LOGINตอนนี้คือช่วงไหนของนิยายกันนะ ปกติพระรองไม่เคยสนใจสตรีมิใช่หรือ แต่มีเพียงตกหลุมรักนางเอก เหตุใดอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายจึงส่งผู้หญิงเข้ามาปรนนิบัติเขาในจวนกันเล่า
ยิ่งคิดยิ่งสับสน นิสัยพระรองเป็นคนอบอุ่นอ่อนโยน แต่เท่าที่เห็นดูเหมือนไม่ใช่แบบนั้นเลย อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้
“หม่อมฉันขออภัยเพคะที่เสียมารยาท กล้าเอาใบหน้าอัปลักษณ์นี้มาพบท่านอ๋อง” เหลียงจินมิรู้ว่าควรทำเช่นไรจึงยอบกายคารวะเขาอย่างพินอบพิเทา เดิมทีคิดเพียงแต่จะเอาตัวรอดจากขุนนางมากตัณหาจึงลบเครื่องประทินโฉมออกทั้งหมด แล้วยังนำถ่านมาป้ายหน้าให้ดำ นับเป็นการเสียมารยาทต่อราชวงศ์อย่างยิ่ง หากเขาไม่พอใจขึ้นมาแล้วสั่งลงโทษนาง ก็ไม่มีผู้ใดช่วยเหลือได้แล้ว
คุณหนูเหลียงจินผู้อาภัพ ไม่มีตัวตนในนิยาย มารดาตายจาก บิดาทอดทิ้ง ทะลุมิติมาก็ต้องเผชิญกับความลำบาก ทำไมสวรรค์ช่างใจร้าย อยากเป็นคนรวย กิน นอน และใช้เงินไปวัน ๆ ต่างหาก!
จวิ้นอ๋องยิ้มมุมปาก ไม่ว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายส่งสตรีมาที่จวนเพียงใด เขาล้วนจดจำพวกนางมิได้ ทว่าคนตรงหน้าช่างน่าสนใจนัก มือใหญ่เอื้อมไปจับแก้มที่มีเนื้อแล้วใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดถ่านออกจากใบหน้าหญิงสาว
“โอ๊ย เจ็บเพคะ” เหลียงจินแสร้งร้อง
ถึงเขาเป็นจวิ้นอ๋อง ทว่านางไม่อยากเสียสิ่งหวงแหน หากมิใช่บุรุษอันเป็นที่รัก การมิให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้า เป็นวิธีการที่ดีสุดแล้ว
“เจ็บแล้วอย่างไร วันนี้ข้าต้องได้เห็นใบหน้าเจ้า อัครเสนาบดีคงจ่ายเงินให้ไม่น้อยเลย คิดจะบ่ายเบี่ยงหรืออย่างไร” เขาไม่มีทางขาดทุนสตรีตรงหน้าอย่างเด็ดขาด นางเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก อาจรับเงินค่าจ้างแล้วคิดชิ่งหนี ไม่ยอมปรนนิบัติรับใช้ กลโกงแบบนี้อย่าคิดว่าจะทำสำเร็จ
“หม่อมฉันอัปลักษณ์จริง ๆ หากเช็ดคราบถ่านออกแล้ว เกรงว่าจะทำให้ท่านอ๋องไม่สบายตา ปล่อยหม่อมฉันกลับเถิดเพคะ” หญิงสาวพยายามโน้มน้าว
“หากอยากกลับก็เอาเงินค่าจ้างมาคืน ข้าจะนำไปให้อัครเสนาบดีเอง” จวิ้นอ๋องไม่สนใจฟังเหลียงจินแม้แต่น้อย นิ้วโป้งพยายามเกลี่ยรอยถ่านบนใบหน้านางออกเต็มแรง
เหลียงจินเริ่มรู้สึกเจ็บจริง ๆ เมื่อเขาออกแรงมากขึ้น หยาดน้ำตาพลันคลอหน่วย กระนั้นอีกฝ่ายก็ไม่เมตตา เขายังคงเช็ดหน้านางต่อ ไม่หลงเหลือคราบพระรองผู้ใจดีเหมือนในนิยายสักนิด
“หม่อมฉันเจ็บ...” น้ำเสียงเหลียงจินสั่นเครือ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจวิ้นอ๋องที่เคยรู้จักมิใช่แบบเดิมแล้ว ยามนี้นางรู้สึกเจ็บ พยายามอ้อนวอนเขา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมหยุด ยังคงเช็ดใบหน้าไม่ลดละ
“อย่าเสแสร้ง”
มีหน้าที่ปรนนิบัติเขา ทว่าเป็นนางจิ้งจอก รับเงินแล้วไม่คิดทำงานให้แล้วเสร็จ หากปล่อยไปอย่างง่ายดาย ก็อย่าเรียกจวิ้นอ๋องเซียวโจวจงเลย
“เช่นนั้น หม่อมฉันจะหาเงินมาคืนท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายเพคะ แต่วันนี้ท่านอ๋องโปรดเมตตาปล่อยหม่อมฉัน...”
