Accueil / รักโบราณ / สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก / บทที่ 2 ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่ง

Share

บทที่ 2 ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่ง

last update Dernière mise à jour: 2026-02-11 20:22:57

ขบวนเกี้ยวแปดคนหามกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนโหว ดนตรีซึ่งบรรเลงอย่างสนุกสนานกับสินเดิมที่ตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวเรียงยาวหลายสิบลี้ [1] ทำให้ผู้คนสองข้างถนนตาโต

“หยุด…”

เกี้ยวที่โคลงเคลงไม่เคลื่อนไหวต่อ เสียงใสลอดออกมาจากด้านใน “ถึงแล้วหรือ”

“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ ทว่าประตูจวนโหวไม่เปิด”

คิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน ฉือหวั่นโหรวลดพัดในมือลง นางชะโงกหน้าออกมามอง แม้แต่ผ้าแพรสีชาดหน้าประตูก็ไม่มีประดับเอาไว้

“ไม่มีคนอยู่หรือ นี่มิใช่ว่าเป็นวันมงคลที่ตกลงกันไว้แล้วหรือ”

“เอ่อ…ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้านในเงียบมาก…”

ฉือหวั่นโหรวยกมือปราม นางไม่อยากฟังเสียงแม่สื่อพล่ามอีก ร่างระหงสาวเท้าลงมาจากเกี้ยว

“คุณหนู ท่านลงมาเช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ”

ฉือหวั่นโหรวปรายตามอง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความหยิ่งผยองทำให้แม่สื่อต้องรีบหดคอกลับ ชื่อเสียงร้ายกาจเอาแต่ใจของฉือหวั่นโหรวยังคงเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน หากพลั้งเผลอทำให้นางโกรธเกรงว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ห้ามมารร้ายเช่นนางไม่อยู่

“ในเมื่อประตูปิดอยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเปิด” ฉือหวั่นโหรวหันไปสั่งบ่าวรับใช้นายหนึ่ง

“ขอรับ” บ่าวร่างกำยำมุ่งตรงเข้าไปยังหน้าประตูทางเข้า ทว่าเขายังไม่ทันได้ออกแรงใดประตูบานหนาก็ถูกผลักออก

สาวรับใช้สูงอายุร่างท้วมสาวเท้าออกมา นางยอบกายด้วยความนอบน้อม “ขออภัยที่เสียมารยาทเจ้าค่ะ ข้าน้อยมีนามว่าจี้จินผิงเป็นแม่นมของท่านโหวน้อย บังเอิญว่าวันนี้ท่านโหวน้อยไม่ค่อยสบาย เกรงว่าพิธีแต่งงานคงต้องเลื่อนออกไปก่อน รอจนกว่าอาการท่านโหวจะดีขึ้น หวังว่าคุณหนูใหญ่ฉือจะเข้าใจ”

ฉือหวั่นโหรวเลิกคิ้วหนึ่งฝั่ง นางจำได้ว่าชาติก่อนฉือจิ่งวิ่งร้องไห้กลับไปที่จวนฉือด้วยความอับอายขายขี้หน้าเพราะจวนเจ้าบ่าวไม่เปิดประตูต้อนรับ กว่าจะแต่งเข้าจวนโหวได้ก็ทำเอาเหงื่อตก กลายเป็นขี้ปากชาวบ้านเสียจนสนุกปาก

แขนเรียวยกขึ้นกอดอก “วันนี้เป็นฤกษ์มงคล ท่านโหวน้อยนึกอยากจะเลื่อนก็เลื่อนได้หรือ แม้จวนสกุลฉือไม่อาจเทียบบรรดาศักดิ์สกุลเฟิงได้ แต่ก็ใช่ว่าท่านโหวน้อยจะมาเหยียบย้ำศักดิ์ศรีของคนสกุลฉือได้ ดังนั้นข้าจะแต่งกับท่านโหวน้อยวันนี้เท่านั้น”

