เข้าสู่ระบบบนเรือนแพที่ลอยเหนือสายน้ำอันเงียบสงบในคืนนี้แสงจันทร์อาบไล้หลังคาจากจนเป็นสีเงินยวบยาบ “อีอิ่ม” นอนพลิกกายไปมาบนเสื่อกกปูหยาบๆ ในหัวของมันยังแว่วเสียงหอบกระสันและจังหวะรุกรานที่ดุดันของท่านเจ้าคุณใหญ่กับคุณหญิงแม่ที่มันแอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้ กลิ่นอายของไอรักและความใคร่ที่ติดตรึงมานั้นทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งสรรพางค์กาย จนกระทั่ง “อ้ายมั่น” ผัวรักที่เพิ่งกลับจากปักเบ็ดเดินขึ้นมาบนแพ
มวยผมของอีอิ่มหลุดสยาย มันมิรอให้อ้ายมั่นได้ตั้งตัว มือเรียวรีบคว้าหมับเข้าที่สายเคียนพกของผัวรักแล้วกระชากลงด้วยความหิวกระหาย อ้ายมั่นถึงกับตาค้างเมื่อเห็นเมียรักที่ปกติมักจะเอียงอาย กลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่โถมเข้าใส่บดจูบอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นสาบโคลนและคาวปลาบนกายผัวกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายอีอิ่มให้เตลิด อ้ายมั่นมิต้องรอให้เรียกซ้ำ มันช้อนสะโพกเมียให้ลอยขึ้น แล้วใช้ฉมสกเรื้ออันเขื่องบุกทะลวงเข้าสู่ร่องรูสวาทของอีอิ่มอย่างหนักหน่วง เรือนแพสั่นสะเทือนตามจังหวะโยกคลอนจนน้ำในแม่น้ำกระเพื่อมไหวเป็นระลอก เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “ปึก ปึก ปึก...” ดังสลับกับเสียงน้ำที่ซัดกระเพื่อมเข้าหาตลิ่ง "เฉาะๆ แฉะๆ..." แทบจะแยกมิออกว่าเป็นเสียงระลอกน้ำในแม่น้ำหรือระลอกรักจากทางสวาทของอีอิ่มกันแน่ บทรักบทแรกเป็นเหมือนอาหารเรียกน้ำย่อย จบลงด้วยลีลารักแสนอร่อยของสองผัวเมียอย่างที่เคยร่วมรักกันอย่างอิ่มเอมใจ ไม่นานนักพายุสวาทรอบสองก็เริ่มโหมกระหน่ำมาอีกจากความเนิบนาบของอ้ายมั่นที่กระแทกทำให้มันไม่ทันใจ อีอิ่มจึงหมุนพลิกขึ้นมาสะบัดเอว โยกยั่วบดคลึงอวัยวะให้เสียดสีแนบแน่น จนอ้ายมั่นใจจะขาดรอนๆ มันกระแทกเอวสวนกลับอีอิ่มรุนแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ อ้ายมั่นที่ตาพร่าด้วยความเสียวซ่านกลับเสียบจ้วงผิดจังหวะ ปลายลำกล้องอันแข็งแกร่งกลับแฉลบไถลไปรุกล้ำเข้าสู่ "หลุมดำ" ของอีอิ่มที่ยังมิเคยมีสิ่งใดล่วงล้ำผ่าน อีอิ่มสะดุ้งตัวโยน กรีดร้อง "โอ๊ย.." ออกมาสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกจนหน้ามืด นางรีบดึงตัวออกห่างด้วยความตกใจ ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหน่วงหนึบและซ่านสยิวอย่างประหลาด ร่องรูทวารเต้น ตุบ..