LOGINปิ๊บๆ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกให้หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ความคิด
“อาหารมาส่งครับ”
“คะ? ไม่ได้สั่งนะคะ น่าจะโทร.เบอร์ผิดแล้วค่ะ” หญิงสาวบอก เธอยังไม่ได้กดสั่งอะไรเลย ตอนนี้ท้องก็ไม่ได้รู้สึกหิวเลยสักนิด
“แต่ผมมาตามหมุดที่ปักนะครับ คุณอยู่ห้อง 12... ชื่อคุณลิษาใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
นลิษาแปลกใจอยู่ชั่วครู่ แล้วก็เริ่มคิดถึงคนหนึ่ง
“เขาเหรอ”
จากนั้นหญิงสาวก็จำใจเดินลงไปยังชั้นล็อบบีเพื่อรับอาหาร แค่เห็นถุงกระดาษวางไว้ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นร้านโปรดของเธอ
นลิษากลอกตามองบน นี่สินะวิธีการของเขา ดูแลเป็นอย่างดี ให้ความใส่ใจเหมือนคนสำคัญ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ของที่เขายังใช้อยู่
มือเล็กถือถุงกระดาษไปวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งมองดวงดาวที่มีความหมายกับเธอตรงระเบียงห้อง สมองหวนคิดถึงเรื่องหนึ่งที่กำลังตัดสินใจ
พอเริ่มรู้สึกหิวก็เดินตรงไปยังห้องครัวที่มีของอำนวยความสะดวกครบครัน กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วโมง เสียงทาบคีย์การ์ดก็ดังขึ้น
“แล้วของที่สั่งมาให้ไปไหน”
คนที่ย่างก้าวเข้ามาในห้องเลิกคิ้วมองไปยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่“ลิษาคิดว่าคุณโปรดจะสั่งมากินเอง” นลิษาละสายตามองปรมะเล็กน้อยถึงตอบ ก่อนขยับตัวลุกขึ้นเดินถือชามไปยังห้องครัว
“เดี๋ยวนี้ริเป็นเด็กโกหกเหรอ แล้วร่มที่เคยซื้อให้ไปไหน ทำไมไม่เอามากาง จะเดินตากฝนทำไม” ชายหนุ่มก้าวเท้าตามไป ไม่ชอบเลยที่นลิษาทำตัวเช่นนี้
“คุณทำให้ลิษาต้องโกหกค่ะ ลิษาไม่ได้อยากโกหก ส่วนร่มพังแล้วค่ะ”
มือเล็กวางชามลงในซิงก์ล้างจานแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคนที่ทำให้เธอกลายเป็นคนไม่ดี นัยน์ตามีความไม่พอใจสำแดงชัด
ส่วนร่มที่ถูกถามถึงนั้นความจริงแล้วมันไม่ได้พัง แต่เธอไม่อยากหยิบมาใช้ เพราะไม่อยากหลงระเริงกับความเอาใจใส่ของเขาอีกแล้ว ที่สำคัญในตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าด้วย เธอให้เด็กคนหนึ่งที่ยืนตากฝนอยู่ริมถนนไป จะทิ้งก็นึกเสียดายเลยส่งต่อให้คนที่ต้องการ
“ถ้าเธอเชื่อฟังก็ไม่ต้องทำแบบนั้น” ปรมะบอกเสียงนิ่ง สายตาบอกย้ำว่านลิษาควรเป็นเด็กดีให้ได้เหมือนที่ผ่านมา
“แต่ลิษาทำงานกับคุณมี่ ถ้าจะไม่ให้สนิทกันลิษาคงต้องลาออก หรือไม่คุณโปรดก็ต้องไล่ลิษาออก”
“นี่ประชดกับโกรธเหรอ” เขาจับน้ำเสียงที่ไม่ปกติของหญิงสาวได้ นลิษากำลังแสดงออกในสิ่งที่ไม่สมควร คงเพราะที่ผ่านมาเขาใจดีมากไปจนทำให้เธอหลงระเริง
“ค่ะ” คนที่กำลังถูกโยนความผิดกระแทกเสียงตอบรับ
“เธอไม่ควรมีความรู้สึก นลิษา” น้ำเสียงของปรมะมีความแข็งกระด้าง การที่เขาเรียกชื่อจริงของคู่สนทนา หมายถึงว่าเขากำลังไม่ชอบใจอย่างมาก
“แต่ลิษามีความรู้สึกค่ะ” นลิษารีบโต้กลับ เธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง จะไม่ให้มีความรู้สึกได้อย่างไรกัน หรือเขาเป็นคนไม่มีความรู้สึก คงไม่มีหัวใจด้วยสินะ
“เธอลืมสถานะของตัวเองอีกแล้ว นลิษา” ชายหนุ่มมองมาด้วยสายตานิ่งเรียบ
“ลิษาไม่ได้ลืมค่ะ ลิษาจำได้ว่าเป็นคนโปรดของคุณ” นลิษายิ้มเย็นใส่คำว่าคนโปรด จะเป็นไปทำไมในเมื่อแค่สิทธิพื้นฐานที่ควรมี เขายังจะลิดรอนไป
“ผิดแล้วลิษา เธอเป็นคนขายคนโปรดของฉันต่างหาก”
ปรมะบอกอย่างชัดเจน ในเมื่อเด็กตรงหน้าดื้ออวดดีเขาก็ต้องปราบ แล้วขยายความให้เด็ดขาดกว่าเดิม
“เธอเป็นได้แค่นั้นจำไว้...”
