LOGINยามตะวันกลับมาฉายแสงในเช้าวันใหม่ นลิษาก็ตื่นขึ้นมาตามลำพังเหมือนอย่างเคย ทว่าในวันนี้ภายในอกมีอาการโหวงหวิวและอ้างว้างกว่าทุกวัน แล้วค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นมาพิงแผ่นหลังกับหัวเตียง
ดวงตาคู่สวยมองออกไปนอกหน้าต่าง บรรยากาศดูหม่นหมอง พลางคิดถึงเรื่องหนึ่งอย่างหนัก ก่อนลุกไปมองหาสมาร์ตโฟนที่น่าจะวางไว้บนโต๊ะอาหาร
มือเล็กหยิบมันขึ้นมากดเข้าอินสตาแกรมเพื่อทำตามคำสั่งของปรมะ แต่เมื่อกดไปยังหน้าโพรไฟล์ที่เพิ่งติดตามไม่นานมานี้ก็ต้องแสยะยิ้ม
เธอคงชักช้าเกินไป ชายหนุ่มจึงทำแทนด้วยการบล็อกเธอไม่ให้เข้าไปวุ่นวายได้อีก
แบบนี้คงยืนยันได้ว่ามธุรามีความสำคัญ แต่จะถึงขั้นไหน เธอไม่อาจแน่ใจ
นลิษาจมอยู่กับความคิดได้ไม่นานก็ต้องดึงตัวเองกลับมา ด้วยเธอยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ หญิงสาวหอบร่างซึมเซาของตัวเองไปจนถึงโต๊ะทำงาน ก่อนจะเห็นว่ามธุราและจันทร์เจ้ามาถึงแล้วและกำลังส่งยิ้มมาทักทาย
เธอยิ้มกลับนิดๆ แล้วหันไปกดเปิดคอมพิวเตอร์ ในจังหวะนั้นเพื่อนร่วมงานอีกคนก็เดินตามมาสมทบ
“คุณมี่กินขนมไหมคะ ปาล์มซื้อมาฝาก” ปาริตาวางแผนไว้ว่าจะตีสนิทกับเด็กเส้นให้มากที่สุด จึงซื้อขนมมาเป็นของกำนัล
“ขอบคุณมากเลยค่ะ” มธุรายื่นมือไปรับน้ำใจ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกลุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว
“คุณมี่ไม่บอกปาล์มบ้างเลยค่ะว่าเป็นคนโปรดของคุณโปรด” ปาริตาละลาบละล้วงอย่างชัดเจน ที่จริงก็อยากรู้ความเป็นไปเป็นมาให้มากกว่านี้ แต่ยังไม่กล้าจุ้นมากนัก
“มี่ไม่ใช่คนโปรดหรอกค่ะ” มธุราส่ายหน้า เห็นเพื่อนร่วมงานต่างพากันมองมายังเธอ
“แต่ก็เป็นคนสำคัญใช่ไหมคะ มีข่าวดีเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ” ปาริตาทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างประจบประแจง
ในหนนี้มธุราเพียงแค่ยิ้มรับ แล้วหันกลับไปสนใจงานที่ตัวเองรับผิดชอบอย่างตั้งใจ ไม่อยากให้ตัวเองทำพลาด ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียชื่อไปถึงคนที่ฝากเธอเข้ามา
นลิษาที่ไม่ได้ถูกดึงเข้าไปในวงสนทนาด้วยนั่งนิ่ง เธอจำอีกคำสั่งของปรมะได้จึงเลือกจะเงียบเสียดีกว่า แต่ก็ยากไม่น้อยเมื่อต้องทำงานด้วยกัน
“มี่ไม่เข้าใจตรงนี้ คุณลิษาช่วยทำให้ดูหน่อยได้ไหมคะ” มธุราขอความช่วยเหลือ
“ได้ค่ะ”
หญิงสาวสอนงานให้มธุราเข้าใจ เธอว่าอีกฝ่ายค่อนข้างหัวไว มีไอเดียดี แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นมือโปร จึงต้องได้รับคำแนะนำอีกมาก ครึ่งชั่วโมงต่อมาน้องใหม่ก็เอ่ยถามอีกครั้ง
“งานมี่โอเคไหมคะ”
ดวงหน้าหวานหันไปมองงานของอีกฝ่าย “โอเคเลยค่ะคุณมี่”
“ลิษาเอางานไปเสนอคุณโปรดด้วยนะ ส่วนคุณมี่ไปกับลิษานะคะ ลองเอางานไปให้คุณโปรดดู” อลินพูดขึ้น
“ค่ะพี่ลิน” นลิษาพยักหน้ารับพร้อมหยิบไอแพดขึ้นมาถือ หลังส่งงานเข้าไดรฟ์เรียบร้อยแล้ว
