Partager

พูดอ้อนหน่อยสิ

last update Date de publication: 2024-11-20 21:13:50

ยามตะวันลาลับขอบฟ้าในสวนสาธารณะ เวลาสามทุ่ม...

ฉันย่องเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบใจเต้นระทึกกับรวบรวมความกล้าที่ผสมปนเปกันฉันที่ต้องการพิสูจน์ว่าในจดหมายนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่และถ้าเป็นจริงใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ฉันที่แต่งตัวอย่างกับโจร ใส่ชุดสีดำทั้งตัว อาการก็เหมาะ เพราะร้อนสุดๆ

ความเงียบสงัดของสวนสาธารณะทำเอาฉันเกือบหลับแต่ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ฉันเพ่งมองผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ สายตาเห็นร่างของชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในสวน ฉันหันไปมองของที่เตรียม มาทั้งกระเทียม ไม้กางเขน เหล็กแหลมและน้ำอบ

"ไม่เชื่อเลย ยังพกมาขนาดนี้ ตั้งศาลเจ้าไล่ผีได้เลยนะ"

ชายหนุ่มหยุดอยู่ใต้แสงไฟจากเสาไฟฟ้า ทำให้ฉันเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน!

"นั้นมันคือชายหนุ่มธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือไงน่ะ ไม่เห็นจะเหมือนแวมไพร์ตรงไหน"

สีหน้าแข็งตึงอย่างสะกดอารมณ์ ฉันเฝ้ามองอย่างระมัดระวังไม่นานนัก หญิงสาวอีกคนก็เดินเข้ามาในสวน เธอตรงเข้าไปหาชายหนุ่มคนนั้น ทั้งคู่พูดคุยกันครู่หนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะโอบกอดเธอไว้

ฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง สายตาจ้องมองทั้งคู่อย่างไม่วางตา ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ก้มลงไปที่คอของหญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สายตาเห็นเขี้ยวแหลมคมของเขาจมลงไปในผิวเนื้อของหญิงสาว

"แวมไพร์!! นั้นแวมไพร์!! จริงๆ"

ฉันอุทานออกมาใบหน้าซีดเผือดเหงื่อไหลเต็มไปหมด ฉันรีบชักปืนออกมาจากข้างหลังกระเป๋ากางเกง ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ชายหนุ่มคนนั้นแล้วลั่นไก

ปัง!

เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วสวนสาธารณะ ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกเขารีบผลักผู้หญิงออกแล้วหันมามองทางฉันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวดวงตาเขาเป็นสีแดงปากมีเลือดสีแดงสดติดปากไหลลงพื้น

"นั้นใครน่ะ?!" เขาคำรามเสียงดัง

ปากฉันไม่ขยับเลยสักนิด ค่อยๆ คลานออกมาจากต้นไม้จากนั้นวิ่งหนีออกจากตรงนั้น ไม่สนอะไรอีกถึงจะเอากระเทียมมาก็คงไม่ช่วยอะไรแล้วจุดนี้ จึงรีบไปจากที่นี่ก่อนที่แวมไพร์ตนนั้นจะตามฉันทัน ขากระโดดข้ามสะพานวิ่งเต็มกำลัง

"หยุดนะ!" เสียงของแวมไพร์ดังไล่หลังมาแต่ฉันไม่หยุด

"หยุดก็บ้าแล้ว ได้ตายก่อนพอดี แฟนยังไม่มีเลยนะ"

ฉันวิ่งสุดแรงเกิดฝ่าความมืดของสวนสาธารณะไปเสียงหอบหายใจแรงความกลัวทำให้ขาทั้งสองข้างแทบจะก้าว ไม่ออกแต่แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนมีเงาดำพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ร่างของฉันถูกกระชากอย่างแรงจนเสียงหลักถูกเหวี่ยงเข้าไปกระแทกกับกระจกหน้าร้านค้าแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ บาดผิวหนังของฉันจนเป็นแผลเลือดหยดลงบนพื้น

เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ฉันล้มลงไปนอนกับพื้น เศษกระจกบาดลึกเข้าไปในเนื้อ ฉันพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายของฉันกลับไม่ตอบสนอง

"หนีทำไมล่ะที่รัก"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับใบหน้าของแวมไพร์ตนนั้น เจาะหู แต่งตัวดูดี เขากำลังยิ้มเยาะฉันอย่างสะใจ