ตุบ.. ความอยากรู้อยากลองเริ่มครอบงำจิตใจ นางมองหน้าผัวที่กำลังละล้าละลังแล้วกัดฟันกระซิบ "อ้ายมั่น... เมื่อกี้มันเจ็บนัก ทว่าข้ากลับอยากลองอีกหน ลองดูซิว่าหากเจ้าใส่เข้าไปให้มิด รสชาติมันจะอร่อยเหมือนร่องรูข้างหน้าหรือไม่" อ้ายมั่นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันค่อยๆเอาดุ้นสวาทจุ่มละเลงน้ำรักจากร่องเนินเนื้อเมียมัน แล้วประจงแทรกกายเข้าสู่รูทางสวรรค์มืดดำที่คับแคบและรัดรึงกว่าเดิมหลายเท่าตัว อีอิ่มก้มหน้าจิกหมอนข้างยัดนุ่นจนขาดวิ่น แรงขยับที่ละเมียดละไมในตอนแรกค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นจนนางเริ่มครางเสียงหลง มันเจ็บปวดจนน้ำตาซึมทว่ามันช่าง "เอร็ดอร่อย" หน่วงหนักจนนางแทบขาดใจ เมื่อเห็นว่าอร่อยจนหนำใจแล้ว มันนึกเสียดายน้ำผัวที่กำลังจะหลั่งไหล นางจึงพลิกกายให้อ้ายมั่นถอนตัวออกมา แล้วนำพายอดชายกลับเข้าสู่ร่องรูธรรมชาติที่ต่างก็คุ้นเคย จังหวะเร่งกระแทกคราวสุดท้ายนั้นอ้ายมั่นกระแทกสวนอย่างไม่คิดชีวิต ราวกับจะระเบิดเอาแรงทั้งหมดออกมา น้ำกามร้อนผ่าวรินรดเต็มเปี่ยมในกายเมียรัก อีอิ่มกระตุกเกร็งบรรลุถึงสรวงสวรรค์เป็นรอบที่สามในค่ำคืนเดียว อ้ายมั่นล้มตัวลงนอนหอบโยน พลางรวบกอดอีอิ่มเข้าแนบอก มันระดมจูบไปทั่วใบหน้าและลำคอด้วยความประหลาดใจ "อีอิ่มเอ๋ย... คืนนี้มึงไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาวะ รสรักของมึงมันช่างร้อนแรงประดุจไฟบรรลัยกัลป์ กูแทบจะขาดใจตายคาอกมึงเสียให้ได้" อีอิ่มมิได้ตอบคำ แต่นางซบหน้าลงกับอกผัวอย่างอิ่มเอมใจ ความใคร่ที่ค้างคาถูกปลดปล่อยจนหมดสิ้น ก่อนที่ทั้งสองจะหลับไหลไปท่ามกลางเสียงสายน้ำที่ไหลเอื่อยและกลิ่นอายแห่งความสุขสมที่อบอวลอยู่บนเรือนแพหลังน้อย ...... หลังเสร็จสิ้นสำรับเช้าอันเงียบเชียบที่มีเพียงสายตาเป็นสื่อภาษา “อีอิ่ม” ก็ประคองอ่างน้ำทองเหลืองย่องแฉลบเข้าสู่เรือนเล็กของคุณหญิงแม่อย่างรู้จังหวะ มันวางอ่างน้ำลงแล้วคลานเข้าไปทรุดตัวบีบนวดที่ปลีน่องนวลลออของนายหญิงอย่างประจบประแจง สายตาเจ้าเล่ห์ของมันเหลือบมองรอยรักสีกุหลาบที่จางๆ อยู่ตามลำคอระหงพลางกระซิบถามอย่างยินดี “คุณนายแม่เจ้าขา... เมื่อคืนช่างเป็นบุญของอีอิ่มนักที่ได้เห็นคุณท่านเมตตาคุณนายแม่ถึงเพียงนั้น” มันเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้า “อีอิ่มกราบขออภัยเจ้าค่ะที่บังอาจแอบฟังอยู่ไม่ห่าง จนอารมณ์มันพลุ่งพล่านทนไม่ไหว ต้องรีบแจ้นกลับไปลงทัณฑ์อ้ายมั่นผัวอีฉันนบนเรือนแพเสียหลายขนาน รสรักที่ได้ยินจากคุณแม่ทำเอาอ้ายมั่นมันแทบกราบเท้าอีอิ่มเชียวเจ้าค่ะ ถามเสียยกใหญ่ว่าเหตุใดคืนนี้เมียมันถึงได้เด็ดดวงถึงเพียงนี้” แม่น้อยฟังแล้วหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายผสมความรัญจวน นางเอื้อมมือไป หยิก ต้นแขนอีอิ่มแรงๆ หนึ่งทีจนมันร้องอุ๊ย “อีบ่าวช่างพูด... มึงแอบฟังแอบดูข้ากับเจ้าคุณพี่เชียวรึ” ทว่ายามพูดไป ใจนวลก็หวนนึกถึงสัมผัสหนักหน่วงของท่านเจ้าคุณใหญ่เมื่อคืน จนจินตนาการนั้นทำให้ร่างกายเริ่มทรยศ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วลงสู่กึ่งกลางกายจนรู้สึกว่ามันเริ่มชื้นแฉะ นางกระซิบเสียงแผ่วบอกบ่าวคนสนิทด้วยความอายว่า “อีอิ่ม... ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว” อีอิ่มรู้ใจนาย รีบเอ่ยปากกวาดสายตาไล่บ่าวไพร่คนอื่นให้ออกไปพ้นรัศมีเสียงและสายตาห้องของคุณหญิงแม่ แล้วหันกลับมานั่งหันหลังพิงประตูเพื่อดูต้นทางให้ “ทำเถิดเจ้าค่ะแม่นาย อีอิ่มจะบังตาเฝ้าต้นทางไว้ให้” คุณหญิงแม่ไม่รอช้า สอดมือเข้าใต้ผ้านุ่งลื่นปรื๊ดไปสัมผัสกับเม็ดสวาทที่ชูชัน นางขยี้บี้บดด้วยนิ้วเรียวอย่างกระสันอยาก หอบหายใจถี่กระชั้นจนเสียงสั่นพร่า งอนิ้วน้อยๆล้วงเขี่ยจุดเสียวในรูร่อง จนจวนเจียนใกล้จะถึงจุดฝั่งฝัน ก็สอดสองนิ้วไขว้เข้าไปจนสุด ดึงนิ้วรัวเข้าออกอย่างเร็วรี่จนน้ำรักหวานฉ่ำรินรดเต็มฝ่ามือ พลันประตูห้องก็ถูกเปิดออก...!!! ท่านเจ้าคุณใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาพราวระยับ ท่านเห็นอาการของแม่น้อยก็เข้าใจได้ทันที ท่านโบกมือไล่อีอิ่มให้ออกไปเงียบๆ ก่อนจะถลาเข้ารวบกอดเมียรองจากทางด้านหลัง บรรจงจูบไซ้ซอกคอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำอบและกลิ่นคาวรักอ่อนๆ “พี่ทนไม่ไหวแล้วแม่น้อย... ตื่นเช้ามาใจมันก็คะนึงหาแต่รสชาติหนึบแน่นของเจ้า” ท่านประคองร่างนวลให้นอนลงบนฟูก จูบซับเหงื่อที่ผุดพรายตามหน้าผากอย่างอ่อนโยน บทรักยามเช้าเริ่มต้นอย่างเนิบนาบประดุจสายน้ำไหลเอื่อย ท่านสอดแทรกความยิ่งใหญ่เข้าสู่กายนางอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่นในทุกจังหวะ อารมณ์รักค่อยๆ ก่อตัวสูงขึ้นดุจภูเขาลูกใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง สองร่างกอดเกี่ยวกันแน่นพร่ำเพ้อถ้อยคำรักไม่ขาดปาก จนกระทั่งถึงยอดเขาแห่งความสุข ท่านเจ้าคุณใหญ่คำรามลั่นพร้อมกับกระแทกกระทั้นเน้นย้ำในจังหวะสุดท้าย น้ำรักอุ่นซ่านระเบิดปะทุทะลักล้นเข้าไปจนเต็มเปี่ยม แม่น้อยหวีดร้องแผ่วเบา ร่างกระตุกเกร็งจนแทบขาดใจตายไปพร้อมกับสามี ความอิ่มเอมใจในรสสวาทครั้งนี้ช่างละเมียดละไมและตรึงใจยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบมา ยามที่ท่านเจ้าคุณใหญ่ถอนกายออกจากร่างนวลของแม่น้อย ความอุ่นซ่านของสายธารแห่งรักยังคงไหลรินอาบโคนขา แม่น้อยนอนหอบรวยระรินพลางนึกขอบคุณอีหนูอยู่ในใจ หากมิได้บ่าวคนนั้นมาช่วย "อุ่นเครื่อง" ปลุกเร้าอารมณ์ที่หลับใหลให้ตื่นตะลึงล่วงหน้า นางคงมิอาจรับมือกับพายุโหมกระหน่ำของเจ้าคุณท่านได้อิ่มเอมถึงเพียงนี้ นางหมายมั่นว่าต้องตบรางวัลเป็นทองหยองให้อีหนูอย่างงามที่ช่วยให้พรมจรรย์ของนางถูกเปิดออกอย่างตราตรึงใจ ......