Beranda / รักโบราณ / สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก / บทที่ 1 ในวันที่ข้าต้องเลือก

Share

สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก
สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก
Penulis: เทียนสื่อ

บทที่ 1 ในวันที่ข้าต้องเลือก

last update Tanggal publikasi: 2026-02-11 20:22:41

ฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดา

ทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือ

สตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลา

สงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหาก

ยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ

“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด 

สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติด

สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเกือบทัดเทียมกัน หากไม่เพราะคู่หมั้นของฉือหวั่นโหรวขาพิการพวกเขาทั้งสองคงเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

ฉือเทาจึงคิดว่าควรส่งฉือจิ่งไปแต่งงานที่จวนโหวแทนพี่สาว ต่อให้โหวน้อยขาพิการ แต่การที่ฉือจิ่งได้แต่งเข้าจวนโหวก็นับว่าเป็นวาสนาของลูกอนุผู้ต้อยต่ำแล้ว

หนำซ้ำฉือหวั่นโหรวยังชอบซ่งหลินอย่างมาก หากบุตรสาวของเขาชื่นชอบซ่งหลินจากใจจริง บิดาเช่นเขาย่อมไม่คิดขวาง ถึงอย่างไรสินเดิมที่เขาจะมอบให้นางก็มีมากจนไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือไม่

เหตุผลเพราะฉือหวั่นโหรวขาดแม่แต่เด็กฉือเทาจึงเลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้มาด้วยวิธีที่ผิด ขณะที่เขาเฝ้าถนอมฉือหวั่นโหรวดุจไข่มุกกลางฝ่ามือ ฉือเทากลับไม่รู้มาก่อนเลยว่าตนได้เคยผลักบุตรีอันเป็นที่รักลงนรกไปเองกับมือ

ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบรับคำถามของบิดาในทันที หากเป็นเมื่อก่อนนางต้องรีบตกลงจนเนื้อเต้นแน่ ทว่าตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน!

ฉือหวั่นโหรวปรายตามองน้องสาวต่างมารดาที่นั่งขนาบข้าง ฉือจิ่งหวาดกลัวจนหัวหด นางรีบก้มหน้างุด เหงื่อเม็ดละเอียดผุดพราวจนเปียกไปทั้งหน้า

ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางยังจำภาพหลังจากที่ตนแต่งเข้าจวนสกุลซ่งเมื่อห้าปีก่อนได้ดี ส่วนฉือจิ่งแต่งเข้าไปยังจวนเฟิงโหว แม้ฟังแล้วดูมีอำนาจ ทว่านางก็แต่งให้กับโหวน้อยขาพิการเท่านั้น

ฉือจิ่งผู้นี้ภายนอกดูสดใสไร้เดียงสาทว่าลึกลงไปกลับเน่าฟอนเฟะ ทั้งที่นางออกเรือนมีสามีแล้ว กระนั้นยังลอบคบชู้สู่ชายไม่ละอายฟ้าดิน สามีของนางก็ช่างโง่เขลา ถูกสวมหมวกเขียวเข้าแล้วยังไม่รู้ตัว 

ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะวาสนาของตนและสามีขาพิการของน้องสาวต่างมารดาอยู่ในใจ ภาพเหล่านั้นวนเวียนหลอกหลอนนางไม่เลิก

ร่างเปลือยเปล่าของสามีและน้องสาวตัวดีระเริงสวาทกันอย่างเมามันผุดขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวหลับตาแน่นเพราะเกรงว่าตนจะเผลอสำรอกความอุบาทว์นั้นออกมา

รังเกียจ ช่างน่ารังเกียจนัก! 

