แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: สายลมไร้กาลเวลา
“หึ แค่ใบชาธรรมดา ๆ แลกกับม้าดีของข้าไปตั้งสิบตัว!”

ตำหนักบูรพา

องค์รัชทายาทฉู่เวยโกรธจนหน้าเขียว เขาขว้างถ้วยชาในมือลงบนพื้นอย่างแรง

แต่แค่นี้ยังไม่หายโกรธ เขากระทืบซ้ำลงไปบนใบชาที่อยู่บนพื้นสองครั้ง แล้วตะโกนออกไปข้างนอก “ใครก็ได้ เอาชาเขียวนี่ไปให้หมากิน!”

ชาเขียวนี่ก็เหมือนกับฉู่หนิง แค่เห็นก็รู้สึกขัดหูขัดตา!

องค์ชายเจ็ดผู้ซึ่งสนับสนุนองค์รัชทายาทมาตลอดหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่องค์รัชทายาท ไยต้องถือสาหาความกับคนที่กำลังจะตายด้วยเล่า?”

“ถือสาหาความหรือ?”

องค์รัชทายาทสีหน้ามืดมน “เสด็จพ่อประทานกระบี่คู่กายของเขาให้ฉู่หนิง กระบี่เล่มนั้นควรจะเป็นของข้า หากได้กระบี่คู่กายของเสด็จพ่อมา บารมีและชื่อเสียงของข้าจะเหนือกว่าองค์ชายคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง!”

มุมปากขององค์ชายเจ็ดยกยิ้มเล็กน้อย หัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยขึ้น “ฉู่หนิงนั่นก็เป็นแค่สามัญชนที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกมากนัก หากท่านพี่องค์รัชทายาทไปหาเขาด้วยตนเอง เขายังจะกล้าเก็บกระบี่คู่กายของเสด็จพ่อไว้อีกหรือ?”

แค่สามัญชนคนหนึ่ง จะกล้ามาแย่งชิงกระบี่คู่กายของฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทได้อย่างไร?

ถึงแม้จะได้รับการแต่งตั้งเป็นจวิ้นอ๋อง แต่ก็เป็นเพียงตำแหน่งลอย ๆ ที่ไม่มีทั้งอำนาจบารมี และไร้ที่ดินศักดินา

ดวงตาขององค์รัชทายาทหรี่ลง ฉายแววประหลาดใจระคนยินดี “มีเหตุผล ข้าจะไปด้วยตนเอง กระบี่ของเสด็จพ่อจะตกไปอยู่ในมือของคนแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”

องค์รัชทายาทสะบัดแขนเสื้อ แล้วมุ่งหน้าออกจากตำหนักไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในขณะเดียวกัน บนถนนใหญ่จูเชวี่ย ฉู่หนิงมองจวนหลังใหญ่ที่กินพื้นที่กว่าร้อยหมู่ตรงหน้า มุมปากก็กระตุกเล็กน้อย

จวนหลังใหญ่ขนาดนี้อยู่กันแค่สามคน ช่างฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว

“จวิ้นอ๋อง เชิญด้านในพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์ท่าทางน่าเกรงขามผายมือในลักษณะเชื้อเชิญ

ฉู่หนิงมองทั้งสองคนแวบหนึ่ง คนหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ากว้างคางหนาดูภูมิฐาน อีกคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าแดงก่ำคมเข้มราวกับผลพุทรา

เขาเดินเข้าไปในประตู พลางเอ่ยถาม “พวกเจ้าสองคนชื่ออะไร?”

“กวนอวิ๋นพ่ะย่ะค่ะ!”

“จ้าวอวี่พ่ะย่ะค่ะ!”