“หาเงินมาคืน หมายความว่าเจ้าใช้หมดแล้ว?” สตรีหน้าเงิน แน่นอนว่า ค่าจ้างต้องมีมูลค่าสูงมาก แต่นางกลับใช้หมดอย่างรวดเร็ว คงเอาไปทำเรื่องฟุ่มเฟือยสินะ
สตรีหลายคนที่เข้าหาเขา เพราะพวกนางอยากได้อำนาจ ชื่อเสียง และเงินทองกันทั้งนั้น มิเคยมีใครชื่นชอบจากใจจริงเลย
โชคดีที่สวรรค์ยังเมตตา เตรียมหญิงเพียบพร้อมไว้แล้ว หลังจากผิดหวังในความรักจึงมิคิดเปิดใจให้ใครอีก ย่อมยินดีอภิเษกกับสตรีคู่ควร และเขาจะดูแลนางเป็นอย่างดี
ส่วนเหลียงจินเป็นแค่เพียงหนึ่งในสิ่งทดลองเท่านั้น เพราะอยากทำให้ภรรยาในอนาคตได้รับสิ่งดี ๆ จึงคิดฝึกร่วมหลับนอนกับหญิงเหล่านี้ก่อน เมื่อสถานการณ์จริงมาถึง พระชายาจวิ้นอ๋องย่อมได้รับความสุขมากที่สุด
“หม่อมฉัน...” เหลียงจินอ้ำอึ้ง เขามิทราบเลยหรืออย่างไรว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายซื้อนางมาจากบิดา ซึ่งไม่รู้ว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังใด
“น่าเบื่อ จะไปไหนก็ไป วันนี้อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก นำเงินมาคืนภายในสามวัน หากทำไม่ได้ ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้ง” จวิ้นอ๋องข่มขู่น้ำเสียงแข็ง ทอดถอนลมหายใจเหนื่อยหน่ายครั้งหนึ่ง แล้วยอมปล่อยมือจากใบหน้าเหลียงจิน
อีกฝ่ายคิดท้าทายก่อน หากไม่อยากมีอันตราย แค่เพียงนำเงินมาคืนก็สิ้นเรื่อง เขาจะยอมปิดตาหนึ่งข้าง มิถือสาเรื่องราวในค่ำคืนนี้ที่นางทำงานไม่เต็มที่
เหลียงจินพลันตัวสั่นระริก เชื่อว่าเขาไม่เพียงแค่ข่มขู่ แต่เอาจริง หัวใจนางยามนี้กำลังเต้นระรัว ไม่ได้การแล้ว ต้องบอกความจริงว่าผู้ถือเงินคือบิดา ส่วนนางเป็นเพียงคุณหนูไร้จวน แต่เมื่อจะอ้าปาก กลับมีเสียงแทรกเข้ามาเสียก่อน
“ทูลท่านอ๋อง พวกมันออกอาละวาดอีกแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ไปจัดการกับข้า!”
จวิ้นอ๋องเอ่ยเสียงเข้ม หยิบอาภรณ์สีดำทึบขึ้นมาสวมใส่แล้วเดินออกไปโดยไม่หันมาสนใจกันอีกแม้เพียงชั่วครู่ ดูเหมือนสาวรับใช้ในจวนจะรู้ความ จึงเข้ามาหลังจากนั้นเพื่อส่งนางขึ้นรถม้า
“เจ้าบอกคนขับรถม้าแล้วกันว่าจะไปที่ใด” สาวรับใช้จวนอ๋องเอ่ยยิ้มแย้มพร้อมโบกมือให้นาง เหลียงจินเครียดยิ่งนัก ยังไม่ทันบอกความจริงกับจวิ้นอ๋องเลย ใช่ว่าจะได้พบเจอเชื้อพระวงศ์ง่าย ๆ หากครบกำหนดแล้วเขาจับนางมาตัดมือเลยล่ะ! มิใช่ต้องกลายเป็นคนพิการหรอกหรือ
น่ากลัวยิ่งนัก!
เหลียงจินใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับพระสวามีหลายปีแล้ว นางคลอดบุตรให้เขารวมสามคน คนแรกเป็นบุตรชาย ปีนี้อายุห้าขวบ มีนามว่า เซียวฉายหยง ส่วนบุตรคนเล็กเป็นเด็กแฝด อายุยังไม่ถึงขวบ ระยะนี้เข้าสู่ช่วงฝึกคลาน ส่วนนามของบุตรสาวฝาแฝด คนแรก เซียวปู้หวิน คนสอง เซียวเสี่ยวอิ๋ว วันนี้เมืองหลวงจัดงานเทศกาลโคมไฟ จวิ้นอ๋องเซียวโจวจงจึงพานางและลูก ๆ ออกมาล่องเรือสำราญ ซึ่งเป็นลำเดียวกับค่ำคืนเร่าร้อนเมื่อหลายปีก่อน ทว่าเหลียงจินมิอาจลบเลือนภาพเหล่านั้นจากใจแม้เพียงชั่วครู่ บนชั้นสองของเรือถูกจัดวางตั่งนิ่มเอาไว้ ขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับบิดามารดาและลูกอีกสามคน ซึ่งครอบครัวนั่งเล่นด้วยกัน ดวงตาทอดชมทิวทัศน์รอบเมืองยามล่องเรือออกไปเรื่อย ๆ ถนนเส้นหลักและเส้นรองถูกประดับตกแต่งโคมไฟหลากสี มองดูแล้วช่างมีชีวิตชีวา เซียวฉายหยงชี้นิ้วสั้นป้อมให้น้องสาวฝาแฝดมองดูความสวยงาม ซึ่งเซียวปู้หวินและเซียวเสี่ยวอิ๋งร้องอ้อแอ้ พยายามปีนป่ายบิดาเพื่อชะเง้อคอมองตามนิ้วคนเป็นพี่ เซียวโจวจงอุ้มบุตรสาวทั้งสองด้วยวงแขนคนละฝั่ง ฝาแฝดดีใจมากจึงขยับโยกกาย ทั้งยังส่งเสียงเรียก “มะ...
กลางดึกเงียบสงัด ภายในเรือนนอน สองร่างกอดกันหลับใหล ทว่าเหลียงจินเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน ยามนี้เบื้องหน้านางมืดดำ รอบกายเต็มไปด้วยไอหมอกบดบังทัศนียภาพ หญิงสาวหรี่ตา พยายามปรับตัวให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ จวบจนสามารถปรับสภาพตาได้แล้ว ไอหมอกพลันจางหายไป ตรงหน้าปรากฏร่างหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งก็คือร่างของตนเองในยุคปัจจุบัน อีกฝ่ายกำลังจ้องมองมา เผยรอยยิ้มอ่อนโยน “ข้าคือเหลียงจินตัวจริง เพียงแต่ตอนกระโดดน้ำจบชีวิต วิญญาณก็เข้าไปอยู่ร่างเจ้า” “เช่นนั้นเจ้าก็เป็นหลิวอี้ถงแล้ว” เอ่ยยิ้มแย้ม นึกไม่ถึงว่าเหลียงจินตัวจริงมีโอกาสไปใช้ชีวิตในโลกที่นางจากมาด้วย ขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสหญิงสองคนมีชีวิตใหม่ “ใช่ ข้าชอบตอนเป็นหลิวอี้ถงมากกว่าเหลียงจินอีก มีอย่างที่ไหนถูกบิดาขายออกมา ต้องไปบำเรอใครก็ไม่รู้ ข้าจึงเลือกกระโดดน้ำอย่างไรเล่า” ระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาน้ำเสียงหดหู่ ชีวิตของตนอาภัพ ใครจะอยากเป็นหญิงไร้ค่าของบุรุษอื่น ในเมื่อมารดาแสนดีสิ้นชีพ ขอตายตามท่านจะดีกว่า ทว่าสวรรค์เมตตายอมมอบโอกาส จึงมีชีวิตใหม่ในโลกอนาคต แม้ใช้เวลาปรับตัวนาน แต่พา