"เหอะ ไม่ให้หนีจะให้โดนกัดหรือไง ถามอะไรโง่ๆ ใครจะอยากมาตายตอนนี้กันล่ะ"

"ไม่กลัวกันเลยเหรอ ถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับแวมไพร์"

"แน่นอน ฉันมันปากหมาจะบอกให้ แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก"

เขาค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ฉัน เขาก้มลงมองฉันด้วยสายตาเหยียดหยาม

"เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ? ไม่มีทางหรอกมนุษย์มักอ่อนแอ ฉันชอบมนุษย์อย่างพวกเธอเพราะโง่สิ้นดี"

"ฮ่าๆๆ กำลังด่าตัวเองเหรอ เมื่อก่อนนายก็เคยเป็นมนุษย์ ก็แค่เปลี่ยนมาเป็นแวมไพร์ไม่ได้สูงส่งขนาดนั้นสักหน่อย!"

ขาทั้งสองพยายามจะถอยหนี แต่แล้วแวมไพร์ย่อตัวลงมาใกล้ฉันจนใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว

"ปากดีไปเถอะ เดี๋ยวเธอก็จะตายแล้ว หน้าตาสวยแต่ปากร้ายไม่เบา เลือดของเธอมันช่างหอมหวาน กลิ่นโชยมาเลย"

ฉันกลืนน้ำลายลงคอมือขยับไปข้างหลังสายตาเห็นเหล็กสีเงิน มือกำลังจะหยิบ....ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงใครบางคนพูดขึ้น..

"นายคิดว่าผู้หญิงคนนี้นายมีสิทธิ์ยุ่งงั้นเหรอ!"

ผมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ภายในร้านอย่างสบายอารมณ์ มือตักเค้กเข้าปากอย่างอร่อยไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

"ถอยห่างจากเธอซะ!"

เสียงของผมพูดขึ้น เอียงคอด้วยใบหน้าที่เย่อหยิ่ง ผมมองไปทางเธอที่เห็นแวมไพร์ตนนั้นกำลังจับแขนของเธออยู่

"ช่างน่ารำคาญจริง" 

แววตาของผมแสดงถึงความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะวางส้อมลง

"ยังจะมีอารมณ์กินอยู่อีกเหรอ! " ฉันพูดไปทางเขาที่ทำตัวสบายใจไม่สนอะไรเลย คนจะตายอยู่แล้ว

"ช่วยหน่อยได้ไหม เห็นบ้างไหมว่าคนเขาเดือดร้อน!!"

ผมยิ้มอวดดี"เธอขอให้ฉันช่วยอยู่เหรอ? ไหนล่ะ คำพูดหวานๆ เป็นผู้หญิงจริงไหม ลองพูดอ้อนน่ารักๆ หน่อยสิ หรือพูดเสียงหวานๆ เป็นไหม ฉันจะรับพิจารณา"

"ไอ้หมอนี่!! ใช้เวลาไหมเนี่ย....ยังจะเรื่องมากจริงนะ"

"เอ้า! เร็วๆๆ ถ้าเธอไม่พูดงั้นก็ตายไปเลย ฉันไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตของเธอนะ"

เขายิ้มกว้างกับกินเค้กไปด้วยพร้อม ยักคิ้วอย่างยั่วเย้าอารมณ์ ฉันกัดฟันกรอด!

"คุณผู้ชายที่สุดแสนจะหล่อเหลา ช่วยผู้หญิงคนนี้หน่อยได้ไหมคะ ได้โปรดค่ะ"

ผมยกมือปิดปากหัวเราะ"ก็แค่นี้แหละ พูดยากนักนะ ค่อยเหมาะสมกับการเป็นผู้หญิงขึ้นมาหน่อย"

ผมยกนิ้วชี้ขึ้นมาตัวผู้ชายคนนั้นก็ลอยตามแรงนิ้วของผมที่เหวี่ยงเขาไปมาจนไปติดกำแพงทั้งข้างล่างข้างบน เขาเลือดท่วมตัว ผมใช้พลังจิตกับเขา ทำให้ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้และกระจกก็เริ่มราวขึ้นเรื่อยๆ ทุกบานตามทางที่ผมเดินเข้าไปใกล้เขา