“ทั้งสองคนช่วยเตรียมชาร้อนให้ข้าด้วย อีกเดี๋ยวจะมีแขกมา” ฉู่หนิงสั่งการหนึ่งประโยค แล้วเริ่มเดินสำรวจไปรอบ ๆ จวน

กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่สบตากัน ดวงตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย

จวิ้นอ๋องท่านนี้มิใช่สามัญชนหรอกหรือ เหตุใดเพิ่งมาถึงเมืองหลวงก็มีแขกมาเยี่ยมเยียนแล้ว?

แม้ในใจจะสงสัย แต่ทั้งสองคนก็ยังคงออกไปเตรียมชาร้อน

ขณะเดียวกัน ภายในพระราชวัง ฮ่องเต้กำลังจิบชาอยู่

“ชานี้ไม่เลวเลย กลิ่นหอมฟุ้ง ทำให้เรารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้ว่าฉู่หนิงไปได้มาจากที่ใด”

ฮ่องเต้ถือถ้วยชา พลางเอ่ยชมไม่ขาดปาก

หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงยิ้มเบา ๆ “ยากนักที่ฝ่าบาทจะทรงโปรด วันพรุ่งนี้บ่าวจะให้เผิงไหลจวิ้นอ๋องนำชามาถวายอีกพ่ะย่ะค่ะ”

ระหว่างที่พูดคุยกัน บุรุษในชุดรัดกุมสีดำ สวมผ้าปิดหน้าสีดำคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นในตำหนัก

“ฝ่าบาท องค์รัชทายาทเสด็จออกจากวังไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ดวงตาของฮ่องเต้หรี่ลง วางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง “หึ เขาคงจะไปหาฉู่หนิงแล้วกระมัง!”

“ฝ่าบาททรงพระปรีชา!”

“จับตาดูเขาไว้ เราอยากจะเห็นนักว่าเขาคิดจะทำอะไร!”

“พ่ะย่ะค่ะ!”

ภายในลานด้านในของจวน ฉู่หนิงที่เดินสำรวจจนทั่วแล้วกำลังพิจารณากระบี่คู่กายของฮ่องเต้

ทันใดนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกจวน

“องค์รัชทายาทเสด็จ!”

สีหน้าของกวนอวิ๋นและจ้าวอวี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทั้งสองสบตากัน

จวิ้นอ๋องพูดถูกจริง ๆ ด้วย!

มีแขกมาเยือน!

“ท่านพี่องค์รัชทายาทเสด็จมาเยือน ขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ โปรดอภัยให้ด้วย!” ฉู่หนิงแสร้งทำสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่งแล้วเดินเข้าไปต้อนรับ

องค์รัชทายาทพอใจกับท่าทีของฉู่หนิงมาก

อยู่ต่อหน้าเขา ก็ควรจะอ่อนน้อมเช่นนี้!

“ข้ามาโดยไม่ได้บอกกล่าว น้องสิบแปดจะมีความผิดได้อย่างไรกัน?”

“ท่านพี่องค์รัชทายาทเชิญด้านในขอรับ ใครก็ได้ ยกชามา!”

ฉู่หนิงเชิญองค์รัชทายาทเข้าไปในห้องโถง องค์รัชทายาทก็นั่งลงบนที่นั่งหลักอย่างไม่เกรงใจ

ส่วนฉู่หนิง ทำได้เพียงยืนอยู่เท่านั้น

กวนอวิ๋นยกชาเข้ามา แต่รัชทายาทไม่แม้แต่จะชายตามอง สายตาของเขามีเพียงกระบี่คู่กายของฮ่องเต้เท่านั้น!

มุมปากของฉู่หนิงยกยิ้มเล็กน้อย แอบหัวเราะเยาะในใจ

รู้อยู่แล้วว่าเจ้าหมอนี่ไม่ประสงค์ดี ตั้งแต่อยู่ในท้องพระโรง สายตาก็ไม่เคยละไปจากกระบี่เล่มนี้เลย

อยากได้ใช่หรือไม่?

เช่นนั้นก็คงต้องจ่ายหนักหน่อยแล้ว!

