แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: สายลมไร้กาลเวลา
“ฝ่าบาท องค์รัชทายาททรงนำกระบี่คู่กายที่ฝ่าบาทพระราชทานให้เผิงไหลจวิ้นอ๋องไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ภายในพระราชวัง องครักษ์เงาได้นำข่าวล่าสุดที่ได้รับมารายงาน

ฮ่องเต้ที่กำลังจิบชาอยู่แทบจะสำลักน้ำชา

พระเนตรเบิกกว้างราวกับระฆังทองแดง!

กระบี่คู่กายที่เรามอบให้ฉู่หนิง องค์รัชทายาทกล้าดีอย่างไรถึงได้เอาไป?

เจ้าลูกทรพีนี่ ช่างกล้าหาญยิ่งนัก!

ความโกรธแล่นขึ้นสู่สมองในชั่วพริบตา น้ำชาที่ติดอยู่ในลำคอถูกกลืนลงไปอย่างยากลำบาก

“บังอาจ!”

ฮ่องเต้ทุบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน ตวาดเสียงดังลั่น “ไปเรียกเจ้าลูกทรพีนั่นมาพบเรา!”

กระบี่เล่มนั้น เป็นเพียงของที่มอบให้ฉู่หนิงในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

รอจนฉู่หนิงพลีชีพในสงครามที่แนวหน้า กระบี่เล่มนั้นก็ยังคงเป็นขององค์รัชทายาทอยู่ดี!

แต่องค์รัชทายาทรีบร้อนเอากระบี่กลับไปเช่นนี้ หรือคิดว่าเราผู้เป็นฮ่องเต้ไม่มีตัวตนอยู่หรือไร?

องครักษ์เงาเหลือบมองฮ่องเต้ที่ทรงพิโรธ มุมปากก็กระตุก ไม่รู้ว่าควรจะพูดความจริงออกไปดีหรือไม่

“เจ้ายังจะยืนเหม่ออะไรอยู่ ยังไม่รีบไปถ่ายทอดคำสั่งอีก?”

สายพระเนตรของฮ่องเต้เย็นเยียบ ถ้วยชาในมือก็ถูกขว้างลงบนโต๊ะอย่างแรง

องครักษ์เงาอธิบายอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาท กระบี่เล่มนั้นเป็นของที่เผิงไหลจวิ้นอ๋องขายให้กับองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”

ขาย... ขายหรือ?

ฮ่องเต้ตกตะลึงไปชั่วขณะ

กระบี่คู่กายของเรา ฉู่หนิงกลับเอาไปขายหรือ?

ฮ่องเต้ทรงรู้สึกผิดหวังที่บุตรชายไม่เอาไหน พระหัตถ์ทั้งสองข้างกำแน่น ตรัสถามเสียงเย็น “เขาขายได้เงินเท่าไร?”

องครักษ์เงาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงตอบตามความจริง “หกหมื่นตำลึงพ่ะย่ะค่ะ”

“เท่าใดนะ?”

ฮ่องเต้ทรงนึกว่าพระองค์ฟังผิดไป

“หกหมื่นตำลึงพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาตอบเสียงดังขึ้น

“ลูกทรพี เจ้าลูกทรพีเอ๊ย!”

ฮ่องเต้ทรงกริ้วจนเดินไปเดินมาอยู่ที่เดิม “กระบี่คู่กายของเรามีค่าแค่หกหมื่นตำลึงอย่างนั้นหรือ?”

องครักษ์เงาถึงกับตะลึง

ที่แท้ที่ฮ่องเต้ทรงกริ้ว มิใช่เพราะเผิงไหลจวิ้นอ๋องนำกระบี่ไปขาย

แต่ทรงกริ้วที่เขาไม่รู้จักคุณค่าของมันต่างหาก!

“ไม่สิ เดิมทีฉู่หนิงก็เติบโตในหมู่สามัญชน เขาไม่รู้คุณค่าของกระบี่คู่กายของเราก็เป็นเรื่องที่ให้อภัยได้”

ฮ่องเต้ทรงถอนหายใจยาว สีพระพักตร์ผ่อนคลายลงไม่น้อย “เงินหกหมื่นตำลึง สำหรับคนที่มีพื้นเพเป็นสามัญชนแล้ว ถือเป็นราคาสูงลิบลิ่วจริง ๆ !”