ฉันมองเขาด้วยความอึ้ง สายตาที่เห็นนั้นทำให้ฉันอ้าปากค้าง ดันมือพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายฉันก็ยังคงไม่มีแรงจะทำอะไรได้เลย

"แกเป็นได้แค่เศษขยะเท่านั้น จะฆ่าเธอคิดผิดแล้ว"

ผมคว้าตัวเขาขึ้นมาบีบเข้าไปที่คอ เขาพยายามใช้แรงของแวมไพร์จะสู้กับผมแต่ก็ไม่สามารถต้านทานพลังของผมได้ ในที่สุดเขาไม่มีลมหายใจ ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลผมปล่อยเขาลงไปนอนกองกับพื้น สายตาก้มลงมองเขาเอาเท้าสะกิด ด้วยสายตาน่าสมเพช

"แค่นี้ก็ตายแล้วเหรอ ตายง่ายชะมัด"

"ถ้าแกชอบกัดมากนักคราวหลังก็ไปเกิดเป็นสัตว์นะ"

น้ำเสียงเย็นชาก่อนจะใช้มือเปล่าฉีกกระชากร่างของเขาออกเป็นชิ้นๆ ทั้งแขนทั้งขาและหัวของเขา

ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยความสยดสยอง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนฉีกคนด้วยกัน เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมอะไรขนาดนี้ คิดถูกแล้วใช่ไหมที่ขอให้เขาช่วย

ผมหันหลังเดินกลับไปหาเธอ ที่นั่งอยู่กับพื้น ย่อตัวลงแล้วอุ้มเธอขึ้นมาอย่างเบามือ

"ไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล"

ผมค่อยๆ อุ้มเธอออกจากร้านค้านั้น พาเธอไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดระหว่างทางเธอมองผมไม่วางตาราวกับบนใบหน้าของผมมีอะไรผิดปกติอย่างนั้น

โรงพยาบาลในเมือง...

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ผมก็วางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ เสียงเรียกพยาบาลมาดูแลเธอแต่ก่อนจะไปผมถอนหายใจออกมาเบาๆ ผมรู้ว่าผมทำเท่าที่ทำได้แล้ว เลยยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากของเธอ หลับตาลงและเริ่มร่ายมนตร์ลองลบความทรงจำของเธอดูว่าเธอจะตื่นมาจำได้หรือเปล่า

แสงสีเงินเรืองรองออกมาจากมือของผม ส่องสว่างไปทั่วห้อง เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับกำลังฝันร้ายแต่แล้วความเจ็บปวดและความกลัวค่อยๆ จางหายไปจากดวงตาของเธอเมื่อลืมตาขึ้น เธอก็หลับสนิทไปแล้ว ใบหน้าของเธอดูสงบและผ่อนคลาย

"รีบฟื้นล่ะ ยังมีอะไรหลายอย่างที่ฉันจะพิสูจน์กับเธอ"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สงครามรักในเงามืด   อย่าเจอกันอีกเลยนะ

    ฉันถลกแขนเสื้อขึ้นเพิ่มความทะมัดทะแมงเตรียมพร้อมกระชับมือที่กุมเอาไว้ให้แนบแน่นมากขึ้น สูดลมหายใจเข้าออกตั้งสติแวมไพร์อีกหลายตน พวกมันจ้องมองฉันด้วยสายตาหิวกระหาย"นี่น่ะเหรอ คนที่มีพลังบริสุทธิ์ เป็นผู้หญิงที่งดงามแต่น่าเสียดายคิดจะสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยมนุษย์"ฉันยิ้มยวน "ถ้าใช่แล้วจะทำไม พวกนายมันก็ต้องการให้ฉันตายอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง!""โง่จริงๆ เธอไม่รู้หรอกว่าพลังของเธอมีค่ามากแค่ไหน ถ้าได้พลังนั้นมา มันสามารถชุบชีวิตคนตายได้ แทบยังทำให้มีพลังเหนือกว่าคนอื่น ที่ใครไม่สามารถต้านทานได้ ก็นะ เธอก็แค่มนุษย์เลยไม่ได้รับรู้ถึงพลังนั้น!"โครนอสหันไปสั่งเหล่าแวมไพร์ "จับตัวเธอมา!"พวกเหล่าแวมไพร์กำลังจะพุ่งเข้าใส่ฉันแต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้แตะต้องฉัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา"หยุดนะ! ใครกล้าแตะต้องเธอ ฉันฆ่าทิ้งแน่!"ผมเดินแหวกกลางมาหยุดตรงหน้าของเธอ ผมหันไปจ้องมองโครนอสด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ก่อนจะหันกลับมาหามินาโกะฉันที่มองใบหน้าของเคียร์ ด้วยแววตาที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว"นายก็หลอกฉัน หลอกให้รัก หลอกให้เชื่อใจ หลอกว่านายจะจริงใจ แต่สุดท้ายนายก็ไม่ได้รักฉัน! สิ่งที่นายรักก็ค

