LOGINปึก!
เสียงของหนักกระทบโต๊ะดังจนแพรวสะดุ้งสุดตัว หลอดชานมแทบหลุดจากปาก
"เบาๆ สิวะ โต๊ะคณะร้าวแล้วมั้งนั่น" แพรวโวยวาย เลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่หน้ามุ่ยเป็นม้าหมากรุก "เป็นอะไรแต่เช้า เมนส์มาเหรอ"
"เปล่า" ปอยตอบห้วนๆ ดึงสมุดจดมาเปิดหน้ากระดาษอย่างเอาเป็นเอาตาย
แพรวหรี่ตาลงอย่างจับผิด กวาดสายตามองเลยไหล่ปอยไปทางลานจอดรถ "กูเห็นละ ไอ้โซ่ใช่มั้ย"
ปอยชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง
"น้องบี๋นิเทศล่ะสิ" แพรวพูดต่อด้วยน้ำเสียงรู้ทัน "กูเห็นข่าวซุบซิบในเพจมอตั้งแต่เมื่อคืนละว่าไอ้โซ่มันไปส่งน้องเขาที่หอ เช้านี้ก็คงมาดักรอแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของล่ะสิ"
ปอยกัดกระพุ้งแก้มตัวเองจนเจ็บ
เมื่อคืนเขาไปส่งน้องบี๋ที่หอ... แต่เช้านี้มาเคาะประตูบ้านเธอให้ทำไข่เจียวให้กินเนี่ยนะ ศรัณย์ทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้ได้ยังไงโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด
"มันจะไปรับไปส่งใครก็เรื่องของมันดิ เกี่ยวอะไรกับกู" ปอยตอบปัด หยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนลงบนสมุดมั่วๆ
"เกี่ยวสิ ก็มึงเป็นคนทำข้าวเช้าให้มันกิน เป็นคนซักเสื้อช็อปให้มัน เป็นคนปลุกมันมาเรียน แต่คนที่ได้เดินควงมันแบบสวยๆ กลับเป็นคนอื่น" แพรวพูดแทงใจดำอย่างไม่อ้อมค้อม "มึงทนได้เหรอปอย ถามจริง"
"กูเป็นเพื่อนมัน แพรว" ปอยเงยหน้าขึ้นมาสบตาเพื่อน "เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน กูไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้น"
"เหรอ" แพรวยิ้มมุมปาก "ถ้าไม่ได้คิดอะไร ทำไมมึงต้องกระแทกหนังสือดังขนาดนี้ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะเดินไปหยุมหัวน้องบี๋เมื่อกี้ด้วย"
"กูไม่ได้อยากหยุมหัวใคร!" ปอยเถียงเสียงดังขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว ลดเสียงลงเมื่อรู้ตัวว่าเผลอใส่อารมณ์ "กูแค่... รำคาญ รำคาญความเจ้าชู้ของมัน รำคาญที่มันทำตัวลอยไปลอยมา ไม่รู้จักโตสักที"
"มันไม่โต หรือมึงไม่อยากให้มันโตไปมีคนอื่นกันแน่"
คำถามของแพรวทำเอาปอยสะอึก เธอไม่มีคำตอบให้เพื่อน เพราะลึกๆ ในใจ เธอกลัวคำตอบของตัวเองที่สุด
ระหว่างที่ปอยกำลังพยายามหาข้ออ้างมาเถียง ร่างสูงคุ้นตาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ
โซ่เดินมาคนเดียว ไม่มีน้องบี๋เดินตามมาด้วย เขาขยับเก้าอี้ม้าหินอ่อนตัวที่ติดกับปอยออกแล้วทรุดตัวลงนั่งชิดจนต้นขาของเขาเกยกับขาของเธอ
กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่เคยติดอยู่จางๆ หายไปแล้ว เหลือแต่กลิ่นครีมอาบน้ำเย็นๆ ของเขา ปอยรีบขยับขาหนีอย่างรวดเร็ว
"คุยไรกันอยู่วะ หน้าเครียดเชียว" โซ่ถามเสียงใส เอื้อมมือมาหยิบปากกาในมือปอยไปหมุนเล่นหน้าตาเฉย
"คุยเรื่องมึงแหละ" แพรวตอบตรงๆ "เคลียร์คิวสาวเสร็จแล้วเหรอ ถึงได้เสด็จมาหาเพื่อนได้"
โซ่ไหวไหล่ ไม่สนใจคำประชดของแพรว เขาวางปากกาลงบนโต๊ะแล้วหันมาจ้องหน้าปอยแทน
