تسجيل الدخولบนเรือนแพที่ลอยเหนือสายน้ำอันเงียบสงบในคืนนี้แสงจันทร์อาบไล้หลังคาจากจนเป็นสีเงินยวบยาบ “อีอิ่ม” นอนพลิกกายไปมาบนเสื่อกกปูหยาบๆ ในหัวของมันยังแว่วเสียงหอบกระสันและจังหวะรุกรานที่ดุดันของท่านเจ้าคุณใหญ่กับคุณหญิงแม่ที่มันแอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้ กลิ่นอายของไอรักและความใคร่ที่ติดตรึงมานั้นทำให้ร้อนรุ่มไปทั้งสรรพางค์กาย จนกระทั่ง “อ้ายมั่น” ผัวรักที่เพิ่งกลับจากปักเบ็ดเดินขึ้นมาบนแพ
มวยผมของอีอิ่มหลุดสยาย มันมิรอให้อ้ายมั่นได้ตั้งตัว มือเรียวรีบคว้าหมับเข้าที่สายเคียนพกของผัวรักแล้วกระชากลงด้วยความหิวกระหาย อ้ายมั่นถึงกับตาค้างเมื่อเห็นเมียรักที่ปกติมักจะเอียงอาย กลับกลายเป็นแม่เสือสาวที่โถมเข้าใส่บดจูบอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นสาบโคลนและคาวปลาบนกายผัวกลับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายอีอิ่มให้เตลิด อ้ายมั่นมิต้องรอให้เรียกซ้ำ มันช้อนสะโพกเมียให้ลอยขึ้น แล้วใช้ฉมสกเรื้ออันเขื่องบุกทะลวงเข้าสู่ร่องรูสวาทของอีอิ่มอย่างหนักหน่วง เรือนแพสั่นสะเทือนตามจังหวะโยกคลอนจนน้ำในแม่น้ำกระเพื่อมไหวเป็นระลอก เสียงเนื้อกระทบเนื้อ “ปึก ปึก ปึก...” ดังสลับกับเสียงน้ำที่ซัดกระเพื่อมเข้าหาตลิ่ง "เฉาะๆ แฉะๆ..." แทบจะแยกมิออกว่าเป็นเสียงระลอกน้ำในแม่น้ำหรือระลอกรักจากทางสวาทของอีอิ่มกันแน่ บทรักบทแรกเป็นเหมือนอาหารเรียกน้ำย่อย จบลงด้วยลีลารักแสนอร่อยของสองผัวเมียอย่างที่เคยร่วมรักกันอย่างอิ่มเอมใจ ไม่นานนักพายุสวาทรอบสองก็เริ่มโหมกระหน่ำมาอีกจากความเนิบนาบของอ้ายมั่นที่กระแทกทำให้มันไม่ทันใจ อีอิ่มจึงหมุนพลิกขึ้นมาสะบัดเอว โยกยั่วบดคลึงอวัยวะให้เสียดสีแนบแน่น จนอ้ายมั่นใจจะขาดรอนๆ มันกระแทกเอวสวนกลับอีอิ่มรุนแรงและเร็วขึ้นเรื่อยๆ อ้ายมั่นที่ตาพร่าด้วยความเสียวซ่านกลับเสียบจ้วงผิดจังหวะ ปลายลำกล้องอันแข็งแกร่งกลับแฉลบไถลไปรุกล้ำเข้าสู่ "หลุมดำ" ของอีอิ่มที่ยังมิเคยมีสิ่งใดล่วงล้ำผ่าน อีอิ่มสะดุ้งตัวโยน กรีดร้อง "โอ๊ย.." ออกมาสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกจนหน้ามืด นางรีบดึงตัวออกห่างด้วยความตกใจ ทว่าความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกหน่วงหนึบและซ่านสยิวอย่างประหลาด ร่องรูทวารเต้น ตุบ..