เหลียงจินตั้งครรภ์ได้เจ็ดเดือนแล้ว หน้าท้องนางยามนี้เรียกว่ากลมนูนเด่นชัดยิ่ง เมื่อส่องคันฉ่อง หญิงสาวทอดถอนลมหายใจออกมา การเปลี่ยนแปลงรูปร่างน่ากลัวเกินไป ใบหน้ามีน้ำมีนวลขึ้น แขนขาอวบอิ่ม ยิ่งเดินก็รู้สึกอุ้ยอ้าย ไม่รู้ว่าหลังคลอดบุตรแล้วจะกลับเป็นแบบเดิมหรือไม่ เดิมทีนางทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย แต่อารมณ์ระยะหลังเริ่มไม่คงที่ ย่อมคิดมากเกี่ยวกับรูปร่าง อีกอย่างเพราะนางตั้งครรภ์ จวิ้นอ๋องเซียวโจวจงไม่อนุญาตให้ไปทำงานที่ร้านอาภรณ์อีก การอยู่ในจวนค่อนข้างอุดอู้ไม่น้อย แต่ยังดีที่ทุก ๆ วันจะมีคนนำบัญชีร้านมาให้ตรวจ จึงไม่รู้สึกว่างงานจนเกินไป ตอนนี้นางกำลังนั่งบนเบาะรองนั่งอ่อนนุ่มทำจากขนจิ้งจอกชั้นดี ซึ่งพระสวามีเป็นคนสั่งทำพิเศษ โต๊ะตัวเตี้ยตรงหน้ามีบัญชีร้านเหลียงจิน มือข้างหนึ่งดีดลูกคิด ส่วนอีกข้างก็เปิดแผ่นกระดาษตรวจความถูกต้อง กิจการร้านเหลียงจินทำกำไรได้มากมาย ยิ่งนับตั้งแต่ลองเปิดส่วนเสื้อผ้าบุรุษและเด็กยอดขายก็เพิ่มขึ้น และผู้คนในเมืองหลวงแคว้นหลินยังปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ กล้าเดินเข้าร้านเสื้อผ้ารวมทั้งบุรุษแ
เซียวโจวจงไม่รั้งรอใคร เมื่อได้ยินว่าเหลียงจินอยู่สมาคมการค้าก็ตรงไปที่นั่นทันที แม้ว่ามีองครักษ์เงาคอยคุ้มครองความปลอดภัยพระชายาจวิ้นอ๋องก็ตาม เขามีความทรงจำไม่ดีกับที่แห่งนั้น บุรุษคนแรกคือพานเจียฮ่าว มองครั้งเดียวก็รู้ว่าสนใจในตัวเหลียงจิน แม้ภายหลังช่วงนี้เปลี่ยนไปสนใจหยางเมี่ยนถังแล้วก็ตาม ส่วนเถ้าแก่วัยกลางคนคือที่สอง อีกฝ่ายคิดฉุดเหลียงจินไปทำมิดีมิร้าย หากเขาไปช้ากว่านั้นจะเกิดอะไรขึ้น ไม่อยากจินตนาการสักนิด นอกจากคนเหล่านี้แล้ว หากบุรุษอื่นชื่นชมความงามเหลียงจินดวงตาเปล่งประกายเล่า ไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องแอบไปดูเสียหน่อย หากใครเกินเลย เดี๋ยวจะจับคนผู้นั้นไปทรมานให้สาสม! เมื่อเซียวโจวจงมาถึงสมาคมการค้า เขาเห็นว่าเหลียงจินยืนแหงนคอคุยกับพานเจียฮ่าว นางฉีกยิ้มสดใสมาก ยามนี้รู้สึกว่าตนเองกำลังไหน้ำส้มแตกส่งกลิ่นเปรี้ยว ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วบริเวณ จวิ้นอ๋องไม่ลังเลก้าวเข้าไปหาเหลียงจิน ดึงนางเข้ามากอดแสดงความเป็นเจ้าของ “ท่านอ๋อง ปล่อยเพคะ” เหลียงจินย่นคิ้ว ไม่เข้าใจการกระทำของพระสวามีแม้แต่น้อย ตรงนี้คือหน้าสมาคมการค้า