แต่แล้วสีพระพักตร์ก็กลับมาเคร่งขรึม “แต่ฉู่หนิงไม่รู้ แล้วองค์รัชทายาทก็ไม่รู้ด้วยหรือไร?”

“หึ นี่เขาจงใจรังแกฉู่หนิงที่ไม่เคยเห็นโลกกว้าง เอาเงินแค่นี้มาแลกกระบี่คู่กายของเราไป!”

ฮ่องเต้ยิ่งคิดก็ยิ่งกริ้ว พระหัตถ์ทั้งสองข้างกำแน่น สายตาฉายแววไม่พอพระทัยออกมาแวบหนึ่ง

องค์รัชทายาทมีความทะเยอทะยานสูง ในฐานะฮ่องเต้แล้วมีหรือจะไม่รู้

แต่ฉู่หนิงกำลังจะไปเป็นตัวตายตัวแทนที่แนวหน้าอยู่แล้ว องค์รัชทายาทยังจะไปแย่งชิงของของฉู่หนิงอีก มันจะเกินไปแล้ว!

“ใครก็ได้ ถ่ายทอดราชโองการเดี๋ยวนี้ ให้องค์รัชทายาทคัดลอกพระคัมภีร์หนึ่งจบเพื่อถวายในวันคล้ายวันพระราชสมภพของฮองเฮาในเดือนหน้า!”

ฮ่องเต้หรี่พระเนตรลง น้ำเสียงเย็นชา “จนกว่าจะคัดลอกพระคัมภีร์เสร็จสิ้น ไม่อนุญาตให้เขาออกจากตำหนักบูรพา!”

“พ่ะย่ะค่ะ!” หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงที่อยู่ด้านนอกรับคำ กำลังจะไปถ่ายทอดราชโองการ

แต่เพิ่งจะหันหลัง น้ำเสียงของฮ่องเต้ก็ดังมาจากในตำหนักอีกครั้ง “รอให้ฉู่หนิงได้รับเงินจากองค์รัชทายาทก่อน แล้วค่อยไปถ่ายทอดราชโองการที่ตำหนักบูรพา!”

“บ่าวเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ทรงต้องการช่วยเผิงไหลจวิ้นอ๋องนี่เอง

บอกว่าให้คัดลอกพระคัมภีร์ แท้จริงแล้วก็คือการกักบริเวณ

จ้าวหมิงเป็นคนหัวไว เมื่อคิดได้แล้ว ก็กระซิบเบา ๆ “ฝ่าบาท เช่นนั้นกระบี่คู่กาย...”

ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็น “ในเมื่อเผิงไหลจวิ้นอ๋องขายให้องค์รัชทายาทไปแล้ว เราก็ไม่สะดวกที่จะเรียกคืน แต่ว่า เราก็ไม่ได้มีกระบี่แค่เล่มเดียวนี่!”

“หลังจากเจ้าไปถ่ายทอดราชโองการที่ตำหนักบูรพาแล้ว จงนำหอกที่เราเคยใช้สมัยหนุ่ม ๆ ไปมอบให้เผิงไหลจวิ้นอ๋อง!”

ดวงตาของจ้าวหมิงเบิกกว้าง เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา แต่ก็ยังคงรับคำแล้วรีบออกไปจัดการทันที

องครักษ์เงาที่อยู่ในตำหนักก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน

กระบี่คู่กาย เป็นสัญลักษณ์ของฐานะฮ่องเต้ เปรียบเสมือนฮ่องเต้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง สามารถข่มผู้คนมากมายได้

แต่หอกเล่มนั้น เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้เคยใช้ในการทำศึกสงครามในอดีต

มีหอกเล่มนี้อยู่ในมือ ก็มีอำนาจในการประหารก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลัง!

เมื่อเทียบกับกระบี่คู่กายแล้ว หอกที่ฮ่องเต้เคยใช้กลับน่าเกรงขามยิ่งกว่า!