ซ่งหลินคนนั้นไม่ใช่ชายหนุ่มรูปงามแสนดีอะไร เขาก็แค่ปีศาจในคราบเทพเซียน ที่เขายอมแต่งกับนางก็เพียงเพราะอำนาจและเงินทองของสกุลฉือ ขณะที่นางส่งเขาขึ้นสู่ที่สูงได้สำเร็จ เขาก็ผลักไสไล่ส่งนาง ไม่เพียงเท่านั้นยังคิดแผนสกปรกเพื่อโค่นล้มอำนาจบิดาของนาง ทำให้สกุลฉือตกต่ำย่ำแย่ เขากลายเป็นทรราชโฉดชั่ว มั่วโลกีย์กับเหล่าสตรีไม่เลือกหน้า

ในเมื่อฉือจิ่งคนนี้รักมั่นต่อทรราชหน้าหยกผู้นั้นนัก พี่สาวคนนี้ก็ควรสนับสนุน รสชาติของความขมขื่นนางได้ชิมมามาก ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจก็โดนมาเยอะ ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส เช่นนั้นฉือหวั่นโหรวจะไม่ทำให้ผิดหวัง

“ท่านพ่อ ข้าจะแต่งกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางตามสัญญาหมั้นหมายเจ้าค่ะ”

ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างตกตะลึง ฉือจิ่งแหงนหน้าขึ้นแช่มช้า นัยน์ตาของนางแดงก่ำระริกไหว “พี่หญิงใหญ่ ทะ…ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”

“อายุก็ยังน้อย หูของเจ้าตึงแล้วหรือ คุณชายซ่งของเจ้าข้าไม่ต้องการ ข้าจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลางเท่านั้น”

ฉือจิ่งกุลีกุจอเข้าหาฉือหวั่นโหรว “พี่หญิงใหญ่ ข้าทำสิ่งใดให้ท่านไม่พอใจหรือเจ้าคะ ข้าแต่งกับเขาแทนท่านได้ ท่านโหวน้อยขาพิการเช่นนั้นคงทำให้ท่านไร้ทายาท”

ฉือหวั่นโหรวเขี่ยมืออีกฝ่ายทิ้ง “ข้าไม่สน ทำไม เจ้าอยากแต่งงานกับคนพิการหรือ ไม่ใช่ว่าเจ้ากับคุณชายซ่งมีใจให้กันหรอกหรือ”

ฉือจิ่งสะดุ้ง หญิงสาวรีบก้มหน้างุด “พี่หญิงท่านพูดอะไร เรื่องแต่งงานย่อมต้องปฏิบัติตามผู้ใหญ่จัดสรร ข้าไม่ได้ชอบเขาเจ้าค่ะ”

ประโยคสุดท้ายเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ฉือหวั่นโหรวหัวเราะเยาะ ดูจากท่าทางตื่นตูมของฉือจิ่งแล้วเหมือนว่าเรื่องที่นางได้แต่งงานกับซ่งหลินในชาติก่อนมิใช่ความบังเอิญ ที่แท้คนสารเลวทั้งสองก็วางแผนปอกลอกนางเอาไว้แล้ว

“คุณหนูใหญ่ ท่านหัวเราะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ทีแรกท่านเป็นคนประกาศกร้าวเองว่าจะแต่งกับคุณชายซ่งเท่านั้น ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา [1] ท่านก็พลิกลิ้นเสียแล้ว ทำเช่นนี้ท่านอยากให้เราสองแม่ลูกถูกนายท่านโบยหลังขาดใช่หรือไม่” อนุหว่านรีบออกตัว นางถลาเข้ามากอดปลอบบุตรสาว

อารมณ์ของคุณหนูใหญ่แปรปรวนไปมาเช่นนี้ หว่านถงเกรงว่าฉือหวั่นโหรวจะหาเรื่องมารังแกตนกับบุตรสาวอีก

ฉือหวั่นโหรวแค่นเสียง นางคร้านจะมองภาพแม่ลูกผู้อ่อนแอเต็มกลืน พยายามสร้างภาพให้นางดูแย่ในสายตาผู้อื่น

อย่าคิดว่านางโง่เขลาเบาปัญญา ที่มารดาของนางต้องสิ้นใจ มิใช่เพราะหว่านถงคนนี้หรือ อนุที่ขึ้นจากตำแหน่งบ่าวริอ่านใช้วิธีสกปรกเพื่อจับบิดาของนางมาทำสามี

ที่แท้ความน่ารังเกียจก็ถูกถ่ายทอดผ่านสายเลือดนี่เอง!

