Masuk“เย่ๆ” มธุรายิ้มหน้าบาน ตั้งตารอที่จะได้ไปกินเมนูโปรดกับทุกๆ คน
“ว่าแต่มีร้านไหนแนะนำบ้างคะ” คนชวนเอ่ยถาม เพราะเธอเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่เลยยังไม่รู้ว่ามีร้านไหนเด็ดร้านไหนดังบ้าง
“ร้านใกล้ๆ บริษัทเลยค่ะ”
ในครั้งนี้จันทร์เจ้าเป็นคนเอ่ย ร้านนั้นเป็นร้านที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยสุดยอด หลังจากเลือกร้านได้แล้วทั้งหมดก็หันไปตั้งใจทำงานต่อเวลาดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาที่รอคอย หญิงสาวทั้งหกเดินตรงออกจากบริษัทไปยังร้านหมูกระทะเจ้าดังที่อยู่ห่างไปราวห้าร้อยเมตร
มธุราถูกปาริตาชวนคุยไปตลอดทาง ส่วนนลิษาได้แต่ขบเม้มปากอยู่หลายรอบ กังวลว่าเธอกำลังดื้อกับเขาคนนั้น แต่มันก็หลีกเลี่ยงได้ยากจริงๆ
“กินเต็มที่เลยนะคะ” มธุราบอกหลังจากมาถึงร้านแล้ว หวังว่าการซื้อใจเล็กๆ น้อยๆ ในครั้งนี้จะทำให้สนิทกันมากขึ้น
ทุกคนยิ้มรับพลางจับจองที่นั่ง ปาริตาเลือกนั่งข้างๆ มธุราในด้านขวา ส่วนด้านซ้ายเป็นนลิษาที่เจ้ามือเป็นคนบอกให้นั่งลง หลังจากนั้นก็พากันไปเดินเลือกหมูและกุ้งตัวโต
ไม่นานเท่าไรเตาที่มีถ่านร้อนๆ สองเตาก็ถูกยกมาตั้งบนโต๊ะ
“เอ่อ...คือว่า” ไม่ถึงสองนาทีมธุราก็เอ่ยขึ้นเรียกความสนใจ
“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณมี่” ปาริตาที่นั่งข้างๆ สังเกตเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“จะว่าอะไรไหมคะถ้ามี่ชวน...พี่โปรดมาด้วย” มธุราไม่รู้ว่าจะทำให้ทุกฝ่ายอึดอัดหรือเปล่า แต่เธออยากให้ปรมะได้มาปาร์ตี้ในมื้อนี้ด้วย
“คุณโปรดจะมาหรือคะ” ปาริตาถามตาโต แบบนี้ก็ดีสิ เผื่อเธอจะได้สนิทกับปรมะไปด้วยอีกคน
“ค่ะ มี่ส่งข้อความไปชวนพี่โปรดตอนก่อนเลิกงานน่ะค่ะ”
เธอหันมองอย่างขอโทษที่ไม่ได้เอ่ยขอก่อน คนอื่นไม่กล้ามีปัญหาอยู่แล้ว แม้อาจจะมีความเคอะเขินหรือลำบากใจบ้าง ต่างจากนลิษาที่มีชนักติดหลังเพราะขัดคำสั่งเขา ปากอิ่มขบกัดกันอย่างแรง คิดว่าเธอควรไปก่อนเขาจะมา ทันใดนั้นหญิงสาวก็หันไปหมายจะหาข้ออ้างในการชิ่งตัว แต่กลับไม่ทันการณ์
“พี่โปรด”
เพียงอึดใจร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ มธุราโบกมือบอกทิศทาง ใบหน้าของนลิษาเจื่อนลง เห็นดีถึงสายตาเย็นเยียบที่มองมาแวบหนึ่ง ไม่ทันคิดอะไรอีกก็มีเสียงเรียก
“ยัยลิษาลุกสิ” ปาริตาพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนร่วมงานสละเก้าอี้ให้คนสำคัญ ทั้งที่ที่นั่งของตัวเองก็อยู่ติดกับมธุรา
“ค่ะ”
หญิงสาวบอกด้วยความยินดี แล้วดีดตัวอย่างเร็วไวขยับไปนั่งท้ายสุด อยู่ห่างจากเขาให้มากคงดี สายตามองต่ำอยู่ที่จานพลาสติกสีฟ้า“เป็นเกียรติมากเลยค่ะที่ได้กินหมูกระทะกับคุณโปรด” ปาริตาทำการประจบประแจงทันที
“มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ” ปรมะคลี่ยิ้มนิดๆ
“ไม่ได้นะคะ มี่ขอเลี้ยงเองค่ะ” มธุราแย้งเสียงดังพร้อมกับส่ายหน้าไม่ยอม แล้วทำท่าอ้อนใส่ปรมะ
“งั้นตามใจมี่แล้วกัน” ปรมะพยักหน้าว่าตามความต้องการของฝ่ายหญิง แล้วบอกให้ทุกคนลงมือจัดการหยิบหมูลงย่างกันต่อได้เลย ขณะสายตาคมกริบเหลือบมองคนที่ขัดคำสั่ง
