็นบุตรของเรา ทั้งยังจะถูกส่งไปยังแนวหน้าเพื่อเป็นตัวตายตัวแทนด้วยน้ำมือของเขาเอง จะไม่รับของขวัญของฉู่หนิงเลยก็คงจะไม่ได้กระมัง?

ฉู่หนิงหยิบหยกแขวนขนาดครึ่งฝ่ามือออกมาจากอกเสื้อ “นี่คือของขวัญที่ลูกตั้งใจมอบให้เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”

สีหน้าของฉู่หวยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “รีบนำมาให้เราดูเร็วเข้า!”

หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงรีบรับหยกแขวนมาทันที จากนั้นยื่นให้ฉู่หวย

เมื่อมองหยกแขวนที่ยังคงมีความอบอุ่นซึ่งอยู่ในมือ ฉู่หวยก็เผยสีหน้าหวนรำลึกถึงอดีต

นี่คือของขวัญที่เรามอบให้แก่มารดาของฉู่หนิง

คาดไม่ถึงว่านางจะเก็บรักษามันไว้ตลอด ทั้งยังส่งต่อให้ฉู่หนิงอีก

นาง คงจะเกลียดชังเราที่ไม่เคยไปหานางเลยกระมัง

“ของขวัญชิ้นนี้ เราชอบมาก!”

เมื่อจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้แล้ว ฉู่หวยก็กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดต่อมารดาของฉู่หนิง “เจ้ามอบของขวัญแรกพบให้เรา เราก็จะมอบของให้เจ้าหนึ่งชิ้นเช่นกัน”

“ใครก็ได้ นำกระบี่คู่กายของเรามามอบให้ฉู่หนิง”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา สีหน้าขององค์รัชทายาท เหล่าองค์ชาย และขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ต่างก็เปลี่ยนไปอย่างยิ่ง

กระบี่คู่กายของฮ่องเต้ นั่นคือสมบัติล้ำค่าประหนึ่งฮ่องเต้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง มีกระบี่เล่มนี้อยู่ในมือ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าลบหลู่ฉู่หนิง

องค์รัชทายาทเป็นคนแรกที่ไม่ยอม รีบก้าวออกมายืนคัดค้าน “เสด็จพ่อ กระบี่เล่มนี้...”

“องค์รัชทายาท เจ้ากำลังสงสัยในการตัดสินใจของเราอย่างนั้นหรือ?”

ฮ่องเต้ตรัสขัดขึ้นก่อนที่องค์รัชทายาทจะพูดจบ “อีกไม่นานฉู่หนิงจะต้องไปทัพหน้า มีกระบี่เล่มนี้อยู่ในมือ จะได้ใช้ควบคุมเหล่าทหารที่แนวหน้าได้!”

องค์รัชทายาทไม่กล้าโต้เถียง ทว่าแววตาอันเย็นชากลับฉายแววอำมหิตแวบหนึ่ง

เขาแอบมองกระบี่เล่มนี้มานานแล้ว ไม่คิดว่าตอนนี้จะตกเป็นของฉู่หนิงเสียได้

ในขณะนั้น จ้าวหมิงถือกระบี่คมกริบในฝักสีเหลืองอร่ามมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่หนิง

ฉู่หนิงยื่นมือไปรับกระบี่ล้ำค่า กล่าวด้วยความตื่นตระหนก “เสด็จพ่อ กระบี่เล่มนี้ล้ำค่าเกินไป ลูกคิดว่าท่านพี่องค์รัชทายาทดูจะชอบมันมาก ไม่สู้มอบกระบี่เล่มนี้ให้เขาดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ดวงตาขององค์รัชทายาทเป็นประกาย!

นับว่าเจ้าเด็กนี่รู้จักกาลเทศะ ของที่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าควรจะได้ ก็สมควรจะเป็นฝ่ายมอบออกมาเอง!

องค์รัชทายาทมองฮ่องเต้ด้วยความยินดี “เสด็จพ่อ ยากนักที่ฉู่หนิงจะมีน้ำใจเช่นนี้ กระบี่เล่มนี้...”

ฉู่หวยทำหน้าบึ้ง “หึ กระบี่เล่มนี้ใช้สำหรับควบคุมเหล่าทหารแนวหน้า หรือว่าองค์รัชทายาทอยากจะไปแนวหน้า?”