“พอแล้ว พวกเจ้ายังเห็นหัวข้าอยู่หรือไม่” เสียงทุ้มดังแทรก

หว่านถงรีบหมอบลงพื้น “นายท่าน ข้ามิกล้า เพียงแต่คุณหนูใหญ่อารมณ์ไม่คงที่ เกรงว่าพอถึงเวลาแต่งจริง ๆ จิ่งเอ๋อร์ของเราอาจจะได้รับความไม่เป็นธรรมเจ้าค่ะ”

ปัง!

“เจ้าจะบอกว่าข้าลำเอียงหรือ”

“ข้ามิกล้า จิ่งเอ๋อร์ก็บุตรสาวของท่านเช่นกัน นายท่านช่วยพิจารณาด้วยเจ้าค่ะ”

ฉือเทากัดฟันกรอด เขาสะบัดแขนเสื้อเพื่อไล่หว่านถงกลับไปที่นั่งของตน

ฉือหวั่นโหรวเบ้ปากมองตามร่างอรชรที่กลับเข้าไปด้วยความนอบน้อม เมื่อก่อนนางไม่มีมารดาสั่งสอนก็ได้รับการเลี้ยงดูจากอนุหว่านคนนี้

ทว่าการเลี้ยงดูของนางหาได้เป็นเฉกเช่นภาพที่คนอื่นเห็น ถึงตอนนั้นฉือหวั่นโหรวเด็กมากแต่นางก็พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

ครั้งหนึ่งหว่านถงทำอาหารมาให้นางประหนึ่งใส่ใจ แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังความอร่อยอีกฝ่ายจงใจให้นางกินของที่มีฤทธิ์เย็น หากไม่เพราะตอนนั้นบิดานางกลับมาจากวังหลวงพอดี ฉือหวั่นโหรวคงปวดท้องตายไปแล้ว

เมื่อก่อนนางโง่จนดูไม่ออกก็แล้วไปเถิด มาบัดนี้ฉือหวั่นโหรวคนโง่ได้ตายไปแล้ว ทุกอย่างที่นางได้รับจะสนองกลับให้อย่างสาสม

“โหรวเอ๋อร์ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ถึงแม้สกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนเฟิงโหว แต่พ่อก็ไม่อยากบังคับจิตใจของเจ้า ท่านโหวน้อยขาพิการติดเตียงมาสิบกว่าปี เจ้าแน่ใจจริงหรือว่าจะแต่งกับเขา มิใช่พอถึงเวลาเจ้าก็อยากเปลี่ยนใจอีกเล่า” ฉือเทาหันมาถามบุตรสาวด้วยความอ่อนใจ

ฉือหวั่นโหรวลุกยืนเต็มความสูง หญิงสาวโผเข้าไปสวมกอดพลางอ้อนออดบิดา “ท่านพ่อ ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ สิ่งไหนควรไม่ควรข้าแยกแยะได้ เขาขาพิการสิดีจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาจู้จี้กับลูก ลูกจะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ”

“วันนี้จวนโหวไม่ได้ส่งภาพเหมือนมา สิบกว่าปีแล้วที่พวกเจ้าไม่ได้พบหน้ากัน เจ้ายังยืนยัน…”

“ลูกยืนยัน ลูกจะแต่งงานกับท่านโหวน้อยเฟิงไป๋หลาง เป็นตายร้ายดีลูกก็จะแต่งกับเขาเจ้าค่ะ!”

ฉือหวั่นโหรวตัดบทอย่างหนักแน่น ถึงแม้ทั้งสองชาติจะไม่เคยพบหน้าค่าตาเขา หากแต่การที่บุรุษผู้หนึ่งถูกสตรีสวมเขา นั่นมิใช่เพราะเฟิงไป๋หลางผู้นี้เปรียบดั่งกวางน้อยหรอกหรือ

หากนางแต่งเข้าไปแล้วก็สามารถใช้ชีวิตอิสระตามใจ หนำซ้ำยังไม่ต้องมาทุกข์ทรมานเรื่องอนุเรื่องนางโลมให้ต้องปวดหัวด้วย แต่งให้สามีขาพิการดีกว่าต้องแต่งงานกับคนทรราช!