“จริงๆ แล้วมี่ชวนพี่ญ่ามาด้วย แต่พี่ญ่าติดธุระกับคุณลุงเลยมาไม่ได้ ช่วงนี้พี่โปรดได้คุยกับพี่ญ่าบ้างไหมคะ”
มธุราชวนปรมะคุยทันทีพร้อมนึกเสียดายเป็นอย่างมากที่ปวีญาไม่สามารถมาได้ในวันนี้“คงเรื่องท่าเรือน่ะ” ตอนนี้บิดาให้ความสนใจกับธุรกิจใหม่เป็นอย่างมาก พี่สาวที่เป็นมือขวาจึงยุ่งไปด้วย
“ตอนนี้คุณพ่อของมี่ก็คงยุ่งเหมือนกัน” มธุราทำหน้าเศร้าและกังวลเมื่อพูดถึงบิดา ท่านกำลังทำธุรกิจร่วมกับอัศนัย บิดาของปรมะ
“ว่าแต่มี่มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่โปรด มี่ก็แค่เหงาน่ะค่ะ พี่ญ่ายุ่งๆ เลยไม่มีคนชวนคุย” มธุราส่ายหน้า แต่ในใจนึกเสียดายโอกาสในวันนี้ไม่น้อย
ปรมะไม่แปลกใจที่มธุราสนิทกับพี่สาวของเขา ทั้งสองครอบครัวพอรู้จักกันบ้างในแวดวงสังคม มาเริ่มมีความใกล้ชิดในช่วงหลังที่มธุรากับปวีญาสนิทกัน เพราะไปเจอกันในคลาสเรียนจัดดอกไม้
ด้านนลิษาวางหน้าไม่ถูก รู้สึกอยากหายไปจากที่ตรงนี้ เมื่อแอบชำเลืองมองปรมะแล้วก็เห็นชัดถึงสายตาออกคำสั่ง ว่าเธอไม่ควรอยู่ตรงนี้ และที่ไม่ควรยิ่งไปกว่านั้นคือทำตัวสนิทกับคนของเขา
“ทุกคนคะ ลิษาขอตัวกลับก่อนนะคะ”
คำบอกนั้นทำให้ทุกคนหันมอง ด้านกนิษฐาจึงถามขึ้นอย่างห่วงใย
“อ้าว เรายังไม่ทันได้กินกันเลยนะลิษา เมื่อกลางวันเราก็รีบทำงานจนไม่ได้กินข้าว”
“ลิษาปวดท้องค่ะ มีวันนั้นของเดือน” เป็นข้ออ้างเดียวที่เธอคิดออกในตอนนี้ แล้วแสนจะรู้สึกผิดที่ต้องโกหกทุกๆ คน ดวงหน้าหันไปมองยังคนชักชวน “ขอโทษนะคะคุณมี่”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไว้คราวหน้าเราค่อยมากินกันใหม่ก็ได้” มธุรามองอย่างเข้าใจ ทว่าไม่ทันที่นลิษาจะคว้ากระเป๋าสะพายพาดบ่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
ซ่า ซ่า
ทุกสายตาหันมองสายฝนที่จู่ๆ ก็ตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“อย่าเพิ่งกลับเลยลิษา” กนิษฐากลัวว่าหากรุ่นน้องเดินลุยฝนไปแล้วจะไม่สบายเอาได้
คนถูกรั้งไว้ชำเลืองสายตามองชายผู้ออกคำสั่ง เขายังคงนั่งนิ่งทำให้รู้ว่าเธอควรไป หัวใจดวงเล็กเจ็บร้าว แต่ยังพยายามซุกซ่อนมันไว้ ลำตัวลุกพึ่บขึ้น
“ไม่เป็นไรค่ะ ฝนยังตกไม่มาก ลิษาไปนะคะ” มือนุ่มโบกลาพร้อมรีบจ้ำอ้าวไปหน้าร้าน ใบหน้าเงยมองท้องฟ้า เพราะเม็ดฝนเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่กี่นาทีคงตกหนักเป็นแน่
สองเท้าเรียวเล็กรีบเดินไวๆ ไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้า เสื้อผ้านั้นมีความชื้นอยู่นิดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับชุ่มน้ำ เพียงไม่นานก็กลับมาถึงห้อง เธอรีบตรงเข้าไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ด้วยไม่อยากให้ตัวเองต้องล้มป่วย แค่ใจที่ป่วยตอนนี้ก็หนักพอแล้ว พลันยิ้มหยันใส่ตัวเองที่เป็นต้นเหตุทำให้ต้องมานั่งเจ็บลึก
ที่ผ่านมามันเป็นเพียงความฝัน ความเอ็นดูและการทะนุถนอมก็เป็นแค่ออปชันเสริมที่เขามอบให้หลังจากการซื้อ
ปิ๊บๆ
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