ยามบ่ายแก่ แสงแดดรำไรลอดผ่านพุ่มพฤกษาหนาทึบในป่าละเมาะหลังเรือนพระยาพิชัยยุทธ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงนกกระปูดร้องก้องและเสียงใบไม้ไหว แม่หญิงบัวคำ ในชุดนุ่งโจงกระเบนสั้นทะมัดทะแมง เผยให้เห็นเรียวขาแกร่งสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด กำลังยืนทบทวนกระบวนดาบอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่ ทว่าแววตาของนางกลับวอกแวก ราวกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครบางคน “นึกว่าเจ้าจะมัวแต่ฝึกดาบ จนลืมรสรักของพี่เสียแล้วแม่บัวคำ” เสียงทุ้มต่ำของ ท่านเจ้าคุณ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่รวบกอดเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น บัวคำสะดุ้งตัวน้อยๆ ทว่ามิได้ขัดขืน นางพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษ “ท่านพี่มาเงียบเชียบเยี่ยงนักรบ... น้องหรืออุตส่าห์แอบหนีบ่าวไพร่มาที่นี่ เพราะรู้ว่าท่านพี่คงมิชอบรสรักที่จำเจบนเตียงในหอนอนบนเรือน” ท่านเจ้าคุณมิปล่อยให้เสียเวลา ท่านพลิกร่างของนางเสือสาวให้หันมาเผชิญหน้า พลางรั้งผ้าคาดเอวของนางออกจนเผยให้เห็นหน้าท้องแบนราบนวลเนียนขึ้นไปจนถึงปทุมถันคู่งามที่ชูชันท้าลมหนาว ท่านก้มลงบรรจงจูบซอกคอหอมกรุ่นปนกลิ่นเหงื่อจางๆ ของนางอย่างหิวกระหาย สองมือหนาฟอนเฟ้นบั
เมื่อบานประตูเรือนเล็กชายน้ำเปิดออก กลิ่นธูปหอมดอกราตรีโชยมาปะทะนาสิกพร้อมกับภาพที่ทำเอาท่านเจ้าคุณถึงกับแทบหยุดหายใจ แม่หญิงลำดวน ในยามนี้มิได้สวมอาภรณ์ชิ้นใดติดกาย นางนอนเอนหลังอยู่บนฟูกหนาในท่ากึ่งตะแคง กายอวบอัดสะท้อนแสงเทียนสีสลัวเป็นเงาวาวระยับ ขาข้างหนึ่งของนางชันขึ้นเผยให้เห็นเนินเนื้อโหนกนูนที่มีไรขนอ่อนบางปกคลุมอย่างยั่วยวน ร่องรูที่เพิ่งผ่านศึกหนักเมื่อเช้ายังคงแดงระเรื่อและดูเหมือนจะฉ่ำเยิ้มรอรับการเติมเต็มอีกครา “ท่านพี่เจ้าขา... น้องนึกว่าคุณหญิงจะขังท่านไว้บนเรือนใหญ่เสียแล้ว” ลำดวนเอ่ยเสียงพร่า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้ม นางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามยอดอกอวบหยุ่นของตนเอง แล้วค่อยๆบดบี้จนมันแข็งเป็นไตสู้มือ ท่านเจ้าคุณก้าวเข้าไปหาประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กระหายเหยื่อ ทว่ายังมิทันจะได้โน้มตัวลงกอดรัดม่ายสาว อีหนู และ อีเอื้อง ก็ก้าวออกมาจากหลังม่านบังตา ทั้งคู่เปลื้องผ้าออกจนเปลือยเปล่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อีหนูคลานเข้าหาท่านเจ้าคุณพลางปลดผ้านุ่งของท่านออกอย่างรวดเร็ว ส่วนอีเอื้องขยับไปประคองร่างลำดวนให้ชันตัวขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน “พวกน้องจะช่วยแม่ลำดวน ‘รับมือ’ ท่านพี