เสียงเล็กที่สะท้อนเข้าไปจนถึงลานด้านในทำให้คิ้วเข้มกระตุกริก ๆ

“ท่านโหวน้อย คุณหนูฉือนางมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจ เกรงว่าวันนี้นางต้องไม่ยอมรามือโดยง่ายแน่” โจวซานเอ่ย

ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถเข็นยกยิ้มหนึ่งฝั่ง “เจ้าเคยบอกว่านางไม่อยากแต่งกับข้ามิใช่หรือ หนำซ้ำนางยังจะส่งน้องสาวมาแต่งงานแทน เหตุใดตอนนี้ถึงได้เป็นนางที่มาโฉ่งฉ่างหน้าจวนของข้า”

“ทีแรกคุณหนูใหญ่ฉือนางลั่นวาจาเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็จะแต่งงานกับคุณชายซ่งหลินให้ได้ หลังจากที่นางประกาศกร้าวไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา นางก็เปลี่ยนใจบอกว่าจะแต่งกับท่าน”

โจวซานเองก็ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ผู้หญิงเท่าใดนัก แต่หากให้เทียบคุณหนูฉือหวั่นโหรวกับสตรีทั้งแคว้น ดูเหมือนหญิงสาวน่าจะมีนิสัยประหลาดมากกว่าคนทั่วไป หากเจ้านายของเขาแต่งสตรีร้ายกาจเช่นนี้เข้ามาเป็นภรรยา มิใช่ว่าจวนโหวจะลุกเป็นไฟหรือ

“ท่านโหวน้อย ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้ป่วย อ้อ…ขาเดินไม่ได้ก็เรียกป่วยสินะ ถ้าเช่นนั้นมิเท่ากับท่านป่วยมาแล้วสิบกว่าปีหรือ หากรอท่านหายดีเกรงว่าผมของข้าหรือไม่ก็ท่านคงได้เปลี่ยนเป็นสีดอกเลาไปแล้วทั้งหัว ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่ง ที่ข้ามาเพราะเห็นแก่สัญญาหมั้นหมายของเราจึงไม่ถือสาท่าน แต่ท่านกลับทำเช่นนี้ใช้ได้แล้วหรือ หากวันนี้ท่านไม่ยอมเปิดประตูต้อนรับข้า ข้าก็จะไปฟ้องท่านโหวดูสิว่าท่านจะป่วยไปได้อีกกี่วัน”

เสียงเล็กที่ตะโกนผ่านกำแพงสูงเข้ามาทำให้สีหน้าของชายหนุ่มเคร่งขรึมฉับพลัน พริบตาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือก

“ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่งหรือ?” ปลายนิ้วเรียวเคาะลงตรงที่พักแขน

“ให้ข้าไปไล่นางกลับหรือไม่”

“ไม่ต้อง ในเมื่อนางอยากแต่งกับข้าขนาดนั้น เช่นนั้นก็เอาอย่างนี้”

โจวซานโน้มลงฟังสิ่งที่เจ้านายกระซิบเอ่ย เขาพยักหน้า “ข้าจะไปทำตามที่ท่านสั่ง”

“รีบไป”

เฟิงไป๋หลางไม่สนใจเสียงสตรีที่โหวกเหวกจนรำคาญหูอีก เขาบังคับล้อทั้งสองฝั่งของรถเข็นเพื่อกลับเข้าไปด้านในด้วยความใจเย็น

จี้จินผิงไม่อาจรับมือต่อความร้ายกาจของฉือหวั่นโหรวได้ ไม่ว่าพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างไรหญิงสาวก็ไม่ยอมคล้อยตามเลยสักนิด

“แม่นมจี้ ให้คุณหนูใหญ่ฉือเข้ามาเถิด”

จี้จินผิงเหลียวมองด้านหลัง จึงเห็นว่าเป็นโจวซาน “เสี่ยวซาน ท่านโหวน้อยอนุญาตแล้วหรือ”

“ขอรับ แม่นมจี้กลับไปเตรียมตัวเถิด พิธีแต่งงานจะดำเนินไปตามปกติ”