องค์รัชทายาทถึงกับพูดไม่ออกในทันที

แม้จะอยากได้กระบี่เล่มนี้ แต่เขาก็ไม่อยากไปแนวหน้า

โชคดีที่ฮ่องเต้เองก็รู้ว่าการตำหนิองค์รัชทายาทต่อหน้าธารกำนัลจะเป็นการทำลายบารมีของเขา จึงหันไปมองฉู่หนิง “ของที่เรามอบให้เจ้า จะส่งต่อให้ผู้อื่นตามใจชอบได้อย่างไร?”

“เสด็จพ่อทรงสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่หนิงก้มหน้ากล่าวอย่างนอบน้อม “เป็นเพราะลูกเพิ่งมาถึงจึงไม่เข้าใจกฎระเบียบ ถือโอกาสใช้ของขวัญแรกพบนี้เป็นการขอโทษท่านพี่องค์รัชทายาท”

พูดจบ เขาก็หยิบห่อผ้าออกมาจากแขนเสื้อ

หลังจากคลี่ผ้าที่ห่อไว้หลายชั้นออก ก็เผยให้เห็นของที่อยู่ข้างใน...ใบชาสีเขียวมรกตกองหนึ่ง!

ฉู่หนิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงใจ “ข้ารู้ว่าองค์รัชทายาทและเสด็จพี่ทุกท่านไม่ได้ขาดแคลนของล้ำค่าหายากอันใด แต่ใบชานี้ข้าเป็นคนปลูกและเก็บด้วยตนเอง ถือเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ หวังว่าเสด็จพี่ทุกท่านจะรับไว้”

วุ่นวายมาตั้งนาน ทำทีลับ ๆ ล่อ ๆ บอกว่าเป็นของขวัญแรกพบ สุดท้ายกลับเป็นแค่ใบชากองหนึ่งอย่างนั้นหรือ?

แค่ชาเขียวธรรมดา ๆ ยังกล้าเอาออกมาให้ขายหน้าอีก?

มุมปากขององค์รัชทายาทกระตุก “น้ำใจของน้องสิบแปดพวกเราขอรับไว้ แต่ใบชานี้เจ้าเก็บไว้เองเถิด”

ฉู่หนิงถอนหายใจยาว “ท่านพี่องค์รัชทายาทไม่ชอบชาเขียวที่ข้าปลูกด้วยตนเองสินะ”

แววตาที่ผิดหวังนั้นถูกฮ่องเต้เห็นเข้าพอดี

เจ้าพวกลูกทรพี!

ถึงแม้ฉู่หนิงจะเป็นตัวตายตัวแทน แต่ก็เป็นน้องชายของพวกเจ้านะ

คนเขาให้ของขวัญยังจะรังเกียจอีก?

ฮ่องเต้เลิกคิ้ว “ยากนักที่ฉู่หนิงจะมีน้ำใจเช่นนี้ ใบชาพวกนี้เราและพวกเสด็จพี่ของเจ้ารับไว้แล้ว”

“จ้าวหมิง เจ้าเอาใบชาไปแบ่งให้พวกเขา”

หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงรับคำ แล้วรับใบชาจากมือของฉู่หนิงไปแบ่งให้เหล่าองค์ชายคนละเล็กน้อย เหลือส่วนใหญ่ไว้แล้วนำไปถวายข้างกายฮ่องเต้

องค์รัชทายาทมองใบชาที่เขียวจนเรืองแสงในมือ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

เดี๋ยวออกจากท้องพระโรงไปแล้ว จะหาหมาสักตัวโยนให้มันกิน!

“เสด็จพ่อ ธุระต่าง ๆ จบสิ้นแล้ว ควรจะเลิกว่าราชการได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทอดใจรอไม่ไหวที่จะโยนชาเขียวในมือทิ้ง

ฮ่องเต้พยักหน้าเล็กน้อย กำลังจะประกาศเลิกว่าราชการ ใครจะรู้ว่าฉู่หนิงกลับเอ่ยขึ้นมาทันที “เดี๋ยวก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

องค์รัชทายาทขมวดคิ้ว “เจ้ายังมีเรื่องอะไรอีก?”

ฉู่หนิงทำท่าทีลำบากใจเล็กน้อย “ท่านพี่องค์รัชทายาท โบราณกล่าวไว้ว่าของขวัญเมื่อให้แล้วต้องได้รับคืน ข้ามอบของขวัญแรกพบให้เสด็จพี่ทุกท่านแล้ว แต่เสด็จพี่ทุกท่านยังไม่ได้มอบของขวัญแรกพบให้ข้าเลยนะ”

องค์รัชทายาทและเหล่าองค์ชายถึงกับตกตะลึง

ขอของขวัญแรกพบต่อหน้าธารกำนัล?