ตำหนักเฉียนชิงเกิดเสียงหัวเราะดังสนั่นทั่วบริเวณจากฮ่องเต้เซียวลู่เสียนโดยมีหลี่ฮองเฮานั่งเขย่าพระสวามีตนเอง พระองค์ควรรักษาหน้าจวิ้นอ๋องเซียวโจวจงบ้าง ด้วยเหตุผลการขบขันครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับเรื่องสุดท้ายจวิ้นอ๋องก็อภิเษกสมรสกับองค์หญิงแคว้นหมิงอยู่ดี ครั้นเห็นว่าฮ่องเต้ไม่หยุดทรงพระสรวลเสียที ฮองเฮาจึงล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้ออีกฝ่าย จัดการหยิกแขนเต็มแรง “โอ๊ย” เซียวลู่เสียนสูดปากเสียงหลง จากหัวเราะกลับน้ำตาคลอหน่วยแทน แต่คนทำร้ายเขาคือดวงใจ มิอาจทำโทษนางหรอก ฮ่องเต้หนุ่มเอียงหน้าหาภรรยา ก้มหอมแก้มเนียนฟอดหนึ่ง “ฝ่าบาท” หลี่เฟินเยว่ถลึงตาใส่พระสวามี ยามนี้ในตำหนักไม่ได้อยู่กันตามลำพัง ทว่ายังมีจวิ้นอ๋องเซียวโจวจงด้วย เขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ ถึงขั้นกล้าหอมแก้มนางต่อหน้าพระญาติแล้ว! มุมปากเซียวโจวจงพลันโค้งขึ้น เห็นฮ่องเต้และฮองเฮารักใคร่กันดี ตัวเขาพลอยสุขใจไปด้วย “ขอบพระทัยฝ่าบาทและฮองเฮาที่สนับสนุนกระหม่อมมาโดยตลอด” จวิ้นอ๋องประสานมือคารวะทั้งสองพระองค์ด้วยความเคารพ ประการแรก หลี่ฮองเฮาช่วยเหลือแก
“ดื่มสุรามงคลกันนะ” “เพคะ” เหลียงจินตอบรับคำเสียงหวาน แขนคู่รักเกี่ยวกอดกัน โน้มใบหน้าดื่มสุรามงคลเชื่องช้า ลิ้มรสความหวานในปาก เมื่อกินหมดแล้วค่อยวางจอกไว้บนโต๊ะข้างเตียง เซียวโจวจงไม่รอช้า เขาเชยคางหญิงสาวขึ้นมา โน้มลงจุมพิตอย่างดุดันครั้งหนึ่ง เหลียงจินหลับตาพริ้ม ยอมให้เขาจูบแต่โดยดี รสจูบพระสวามีครานี้ดีมาก บวกกับรสชาติสุรามงคล ทำให้รู้สึกหวานล้ำยิ่งนัก ยามถูกเขาจูบ ร่างกายอีกฝ่ายพลันบดเบียดเข้าหา โอบประคองนางจนเอนแผ่นหลังบนเตียงนุ่มซึ่งมีกลีบดอกเหมยกุ้ยกำลังส่งกลิ่นหอมอบอวล กระตุ้นอารมณ์วาบหวามได้ดีทีเดียว และเหลียงจินเพิ่งกระจ่างว่าพระสวามีร้ายกาจเมื่ออาภรณ์หลุดออกจากร่างกายเมื่อใดก็ไม่รู้ ดูเหมือนเขาจะชำนาญเรื่องบนเตียงมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียอีก ไปเอาวิธีการเช่นนี้มาจากที่ใด! มัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการศึกมิใช่หรือ เซียวโจวจงจุมพิตเหลียงจินเนิ่นนาน กว่าจะยอมถอนออกมาก็เห็นว่าริมฝีปากนางบวมเจ่อเล็กน้อย “พระชายา ข้าขอเข้าไปในตัวเจ้าได้หรือไม่” แววตาจวิ้นอ๋องเปล่งประกายแพรวพราว นิ้วหยาบกร้านกรีดลงบนกลีบก