"เป็นไร" เขาถามเสียงอ่อนลง
"กูเปล่า" ปอยตอบโดยไม่มองหน้าเขา เอื้อมมือไปหยิบปากกาคืนมา
แต่โซ่ไวกว่า เขากางมือตะปบทับลงบนมือของปอยที่กำลังจับปากกาอยู่ แรงกดนั้นไม่ได้หนักหน่วง แต่มันก็แน่นพอที่จะทำให้ปอยดึงมือกลับไม่ได้
ผิวเนื้อที่สัมผัสกันทำให้ความร้อนแล่นปร๊าดขึ้นมาถึงใบหน้า
"มึงโกรธกูเหรอปอย" โซ่ถามย้ำ ดวงตาคมคริบจ้องลึกเข้ามาเหมือนพยายามจะจับผิด
"กูบอกว่าเปล่า ปล่อยมือ" ปอยพยายามดึงมือออก
"ถ้าเปล่าแล้วทำไมตอนเดินมาไม่รอ เดินหนีมาทำไม" เขายังคงต้อน
"ก็เห็นมึงคุยกับน้องเขาอยู่ กูจะอยู่เป็นก้างขวางคอทำไมล่ะ" ปอยสวนกลับ นึกเกลียดตัวเองที่น้ำเสียงมันฟังดูประชดประชันมากกว่าจะราบเรียบอย่างที่ตั้งใจไว้
โซ่ชะงักไปนิดหนึ่ง มุมปากของเขากระตุกขึ้นเหมือนคนกำลังพยายามกลั้นยิ้ม "น้องบี๋อะนะ"
"อืม"
"หึงเหรอ"
คำถามนั้นหลุดออกมาเบาๆ แต่กลับดังก้องในหูของปอย
เธอหันขวับไปจ้องหน้าเขา โซ่ยังคงกุมมือเธอไว้ใต้ฝ่ามือเขา แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาล้อเล่นแบบเพื่อนสนิท แต่เป็นสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุม
"กูจะไปหึงมึงทำไม กูเป็นเพื่อนมึงนะไอ้โซ่ อย่ามาหลงตัวเอง" ปอยดึงมือออกสุดแรง คราวนี้เขายอมปล่อย
"ก็แค่ถามดู" โซ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ล้วงมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากด "เห็นมึงหน้าหงิก ก็นึกว่าหวงกู"
ปอยเม้มปากแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาในอก
สำหรับเขา การที่เธอโกรธหรือเสียความรู้สึก มันเป็นแค่เรื่องตลก เป็นแค่เรื่องให้เขาเอามาล้อเล่นเพื่อบริหารเสน่ห์งั้นเหรอ
เธอเหนื่อยแล้ว เหนื่อยที่จะต้องมานั่งรอให้เขากลับมาหาหลังจากไปส่งคนอื่น เหนื่อยที่จะต้องเป็นแค่ของตายที่หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือของปอยที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบขึ้น โชว์ข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์
ปอยปรายตามองหน้าจอ
ครืด... ครืด...โทรศัพท์มือถือของปอยที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเตือน หน้าจอสว่างวาบขึ้น โชว์ข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ปอยปรายตามองหน้าจอP’Time: เย็นนี้ปอยว่างไหมครับ พี่ว่าจะชวนไปกินกาแฟ แล้วก็ดูโปรเจกต์ตรงที่ปอยติดขัดให้ข้อความจากรุ่นพี่ปีจบที่เพิ่งทักมาคุยกับเธอได้พักใหญ่ พี่ไทม์เป็นผู้ชายที่ตรงข้ามกับโซ่ทุกอย่าง เขาสุภาพ เป็นผู้ใหญ่ ไม่เคยพูดจาทีเล่นทีจริง และที่สำคัญ... เขาแสดงออกชัดเจนว่ากำลังจีบเธอปอยมองข้อความนั้นนิ่งเธอเคยปฏิเสธคำชวนของพี่ไทม์มาตลอดหลายสัปดาห์ เพราะลึกๆ ในใจเธอยังคงรอ... รอให้โซ่หยุดทำตัวลอยไปลอยมา รอให้เขาเห็นว่าคนที่อยู่ข้างเขามาตลอดคือเธอแต่ภาพของน้องบี๋เมื่อเช้า และคำพูดล้อเล่นของโซ่เมื่อครู่ มันเหมือนค้อนที่ทุบกำแพงความหวังลมๆ แล้งๆ ของเธอจนพังทลายถ้ามัวแต่รอคนที่ไม่มีวันหยุดที่เธอ ชาตินี้เธอคงไม่ได้เดินไปไหนแน่ๆปอยสูดหายใจเข้าลึก เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอ แล้วกดเข้าไปในห้องแชตของพี่ไทม์นิ้วโป้งของเธอพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลอีกต่อไปPoy: ว่างค่ะพี่ไทม์ เจอกันที่ร้านหน้ามอตอนสี่โมงครึ่งนะคะ"คุยกับใครวะปอย"เสียงทุ้มต่ำที่จู