จี้จินผิงตกใจอยู่บ้าง เฟิงไป๋หลางแม้เงียบขรึมไม่ค่อยพูดทว่าเขากลับเป็นประเภทดื้อเงียบแต่เด็ก หากเขาบอกว่าได้นั่นก็คือต้องได้ หากเขาบอกว่าไม่ ใครก็อย่าสอด

ฉือหวั่นโหรวยิ้มอย่างผู้มีชัย ขอแค่วันนี้ไม่ต้องกลับไปให้หน้าแหกเป็นพอ พ่อโหวน้อยผู้นี้จะซื่อบื้อก็ดีหัวรั้นก็ช่าง นางจะแต่งกับเขาให้จงได้ ชะตาชาตินี้อยู่ที่มือของนางแล้ว แม้แต่สวรรค์ก็มิอาจริบคืน

“เชิญคุณหนูใหญ่ฉือขอรับ” โจวซานผายมือเชื้อเชิญ

“ขอบคุณ”

สงครามประสาทเมื่อครู่ทำเอาแม่สื่อแทบตกใจตาย

ฉือหวั่นโหรวกวาดตามองลอดพัดสีชาดที่อยู่ตรงหน้า บรรยากาศภายในก็ใช่ว่าจะไม่มีกลิ่นอายของงานมงคล ฉือจิ่งในชาติก่อนคงขี้ขลาดมากจนรีบเลี้ยวกลับ

แต่ฉือหวั่นโหรวมิได้มีนิสัยขลาดเขลา ดังนั้นคำพูดของนางเมื่อครู่อาจไปสะกิดถูกต่อมบางอย่างของเฟิงไป๋หลางก็เป็นได้

แพรมงคลถูกนำออกมา ปลายผ้าด้านหนึ่งยื่นมาให้นาง ส่วนอีกด้านกลับไม่เห็นแม้เพียงปลายนิ้วของเจ้าบ่าว

“หมายความว่าอย่างไร”

ฉือหวั่นโหรวถามโจวซาน เมื่อเห็นเขาอุ้มโหลแก้วเข้ามา ในนั้นมีปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังแหวกว่ายเล่นน้ำโดยไม่รู้ชะตาตัวหนึ่ง

“มันคือเป่าเปาสัตว์เลี้ยงของท่านโหวน้อย”

“แล้ว?” คิ้วสวยเลิกขึ้นหนึ่งฝั่ง

“ท่านโหวน้อยบอกว่ามันก็คือตัวแทนของท่าน แต่งงานกับมันก็เท่ากับคุณหนูได้แต่งงานกับท่านโหวน้อยแล้วขอรับ”

ผู้คนด้านในล้วนตกตะลึงจนพูดไม่ออก บ่าวรับใช้ในจวนรีบก้มหน้างุด มิใช่พวกนางหวาดกลัว ทว่าบ่าวรับใช้เหล่านั้นกำลังซ่อนรอยยิ้มที่ปิดไม่มิดของตนต่างหาก

ว่ากันว่าท่านโหวน้อยก็หัวรั้นเอาแต่ใจไม่แพ้คุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรว ในเมื่อของแข็งมาบรรจบกัน เรื่องนี้จะมีจุดจบเช่นไร

หลายคนเดาว่าหญิงสาวจะต้องอาละวาดร้องไห้จนตาบวมแล้วหนีกลับจวนสกุลฉือ แม่สื่อจึงรีบออกตัว

“ท่านองครักษ์ ทำเช่นนี้ไม่ถูกธรรมเนียมนะเจ้าคะ”

ร่างระหงสาวเท้าออกมาด้านหน้า นางไม่พูดพร่ำทำเพลงก็แย่งโหลแก้วมาไว้ในอ้อมแขนตน ริมฝีปากสีกุหลาบเผยยิ้มจนตาหยี

“ได้ ในเมื่อเขาอยากเป็นปลา ข้าก็ไม่ขัด”