  • สงครามรักในเงามืด   เริ่มสงครามกันเถอะ...

    เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งเมือง ตำรวจเอฟบีไอที่มาถึงที่เกิดเหตุต่างตกเป็นเป้าหมายของเหล่าแวมไพร์กระสุนปืนแลกเปลี่ยนกันอย่างดุเดือดฉันหลบอยู่หลังรถตำรวจเปลี่ยนชุดที่ถนัดในการต่อสู้ พอเปลี่ยนเสร็จฉันยิงสกัดแวมไพร์เดินถือปืนยิงแวมไพร์ที่เข้ามาใกล้ พวกมันมีจำนวนมากเกินไปการใช้ปืนคงจะเป็นไปได้ยาก สายตาหันไปทางพี่เรียวจิ กำลังฉีดยาที่อิซามูทำขึ้นมาเป็นควันสลบที่รุนแรง รีบสวมหน้ากากกันแก๊สทันใดนั้น ฉันเห็นซากุระ ล้มลงเธอกำลังจะถูกแวมไพร์ทำร้ายฉันไม่รอช้า รีบวิ่งออกไปขวางหน้า ย่อลงแล้วเล็งปืนแล้วเหนี่ยวไกทันทีกระสุนพุ่งเข้าเจาะทะลุกลางหัวใจของแวมไพร์ มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น"ซากุระ! ไม่เป็นไรนะ"ซากุระพยักหน้า "ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะมินาโกะ"สายตามองซากุระตัวสั่นเหมือนลูกนก สีหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนตาย"ยูกิ! พาซากุระกับอิซามูไปห้องใต้ดินของเอฟบีไอซะ นี่กุญแจแล้วฉันจะตามไปที่หลัง"ยูกิพยักหน้า เขาคว้ามือซากุระแล้วพาเธอนั่งรถขับออกไปทันที ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงแวมไพร์ ต้องถ่วงเวลาให้เพื่อนๆ หนีไปให้ได้ฉันยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่แวมไพร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด ฉั

  • สงครามรักในเงามืด    พระจันทร์สีเลือด

    ฉันที่มองเคียร์คล้ายกับว่าสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังโกรธรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างเขาฉุนเฉียวไม่เป็นตัวของตัวเอง"ลุง...อย่าบอกนะว่า กำลังหึงฉันที่ไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นใช่ไหม"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ"ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หึง"แต่แววตาของเขาเลิ่กลั่กขาและแขนแกว่งไปทางเดียวกันอย่างไม่เป็น ธรรมชาติ เวลาเขาไม่พูดความจริงเขาชอบทำท่าทางแบบนี้ตลอด ฉันเลยเอื้อมมือไปจับมือของเขามาทาบบนอกของฉัน"ทำอะไรของเธอเนี่ย ยัยบื้อ ไม่อายคนเหรอ""ลุงตรงนี้หัวใจของฉัน มันอยู่ตรงนี้ ได้ยินใช่มั้ย หัวใจดวงนี้ฉันมอบให้ลุงทั้งหมดที่มี"จู่ๆ ใบหูของผมก็ร้อนขึ้นมา ควันร้อนแทบจะพวยพุ่งขึ้นบนศีรษะ ใบหน้าด้านข้างผมเปลี่ยนเป็นสีเข้ม"ยัยบื้อ ฉัน...ไม่...ช่างเถอะ"เคียร์วาร์ปหายหัวตัวไปต่อหน้าต่อตาฉัน ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ทำให้อมยิ้มเล็กน้อยถึงในคำพูดของฉันจะบอกใบ้ให้กับเขาแต่เขาก็คงไม่สงสัยอะไรฉันเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า..."เหลือเวลาไม่มากแล้วสินะ"องค์กรซีไอเอ...ทันทีประตูบริษัทเปิดออกฉันเดินเข้ามาจะไปห้องทำงานคาโอรุก็รีบเดินเข้ามาหาฉันสีหน้าไม่สบายใจ"มินาโกะ เธออย่าเพิ่งเข้า

  • สงครามรักในเงามืด   แฟนเก่าเธอ?