เชิงอรรถ

^"หนึ่งถ้วยชา" (一盏茶 - Yī zhǎn chá) ในวัฒนธรรมจีนโบราณ หมายถึง ช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-15 นาที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บุตรชายอีกคน ตอนพิเศษ 2

    “ถ้าเช่นนั้นให้ชื่อ… เฟิงซืออิ๋งกับเฟิงซือหมิง เป็นอย่างไร”“โหรวเอ๋อร์ เจ้าชอบหรือไม่” เฟิงไป๋หลางหันไปถามความเห็น“เจ้าค่ะ ไพเราะยิ่งนัก ข้าชอบ”“เช่นนั้นโหรวเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนให้มาก เด็ก ๆ ก็ส่งให้แม่นมดูแลต่อ ข้าเองก็จะช่วยดูด้วย” เฟิงหมิงหว่านรีบเอ่ยฉือหวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าค่ะ”ตั้งแต่ฉือหวั่นโหรวให้กำเนิดบุตร ไม่ว่าจะสามปีก่อนหรือตอนนี้ชายหนุ่มก็ดูแลภรรยาของตนเป็นอย่างดี ทุกคนต่างเล่าลือว่าไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องนั้นรักพระชายามากเพียงใด แม้ในตอนแรกจะให้นางแต่งกับปลาหลีฮื้อก็ตามนักเล่านิทานหยิบเรื่องนี้ไปเล่าคราใด เป็นต้องเรียกเสียงขบขันจากผู้คนอยู่เสมอ และดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเรื่องของไป๋เซี่ยนเฉินอ๋องกับพระชายาของเขามาก บางคนถึงกับนำความรักของพวกเขาไปเขียนบทละคร ละครที่ถูกใส่สีตีไข่เข้าไปก็ช่างขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าฉือหวั่นโหรวส่ายหน้าพลางดีดขาไปมา “ท่านพี่ ท่านดูสิเจ้าคะ คนพวกนี้ถึงกับเขียนว่าดีที่ข้าไม่ออกลูกเหมือนปลา ไม่เช่นนั้นคงมีลูกจนนับไม่ถ้วน”เฟิงไป๋หลางหัวเราะครืน เขาวางม้วนไม้ไผ่ลงจากนั้นเดินเข้ามาหย่อนกายนั่งลง พลางอุ้มเจ้าของร่างเล็กมานั่งบนตัก“ก็แค่บทละครไม่ใช

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บุตรชายอีกคน ตอนพิเศษ 1

    สามปีผันผ่าน ณ จวนไป๋เซี่ยนเฉินอ๋อง“พระชายาเบ่งเจ้าค่ะ”“อื้อ…เจ็บ…อื้อ…”เจ้าของร่างสูงเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ คิ้วของเขาแทบจะขมวดเป็นปมหลายชั้น“เจ้าจะเดินให้ปวดหัวไปไย เมื่อก่อนก็ผ่านมาได้ ตอนนี้ก็ต้องได้เหมือนกัน” เฟิงหมิงหว่านรีบปลอบบุตรชาย“ท่านแม่ แต่นางดูทรมานมากเลย ไม่รู้แล้ว ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้นางตั้งท้องอีกแล้ว”“ได้ ๆ แม่ไม่บังคับพวกเจ้าแล้ว เลิกโวยวายเสียที ไปหลานย่าไปหาพ่อของเจ้า” เฟิงหมิงหว่านถอนหายใจ จากนั้นหันไปเอ่ยกับหลานชายวัยสามขวบเด็กน้อยเดินเตาะแตะพลางคว้ามือบิดาเพื่อหวังปลอบโยน “ท่านพ่อ อย่าโมโหเลย”เฟิงไป๋หลางลดตามองอีกฝ่าย ครั้นเห็นดวงตากระจ่างใสไร้เดียงสาจ้องมาที่ตน ความกังวลก็มลายหายไปจนสิ้นสามปีก่อนพวกเขาให้กำเนิดบุตรชายนามว่าเฟิงซูเหมิง แม้อายุเพียงสามขวบทว่าเฟิงซูเหมิงกลับสามารถเขียนอักษรอ่านตำราได้รวดเร็วประหนึ่งอัจฉริยะวัยเยาว์ร่างสูงยอบกายลง จากนั้นอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้บนอ้อมแขน “เด็กดี พ่อไม่ได้โมโห พ่อก็แค่เป็นห่วงแม่ของเจ้าเท่านั้น”เฟิงซูเหมิงเหลียวมองไปยังหน้าประตูที่ปิดสนิท เสียงกรีดร้องของมารดายังดังลอดออกมาไม่หยุด “ท่านพ่อ ท่านแม่เป็นอะไรหรือ