ยังมีคนหน้าหนาถึงเพียงนี้อีกหรือ?

ช่วยรู้จักอายบ้างได้หรือไม่!

ชาเขียวที่เจ้ามอบให้มันจะสักกี่อีแปะกันเชียว ยังกล้ามาทวงของขวัญตอบแทนจากพวกเขาอีกหรือ?

เหล่าขุนนางกลับเงียบกริบในยามนี้

ฉู่หนิงได้รับการยอมรับกลับสู่ราชวงศ์แล้ว ชื่อของเขาถูกบันทึกลงในบันทึกลำดับญาติของสำนักราชวงศ์ ตามหลักแล้ว เหล่าองค์ชายในฐานะผู้อาวุโสของฉู่หนิงก็ควรจะให้ของขวัญแรกพบจริง ๆ

แต่ว่า นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเหล่าองค์ชาย พวกเขาไม่อยากจะไปล่วงเกินเหล่าองค์ชายเพราะฉู่หนิง

บนบัลลังก์มังกร ในตอนแรกฮ่องเต้แสดงสีหน้าตกตะลึง ไม่เชื่อว่าฉู่หนิงจะกล้าขอของขวัญแรกพบด้วยตนเอง

แต่จากนั้นในแววตากลับเผยความยินดีออกมา

ต้องอย่างนี้สิ!

ฉู่หนิงก็เป็นองค์ชาย ทั้งยังได้รับการแต่งตั้งเป็นจวิ้นอ๋อง ก็ควรจะทัดเทียมกับองค์ชายคนอื่น ๆ

ของขวัญแรกพบนี้ จำเป็นต้องให้!

เมื่อมองเหล่าองค์ชายที่เงียบกริบ ฮ่องเต้ก็ใช้มือขวาลูบเคราแพะใต้คางแล้วแย้มสรวล “พวกเจ้าในฐานะพี่ชาย ตามความสัมพันธ์แล้วก็ควรจะมอบของขวัญแรกพบ”

“อีกทั้งเมื่อครู่พวกเจ้าก็เพิ่งรับของขวัญจากฉู่หนิงไป ตามหลักการแล้วก็ควรจะให้ของขวัญตอบแทนเช่นกัน”

เมื่อฮ่องเต้ตรัสออกมาแล้ว เหล่าองค์ชายก็ไม่อาจจะยืนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

องค์รัชทายาทเป็นคนแรกที่แสดงท่าที “เสด็จพ่อตรัสได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ ลูกยินดีมอบม้าดีสิบตัวให้แก่น้องสิบแปด!”

ม้าชั้นดีหนึ่งตัวอย่างน้อยก็ต้องราคาสองร้อยตำลึง!

องค์รัชทายาทมอบของขวัญตอบแทน จะให้แค่ม้าตัวเดียวก็คงไม่ได้

แต่ก็ไม่อาจมอบของที่ล้ำค่าเกินไป ม้าสิบตัวจะว่ามากก็ไม่มาก จะว่าน้อยก็ไม่น้อย

องค์ชายคนอื่น ๆ ต่างคำนวณมูลค่าในใจ แล้วพากันก้าวออกมา

“น้องสิบแปด พี่มีร้านขายผ้าสองแห่งทางใต้ของเมืองขอมอบให้เจ้า!”

“พี่มอบร้านตีเหล็กสองแห่งให้เจ้า!”

“พี่มอบผ้าไหมหนึ่งร้อยพับ!”

“พี่มอบไข่มุกราตรีหนึ่งคู่!”

...

แม้ในใจจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาเอ่ยปากแล้ว ใครเล่าจะกล้าไม่ให้?

