เข้าสู่ระบบนิลเนตรใจจดใจจ่ออยู่กับการมัดผัก มัดเสร็จก็ตั้งไว้ในกะละมังที่มีน้ำนิดหนึ่ง แบบนี้เธอคิดว่าดีกว่าเพราะผักจะได้ไม่เหี่ยว “ทำอะไรเหรอนิล” เสียงหนึ่งตะโกนถามเธอมาจากบ้านของชายพิการ นิลเนตรมองไปยังรั้วบ้านที่เป็นต้นมะขามกั้นอยู่ก็เห็นผู้หญิงอายุราวหกสิบกว่ายืนอยู่ เธอคือยายนอม หรือประนอม แม่ของโตษิณหรือชายพิการที่อยู่ข้างบ้านเธอ จะว่าไปแล้วตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้ก็ไม่เคยเจอหน้าเขาเลย “มัดผักบุ้งไปขายค่ะ ยายมาทำอะไรเหรอคะ” “เอาข้าวมาให้ไอ้โตมัน” ทุกวันประนอมจะนำข้าวมาส่งลูกชายคนโต เขาอายุสามสิบเก้าปีแล้ว แต่อาศัยอยู่คนเดียว เมียหนีไปแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่และพาลูกไปอยู่ด้วยตั้งแต่โตษิณเกิดอุบัติเหตุแล้วขาพิการข้างหนึ่ง ต้องใช้ไม้ค้ำยันช่วยในการเดิน และก็ไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย ประนอมจึงคอยมาดูแลบ้านให้ลูกชายทั้งหมด เพราะน้องสาวอีกสามคนก็ไม่มีใครมาสนใจเขาเลย ประนอมเองก็เป็นม่าย สามีตายไปนานแล้ว ตอนนี้เธออยู่บ้านกับลูกสาวคนเล็ก “อ้อ ค่ะ” “ยายเจิมสบายดีใช่ไหม” “สบายดีค่ะ กินข้าวได้เยอะขึ้นค่ะ”
นิลเนตรเก็บผักต่ออีกสักพักก็ได้ผักบุ้งเต็มกระสอบ โดยมีไชยยศช่วยเก็บซึ่งเธอก็ไม่ได้เต็มใจนัก นิลเนตรพรมน้ำใส่กระสอบผักแล้วนำไปพิงไว้ในร่ม เธอหยิบแหและสะพายข้องเตรียมจะไปหาปลา“นิลจะไปไหน”“หาปลาค่ะ”“ฮะ! ทำเป็น?” ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะทอดแหเป็น“จะลองดูค่ะ น่าจะไม่ยาก” เธอตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากพูดโอ้อวดว่าเธอทำเป็นหมดทุกอย่าง“งั้นพี่ไปช่วยนะ พี่ทอดแหเก่ง”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปคนเดียวก็ได้ พี่ไชยไปทำงานของพี่ต่อเถอะค่ะ” เธอไม่รู้ว่าไชยยศต้องไปทำงานอะไร แค่ได้ยินพวกเขาคุยกันแค่นั้น“ไม่เป็นไร พี่ไปช่วยนิลแป๊บเดียวก็ได้”นิลเนตรลอบถอนหายใจ ประเด็นคือเธอไม่อยากให้ใครไปด้วยนี่สิ แต่คิดอีกทีให้เขาสอนทอดแหก็ดี เธอจะได้เอาไปอ้างกับคนอื่นได้ เธอจึงรับปากแบบขอไปที “ค่ะ” “ให้พี่ช่วยถือนะ” ไชยยศยื่นมือไปคว้าแหที่มือนิลเนตรมาถือไว้ ไม่เคยคิดเลยว่าพอนิลเนตรอาบน้ำหวีผมแล้วหน้าตาเธอจะสะสวยน่ามองเช่นนี้ รูปหน้าเรียวมน ดวงตาเฉี่ยวคมเหมือนตานกเหยี่ยว ปากที่ไร้สีสังเคราะห์แต่งแต้มแต่ก็น่าจูบไม่น้อย เขาต้องเอาเธอมาเป็นเมียให้ได้ ค่าสินสอดไม่กี่บาทก็คงได้เธอมาครอบครองแล้วนิลเนตรเดินไปตามคันนามุ่งหน้าสู่แ