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 19 ก้าวไม่ทันความรู้สึก 2

    เฟิงไป๋หลางคุกเข่าลงทันควัน เขาโคกศีรษะ “ลูกอกตัญญูทำให้ท่านแม่ต้องห่วง…”“เจ้าตัวแสบ ทำอะไร พอเลย ๆ แม่ล้อเจ้าเล่น ไม่โกรธแล้ว” เฟิงหมิงหว่านถลาเข้ามาประคองบุตรชายให้ยืน นางยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น“หากเจ้าไม่กตัญญูใครจะเรียกว่ากตัญญูอีก ลูกของแม่เก่งที่สุด ในเมื่อเรื่องทั้งหมดจบแล้วเช่นนั้นก็…” เฟิงหมิงหว่านคว้ามือฉือหวั่นโหรว จากนั้นนำมาประสานกับมือของบุตรชายตน“เรื่องเดียวที่แม่ต้องการคือรีบมีหลานให้อุ้ม เช่นนี้แล้วทำเพื่อแม่ได้หรือไม่”ฉือหวั่นโหรวเขินหน้าแดงเฟิงไป๋หลางยิ้มตอบมารดา “เรื่องเท่านี้เอง ท่านแม่อยากอุ้มกี่คนก็ได้ทั้งนั้น”เฟิงหมิงหว่านดีใจดั่งลิงโลด “จริงหรือ ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็เชื่อฟังแม่แล้ว เช่นนั้นพวกเจ้ารีบไปเถิด เข้าห้องพักผ่อน”“หา…ท่านแม่แต่นี่ยัง…” ฉือหวั่นโหรวกระอักกระอ่วนทว่าเฟิงหมิงหว่านกลับรีบดันหลังให้พวกเขากลับไป “เร็วเข้า หลานข้ารอมาเกิดนานแล้ว ชักช้าจะไม่ทันการณ์ หากฮูหยิน ไม่สิ หากพระชายาไม่ตั้งครรภ์ก็ไม่ต้องออกจากห้อง”บ่าวรับใช้ในจวนต่างก้มหน้างุดลอบอมยิ้มกันอย่างมีความสุขเฟิงไป๋หลางจนปัญญา เขารีบจูงมือฉือหวั่นโหรวออกมา “ไปกันเถอะ”“ท่านพี่ นี่ท