ในราชวงศ์ที่ไร้ซึ่งความปรานีเช่นนี้ หากไร้ซึ่งเงินทอง อำนาจ และกองกำลัง ไม่ช้าก็เร็วจะต้องถูกฆ่าตายอยู่ดี

ต้องสร้างกองกำลังของตัวเองขึ้นมา!

ก็เริ่มหาเงินจากองค์รัชทายาทผู้เป็นแหล่งเงินทุนชั้นดีนี่ก่อนเลยแล้วกัน!

“ไม่ทราบว่าท่านพี่องค์รัชทายาทมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใด?” ฉู่หนิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามก่อน

องค์รัชทายาทกล่าวอย่างเรียบเฉย “น้องสิบแปดเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ข้าจึงตั้งใจแวะมาดูว่าเจ้าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือไม่ และถือโอกาสนำของขวัญที่รับปากไว้มามอบให้เจ้าด้วย”

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าซาบซึ้งใจ “ขอบพระทัยท่านพี่องค์รัชทายาท!”

“คำขอบคุณปากเปล่าก็ไม่ต้องแล้ว เอาอะไรที่มันจับต้องได้ดีกว่า!”

องค์รัชทายาทยื่นมือชี้ไปที่กระบี่คู่กายของฮ่องเต้ในมือฉู่หนิง หรี่ตาลงแล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้ม “กระบี่เล่มนี้ เสด็จพ่อเคยตรัสไว้ว่าจะเก็บไว้ให้ข้า”

ให้ตายเถอะ นี่มันปล้นกันซึ่ง ๆ หน้าชัด ๆ

ไม่คิดจะปิดบังกันเลย!

แต่ว่า คิดจะปล้นของจากมือฉู่หนิงคนนี้ เช่นนั้นก็ต้องจ่ายหนักหน่อย!

ฉู่หนิงแสดงสีหน้าไม่เต็มใจ “กระบี่เล่มนี้เป็นของที่เสด็จพ่อพระราชทานให้ หากมอบให้ท่านพี่องค์รัชทายาท เกรงว่าจะอธิบายกับทางเสด็จพ่อได้ยากนะขอรับ”

อธิบาย?

คนใกล้ตายอย่างเจ้า จะต้องอธิบายอะไร?

องค์รัชทายาทแค่นเสียงอย่างดูถูก ทำท่าทีสูงส่งอยู่เหนืออีกฝ่าย “ข้าจะเอาของมาแลกกับกระบี่เล่มนี้กับเจ้า คิดว่าหากเสด็จพ่อทรงทราบก็คงไม่ตำหนิเจ้าหรอก”

“เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ย่อมขาดแคลนของหลายอย่าง เจ้าต้องการอะไรก็บอกมาได้เลย!”

ขอเพียงแค่ฉู่หนิงยอมมอบกระบี่ออกมาด้วยความเต็มใจ ต่อให้ฮ่องเต้ทรงทราบ ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ฉู่หนิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ “ในเมื่อท่านพี่องค์รัชทายาทเอ่ยปากแล้ว ข้าก็มิอาจปฏิเสธได้ ตอนนี้ข้ากำลังจะไปทัพหน้าเพื่อสู้รบกับแคว้นศัตรู จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เหล่าทหาร!”

ต้องการเงิน?

เหตุใดไม่พูดแต่แรกเล่า!

ในฐานะองค์รัชทายาท อะไรก็ไม่มีมากเท่าเงิน!

“เจ้าต้องการเงินเท่าไร?”

“ท่านพี่องค์รัชทายาทเห็นว่ากระบี่เล่มนี้มีค่าเท่าใด ก็ให้เท่านั้นเถิดขอรับ”

พูดจบ ฉู่หนิงก็โยนกระบี่ในมือไปให้องค์รัชทายาท โดยไม่มีทีท่าอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย

องค์รัชทายาทถึงกับงุนงงไปเล็กน้อย

นี่คือกระบี่คู่กายของฮ่องเต้เชียวนะ ในยามคับขันสามารถช่วยชีวิตได้!