โจวซานตัวแข็งค้างประหนึ่งดินปั้นไม้แกะสลัก เจ้าเป่าเปาปลาน้อยตัวนี้เป็นเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของเฟิงไป๋หลางมาตั้งแต่เด็ก หากนางเลือกทำร้ายมันแม้เพียงปลายเล็บเขาก็มีเรื่องส่งนางกลับจวนสกุลฉือแล้ว นึกไม่ถึงนอกจากสตรีร้ายกาจที่เขาเล่าลือจะไม่โวยวาย นางกลับยิ้มรับอย่างหน้าตาเฉย

สายตาคมกริบที่มองผ่านม่านโปร่งแสงเบื้องหลังจ้องใบหน้าเนียนปลั่งของหญิงสาวตาไม่กะพริบ มือที่กำแน่นจนเห็นเส้นโลหิตค่อย ๆ คลายออก ริมฝีปากได้รูปขยับยกเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น

เชิงอรรถ

^ลี้ มาตราวัดระยะทางของจีน 1 ลี้ ยาวประมาณครึ่งกิโลเมตร.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 3 สามีในห้องหอ

    เจ้าปลาหลีฮื้อตัวอวบอ้วนกำลังไหว้ทวนน้ำในโหลแก้วไปมา ฉือหวั่นโหรวนั่งเท้าคางมองมันพลางใช้นิ้วหยอกล้อ“สามี นี่เจ้าเป็นสามีข้าแล้วรู้ตัวหรือไม่” พูดไปแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้วันนี้แม้แต่เจ้าบ่าวตัวจริงก็ไม่ยอมออกมาพบนาง ชื่อเสียงเหม็นโฉ่ที่ฉือหวั่นโหรวเคยสั่งสมไว้ไม่เลวทีเดียว ทำให้คนเกลียดได้เช่นนี้มิน่าอายุของนางถึงได้สั้นนัก อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ได้โอกาสกลับมาแก้ไขกระนั้นการเป็นสตรีร้ายกาจคงไม่อาจถูกใครเขารัก เช่นนั้นการได้แต่งงานกับเจ้าปลาที่ไม่อาจพูดได้ก็ไม่เลวเช่นเดียวกัน“ฮูหยินเจ้าคะ”“ใคร?” ฉือหวั่นโหรวละสายตาจากเจ้าปลาน้อย พลันเหลียวมองไปยังหน้าบานประตู“คือ บ่าว…บ่าวได้รับหน้าที่มาปรนนิบัติท่านเจ้าค่ะ”“เข้ามา”เสียงห้วนเล็กที่ตอบกลับมานั้นทำให้สาวใช้หน้าห้องสะดุ้งโหยง ฮูหยินที่กล้าแต่งกับปลาผู้นี้จะมีนิสัยแปลกพิสดารเพียงใดกัน แค่คิดก็รู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งร่างฉือหวั่นโหรวกวาดตามองสตรีร่างบอบบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า อีกฝ่ายไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้านางด้วยซ้ำ“เงยหน้าขึ้น”หญิงสาวยังคงก้มหน้าไม่กล้าขยับ แม้แต่ลมหายใจยังไม่อาจพ่นแรง“เจ้าหูไม่ดีรึ ข้าบอกให้เงยหน้าขึ้น”สตรีร่

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 2 ไม่แต่งวันนี้วันหน้าก็ต้องแต่ง