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 19 ก้าวไม่ทันความรู้สึก 1

    เฟิงไป๋หลางใช้เวลารักษาตัวถึงหนึ่งสัปดาห์ เขาไม่ได้บอกความจริงกับมารดาของเขา ทว่าชายหนุ่มเล่าทุกอย่างให้ฉือหวั่นโหรวฟังนับตั้งแต่เขาถูกผลักตกร่องหิมะองค์ชายรองที่เป็นสหายร่วมเรียนของเขาก็ช่วยเฟ้นหาหมอที่ดีที่สุดมารักษา กระทั่งขาทั้งสองหายดี ทว่าเรื่องนี้ยังต้องปิดเป็นความลับยาวนานเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตและอนาคตของทั้งเขาและองค์ชายรองในภายภาคหน้าระหว่างนี้เฟิงไป๋หลางก็ทำงานให้องค์ชายรองลับ ๆ มาโดยตลอด ดังนั้นบ่อยครั้งจะมีบาดแผลกลับมาจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอดทนมาจนบัดนี้เฟิงไป๋หลางก็หาตัวคนที่ทำร้ายตนเองเจอเสียที เพราะเขาเก่งทั้งบุ๋นและบู๊แต่ไม่เคยเลือกฝ่ายรัชทายาท ดังนั้นคนมีฝีมืออย่างเขาเมื่อรัชทายาทนำมาใช้งานไม่ได้ก็ต้องกำจัดคนที่ผลักเขาลงไปก็คือซ่งหลิน เพราะซ่งหลินบังเอิญอยู่กับรัชทายาทในตอนนั้น ซ่งหลินคนนี้ละโมบตั้งแต่วัยเด็ก ครั้นถูกผู้สูงศักดิ์เป่าหูเข้าหน่อยก็ยอมพลีกายถวายหัวนี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่า วันร่วมโต๊ะอาหาร ณ จวนสกุลฉือสีหน้าของซ่งหลินร้อนรนจนปิดไม่มิดยามที่ได้เผชิญหน้ากับเฟิงไป๋หลาง เรื่องชั่วช้าแม้จะผ่านนานหลายปีอย่างไรก็มิอาจลบล้างออกได้ ฉือหวั่นโหรวตาแดงก่ำ “คนสารเลว

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 18 ผู้ช่วยชีวิต 2

    ฉือหวั่นโหรวรีบก้มหน้างุด นางพลั้งปากไปแล้ว น้ำที่สาดออกมาเอากลับคืนไม่ได้ “ข้า…”ชายหนุ่มยิ้ม “ขอบคุณที่เจ้าไม่เคยรังเกียจข้า ตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ที่ข้าเองก็คิดว่า ข้ารักเจ้า”ฉือหวั่นโหรวประสานสายตากับเขา ทั้งสองจ้องตอบกันดั่งช่วงเวลาหยุดหมุน แต่แล้วหญิงสาวก็สะดุดตากับแพรพกในมือของเขา ฉือหวั่นโหรวถาม“นี่ของท่านหรือ”“ใช่”“ข้าขอดูให้ชัดได้หรือไม่”“ได้สิ หากเจ้าชอบข้าก็มอบให้เจ้าได้”ฉือหวั่นโหรวไม่ได้ตอบ แต่นางพลิกหน้าพลิกหลังด้วยความร้อนรน “เหมือนมาก ท่านเคยมีแพรพกแบบนี้มาก่อนหรือไม่”เฟิงไป๋หลางครุ่นคิด ไม่นานก็พยักหน้า “เคยมีนะ แต่ว่ามันหายไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก นี่เป็นเส้นไหมทองคำที่ท่านแม่ปักให้ข้าเองกับมือ ตอนนั้นข้าทุกข์ใจเพราะมันหายไป ท่านแม่ก็เลยทำแบบเดียวกันให้กับข้าอีกผืน”ฉือหวั่นโหรวตาเบิกโพลง ความรู้สึกสับสนโถมเข้ามาไม่หยุด “ที่แท้เป็นท่าน เป็นท่านเองหรือ”“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร”“สิบกว่าปีก่อนท่านเคยช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งหรือไม่ นาง…นางเคยจมน้ำที่ธารดอกท้อ”เรื่องนั้นก็นานมาแล้ว เฟิงไป๋หลางจำไม่ค่อยได้ ธารดอกท้อในตอนนั้นเขาเคยไปก่อนที่ตนจะถูกผลักตกร่องน้ำแข็ง ไตร่ตรองไปม