ปึก!เสียงของหนักกระทบโต๊ะดังจนแพรวสะดุ้งสุดตัว หลอดชานมแทบหลุดจากปาก"เบาๆ สิวะ โต๊ะคณะร้าวแล้วมั้งนั่น" แพรวโวยวาย เลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทที่หน้ามุ่ยเป็นม้าหมากรุก "เป็นอะไรแต่เช้า เมนส์มาเหรอ""เปล่า" ปอยตอบห้วนๆ ดึงสมุดจดมาเปิดหน้ากระดาษอย่างเอาเป็นเอาตายแพรวหรี่ตาลงอย่างจับผิด กวาดสายตามองเลยไหล่ปอยไปทางลานจอดรถ "กูเห็นละ ไอ้โซ่ใช่มั้ย"ปอยชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง"น้องบี๋นิเทศล่ะสิ" แพรวพูดต่อด้วยน้ำเสียงรู้ทัน "กูเห็นข่าวซุบซิบในเพจมอตั้งแต่เมื่อคืนละว่าไอ้โซ่มันไปส่งน้องเขาที่หอ เช้านี้ก็คงมาดักรอแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของล่ะสิ"ปอยกัดกระพุ้งแก้มตัวเองจนเจ็บเมื่อคืนเขาไปส่งน้องบี๋ที่หอ... แต่เช้านี้มาเคาะประตูบ้านเธอให้ทำไข่เจียวให้กินเนี่ยนะ ศรัณย์ทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้ได้ยังไงโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด"มันจะไปรับไปส่งใครก็เรื่องของมันดิ เกี่ยวอะไรกับกู" ปอยตอบปัด หยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนลงบนสมุดมั่วๆ"เกี่ยวสิ ก็มึงเป็นคนทำข้าวเช้าให้มันกิน เป็นคนซักเสื้อช็อปให้มัน เป็นคนปลุกมันมาเรียน แต่คนที่ได้เดินควงมันแบบสวยๆ กลับเป็นคนอื่น" แพรวพูด
รถบิ๊กไบค์เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ โซ่ดับเครื่องยนต์ ปอยรีบคลายอ้อมกอดและปีนลงจากรถทันที คืนพื้นที่ส่วนตัวให้เขาอย่างรวดเร็วที่สุดเธอถอดหมวกกันน็อกส่งคืนให้เขา โซ่รับไปแขวนไว้ที่แฮนด์รถ มือใหญ่เสยผมที่เสียทรงจากการใส่หมวกกันน็อกอย่างลวกๆ แต่กลับดูดีจนผู้หญิงหลายคนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง"เดี๋ยวเที่ยงกูไปรอที่โรงอาหารนะ" โซ่บอกพลางหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแต่จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ที่ดังขึ้นรัวๆปอยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เผลอปรายตามองไปที่หน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจNong Bee: พี่โซ่ถึงยังคะ Nong Bee: บี๋รออยู่ที่หน้าตึกคณะแล้วน้าา ซื้อกาแฟมาเผื่อด้วยค่ะตัวหนังสือที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาความอบอุ่นที่เกาะกุมหัวใจปอยเมื่อครู่ระเหยหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกชาวาบและเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายน้องบี๋... ดาวคณะนิเทศปีหนึ่งที่เพิ่งมีข่าวว่ากำลังคุยๆ อยู่กับโซ่เมื่อสัปดาห์ก่อนความจริงกระแทกหน้าอย่างจังนี่แหละตัวตนของศรัณย์ ผู้ชายลอยชาย เจ้าชู้ คบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า เมื่อคืนอาจจะคุยกับอีกคน เช้านี้
