LOGINสองแม่ลูกสกุลซูมองดูครอบครัวสกุลเมิ่งด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ
“เรื่องนี้พวกท่านอย่าได
ยามนี้ครอบครัวลู่เสียนซื่อจื่อห้าคนพ่อแม่ลูกซึ่งรวมเสี่ยวหรานบุตรชายตัวน้อยในครรภ์ด้วย สามารถพูดคุยสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องขยับปากแล้วแต่ส่วนใหญ่พวกเขาจะทำเช่นนั้นยามสื่อสารกับเสี่ยวหรานน้อย หรือไม่ก็สื่อสารในเรื่องที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นได้ยินเท่านั้นอย่างเช่นเมื่อไม่กี่วันก่อนลู่เสียนกับสองแฝดไปช่วยงานที่เหลาสุรากุ้ยเฉินปล่อยให้คู่สามีภรรยาที่รักกันหวานชื่นอย่างรั่วเหรินและซูโหวไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามลำพังหนึ่งสัปดาห์จากนั้นก็เกิดเรื่องขึ้นที่เหลาสุรา เมื่อมีลูกค้าต่างถิ่นจงใจเข้ามาหาเรื่องเรียกร้องขอเงินชดเชยโดยพวกเขาอ้างว่ามีแมลงสาบอยู่ในซุปปลิงทะเล อาหารหรูราคาแพงที่กินกันจนเกลี้ยงแทบไม่เหลือ จะมีก็เพียงเศษซากของแมลงสาบหลงเหลืออยู่เท่านั้นเจ้าตัวน้อยในครรภ์กับสองแฝดรีบเอ่ยสื่อสารทางจิตแจ้งแก่บิดามารดาทันทีว่า สองคนร้ายแอบซ่อนถุงใส่แมลงสาบเอาไว้ด้านในอกเสื้อซึ่งเป็นซากแมลงสาบที่ตายแล้ว แต่เสี่ยวหรานน้อยช่างดีนักกลับมีพลังวิญญาณถึงขั้นทำให้ซากแมลงสาบในเสื้อกลายมามีชีวิตได้ทำให้เจ้าแมลงสาบดิ้นขลุกขลักวิ่งพล่านอยู่ตรงอกเ
เสี่ยวหรานน้อยในครรภ์เป็นผู้เอ่ยเฉลยว่าเหตุใดลู่เสียนจึงสามารถสื่อสารกับลูกๆรวมทั้งเยว่ชิงได้โดยไม่ต้องเอ่ยปากทั้งที่ก่อนหน้ากับสองแฝดที่มาถือกำเนิด มีที่มาเป็นเทพเซียนเช่นกันแต่ลู่เสียนกลับไม่มีความพิเศษเช่นนี้นั่นเป็นเพราะเสี่ยวหรานน้อยมีพลังเซียนติดตัวมามากกว่าพวกพี่ๆ ซึ่งสองแฝดสามารถสื่อสารกับเยว่ชิงได้เท่านั้นและด้วยเหตุสำคัญอีกอย่างคือ ก่อนหน้านี้จิตวิญญาณหลักของเยว่ชิงมาจากต่างโลกไม่ได้ถือกำเนิดจากโลกที่อาศัยอยู่โดยตรงเช่นเดียวกับสองแฝดตัวน้อยวิญญาณและจิตใจของแม่ลูกจึงเชื่อมต่อสัมพันธ์กันอย่างรวดเร็ว ทำให้สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาแต่สำหรับลู่เสียนซึ่งถือกำเนิดจากโลกใบนี้มาตั้งแต่แรก ไม่สามารถเชื่อมต่อจิตวิญญาณกับสองแฝดและเยว่ชิงได้จนกระทั่งวันเวลาผ่านเลยไป ลู่เสียนหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเยว่ชิงทั้งใจกาย ผูกสมัครรักใคร่อยู่ร่วมกันมานานหลายปีเมื่อเสี่ยวหรานน้อยมาถือกำเนิด มีพลังเซียนติดตัวมากพอ จึงผลักดันให้ลู่เสียนได้รับความพิเศษนี้ไปด้วยทำให้สามารถสื่อสารกับบุตรทั้งสามรวมทั้งฮูหยินของตนได้โดยไม่ต้องเ
วันนี้จิ้งกั๋วกงกับจิ้งฮูหยินจะมาร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันที่เรือนสกุลซู เนื่องจากคิดถึงพวกหลานๆมาก และอยากมาเยี่ยมเยว่ชิงที่ตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้วเยว่ชิงจึงตั้งใจเตรียมมื้อเย็นด้วยตนเอง โดยลู่เสียนแทบไม่ให้นางออกแรงเพียงแค่ใช้ปากสั่งและปรุงรสชาติเท่านั้นส่วนเขากับสาวใช้คนอื่นๆเป็นผู้ลงมือทำให้แทบทุกขั้นตอนซึ่งงานนี้เยว่ชิงลอบนำวัตถุดิบชั้นยอดออกมาจากมิติพิเศษ ทั้งเนื้อสัตว์และผักสดใหม่คุณภาพเยี่ยมอีกทั้งไม่ลืมที่จะนำน้ำจากธารวิเศษมาปรุงอาหาร รวมทั้งทำเครื่องปรุงสูตรลับเฉพาะ เอาไว้เติมแต่งรสชาติอาหารด้วยเวลาล่วงเลยไปราวหนึ่งชั่วยามครึ่งก็ได้อาหารหน้าตาน่ากินออกมาหลากหลายอย่างจานแรกเป็นหมูสามชั้นตุ๋นผักกาดดอง จานที่สองเป็นเป๋าฮื้อเจี๋ยนน้ำแดง มีคะน้า เห็ดหอม ผักกาดขาว เห็ดผิงกู(เห็ดนางรม)ลวกเคียงไปด้วยจานที่สามเป็นขาห่านอบบะหมี่หม้อดิน จานที่สี่เป็นหมูเส้นชุบแป้งทอดผัดเปรี้ยวหวานใส่พริกหวาน หัวหอมใหญ่ เห็ดหูหนูโรยตามด้วยงาคั่วหอมๆจานที่ห้าเป็นกระเพาะปลาใส่รากบัว แปะก๊วย สมุนไพร เห็ดหอม อันฉุนตั้น(ไข่นกกระทา) จานที่หกเ