เจ้าฉู่หนิงนี่ไม่รู้เรื่องจริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่?

ช่างเถอะ จะไปสนใจเรื่องพวกนี้ทำไม

ไม่ว่าฉู่หนิงจะมอบกระบี่ให้จากใจจริงหรือไม่ อย่างไรเสียกระบี่ก็มาอยู่ในมือแล้ว!

เมื่อมองดูกระบี่ที่ใฝ่ฝันมาตลอดในมือ มือขององค์รัชทายาทก็อดสั่นเทาไม่ได้ ในใจรู้สึกตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง

มีกระบี่เล่มนี้แล้ว เขาก็สามารถข่มองค์ชายคนอื่น ๆ ได้อย่างสิ้นเชิง!

ฉู่หนิงผู้นี้ ช่วยเขาได้มากจริง ๆ

เหลือบมองฉู่หนิงที่ก้มหน้าอยู่ องค์รัชทายาทก็หัวเราะเสียงดัง แล้วเดินเข้าไปตบบ่าเขา “น้องสิบแปดใจกว้างเช่นนี้ ข้าก็จะใจแคบไม่ได้!”

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าให้เงินเจ้าห้าหมื่นตำลึง เป็นอย่างไร?”

ฉู่หนิงนิ่งเงียบไปทันที

เขาคิดว่าองค์รัชทายาทจะให้มากสุดก็แค่หนึ่งหมื่นตำลึง ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายเอ่ยปากก็ให้ถึงห้าหมื่นตำลึง

เขาประเมินความสามารถขององค์รัชทายาทต่ำไปเสียแล้ว

องค์รัชทายาทเห็นฉู่หนิงไม่พูดไม่จา ก็นึกว่าเขายังคิดว่าน้อยไป จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “หกหมื่นตำลึงคงได้แล้วกระมัง!”

ไม่ใช่แค่ได้สิ แต่มันยอดเยี่ยมไปเลยต่างหาก!

ฉู่หนิงรีบพยักหน้า “ท่านพี่องค์รัชทายาทว่าเท่าไรก็เท่านั้นขอรับ”

“ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ เจ้าช่างรู้จักกาลเทศะนัก ข้าพอใจมาก เดี๋ยวจะให้คนส่งเงินมาให้ทันที!”

องค์รัชทายาทพูดพลางขยับเข้าไปใกล้ฉู่หนิง กล่าวเตือนด้วยเสียงต่ำ “แต่เรื่องนี้เจ้าห้ามบอกเสด็จพ่อเด็ดขาด มิเช่นนั้นเงินของข้าจะถูกเรียกคืนทั้งหมด!”

ฉู่หนิงรีบโบกมือ “องค์รัชทายาทโปรดวางใจ ข้าจะไม่เอ่ยเรื่องนี้กับเสด็จพ่อเด็ดขาด!”

องค์รัชทายาทพอใจมาก จากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ

ในลานบ้าน กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่เห็นองค์รัชทายาทจากไปพร้อมกับกระบี่คู่กายของฮ่องเต้ ทั้งสองคนก็ร้อนใจขึ้นมาทันที

“จวิ้นอ๋อง กระบี่เป็นของที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ ตอนนี้ถูกองค์รัชทายาทเอาไปแล้ว ฝ่าบาทต้องลงโทษท่านแน่พ่ะย่ะค่ะ!”

“องค์รัชทายาทยังเสด็จไปได้ไม่ไกล จวิ้นอ๋องรีบตามไปทวงคืนเถิด!”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย หัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยขึ้น “ไม่ต้องรีบร้อน รอดูสถานการณ์ไปก่อน!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
ธงชัย ชัยเจริญสกุล
ดีมาก​ๆๆๆๆๆๆๆไ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status