"ดุแต่เช้าเลยว่ะ" เขาบ่นพึมพำ ยอมคลายวงแขนออกจากเอวเธอช้าๆ "ลุกแล้วๆ บ่นเป็นยายแก่ไปได้"ปอยรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันทีที่เขายอมปล่อย จัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ พยายามทำเป็นไม่สนใจสายตาของคนที่กำลังยันตัวลุกขึ้นนั่งขยี้หัวตัวเองจนผมชี้ฟู"ให้เวลาสิบห้านาที ลงไปกินข้าวที่บ้านกู ถ้าช้า กูเทข้าวให้หมาหน้าปากซอยกินแน่" ปอยทิ้งท้ายไว้แค่นั้น แล้วรีบหันหลังเดินสับเท้าออกจากห้องไปโดยไม่รอฟังคำตอบทันทีที่พ้นประตูห้อง ปอยยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงกระหน่ำรัวไม่หยุดเมื่อไหร่เธอจะชินสักทีนะสิบห้านาทีเป๊ะตามเวลาที่กำหนด ร่างสูงในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยก็เดินข้ามรั้วมาโผล่ที่โต๊ะกินข้าวบ้านปอยโซ่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไม่ติดกระดุมสามเม็ดบน เผยให้เห็นรอยสักเส้นกราฟิกสีดำเล็กๆ ที่หลังคอซึ่งถูกปกปิดไว้ครึ่งหนึ่งด้วยคอเสื้อ ชายเสื้อหลุดลุ่ยอยู่นอกกางเกงยีนส์สีซีด สภาพดูเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนมากกว่านักศึกษาปีสี่ที่กำลังจะไปพรีเซนต์งานจบเขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วทรุดตัวลงนั่ง หยิบช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมพร้อม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่เขาเพิ่งฉีดมาใหม่ๆ ลอยมาเตะจมูกป
เสียงน้ำมันเดือดดังฉ่าเมื่อไข่ที่ตีจนฟูถูกเทลงในกระทะ กลิ่นหอมของไข่เจียวหมูสับลอยคลุ้งไปทั่วครัวขนาดเล็ก ปอยใช้ตะหลิวพลิกไข่ให้สุกเหลืองน่ากินอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะตักใส่จานสองใบที่วางรอไว้บนเคาน์เตอร์จานหนึ่งของเธอ อีกจาน... ของภาระที่อยู่บ้านติดกันหญิงสาวในชุดกางเกงวอร์มสีเทาหลวมโพรกกับเสื้อยืดตัวใหญ่กว่าตัวสองไซส์ถอนหายใจยาว เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เลื่อนสายตามองนาฬิกาแขวนผนังเจ็ดโมงสิบห้านาทีถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและเตรียมนั่งกินข้าวเช้าอย่างสบายใจแล้ว แต่สำหรับคนที่มีเพื่อนสนิทชื่อ ‘โซ่’ ชีวิตไม่เคยง่ายดายแบบนั้นปอยคว้าพวงกุญแจที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว มันไม่ใช่กุญแจบ้านเธอ แต่เป็นกุญแจบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ติดกัน รั้วปูนเตี้ยๆ ระหว่างสองบ้านไม่เคยเป็นอุปสรรค เพราะมีประตูเล็กๆ ที่ถูกเจาะทะลุไว้ตั้งแต่สมัยพวกเธอยังอยู่ประถมเธอเดินข้ามฝั่งไปอย่างเคยชิน ไขกุญแจเข้าประตูหลังบ้านอย่างเงียบเชียบ ภายในบ้านของโซ่เงียบกริบและเย็นเฉียบ พ่อแม่ของเขาน่าจะบินไปดูงานที่ต่างประเทศตั้งแต่เมื่อคืน ทิ้งให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่เฝ้าบ้านตามลำพังเหมือนทุกทีแต่ถึ