“มี่ตื่นเต้นจังค่ะ ไม่รู้ว่าพี่โปรดจะชอบไหม” มธุรารีบขยับตัวตาม นึกอยากให้งานของเธอได้รับคำชม
เมื่อทั้งสองเข้าไปอยู่ภายในห้องทำงานของปรมะแล้ว นลิษาก็เป็นคนเอ่ยรายงาน
“ลิษากับคุณมี่เอางานมาให้ดูค่ะ”
“เอามาสิ”
นลิษาขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อยื่นไอแพดให้ปรมะได้พิจารณา โดยมีมธุราขยับตัวตามไปใกล้ชิดอีกนิด แล้วชี้ไปยังผลงานของตัวเอง
“งานนี้มี่เป็นคนออกแบบ คุณโปรดติชมได้เลยค่ะ” ดวงตาของเด็กใหม่ตั้งความหวัง
“เรียกพี่เหมือนเดิมก็ได้มี่” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำท่าเหินห่างแล้วคลี่ยิ้มบางๆ พาให้นลิษารู้สึกว่าที่ตรงนี้ไม่จำเป็นต้องมีเธอ
“ค่ะพี่โปรด ว่าแต่โอเคไหมคะ”
“โอเคครับ เก่งมากเลย” ปรมะเอ่ยคำชม งานของมธุราถือว่าใช้ได้
“ขอบคุณค่ะ ต้องยกความดีให้คุณลิษาเลยค่ะที่ช่วยมี่ คุณลิษาสอนงานเก่งมากเลยนะคะพี่โปรด”
ปรมะมองเลยไปยังหญิงสาวอีกคนแล้วเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น ก่อนส่งไอแพดคืนให้แก่เจ้าของ เพราะงานของ
นลิษาออกมาดีเสมอ
หลังจากนั้นสองสาวก็ขอตัวออกมาจากห้องทำงานของปรมะเพื่อกลับมาทำงานต่อ
“ขอบคุณนะคะคุณลิษา” มธุรายิ้มหน้าบาน ดีใจที่ตัวเองได้ใช้ความสามารถ
“ไม่เป็นไรค่ะ” นลิษายิ้มให้
“เย็นนี้มี่ขอเลี้ยงหมูกระทะได้ไหมคะ” มธุราเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามาในแผนกแล้ว
“อะไรนะคะ” กนิษฐาหันไปมองอย่างสงสัย ทำไมอีกฝ่ายถึงจะขอเลี้ยงมื้อเย็นกัน
“มี่อยากสนิทกับทุกๆ คน อยากให้ทุกคนเลิกเรียกมี่ว่าคุณค่ะ” เธอไม่อยากมีระยะห่างกับเพื่อนร่วมงาน การได้ไปสังสรรค์กันคงพอช่วยลดช่องว่างลงได้บ้าง
“นะคะทุกคน ไปกับมี่นะ” มธุราคะยั้นคะยอ หันไปมองหัวเรือใหญ่อย่างอลิน เพราะถ้าอีกฝ่ายไป คนอื่นๆ ก็คงคล้อยตาม
“โอเคค่ะ” อลินตอบรับ เพราะไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจอะไร จากนั้นทุกๆ คนก็ต่างพากันตอบตกลง
“ไปค่ะ/โอเคค่ะ/ปาล์มกินเต็มที่เลยนะคะ”
มีเพียงนลิษาที่ยังไม่ได้กล่าวตกลง ความลำบากใจเกิดขึ้นทันที
“ไปนะคะคุณลิษา” มธุราหันมาหานลิษาพลางทำสีหน้าอ้อน เพราะคนที่เธออยากสนิทด้วยมากที่สุดคือนลิษา
“อย่ามากเรื่องน่ายัยลิษา” ปาริตากลอกตาใส่เพื่อนที่ทำเป็นเล่นตัว ด้านนลิษาอ้ำอึ้ง
“คุณลิษาไม่ชอบมี่หรือเปล่าคะ เพราะมี่ถามคุณลิษาบ่อยใช่ไหม”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น” นลิษาส่ายหน้าเป็นพัลวัน เห็นทุกคนมองมาทำให้เธอรู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก ไม่รู้จะหาข้ออ้างในการปฏิเสธไปอย่างไร
“ไปเถอะลิษา อย่าเสียมารยาทเลย” อลินส่งสายตาบอกกับรุ่นน้อง แล้วหันมองสีหน้ามธุราที่เจื่อนลง
“ลิษาไปก็ได้ค่ะ” สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่มีทางเลือก ไม่เช่นนั้นการทำงานในวันต่อไปคงทำให้เกิดความอึดอัดขึ้นแน่
“เย่ๆ” มธุรายิ้มหน้าบาน ตั้งตารอที่จะได้ไปกินเมนูโปรดกับทุกๆ คน
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