องครักษ์เงารีบทูลเตือน “ฝ่าบาท พระองค์พระราชทานหอกประกายเงินให้เผิงไหลจวิ้นอ๋อง หากเขาใช้หอกนี้ก่อความวุ่นวาย เกรงว่าจะจัดการได้ยากพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้เหลือบมององครักษ์เงาแวบหนึ่ง “ก่อความวุ่นวาย? เจ้าคิดว่าฉู่หนิงรู้หรือไม่ว่าหอกเล่มนี้แสดงถึงอะไร?”

มุมปากขององครักษ์เงากระตุก

เผิงไหลจวิ้นอ๋องแม้แต่กระบี่คู่กายของฮ่องเต้ก็ยังกล้าขาย ดูท่าว่าจะไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของกระบี่คู่กายจริง ๆ

แต่การไปแนวหน้า ก็จำเป็นต้องมีของที่สามารถข่มเหล่าทหารเบื้องล่างได้ แค่อาศัยฐานะองค์ชายของเผิงไหลจวิ้นอ๋องอย่างเดียวย่อมไม่พอ

การมีหอกประกายเงินที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ต่างหากที่จะทำให้เหล่าทหารในแนวหน้ายอมเชื่อฟังคำสั่ง!

คำพูดนับพันนับหมื่น สุดท้ายก็รวมกันเป็นประโยคเดียว “ฝ่าบาททรงพระปรีชา!”

...

ณ ตำหนักบูรพา องค์รัชทายาทมองกระบี่คู่กายของฮ่องเต้ในมือด้วยสีหน้าตื่นเต้นยินดี

“ความปรารถนาที่ยาวนานหลายปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้สมหวังเสียที!”

เมื่อมองไปยังตัวกระบี่สีทองอร่าม องค์รัชทายาทก็อดไม่ได้ที่จะตวัดร่ายรำกระบี่ออกมา

ในหัวนึกถึงภาพที่ตนเองใช้กระบี่เล่มนี้ข่มองค์ชายคนอื่น ๆ แล้ว

มีกระบี่เล่มนี้อยู่ในมือ ต่อไปนี้องค์ชายในเมืองหลวงแห่งนี้จะต้องยอมสยบต่อเขา!

แต่ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกตำหนัก

ทันใดนั้น เสียงแหลมเล็กของจ้าวหมิงก็ดังขึ้น “มีพระราชโองการจากฝ่าบาท!”

องค์รัชทายาทรีบเก็บกระบี่ให้ดี แล้วออกมาทำความเคารพนอกตำหนัก

จ้าวหมิงกล่าวอย่างเรียบเฉย “เดือนหน้าเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของฮองเฮา เพื่อแสดงความกตัญญู องค์รัชทายาทจำต้องคัดลอกพระคัมภีร์หนึ่งจบด้วยพระองค์เอง ก่อนที่จะคัดลอกพระคัมภีร์เสร็จสิ้น ไม่อนุญาตให้ออกจากตำหนักบูรพา!”

องค์รัชทายาทพลันตกตะลึงไป

เสด็จพ่อหมายความว่าอย่างไร?

คัดลอกพระคัมภีร์ก็คัดลอกไปสิ แต่การห้ามออกจากตำหนักบูรพาก็คือการกักบริเวณดี ๆ นี่เอง

ทุกอย่างก็กำลังไปได้ด้วยดี เหตุใดจู่ ๆ ถึงมากักบริเวณข้า?

เดี๋ยวนะ...

หรือจะเป็นเพราะเรื่องที่ข้าซื้อกระบี่คู่กายของเสด็จพ่อมาจากในมือของฉู่หนิง?

แต่นี่มันเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างสมัครใจนะ!

ใบหน้าขององค์รัชทายาทฉายแววโกรธเกรี้ยว ในใจรู้สึกขุ่นเคืองอย่างยิ่ง

“องค์รัชทายาท รับราชโองการเถิด”

จ้าวหมิงเห็นองค์รัชทายาทนิ่งเฉยอยู่นาน จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน

สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เรื่องนี้ข้าจะไปทูลถามเสด็จพ่อให้เข้าใจด้วยตนเอง!”

สายตาของจ้าวหมิงเย็นชา น้ำเสียงก็กลายเป็นเย็นเยียบ “องค์รัชทายาทคิดจะขัดราชโองการหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าไม่ได้จะขัดราชโองการ...”