เมื่อคิดว่าของล้ำค่าของตนเองถูกฉู่หนิงใช้ชาเขียวแลกไป เหล่าองค์ชายก็รู้สึกพะอืดพะอมราวกับกลืนแมลงวันตายเข้าไปอย่างไรอย่างนั้น

แต่ฮ่องเต้กลับพอพระทัยอย่างยิ่ง ทรงลุกขึ้นยืนแล้วแย้มสรวลพลางตรัสว่า “ฉู่หนิงเอ๋ย ยังไม่รีบขอบคุณพวกเขาอีก”

“ขอบพระทัยเสด็จพี่ทุกท่าน!” ฉู่หนิงประสานมือคารวะเหล่าองค์ชายด้วยสีหน้าจริงใจ

ฮ่องเต้หัวเราะฮ่า ๆ “อย่างนี้สิถึงจะเหมือนครอบครัวเดียวกัน ต่อไปพวกเจ้าต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อปกป้องต้าฉู่ของเราให้รุ่งเรืองไปร้อยชั่วอายุคน”

“จริงสิ เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมที่นี่ เราจะส่งองครักษ์สองนายติดตามเจ้าไป เผื่อว่าเจ้าจะไม่รู้จักทาง”

“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ!”

ฉู่หนิงประสานมือคารวะ จากนั้นองครักษ์สองนายก็เดินตามเขาออกไปพร้อมกัน

แต่ในขณะนี้ องค์รัชทายาทฉู่เวยกลับจ้องมองแผ่นหลังของฉู่หนิงที่เดินจากไปอย่างเย็นชา

ไม่สิ พูดให้ถูกคือ เขากำลังจ้องมองกระบี่คู่กายของฮ่องเต้ในมือของฉู่หนิง!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
แปะจื้อ ลิ่ม
ดำเนินเรื่องได้ดีครับ
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Latest chapter

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 876

    “เพียงแคว้นเราระดมกองทัพ บุกยึดแคว้นจ้าวให้ราบในคราเดียว ย่อมทำลายพันธมิตรระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเยี่ยนได้”“แผนนี้ไม่เลว ต่อให้สองแคว้นยกทัพมาอย่างดุดัน เราก็สามารถรับมือและทำลายได้ด้วยกำลังตน นับว่ามีความองอาจ!”วาจานี้เอ่ยออกมา องค์รัชทายาทดวงตาสว่างวาบ ก้าวออกมาแล้วเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า “กลยุทธ์นี้ไม่เลวจริงๆ ได้รับคำชมจากเสด็จพ่อเช่นนี้ คนผู้นี้ย่อมคู่ควรตำแหน่งจอหงวน!”ยามนี้ย่อมต้องผลักดันหยางเหวินเทาให้ขึ้นเป็นจอหงวนอย่างสุดกำลังเช่นนี้ไม่เพียงสกัดเติ้งหงเหวินไม่ให้ได้ตำแหน่งจอหงวน ยังสามารถดึงหยางเหวินเทาเข้าฝ่ายตนได้อย่างสมบูรณ์ทว่าฮ่องเต้พอได้ฟังกลับทรงพระสรวลเสียงดัง “ไม่รีบ รอเราพูดให้จบก่อนค่อยตัดสิน”ตรัสจบ ฮ่องเต้หยิบข้อสอบฉบับที่สองขึ้นมา “นี่คือข้อสอบของหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเสนอให้แคว้นเราใช้ยุทธวิธีหนึ่งรุกหนึ่งรับ”“ด้านหนึ่งโจมตีแคว้นจ้าวอย่างต่อเนื่องในทิศปิงโจว อีกด้านหนึ่งให้แม่ทัพใหญ่นำกองทัพตั้งรับป้องกัน”“แผนนี้รุกก็ได้ ถอยก็ได้ บุกหรือถอยล้วนเหมาะสม นับว่าใช้ได้ทั้งสองทาง สมแล้วที่เป็นกลยุทธ์ชั้นยอด”สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อยฟังจากถ้อยคำนี้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 875

    ฮ่องเต้ก็คือฮ่องเต้ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่เหนือความคาดหมายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการสอบหน้าพระที่นั่งจะไม่ถามเกี่ยวกับความเข้าใจในตำรา ไม่ใช่การเสนอนโยบายต่อราชสำนัก แต่เป็นการวิเคราะห์และวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ของแคว้นฉู่ในปัจจุบันแม้แต่ฉู่หนิงก็ยังต้องเลิกคิ้วมองฮ่องเต้แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ก็มีฝีมือไม่เบาจริง ๆการตั้งโจทย์แบบนี้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงต้องมีสติปัญญา แต่ยังต้องมีความกล้ามากด้วยอย่างไรแล้วฮ่องเต้ก็จะแต่งตั้งผู้ที่สอบได้สามอันดับแรก เช่นนั้นก็หมายความว่าจะต้องวิจารณ์คำตอบของทั้งสามคนกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฮ่องเต้ต้องการแสดงจุดยืน!และจุดยืนที่ฮ่องเต้ทรงมีต่อแนวหน้า จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสงครามหลังจากนี้ขณะที่ฉู่หนิงกำลังคิด ฮ่องเต้ก็ทรงตรัสด้วยเสียงกังวาน “บัดนี้พวกเจ้ารู้โจทย์แล้ว เริ่มตอบกันได้ กำหนดเวลาหนึ่งชั่วยาม!”ผู้เข้าสอบพากันประสานมือคำนับแล้วไปนั่งประจำที่เพื่อตอบคำถามทั่วทั้งลานกว้างเงียบสงัด มีเพียงเสียง “ซ่า ๆ ” ของพู่กันที่ขีดเขียนบนกระดาษฮ่องเต้กลับไปประทับที่บัลลังก์ตามเดิม หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงนำน้ำชาไปถวาย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 874