“ลิษาขอโทษที่เข้าใจผิดไปค่ะ งั้นลิษาควรไปตอนนี้เลยไหมคะ คุณจะได้สบายใจ”
รอยยิ้มบนดวงหน้าของหญิงสาวหายไปทันควัน แล้วตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่คิดมาทั้งวัน เมื่อเขามีใครอีกคน เธอกับเขาก็ควรยุติความสัมพันธ์
“เธอต้องอยู่จนครบสัญญาสามปี และฉันจ่ายเงินไปแล้ว ฉันควรได้ใช้ของอย่างเต็มที่ และอย่าลืมนะว่านอกจากค่ารักษาแม่เธอแล้ว ฉันยังเอาบ้าน เอาของที่ป้าเธอโกงไปคืนมาให้ด้วย” ปรมะเริ่มเสียงแข็ง
หญิงสาวสะอึกเจ็บ อันที่จริงของเหล่านั้นเธอเคยบอกแล้วว่าเขาไม่จำเป็นต้องเอาคืนมาให้ ขอแค่จัดการสองเรื่องที่ขอไปก็พอ แต่เขาก็เอาคืนมาให้จนได้ แล้วบอกว่าเธอควรได้ของที่รักกลับมา
นลิษายิ้มอย่างสมเพชตนเอง ที่ผ่านมาหลงเข้าใจผิดไป สาเหตุที่เขาทำก็เพราะต้องการกดเธอให้ไม่มีสิทธิ์ไปไหนต่างหาก
“เธอรู้นะว่าถ้าคิดจะไปเธอต้องจ่ายค่าฉีกสัญญา อย่าคิดชิ่งหรือหนีไปเด็ดขาด เพราะฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือหัวใจฉันไม่ได้มีไว้ให้เธอ”
ปรมะรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แต่ก็คิดว่ามันอาจจะช้าไปแล้ว “และอย่าคิดยุ่งหรือทำอะไรมี่ ไม่งั้นเธอจะเดือดร้อน” น้ำเสียงนั้นห้วนเข้ม ดวงตาคมกริบมองจ้องนลิษาคล้ายกำลังเตือนด้วยความหวังดี
“ฉันจะกลับไปค้างบ้าน มีคนทำตัวน่าเบื่อ” เขาไม่อ้อมค้อม ในวันนี้เด็กดีทำตัวน่าเบื่อสุดขั้ว นัยน์ตาสื่อถึงความหงุดหงิดที่มี เป็นครั้งแรกที่นลิษาทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ แล้วพลิกตัวหมายจะเดินจากไป
“น่าเบื่อแต่คุณก็ยังกลับมาเอาทุกวัน” นลิษายังคงประชดออกไป ทั้งที่ตัวเองนั่นแหละจะเจ็บ
“ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม”
นลิษายิ้มไม่ออก เมื่อคำพูดของเขาที่ตอกกลับมามันทำให้เธอเจ็บจริงๆ
“หวังอะไรนลิษา เธอประชดมาแล้วฉันต้องง้อเหรอ ถ้าไม่อยากเจ็บก็อย่าประชดอีก” มันเป็นหลักการง่ายๆ ที่นลิษาควรรู้ พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้แต่ความเงียบให้หญิงสาวถอยหลังไปพิงตัวกับเคาน์เตอร์
เธอไม่รู้ว่าควรจัดการกับความรู้สึกอย่างไรดี จะอยู่ต่อก็ไม่ได้ แต่ไปก็ไปไม่ได้ เพราะเงินค่าฉีกสัญญาไม่ใช่น้อยๆ เลย
น้ำตาเม็ดกลมทำท่าจะหล่นกลิ้งลงบนพวงแก้ม แต่นลิษาก็ไม่อยากเป็นคนอ่อนไหวจึงพยายามกลั้นไว้ เมื่อเลือกทางนี้เองก็ควรต้องเข้มแข็ง แล้วรีบมองหาทางออกให้ตัวเองโดยเร็วไวที่สุด
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