“ในเมื่อไม่ได้จะขัดราชโองการ เช่นนั้นก็น้อมรับราชโองการเถิด!”

จ้าวหมิงกล่าวเสียงทุ้ม “ฝ่าบาทได้ส่งทหารรักษาพระองค์มาเพื่อคุ้มกันองค์รัชทายาทที่นี่แล้ว ช่วงเวลานี้ท่านเพียงแค่ตั้งใจคัดลอกพระคัมภีร์ก็พอ!”

สิ้นเสียง ก็มีทหารรักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งบุกเข้ามา

สีหน้าขององค์รัชทายาทดูย่ำแย่เล็กน้อย

ฮ่องเต้ถึงกับส่งทหารรักษาพระองค์มาจับตาดูข้า!

วีรบุรุษย่อมไม่สู้ในศึกที่เสียเปรียบ อย่างไรเสีย กระบี่คู่กายของเสด็จพ่อก็มาอยู่ในมือแล้ว!

“ลูก...น้อมรับราชโองการ!” องค์รัชทายาทกัดฟันตอบรับ

หนึ่งชั่วยามต่อมา ณ จวนเผิงไหลจวิ้นอ๋อง ฉู่หนิงกำลังนั่งนับเงินอยู่ในห้องหลังเรือน

โตมาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเงินมากมายขนาดนี้ หีบใหญ่กว่าสิบใบเชียวนะ

ในขณะนั้น ก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก “ราชโองการมาถึงแล้ว!”

ฉู่หนิงโยนเงินในมือทิ้ง รีบออกไปรับราชโองการทันที

แม้จะไม่รู้ว่าฮ่องเต้ชราจอมตระหนี่ผู้เป็นบิดาจะส่งราชโองการมาตอนนี้ด้วยเรื่องอันใด แต่ต้องเกี่ยวข้องกับการที่เขาขายกระบี่ไปอย่างแน่นอน

จ้าวหมิงเหลือบมองฉู่หนิงที่ก้มหน้าก้มตาดูท่าทางไม่มีพิษมีภัย จากนั้นถอนหายใจยาว แล้วค่อย ๆ อ่านราชโองการ “เผิงไหลจวิ้นอ๋องในฐานะองค์ชายกำลังจะเดินทางไปยังแนวหน้า เรามีความยินดียิ่ง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อบ้านเมืองของเผิงไหลจวิ้นอ๋อง จึงขอพระราชทานหอกประกายเงิน!”

ทันใดนั้น ทหารรักษาพระองค์คนหนึ่งที่สวมชุดเกราะสีดำซึ่งอยู่ด้านหลัง ก็ยื่นหอกยาวสีขาวราวกับหิมะเล่มหนึ่งออกมา

“ลูกน้อมรับราชโองการและขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณ!”

ฉู่หนิงยกยิ้มมุมปาก แล้วยิ้มให้จ้าวหมิงพลางเอ่ยขึ้น “รบกวนกงกงมาถ่ายทอดราชโองการแล้ว เงินจำนวนนี้ถือว่าข้าเลี้ยงน้ำชากงกงก็แล้วกัน”

เงินแท่งห้าสิบตำลึงถูกยื่นออกไป

จ้าวหมิงตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบโบกมือปฏิเสธ “การถ่ายทอดราชโองการเป็นหน้าที่ของบ่าวอยู่แล้ว เผิงไหลจวิ้นอ๋องมิต้องทำเช่นนี้ ในวังยังมีธุระ บ่าวขอทูลลาไปก่อน”

พูดจบก็ไม่รอให้ฉู่หนิงได้พูดอะไร หันหลังแล้วหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย

องค์รัชทายาทใช้เงินซื้อกระบี่คู่กาย ฮ่องเต้ก็กักบริเวณองค์รัชทายาทแล้ว

หากเขารับเงินของฉู่หนิงไป ฮ่องเต้คงได้สั่งตัดหัวเขาเป็นแน่!

ฉู่หนิงมองท่าทางตกใจกลัวของจ้าวหมิงแล้ว ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จากนั้นก็หันไปมองหอกยาวที่อยู่ในมือ

“จ้าวอวี่ กวนอวิ๋น พวกเจ้าว่าหอกเล่มนี้มีค่าสักกี่ตำลึง?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status