“กินข้าวไหมวันนี้ฉันเอาแกงอ่อมกบมาฝากพี่ด้วยนะ” เธอเอ่ยชวนเขา ถึงเขาไม่ขึ้นมาเธอก็แบ่งให้เขาอยู่ดี เขาไม่ตอบแต่หอบผักบุ้งตามขึ้นมา เสื้อผ้ายังเป็นชุดเดิมที่เธอเห็นเมื่อวานแต่ท่าทางเขาดูอิดโรย รอบดวงตาเป็นรอยคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอน เขาวางผักบุ้งไว้ข้างกองผักของเธอ นิลเนตรมองดูด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้เก็บผักได้ดีทีเดียว ไม่สั้นไม่ยาวเกินไป “หิว” เขาเอ่ยขึ้นคำหนึ่ง นิลเนตรจึงยื่นห่อข้าวที่เตรียมมาให้เขาในถุงนั้นมีข้าว อาหาร และช้อนสั้นอยู่หนึ่งคัน เขาถือถุงอาหารเดินไปนั่งใต้ต้นมะม่วงซึ่งห่างจากเธอพอสมควร กลิ่นตัวเขายังเหม็นสาบไม่เคยเปลี่ยน คิดมาแล้วอยากจับเขาอาบน้ำเสียจริงแต่อย่าเลย เธอคงทำอย่างนั้นไม่ได้แน่ เรือนร่างผู้ชายไม่ใช่สิ่งที่น่ามองนัก นิลเนตรเผลอคิดเรื่องไร้สาระนิลเนตรดึงเสื้อที่คลุมศีรษะออกเมื่อรู้สึกว่าคันศีรษะจนทนไม่ไหว เธอเกาหัวแกรก ๆ ตำแหน่งที่คันแล้วใช้เสื้อผืนนั้นซับเหงื่อไปทั่วใบหน้า เหามันคงดูดกินโลหิตเธออีกแล้ว เดี๋ยวเถอะขอให้ถึงเย็นนี้ก่อนเถอะเธอจะจับมันจี่ไฟให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลีเลยทีเดียว จากนั้นจึงเดินไปล้างมือในทุ่งนาให้สะอาด เธอเหลือบมองชายคนนั้นแ
รับประทานอาหารเช้าเสร็จนิลเนตรจึงนำแกงอ่อมกบที่แบ่งไว้ไปฝากมิ่งพรหนึ่งถ้วย อีกถ้วยหนึ่งเธอเทใส่ถุงพลาสติกใช้หนังยางรัดปากถุงเตรียมไว้ไปฝากคนที่มาช่วยเธอปักเบ็ดเมื่อวาน และยังห่อข้าวเหนียวใส่ใบตองให้เขาด้วยหนึ่งห่อ ทั้งสองอย่างเธอใส่ถุงพลาสติกเตรียมไว้ หยิบถ้วยแกงอ่อมใส่ตะกร้าไม้ไผ่และข้องแล้วเดินไปที่บ้านมิ่งพร เธอส่งเสียงเรียกเมื่อเดินไปถึงหน้าบ้าน “ป้ามิ่งคะ” เพียงอึดใจเดียวก็มีคนเปิดประตูออกมา “พี่นิล” แมงมุมที่แต่งตัวด้วยชุดนักเรียนโผล่หน้าออกมาจากข้างใน “อ้าวแมงมุม ป้ามิ่งล่ะ” “อยู่ในครัวค่ะ พี่นิลมีอะไรเหรอคะ นั่นตาเดินมาพอดีเลยค่ะ” หลางเดินกลับมาจากเก็บผักให้ภรรยาพอดี มิ่งพรกำลังจะต้มกบเพื่อทำน้ำพริกอยู่ด้านใน เขาจึงไปเก็บผักมาลวกกินกับน้ำพริก “มีอะไรเหรอนิล” หลางถามขึ้น “หนูเอาแกงอ่อมกบมาฝากค่ะ” “ของฉันก็มี ทำไมไม่เก็บไว้กินเอง” นิลเนตรกับย่าไม่ค่อยมีอาหารเขาจึงไม่อยากให้เธอลำบาก “เมื่อคืนหนูไปปักเบ็ดได้กบเยอะก็เลยทำมาเผื่อค่ะ” นิลเนตรยื่นตะกร้าและข้องให้หลาง
ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงคนตัวสูงใหญ่เดินถือคันเบ็ดที่มีกบมาให้เธออีกสี่ตัว ตอนนี้เธอได้กบเกือบสิบห้าตัวแล้ว มันเกินความคาดหมายของเธอมาก นิลเนตรปลดกบออกจากเบ็ดเสร็จแล้วจึงบอกเขา “ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” เช่นเคย เขายังยืนนิ่งไม่พูดไม่จา “พรุ่งนี้ฉันจะทำแกงอ่อมกบมาเผื่อนะ” นิลเนตรพูดพลางยิ้มอ่อนให้ชายตรงหน้า โบกมือร่ำลาเขาอีกครั้ง “ไปละนะพี่ชาติพรุ่งนี้เจอกัน” เธอบอกเขาอย่างอารมณ์ดี หนุ่มเร่ร่อนมองตามสาวน้อยคนนั้นไปจนสุดสายตา จากนั้นเขาก็เดินแบกกระสอบหายไปพร้อมกับความมืดที่คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ วันนี้เขาคงนอนไม่ได้ ถ้าสิ่งที่เอาเข้าร่างกายมันยังไม่หมดฤทธิ์ ทันทีที่นิลเนตรกลับมาถึงบ้านเธอก็รีบนำกบออกมาจากมิติอีกสามสิบตัวรวมกับที่จับมาวันนี้อีกสิบเก้าตัว ขณะที่มือกำลังจับกบในหัวก็แอบคิดว่าความจริงแล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่เหมือนคนบ้าเท่าไรนัก เขาพูดรู้เรื่องและจดจำสิ่งที่เธอสอนได้อย่างรวดเร็ว เขาคุยรู้เรื่องแค่เขาไม่ใช่คนพูดมากแค่นั้น เจิมจันทร์เหลือบมองไปที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา “นิลกลับมาแล้วเหรอ” “ค่ะย่า ได้กบมาเยอะเลยค่ะ”
วันนี้นิลเนตรขายผักจนหมดได้เงินมาหนึ่งร้อยห้าสิบบาท เธอปั่นจักรยานเข้าไปในตลาดเพื่อหาซื้อเครื่องมือทำมาหากิน เธอเดินไปเรื่อย ๆ จนเจอร้านขายแห ตาข่ายดักปลา ฉมวก และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง “ลุงขอซื้อเบ็ดกบหน่อยค่ะ” “เอ็งมีเงินเหรอ” ส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ถ้าเห็นนิลเนตรก็ไม่มีใครอยากขายของให้ เพราะเธอไม่มีเงินจ่าย “มีค่ะ ขายยังไงเหรอคะ” “สองคันห้าบาท” “งั้นเอายี่สิบคันค่ะ” นิลเนตรมองไปเห็นแหแขวนอยู่อีกด้านจึงเอ่ยถาม “แหราคาถูกสุดปากเท่าไรคะลุง” “สามร้อยห้าสิบ เอาด้วยไหมละ” “เอาค่ะ” “วันนี้มีเงินเยอะแฮะ ทั้งหมดสี่ร้อยบาท” นิลเนตรยิ้มน้อย ๆ ยื่นเงินให้เจ้าของร้าน รับของมาแล้วก็เดินไปเลือกซื้อของอย่างอื่นต่อ เธอซื้อข้าวสารอีกห้ากิโลกรัม แป้งฝุ่น ครีมกันแดด ครีมอาบน้ำ และครีมทาผิวเพิ่มอีกอย่างละขวด เงินที่อยู่ในมิติเธอจะไม่นำออกมาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเป็นอันขาดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ใช้เลย เธอจะเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น ตอนนี้แค่หาวิธีเอาของจากมิติออกมาขายก็พอ เท่านี้เธอก็มีชีวิตแบบสุขสบายได้แล