    การดึงตัวคนเข้าพวกของบรรดาองค์ชายและตระกูลใหญ่ยังคงดำเนินต่อไปตระกูลใหญ่บางตระกูล ถึงขั้นยกบุตรสาวให้แต่งงานกับคนที่สอบผ่านเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นเพียงแต่ประกาศต่อภายนอกว่าเป็นการหมั้นหมาย หากจะแต่งงานก็ต้องรอให้ผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งไปก่อน รอให้ได้เป็นบัณฑิตชั้นสูงและมีตำแหน่งขุนนางก่อนจึงจะแต่งงานได้แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น เมืองหลวงในช่วงสามวันนี้ก็คึกคักมากงานหมั้นต้องใช้สิ่งของมากมาย ไม่ว่าจะร้านขายผ้า ร้านข้าวสาร หรือร้านขายผัก ก็มีลูกค้าเนืองแน่นเหตุการณ์นี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองหลวงโดยอ้อม!ฮ่องเต้ทรงทราบเรื่องนี้เช่นกันแต่กลับวางเฉย ไม่ได้ส่งคนมาขัดขวางแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นชอบหรือคัดค้าน ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินตามธรรมชาติสำหรับฮ่องเต้แล้ว เศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้จัดเก็บภาษีได้มากขึ้นตราบใดที่มีเงิน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตกลงกันได้ทั้งนั้น!ฮ่องเต้ที่ขัดสนมานานย่อมไม่ตัดช่องทางหาเงินของตัวเองจวบจนถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามวันต่อมา เมืองหลวงจึงค่อยกลับสู่ความสงบวันนี้เป็นวันที่เข้าสู่เดือนที่เก้า อากาศปลอดโปร่งเย็นสบายผู้เข้าสอบกลุ่มใหญ่มาร

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 873

    ข่าวเรื่องที่เติ้งหงเหวินเลือกองค์ชายสิบฉู่ฮั่น แพร่กระจายเร็วประหนึ่งติดปีกวันต่อมา ทั่วทั้งเมืองหลวงก็รู้เรื่องนี้กันหมดแล้วตำหนักบูรพาองค์รัชทายาทมีสีหน้าบึ้งตึง เขามองเสนาบดีกรมโยธาเหอเผิงที่มารายงาน กล่าวเสียงเย็นว่า“นึกไม่ถึงว่าเติ้งหงเหวินจะไม่เห็นคุณค่าแบบนี้ หึ วิธีการซื้อใจคนของเจ้าสิบนี่ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ!”แม้จะโมโห แต่เขารู้สึกเสียดายมากกว่าหากรู้แต่แรกว่าเติ้งหงเหวินให้ความสำคัญกับครอบครัวขนาดนี้ เขาน่าจะชิงเสนอตัวดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายก่อนแต่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ถูกเจ้าสิบชิงตัดหน้าไปแล้วเหอเผิงมีสีหน้าเจ็บใจเช่นกัน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ นึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่สนใจเงินทองและตำแหน่ง คาดไม่ถึงจริง ๆ”“แต่ว่า ในเมื่อเขาไม่อาจทำงานเพื่อท่านได้ เช่นนั้นก็ต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้เขาได้เป็นจอหงวน!”จอหงวนจะต้องถูกใช้งานในหน้าที่สำคัญแน่นอนเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้เป็นจอหงวนก็จบแล้วไม่ใช่หรือ?องค์รัชทายาทหรี่ตา “ใต้เท้าเหอกล่าวได้มีเหตุผล ท่านรีบไปติดต่อคนอื่น ๆ สั่งให้พวกเขาให้การสนับสนุนข้าในอีกสามวัน ต้องขัดขวางไม่ให้เติ้งหงเหวินเป็นจอหงวน!”“พ่ะย่ะค่ะ!” เหอเผิงรับคำสั่งแล้วไป