หลังจัดการให้สหายรักทั้งสองคนได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข พิธีมงคลสมรสเสร็จสิ้นไปแล้วเยว่ชิงก็กลับมาใช้ชีวิตสงบสุขสดชื่นสบายใจ ดูแลสามีและสองแฝดที่เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ดีเฉลียวฉลาดรู้ความมากกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน ทั้งยังสื่อสารพูดจากับนางโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาได้เหมือนเดิมเจ้าสองแฝดตอนนี้อายุได้ราว 5 ขวบแล้ว เริ่มเข้าไปเรียนที่สถานศึกษาเฉิงกุ้ยเจ๋อของสกุลมู่ครอบครัวรั่วเหรินเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหากแต่คฤหาสน์สกุลซูยังคงไม่เงียบเหงา เนื่องจากยามนี้เยว่ชิงตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สองแล้วที่สำคัญเจ้าตัวน้อยในครรภ์ของนางก็เป็นบุตรชายซึ่งสามารถสื่อสารกับนางได้ไม่ต่างจากพี่ๆของเขาเลย‘นี่ท้องแม่กลายเป็นสถานที่ให้กำเนิดเทพเซียนตัวน้อยไปแล้วหรืออย่างไรกัน’เยว่ชิงเอ่ยขำๆกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ เมื่อจู่ๆยามนางมีอายุครรภ์ได้ราวสามเดือนก็ได้ยินเสียงพูดคุยทักทายจากทารกน้อยไม่ต่างกับตอนตั้งท้องสองแฝดเลยสักนิด‘ไม่ดีหรือขอรับท่านแม่ ตอนนี้พวกพี่ๆก็เติบโตไปเรียนที่สถานศึกษากันหมด’‘ข้าจะไ
หลังซูโหวได้รับฟังคำตอบรับจากรั่วเหรินสตรีที่เขามีใจรักลึกซึ้งให้แล้ว ก็ดีใจมากเผยรอยยิ้มกว้างออกมาพร้อมโอบกระชับนางแน่นขึ้นไปอีก “ขอบใจนะ ขอบใจเจ้ามากเหรินเหรินที่ยอมให้โอกาสข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน” ซูโหวเอ่ยด้วยความยินดี รั่วเหรินยิ้มกริ่มพอใจเมื่อได้เห็นท่าทางดีอกดีใจเช่นนั้นของซูโหวที่ได้รับการยอมรับจากนาง เพราะสิ่งนี้ทำให้นางรู้ว่าซูโหวรักและจริงจังกับนางมากเพียงใดนั่นเอง มองคนตัวโตที่ยิ้มยินดีราวกับบุรุษโง่งมอยู่พักหนึ่ง รั่วเหรินก็อดใจไม่ไหวยื่นหน้าขึ้นไปจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มสากของคนซูโหวคราวหนึ่งทำเอาคนตัวโตใจเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามแดงก่ำขึ้นมาทันใด ก่อนจะก้มหน้าลงมามองใบหน้างดงามของรั่วเหรินจ้องสบตากันหวานซึ้งอยู่พักใหญ่สุดท้ายซูโหวห้ามใจไม่ไหวก้มหน้าลงมามอบจุมพิตนุ่มนวลที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มของ
ซูโหวนั่งเงียบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินว่ารั่วเหรินได้ตัดสินใจเลือกบุตรเขยหรือว่าที่เจ้าบ่าวให้กับตัวเองแล้ว “พี่ซูโหว เหตุใดจึงเงียบไปล่ะเจ้าคะ เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าไม่สะดวกรับแขก หลังจากนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเยอะ” รั่วเหรินเอ่ยไล่ซูโหวอย่างไม่คิดไว้หน้าเขาเลยสักนิด ก่อนหน้านี้นางอุตส่าห์หลงดีใจที่ซูโหวรีบมาพบนางถึงเรือนตามแผนของเยว่ชิงแต่สุดท้ายเขากลับพูดจาบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมเอ่ยความในใจที่มีต่อนางออกมาเสียที ทำให้ตัวนางเริ่มเหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน“พี่ซูโหว หากท่านไม่มีอะไรจะพูดอีกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” รั่วเหรินกล่าวพร้อมลุกขึ้น ทำท่าจะก้าวเดินออกไป‘หมับบ’“พี่ซูโหวนี่ท่านจะทำอะไรน่ะ” รั่วเหรินเอ่ยอย่างตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวโตปากหนักสงวนท่าทีฉวยคว้าตัวนางเอาไว้ ที่สำคัญยามนี้เขายังโอบกอดนางเอาไว้แน่นเลยทีเดียว“เหรินเห