    เช้าวันรุ่งขึ้นของวันที่สี่...ฉันขยี้ตาไปมาเพื่อไล่ความง่วงงุนออกไปจากร่างกาย ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังกระจกบานใหญ่ริมห้อง ฉันมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกใบหน้าที่ยังคงมีคราบง่วงอยู่จางๆ ดวงตาที่ปรืออยู่เล็กน้อย แล้วคำพูดของเคียร์ยังคงอยู่ในหัวฉัน"รักฉัน ให้ตายเถอะ อยากจะดีใจแต่ก็ดีใจไม่สุด อยากจะบ้าจริงๆ"ฉันก้าวออกจากประตูคอนโดฉันสวมเสื้อโค้ตสีดำส่วนข้างในใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปรงสีดำ รองเท้าส้นสูงสีครีม ผมยาวสลวยปล่อยตรงและใส่สร้อยคอที่เคียร์ให้มาฉันอมยิ้มสายตาฉันสะดุดกับร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งผมสีทอง ดวงตาสีม่วง สวมสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานมือของเขาถือช่อดอกไม้สีแดงสดขนาดใหญ่"เรเวน? "ฉันอุทานออกมาและนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเรเวน ยิ้มกว้างเมื่อเห็นฉัน "มินาโกะไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"ฉันรีบเดินเข้าไปหาเขา ในมือของเขายื่นดอกไม้มาให้ฉัน มือจึงรับช่อดอกไม้จากมือเขาด้วยรอยยิ้มบ้างๆ"ซื้อดอกไม้มาทำไมเนี่ย เปลืองเงิน""ไม่เปลืองเงินเลย ผมแค่อยากจะมาเซอร์ไพรส์คุณ และจำได้ว่าคุณชอบดอกกุหลาบสีแดง"ฉันยิ้มเต็มใบหน้า "มีอะไรหรือเปล่าถึงมาหากันถึงที่นี่เลย"เรเวน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขามองต

  • สงครามรักในเงามืด   ของขวัญสำหรับเธอ

    สำนักงานใหญ่เอฟบีไอ....ผมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของผมสายตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังแสดงภาพถ่ายของมินาโกะและเคียร์ที่กำลังเดินออกจากสำนักงานด้วยกันวันนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่เธอทำเกินหน้าเกินตา ผมกลับต้องเป็นคนแบกรับผลกระทบทั้งหมดจากพวกที่ชอบโอ้อวดไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ความโกรธเริ่มสะสมในใจของผมเหมือนน้ำในแก้วที่ใกล้จะล้นออกมาผมขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ไม่คิดว่าน้องสาวของผมจะกล้าคบหากับประธานเคียร์ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งภาพถ่ายนั้นไปให้แม่ดู พร้อมกับข้อความว่า"แม่ครับมินาโกะกำลังคบกับประธานเคียร์อยู่ครับ"ไม่นานนัก แม่ก็โทรกลับมา"เรียวจินี่มันเรื่องจริงเหรอ?"เสียงของแม่พูดขึ้นจากปลายสายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"ครับแม่ ภาพนักข่าวก็เอาไปลงโซเซียลตอนนี้คงจะเป็นข่าวใหญ่แล้วล่ะครับ""ไม่ได้น่ะ มินาโกะจะไปคบกับประธานไม่ได้ทำไมไม่รู้จักเจียมตัวต้องคบคนฐานะที่ต่ำกว่าตัวเองสิ""แต่ทั้งสองก็เหมาะสมกันนะครับแม่""ไม่! นางจะต้องไม่ได้ดีไปกว่าลูกเข้าใจนะ แม่จะรีบกลับไป"ผมวางสายจากแม่แล้วนั่งพิงเก้าอี้ ยิ้มแบะปากผมรู้ว่าแม่ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้