ตุบ.. ความอยากรู้อยากลองเริ่มครอบงำจิตใจ นางมองหน้าผัวที่กำลังละล้าละลังแล้วกัดฟันกระซิบ "อ้ายมั่น... เมื่อกี้มันเจ็บนัก ทว่าข้ากลับอยากลองอีกหน ลองดูซิว่าหากเจ้าใส่เข้าไปให้มิด รสชาติมันจะอร่อยเหมือนร่องรูข้างหน้าหรือไม่" อ้ายมั่นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันค่อยๆเอาดุ้นสวาทจุ่มละเลงน้ำรักจากร่องเนินเนื้อเมียมัน แล้วประจงแทรกกายเข้าสู่รูทางสวรรค์มืดดำที่คับแคบและรัดรึงกว่าเดิมหลายเท่าตัว อีอิ่มก้มหน้าจิกหมอนข้างยัดนุ่นจนขาดวิ่น แรงขยับที่ละเมียดละไมในตอนแรกค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นจนนางเริ่มครางเสียงหลง มันเจ็บปวดจนน้ำตาซึมทว่ามันช่าง "เอร็ดอร่อย" หน่วงหนักจนนางแทบขาดใจ เมื่อเห็นว่าอร่อยจนหนำใจแล้ว มันนึกเสียดายน้ำผัวที่กำลังจะหลั่งไหล นางจึงพลิกกายให้อ้ายมั่นถอนตัวออกมา แล้วนำพายอดชายกลับเข้าสู่ร่องรูธรรมชาติที่ต่างก็คุ้นเคย จังหวะเร่งกระแทกคราวสุดท้ายนั้นอ้ายมั่นกระแทกสวนอย่างไม่คิดชีวิต ราวกับจะระเบิดเอาแรงทั้งหมดออกมา น้ำกามร้อนผ่าวรินรดเต็มเปี่ยมในกายเมียรัก อีอิ่มกระตุกเกร็งบรรลุถึงสรวงสวรรค์เป็นรอบที่สามในค่ำคืนเดียว อ้ายมั่นล้มตัวลงนอนหอบโยน พลางรวบกอดอีอิ่มเข้าแนบอก มันระดมจูบไปทั่วใบหน้าและลำคอด้วยความประหลาดใจ "อีอิ่มเอ๋ย... คืนนี้มึงไปกินดีหมีหัวใจเสือที่ไหนมาวะ รสรักของมึงมันช่างร้อนแรงประดุจไฟบรรลัยกัลป์ กูแทบจะขาดใจตายคาอกมึงเสียให้ได้" อีอิ่มมิได้ตอบคำ แต่นางซบหน้าลงกับอกผัวอย่างอิ่มเอมใจ ความใคร่ที่ค้างคาถูกปลดปล่อยจนหมดสิ้น ก่อนที่ทั้งสองจะหลับไหลไปท่ามกลางเสียงสายน้ำที่ไหลเอื่อยและกลิ่นอายแห่งความสุขสมที่อบอวลอยู่บนเรือนแพหลังน้อย ...... หลังเสร็จสิ้นสำรับเช้าอันเงียบเชียบที่มีเพียงสายตาเป็นสื่อภาษา “อีอิ่ม” ก็ประคองอ่างน้ำทองเหลืองย่องแฉลบเข้าสู่เรือนเล็กของคุณหญิงแม่อย่างรู้จังหวะ มันวางอ่างน้ำลงแล้วคลานเข้าไปทรุดตัวบีบนวดที่ปลีน่องนวลลออของนายหญิงอย่างประจบประแจง สายตาเจ้าเล่ห์ของมันเหลือบมองรอยรักสีกุหลาบที่จางๆ อยู่ตามลำคอระหงพลางกระซิบถามอย่างยินดี “คุณนายแม่เจ้าขา... เมื่อคืนช่างเป็นบุญของอีอิ่มนักที่ได้เห็นคุณท่านเมตตาคุณนายแม่ถึงเพียงนั้น” มันเอ่ยพลางยิ้มกริ่ม ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้า “อีอิ่มกราบขออภัยเจ้าค่ะที่บังอาจแอบฟังอยู่ไม่ห่าง จนอารมณ์มันพลุ่งพล่านทนไม่ไหว ต้องรีบแจ้นกลับไปลงทัณฑ์อ้ายมั่นผัวอีฉันนบนเรือนแพเสียหลายขนาน รสรักที่ได้ยินจากคุณแม่ทำเอาอ้ายมั่นมันแทบกราบเท้าอีอิ่มเชียวเจ้าค่ะ ถามเสียยกใหญ่ว่าเหตุใดคืนนี้เมียมันถึงได้เด็ดดวงถึงเพียงนี้” แม่น้อยฟังแล้วหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายผสมความรัญจวน นางเอื้อมมือไป หยิก ต้นแขนอีอิ่มแรงๆ หนึ่งทีจนมันร้องอุ๊ย “อีบ่าวช่างพูด... มึงแอบฟังแอบดูข้ากับเจ้าคุณพี่เชียวรึ” ทว่ายามพูดไป ใจนวลก็หวนนึกถึงสัมผัสหนักหน่วงของท่านเจ้าคุณใหญ่เมื่อคืน จนจินตนาการนั้นทำให้ร่างกายเริ่มทรยศ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วลงสู่กึ่งกลางกายจนรู้สึกว่ามันเริ่มชื้นแฉะ นางกระซิบเสียงแผ่วบอกบ่าวคนสนิทด้วยความอายว่า “อีอิ่ม... ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว” อีอิ่มรู้ใจนาย รีบเอ่ยปากกวาดสายตาไล่บ่าวไพร่คนอื่นให้ออกไปพ้นรัศมีเสียงและสายตาห้องของคุณหญิงแม่ แล้วหันกลับมานั่งหันหลังพิงประตูเพื่อดูต้นทางให้ “ทำเถิดเจ้าค่ะแม่นาย อีอิ่มจะบังตาเฝ้าต้นทางไว้ให้” คุณหญิงแม่ไม่รอช้า สอดมือเข้าใต้ผ้านุ่งลื่นปรื๊ดไปสัมผัสกับเม็ดสวาทที่ชูชัน นางขยี้บี้บดด้วยนิ้วเรียวอย่างกระสันอยาก หอบหายใจถี่กระชั้นจนเสียงสั่นพร่า งอนิ้วน้อยๆล้วงเขี่ยจุดเสียวในรูร่อง จนจวนเจียนใกล้จะถึงจุดฝั่งฝัน ก็สอดสองนิ้วไขว้เข้าไปจนสุด ดึงนิ้วรัวเข้าออกอย่างเร็วรี่จนน้ำรักหวานฉ่ำรินรดเต็มฝ่ามือ พลันประตูห้องก็ถูกเปิดออก...!!! ท่านเจ้าคุณใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาพราวระยับ ท่านเห็นอาการของแม่น้อยก็เข้าใจได้ทันที ท่านโบกมือไล่อีอิ่มให้ออกไปเงียบๆ ก่อนจะถลาเข้ารวบกอดเมียรองจากทางด้านหลัง บรรจงจูบไซ้ซอกคอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำอบและกลิ่นคาวรักอ่อนๆ “พี่ทนไม่ไหวแล้วแม่น้อย... ตื่นเช้ามาใจมันก็คะนึงหาแต่รสชาติหนึบแน่นของเจ้า” ท่านประคองร่างนวลให้นอนลงบนฟูก จูบซับเหงื่อที่ผุดพรายตามหน้าผากอย่างอ่อนโยน บทรักยามเช้าเริ่มต้นอย่างเนิบนาบประดุจสายน้ำไหลเอื่อย ท่านสอดแทรกความยิ่งใหญ่เข้าสู่กายนางอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่นในทุกจังหวะ อารมณ์รักค่อยๆ ก่อตัวสูงขึ้นดุจภูเขาลูกใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง สองร่างกอดเกี่ยวกันแน่นพร่ำเพ้อถ้อยคำรักไม่ขาดปาก จนกระทั่งถึงยอดเขาแห่งความสุข ท่านเจ้าคุณใหญ่คำรามลั่นพร้อมกับกระแทกกระทั้นเน้นย้ำในจังหวะสุดท้าย น้ำรักอุ่นซ่านระเบิดปะทุทะลักล้นเข้าไปจนเต็มเปี่ยม แม่น้อยหวีดร้องแผ่วเบา ร่างกระตุกเกร็งจนแทบขาดใจตายไปพร้อมกับสามี ความอิ่มเอมใจในรสสวาทครั้งนี้ช่างละเมียดละไมและตรึงใจยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยพบมา ยามที่ท่านเจ้าคุณใหญ่ถอนกายออกจากร่างนวลของแม่น้อย ความอุ่นซ่านของสายธารแห่งรักยังคงไหลรินอาบโคนขา แม่น้อยนอนหอบรวยระรินพลางนึกขอบคุณอีหนูอยู่ในใจ หากมิได้บ่าวคนนั้นมาช่วย "อุ่นเครื่อง" ปลุกเร้าอารมณ์ที่หลับใหลให้ตื่นตะลึงล่วงหน้า นางคงมิอาจรับมือกับพายุโหมกระหน่ำของเจ้าคุณท่านได้อิ่มเอมถึงเพียงนี้ นางหมายมั่นว่าต้องตบรางวัลเป็นทองหยองให้อีหนูอย่างงามที่ช่วยให้พรมจรรย์ของนางถูกเปิดออกอย่างตราตรึงใจ ......ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท
พริบตาที่น้ำรักอาคมของท่านเจ้าคุณฉีดพุ่งเข้าสู่ร่องรูสวาทของแม่มดร้ายแสงดาวจนล้นปรี่ ร่างที่เคยดูอวบอัดเย้ายวนด้วยมนต์ดำพลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสยดสยอง ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงเริ่มเหี่ยวย่น แห้งกรัง ปริแตกลอกออกเป็นสะเก็ดสีดำ กลายเป็นไอควันเหม็นไหม้คละคลุ้ง พุ่งออกจากทวารทั้งเก้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกขับไล่ “อ๊ากกกกกก!!!” เสียงทุ้มต่ำของแม่มดที่ซ้อนอยู่ภายในค่อยๆ แหบแห้งลง ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่านที่ปลิวหายไปในอากาศ ที่เหลืออยู่บนแท่นหินมิใช่แม่มดแสงดาวผู้โหดเหี้ยมอีกต่อไป ทว่ากลับกลายเป็นร่างของเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ดูอ่อนเยาว์และบอบบาง นางนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณกลับมานวลเนียนเป็นธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น แม้จะดูอิดโรยแต่ร่องรอยแห่งอาคมโฉดได้มลายสิ้นไปแล้ว สายลับสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ถึงกับทิ้งดาบในมือแล้วโผเข้าไปหาเด็กสาวผู้นั้นด้วยอาการตื่นตะลึง “นารี... นารีจริงๆ ด้วย...!!!” นางช้อนร่างสาวน้อยขึ้นมากอดแนบอกด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า “ท่านเจ้าขา... นี่คือลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ถูกลักตัวหายไปเมื่อปีกลาย น้องยอมทิ้งเกียรต
นางสายลับก็เป็นพวกมีดีมีวิชาเช่นกัน เมื่อแก่นกายอาคมถูกแทรกแซงเข้าสู่ร่างเพียงครึ่งลำ พลังอำนาจจากพระเวทที่ท่านเจ้าคุณประจุไว้ก็แผ่ซ่านเข้าหักล้างกับอักขระสีเลือดทันที รอยยันต์ปีศาจบนผิวกายของสายลับสาวค่อยๆ จางหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มกลับมาสม่ำเสมอ กายที่เคยร้อนรุ่มปานไฟสุมกลับกลายเป็นอุ่นละมุนทว่าในใจของยอดขุนศึกกลับเริ่มสั่นคลอนเสียเอง ความคับแน่นและตอดรัดภายในร่องรูสวาทของนางนั้นมันช่างอร่อยโอชะ และซาบซ่านเกินกว่าสตรีใดที่ท่านเคยพานพบมา รสสัมผัสของหญิงผู้มีวิชาอาคมนั้นช่างลึกลับหนึบหนับประดุจแรงดึงดูดจากห้วงลึก ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด สติฝ่ายดีเตือนว่านางคือสายลับผู้จงรักภักดี ทำงานอยูภายใต้สังกัดของท่าน งานราชการสงครามที่รออยู่เบื้องหน้ามิควรเอาเรื่องกามคุณมาทำให้เสียขบวน ท่านตัดสินใจเกร็งกล้ามเนื้อขา เตรียมจะรั้งกายถอนแก่นกายออกมาเพื่อรักษาระยะห่างทหารและสายลับ ทว่าในจังหวะที่หัวมังกรยักษ์กำลังจะหลุดพ้นจากปากทางสวาท มือเรียวบางของสายลับสาวที่เคยอ่อนแรงกลับตะปบเข้าที่สะโพกสอบของท่านอย่างแรง “อย่าเพิ่ง... อย่าได้รบถอดถอนออกเจ้าค่ะท่าน” เสียงขอ