    ขบวนเกี้ยวแปดคนหามกำลังมุ่งหน้าไปยังจวนโหว ดนตรีซึ่งบรรเลงอย่างสนุกสนานกับสินเดิมที่ตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวเรียงยาวหลายสิบลี้ [1] ทำให้ผู้คนสองข้างถนนตาโต“หยุด…”เกี้ยวที่โคลงเคลงไม่เคลื่อนไหวต่อ เสียงใสลอดออกมาจากด้านใน “ถึงแล้วหรือ”“คุณหนูถึงแล้วเจ้าค่ะ ทว่าประตูจวนโหวไม่เปิด”คิ้วสวยเคลื่อนเข้าชิดกัน ฉือหวั่นโหรวลดพัดในมือลง นางชะโงกหน้าออกมามอง แม้แต่ผ้าแพรสีชาดหน้าประตูก็ไม่มีประดับเอาไว้“ไม่มีคนอยู่หรือ นี่มิใช่ว่าเป็นวันมงคลที่ตกลงกันไว้แล้วหรือ”“เอ่อ…ข้าเองก็ไม่ทราบ ด้านในเงียบมาก…”ฉือหวั่นโหรวยกมือปราม นางไม่อยากฟังเสียงแม่สื่อพล่ามอีก ร่างระหงสาวเท้าลงมาจากเกี้ยว“คุณหนู ท่านลงมาเช่นนี้ผิดธรรมเนียมนะเจ้าคะ”ฉือหวั่นโหรวปรายตามอง แววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความหยิ่งผยองทำให้แม่สื่อต้องรีบหดคอกลับ ชื่อเสียงร้ายกาจเอาแต่ใจของฉือหวั่นโหรวยังคงเป็นที่หวาดกลัวของทุกคน หากพลั้งเผลอทำให้นางโกรธเกรงว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ห้ามมารร้ายเช่นนางไม่อยู่“ในเมื่อประตูปิดอยู่ เช่นนั้นเจ้าก็ไปเปิด” ฉือหวั่นโหรวหันไปสั่งบ่าวรับใช้นายหนึ่ง“ขอรับ” บ่าวร่างกำยำมุ่งตรงเข้าไปยังหน้าประตูทา

  • สตรีร้ายกาจมิอาจถูกรัก   บทที่ 1 ในวันที่ข้าต้องเลือก

    ฉือหวั่นโหรวเป็นบุตรสาวคนโตของเสนาบดีกรมพระคลังฉือเทา ว่ากันว่านางถูกบิดาถือหาง ทำให้นิสัยของนางจองหองร้ายกาจ เที่ยวรังแกน้องสาวต่างมารดาไม่พอ ยังคอยกดขี่ทุบตีบรรดาอนุของบิดาทว่าวันนี้กลับทำให้บุรุษหลายคนอกสั่นขวัญแขวน เนื่องจากคุณหนูใหญ่ฉือหวั่นโหรวกำลังจะออกเรือน แน่นอนว่าภาพเหมือนของเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ล้วนถูกส่งไปที่จวนสกุลฉือสตรีร้ายกาจที่วางอำนาจเหนือบุรุษจะมีผู้ใดอยากร่วมผูกผมเคียงข้างนาง ครั้นหลายคนรู้ว่าฉือหวั่นโหรวชมชอบคุณชายซ่งหลินเพียงใด ความหนักอึ้งข้างในใจจึงได้ทุเลาสงสารก็แต่คุณชายซ่งหลิน เขาช่างน่าเวทนานัก เนื่องจากคนที่เขามีใจหาใช่ฉือหวั่นโหรวสตรีน่ารังเกียจผู้นั้น ซ่งหลินรักมั่นต่อฉือจิ่งน้องสาวของฉือหวั่นโหรวต่างหากยิ่งคิดก็ยิ่งอนาถใจ หากฉือหวั่นโหรวจะแย่งคนรักของนางก็ง่ายดายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ ลูกอนุอย่างไรก็ยังต่ำต้อยอยู่วันยังค่ำ“โหรวเอ๋อร์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะเลือกคุณชายซ่ง” ฉือเทาถามซ้ำ เขาถอนหายใจต่อความหัวรั้นของบุตรสาวคนโปรด สกุลซ่งนับเป็นอะไร เพียงอาศัยตำแหน่งขุนนางเล็ก ๆ ก็เทียบกับสกุลฉือไม่ติดสกุลฉือมีสัญญาหมั้นหมายกับสกุลเฟิงฐานะของสองตระกูลเ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status