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 18 ผู้ช่วยชีวิต 1

    คืนนี้เป็นอีกคืนที่ฉือหวั่นโหรวอยู่เพียงลำพัง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกร้อนรุ่มเป็นพิเศษ คงเพราะหลายวันที่ผ่านมานางมีเรื่องให้คิดให้ทำจนชิน แต่วันนี้ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว อยู่ ๆ ความกังวลก็โถมเข้ามาอย่างแปลกประหลาดฉือหวั่นโหรวมองลอดบานหน้าต่างไปยังห้องตำรา นางยังเห็นแสงจากเปลวเทียนสว่างไสวเช่นทุกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเฟิงไป๋หลางภารกิจรัดตัวอะไรหนักหนา ทั้งที่เขามีเพียงบรรดาศักดิ์โหวน้อยแต่กำเนิด ทว่ากลับมิได้เป็นขุนนางในราชสำนักด้วยซ้ำอากาศราตรีนี้เย็นยะเยือกกว่าทุกวันนางจึงรู้สึกเป็นห่วงเขา แม้ไม่อยากทำตัวจู้จี้แต่ก็อยากดูแลเฟิงไป๋หลางให้สมกับการเป็นฮูหยินสักครั้ง ฉือหวั่นโหรวคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่อร่าง หากแต่ไม่ทันที่นางจะได้ออกไปไหนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาที่หน้าบานประตูก่อนคิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน “ใครกัน หรือจะเป็นท่านพี่”ขาเสลารีบมุ่งหน้าไปปลดสลักลง หญิงสาวถึงกับผงะเมื่อกลิ่นคาวโลหิตโชยปะทะเข้ามาจนแสบจมูก ขาเล็กถอยกรูดไปเบื้องหลัง เพราะความมืดมิดทำให้นางมองผู้มาเยือนไม่ค่อยชัดนัก“เจ้าเป็นใคร?”เจ้าของร่างสูงขยับใกล้เข้ามา กระทั่งแสงจากโคมไฟที่ฉือหวั่นโหรวถือไว้ส่องกระทบห

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 2

    ฉือหวั่นโหรวใจกระตุกวูบ นางพูดไปใครเขาจะเชื่อว่าตัวเองย้อนเวลากลับมา แต่เดิมฮูหยินของเขาต้องเป็นฉือจิ่งมิใช่นางดูเหมือนตอนนี้เขาเข้าใจนางผิดไปใหญ่แล้ว นางจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดีนะ ก่อนจะถูกสายตาพิฆาตจ้องจนพรุนไปยันกระดูก ฉือหวั่นโหรวก็หมุนร่างไปนั่งแหมะลงตรงเตียงนอนหางตาพลันเหลือบไปเห็นหนังสือปก

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 6 เล่ห์เหลี่ยมของสตรีร้ายกาจ 1

    “มิใช่ว่าเราตกลงกันไว้แล้วหรือ ว่าเจ้าจะแต่งเข้าจวนโหว ส่วนข้าแต่งกับนาง เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้”“ท่านพี่ ข้าเองก็จนปัญญา นางเป็นคนหัวรั้นเอาแต่ใจ ข้าก็แค่ลูกอนุต่ำต้อยจะค้านนางได้อย่างไร”ซ่งหลินเดินวนไปมาพลางใช้ความคิด แต่เดิมเขาคิดว่าตนสามารถเอาชนะใจของฉือหวั่นโหรวได้แล้ว คาดไม่ถึงเพียงหนึ่งถ้วยชา

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 5 แรงบันดาลใจ 1

    หลังจากยกน้ำชาในเช้าของวันนี้ฉือหวั่นโหรวก็ไม่พบหน้าสามีของตนอีก ดูเหมือนโหวน้อยคนนี้ชอบทำตัวประหนึ่งเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง หรือไม่เขาก็คงรังเกียจนางมากแม้กระทั่งใบหน้าก็ไม่อยากมองเขาไม่ยอมโผล่มาก็ช่างเถิด นางจะได้ครองที่นอนให้สบายใจแต่เพียงผู้เดียว ฉือหวั่นโหรวนอนตีขาพลิกร่างไปมา จากนั้นย้ายสา

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 4 คำอวยพรจากปลาหลีฮื้อ

    “โหรวเอ๋อร์คารวะท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ” ร่างระหงยอบกายนอบน้อม“เด็กดีไม่ต้องมากพิธี” เฟิงหมิงหว่านเอ่ยพร้อมรอยยิ้มนางกวาดสายตามองฉือหวั่นโหรวด้วยความเอ็นดู ไม่นานคิ้วงดงามก็เคลื่อนเข้าชิดกัน “เจ้าตัวแสบหายไปที่ใด”แม่นมจี้รีบตอบ “ฮูห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status