เมื่อท่านเจ้าคุณก้าวเท้าขึ้นเรือนใหญ่ด้วยท่าทางอิดโรยและขาสั่นปานประหนึ่งนกปีกหัก ท่านก็ต้องชะงักกึกเมื่อเห็น คุณหญิง นั่งเป็นประธานอยู่บนตั่งไม้สัก ล้อมรอบด้วย อีหนู อีเอื้อง ยางจำปา ที่มารวมตัวกันด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าแฝงประกายตาเจ้าเล่ห์ กลิ่นน้ำหอมอบร่ำโชยมาเตะจมูกท่านพร้อมกับบรรยากาศที่คุกรุ่นอย่างแปลกประหลาด “กลับมาเสียทีนะเจ้าคะคุณพี่...” คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบพลางจิบน้ำชา “ไปธุระราชการที่คุ้งน้ำไหนมาหรือเจ้าคะ ถึงได้กลับมาในสภาพเหมือนคนโดนรีดน้ำเค้นเนื้อจนหมดตัวเช่นนี้ อีอิ่มมันไปสืบมาหมดแล้วว่าท่านแอบไปกกแม่ม่ายลำดวนมาทั้งคืน หนำซ้ำยัง ‘เล่นพิเรนทร์’ กับร่องรูทวารหลังของนางอีกด้วย.." ท่านเจ้าคุณหน้าถอดสี จะอ้าปากอธิบายก็พูดไม่ออก เมื่อสี่สาวขยับเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง ท่านโดนกักขังไว้กลางวงล้อมของเมียรัก “ในเมื่อท่านพี่มีเรี่ยวแรงเหลือเฟือไปแจกจ่ายนางข้างนอก พวกน้องทั้งสี่ก็คงต้องขอ ‘เก็บภาษี’ คืนให้หนักหนากว่าที่ท่านไปเสียมาเจ้าค่ะ” คุณหญิงประกาศกร้าว พลางสั่งให้อีหนูกับอีเอื้องช่วยกันรั้งตัวท่านเจ้าคุณลงบนฟูกกว้างกลางห้อง คุณหญิงเริ่มลงทัณฑ์ด้วยการขึ้น
แม่หญิงบัวคำไม่ต้องการมาเป็นเมียในเรือนท่านเจ้าคุณ แต่พอใจที่จะมีอะไรกันด้วยความใคร่ตามความต้องการที่เกิดขึ้นมากกว่า นางขออยู่เรือนเดิม แต่พร้อมที่จะมีอะไรกับท่านได้เสมอ ท่านก็ไม่ได้ขัดใจอะไรนาง ท่านพยักหน้ายอมรับในความเด็ดเดี่ยวของแม่หญิงบัวคำ การมีเมียลับที่เก่งกาจอยู่ต่างเรือนก็เร้าใจไปอีกแบบ ทว่าในจังหวะที่ท่านกำลังจะลงเรือกลับนั้น สายตาของท่านก็ไปสะดุดเข้ากับ "แม่หญิงลำดวน" หญิงม่ายทรงเครื่องที่ยืนรอเรืออยู่ที่ท่าลัดตลิ่ง นางสวมสไบสีม่วงอ่อนบางเบาจนเห็นรอยรัดของผ้านมที่โอบอุ้มปทุมถันคู่อวบใหญ่จนแทบจะล้นทะลัก ทรวดทรงเอวองค์ของนางนั้นผุดผ่องดั่งคนอิ่มกามแต่กลับแฝงความนิ่งสงบที่ยั่วยวน ยามนางเดินบิดสะโพกขึ้นจากน้ำ ผ้านุ่งที่เปียกหมาดรัดรึงไปตามง่ามขาและเนินเนื้อที่หนาแน่น จนท่านเจ้าคุณถึงกับลอบกลืนน้ำลาย แข็งขืนขึ้นมาทันควันด้วยความอยากลำพองในเนื้อหนังมังสาที่สุกงอมเต็มที่เช่นนี้ ในเรือนเงียบสงัด แม่ลำดวนนอนกระสับกระส่ายบนที่นอน ภาพชายร่างกำยำที่มีสง่าราศี (ท่านเจ้าคุณ) ที่นางสบตาที่ท่าเรือยังติดตา นางจินตนาการถึงแผงอกกว้างและกลิ่นกายบุรุษจนกลางกายสาวเริ่มแฉะชื้น มือเรียวส