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 872

    “ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์ไม่คิดว่าท่านอาจารย์ไร้ความรู้ ข้าเคยอ่านผลงานชิ้นเอกของท่านมาก่อน!”ฉู่หนิงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าหมายถึงกลอนคู่ที่ข้าแต่งในงานอภิเษกหรือ? นั่นเป็นแค่กลอนที่พระชายาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า”แต่เติ้งหงเหวินกลับพูดเสียงหนักแน่น “ไม่ พระชายาฉู่อ๋องเป็นอัจฉริยะหญิงอันดับหนึ่งของแคว้นเรา นางไม่มีทางกระทำเรื่องเช่นนั้น”“นอกจากนี้ ด้วยกลอนวรรคแรกที่แต่งว่า ม่านหมอกคลุมน้ำหลิวรายล้อม ต่อให้เป็นพระชายาฉู่อ๋องก็ยังคิดประโยคถัดไปมาต่อไม่ได้ เช่นนี้นางจะเป็นผู้แต่งได้อย่างไร?”ต้องยอมรับว่าตรรกะของเติ้งหงเหวินมีน้ำหนักเยอะมากนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีผู้ใดสังเกตมาก่อน ทว่าเติ้งหงเหวินซึ่งไม่ได้อยู่เมืองหลวง กลับวิเคราะห์เรื่องราวได้แม้จะเป็นเพียงข่าวลือตามท้องถนนนี่คืออัจฉริยะ!ฉู่หนิงเริ่มเกิดความรู้สึกรักและเสียดายผู้มีพรสวรรค์“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่คนที่เอาแต่อ่านตำราจนไม่สนใจโลกภายนอก!”ฉู่หนิงมองเติ้งหงเหวินด้วยความชื่นชม หัวเราะเบา ๆ ว่า “แต่ไม่รู้ว่าเมื่อได้รับคำเชิญมากมายเช่นนี้ เจ้าจะเลือกอย่างไร?”คำพูดนี้ทำให้เติ้งหงเหวินนิ่งเงียบไปโชคดีที่ตอนนี้สาวใช้ยกสุราและอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 871

    หลังจากประกาศผลสอบ เมืองหลวงก็คึกคักเป็นพิเศษองค์ชายทั้งหมดทำการส่งเทียบเชิญไปยังผู้เข้าสอบลำดับต้น ๆ ทั้งหมด หมายจะดึงตัวมาเข้าพวกแม้แต่บรรดาตระกูลใหญ่ก็ไม่ยอมน้อยหน้า พากันเชิญบัณฑิตที่สอบผ่านมาร่วมงานเลี้ยงมีผู้สอบผ่านทั้งหมดหกร้อยคน ทุกคนต่างได้รับเทียบเชิญหนึ่งฉบับหรือไม่ก็หลายฉบับบางคนยึดมั่นในอุดมการณ์และปฏิเสธ แต่บางคนก็รีบกระโจนเข้าหาเพราะฝักใฝ่ในอำนาจเรียกได้ว่าธาตุแท้ของมนุษย์เผยออกมาอย่างชัดเจนที่สุดในชั่ววินาทีนี้เมื่อมีชื่อติดประกาศ ขั้นต่อไปก็เพียงต้องผ่านการสอบหน้าพระที่นั่งแค่พอเป็นพิธี เท่านี้ก็จะได้เป็นบัณฑิตชั้นสูง นับว่ามีหน้ามีตาในแคว้นฉู่นี่เป็นโอกาสที่จะได้พลิกชีวิตสำหรับสามัญชน เป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานเพื่อที่จะเข้าสู่สังคมชั้นสูงวันนี้ จวนต่าง ๆ ภายในเมืองหลวงคึกคักตั้งแต่เที่ยงวันมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงฆ้องและกลองดังกระหึ่มไปทั่วเมืองหลวงแม้จะล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำก็ยังคงมีจวนที่ตีฆ้องไม่หยุด นี่เป็นการประกาศว่าดึงตัวอัจฉริยะมาเข้าพวกได้สำเร็จจวนฉู่อ๋อง ห้องโถงรับรองฉู่หนิงนั่งสง่าอยู่ในตำแหน่งประธาน สีหน้าราบเรียบบัดนี้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status