  • สงครามรักในเงามืด   รักเขาไปแล้ว

    ฉันรีบดึงมือเคียร์ให้เดินตามฉันเข้าไปในห้องทำงานทันทีพอหลุดจากสายตาของเพื่อนๆ ฉันปิดประตูห้องแล้วเดินไปหยิบรีโมทปิดหน้าต่างให้เป็นสีดำสนิทจากนั้นหันกลับมาหาเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย"ทำไมลุงถึงพูดออกไปอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นแฟนกันทั้งที่มันไม่ใช่"ผมที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องโมโหขนาดนี้ด้วย"ทำไมล่ะ เธอคือแฟนฉันนะ ยัยบื้อ เธอกับฉันก็ได้กันตั้งสองครั้ง จะให้เป็นคนแปลกหน้าหรือไง"กลายเป็นว่าเขาพูดออกมาทำให้ฉันถึงกับพูดไม่ออก มือกำแน่นจิกเข้าเนื้อตัวเอง ฉันรู้สึก ลำบากใจกับคำถาม เม้มปากเข้าหากันแน่น เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉันเพียงก้าวเดียว ฉันที่ถอยจนติดโต๊ะทำงาน สายตาของเขาจ้องมาที่ฉัน เลยเบี่ยงเบนสายตาไปทางอื่น"ฉันรู้ว่ามันอาจจะทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน แต่ฉันไม่อาจจะปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว"เขายิ้มบางๆ ฉันที่อ้าปากแล้วก็หุบลงไปอีกครั้งเขายกมือขึ้นเชยคางฉันขึ้นมาบังคับให้ฉันมองหน้าเขา"มองตาฉันสิ แล้วบอกฉันว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน"เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในขณะที่เคียร์กำลังจมอยู่ในห้วงอารมณ์ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างกะทันหัน อิซามูก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้

  • สงครามรักในเงามืด   ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเจ็บตัวอีก

    เวลาสองทุ่ม....ขณะที่ฉันกำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่างกับเคียร์ทว่าสายเรียกเข้าโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นขัดจังหวะทำให้ฉันจำใจต้องละสายตาจากเคียร์แล้วล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย"ว่าไงคะพี่?""มินาโกะ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน""น้องอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ""พี่อยากให้เราไปที่เกิดเห

  • สงครามรักในเงามืด   เธอก็ยังน่ากินอยู่ดี

    ห้องนอนสไตล์โมเดิร์นโทนสีขาวดูสะอาดเรียบง่ายและสบายตาฉันที่นอนราบอยู่บนเตียง ความฝันอันเลวร้ายยังคงตามหลอกหลอนฉันจากห้วงนิทราเหงื่อกาฬท่วมทั้งใบหน้าและแผ่นหลัง ภาพของแวมไพร์นั้นยังคงติดตา รอยยิ้มเขี้ยวแหลมคม ดวงตาสีแดงที่จ้องมองฉันราวกับเหยื่ออันโอชะแต่แล้วภาพในความฝันก็เปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นเขา

  • สงครามรักในเงามืด   การไล่ล่า

    แสงยามอรุณฉายส่องเข้ามาคล้ายกำลังโอบกอดอย่างอ่อนโยน....แพขนตาหนาค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ ก่อนจะกะพริบถี่เพื่อปรับให้เข้ากับแสงสว่างอันน้อยนิดในห้อง พบกับเพดานสีขาวซีดของห้องพักฟื้นผู้ป่วย ในตอนนี้ฉันอยู่โรงพยาบาล รู้สึกปวดที่แขนจากการถูกเศษกระจกบาดแต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความสับสนในใจฉัน

  • สงครามรักในเงามืด   ค่าตอบแทน

    ณ...คอนโดมินาโกะฉันที่ถึงอพาร์ตเมนต์ตัวเอง มือเอื้อมไปเปิดประตูเดินเข้ามาถอดรองเท้า ดีดนิ้วไฟในห้องก็จะเปิดขึ้น เดินเข้ามาม่านจะเปิดเองอัตโนมัติ จะเห็นวิวใจกลางเมืองภายในห้องที่ตกแต่งโทนมินิมอลสีขาวน้ำตาล ทำให้สบายตาเดินปึงๆ ลงมานั่งลงบนโซฟาพูดว่าเปิดทีวีก็จะเปิดทันที เสียงเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status