พายุกามกิจเพิ่งสงบลง แต่ดูเหมือน "พยัคฆ์ร้าย" อย่างท่านเจ้าคุณจะยังมิยอมคืนร่างเป็นแมวเชื่อง เมื่อคุณหญิงเหลือบมองลงไปเห็นท่อนสวรรค์ที่ยังคงตั้งตระหง่านชูชัน แม้จะผ่านศึกหนักกับสี่นางมาจนน้ำกามแทบเหือดแห้ง นางจึงอดไม่ได้ที่จะเย้าหยอกสามีด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ท่านพี่เจ้าขา... ของรักของท่านยังขยับเขยื้อนลำพองใจปานนี้ เห็นทีเรือนเราคงต้องขยับขยายที่หลับที่นอนเสียใหม่มั้งเจ้าคะ หรือว่าท่านพี่อยากจะได้ 'นางไหน' มาช่วยพวกน้องผ่อนแรงเพิ่มอีกสักคน?" ท่านเจ้าคุณหัวเราะร่าในลำคอ เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของท่านทำให้เมียบ่าวทั้งสามที่กำลังนอนหอบระรินต้องเงี่ยหูฟังด้วยความระทึก ท่านเชยคางคุณหญิงขึ้นมาสบตา แววตาคมกริบนั้นฉายชัดถึงความต้องการที่ "พิสดาร" ยิ่งกว่าเดิม "หากเจ้าถามว่าอยากได้เมียแบบไหน... ข้าก็ชักจะเบื่อพวกสาวชาวบ้าน หรือสาววัยใสที่ยังมิประสีประสาเสียแล้วล่ะแม่นวล" ท่านเจ้าคุณเว้นจังหวะ พลางลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยของคุณหญิง "คราวหน้า... ข้าอยากได้ นางรำแช่มช้อย หรือไม่ก็ แม่ครูจากสำนักนางใน ที่ช่ำชองกลเม็ดเผด็จศึก หรือถ้าจะให้เร้าใจกว่านั้น... ข้าอยากได้ เมียท
ภายในเรือนเล็กหลังสวนที่แสงตะเกียงริบหรี่ส่องสะท้อนผนังไม้สักจนเป็นเงาไหวระริก จำปาในยามนี้มิใช่เด็กสาวชาวบ้านที่ซื่อเซ่ออีกต่อไป ความสุขสมเสียวซ่านรัญจวนใจจากบทรักกลางลำน้ำได้ปลุกวิญญาณนางยั่วสวาทในกายให้ตื่น นางขึ้นมาคร่อมอยู่เบื้องบนกายท่านเจ้าคุณ ใช้ปากเลียปลายหัวบานของลำแกร่งท่านอันเป็นจุดอ่อนไหวอย่างไม่ประสีประสาแต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก แล้วคร่อมทับลำแกร่งพร้อมกับใช้ฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างยันลงบนอกที่มีมัดกล้ามแน่นหนา พลางโยกย้ายส่ายสะโพกวนเป็นวงกลมบดบี้จุดยุทธศาสตร์ของท่านอย่างเร่าร้อน "โอ... ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ท่อนลำสวาทของท่านช่างแข็งแกร่งอุ่นร้อนยิ่งนัก จำปาอยากจะบดบี้มันอย่างนี้ไปทั้งวันทั้งคืน" นางกระซิบเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไป ใช้ปทุมถันคู่สวยที่เพิ่งตั้งเต้าเต่งตึงบดเบียดกับใบหน้าท่าน ท่านเจ้าคุณคำรามในลำคอด้วยความซ่านสยิว สองมือหนาตะโบมบีบเค้นตะโพกผายของนางอย่างรุนแรงจนเนื้อนุ่มขึ้นรอยนิ้ว ท่านพลิกกายจำปาให้ลงไปนอนหงายราบกับฟูก ยกขาทั้งสองข้างของนางขึ้นพาดบ่า แล้วโถมกายเข้าหาด้วยจังหวะที่ดุดันรุนแรงประดุจพายุ เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “พั่บ พั่บ พั่บ” ดังสะท้อนก้องห้องหอ







