Se connecterจางเจิ้นรอให้คู่ค้าคนใหม่เดินไปไกลแล้วถึงได้กล่าวชื่นชมหลานสาว ที่สามารถคัดเลือกคนที่มิได้ใช้เพียงอำนาจเข้าข่มขู่ แต่สามารถทำให้พวกเขาโอนอ่อนผ่อนตามด้วยความเต็มใจ
“หลานรักเจ้าพัฒนาฝีมือเรื่องการค้าไปอีกขั้นแล้วนะ ดูท่าคู่ค้าของเราทั้งสามคนในวันนี้คงทำให้เรามีเงินอยู่ในมือนับพันตำลึงเงินแน่นอน” “อืม ตาก็เห็นด้วยกับท่านลุงของเจ้านะการเลือกคนมาเป็นคู่ค้าสำคัญกับพวกเรามากจริง ๆ ยังดีที่ซีซีมีแผนรับมือพวกเขาไว้ก่อน” หลังจากไม่มีคนนอกอยู่ในศาลาแล้วอวิ๋นซีก็กลับมาเป็นเด็กน้อยขี้อวดเหมือนเดิม “คิ ๆ ๆ เรื่องอะไรซีซีจะยอมให้คนเจ้าเล่ห์มาเอาเปรียบพวกเราได้ หากไม่ควบคุมพวกเขาไว้เสียแต่ทีแรกแล้วปล่อยให้ขายวัสดุอุปกรณ์ในราคาแพง ชื่อเสียงของตระกูลจางคงถูกพวกเขาทำลายไม่เหลือแน่ ๆ เจ้าค่ะท่านตา” “ท่านพ่อตา พี่ภรรยา สงสัยพวกเราคงต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากเสียแล้ว ยามแยกย้ายกันไปจัดการเรื่องงานกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ จะได้ไม่หลงกลถูกพวกเขาหลอกลวงจนรับมือไม่ไหวขอรับ” เฟิงหยางคิดว่าเรื่องนี้บุตรสาวของเขาย่อมมีทางออกให้ทุกคนได้เรียนรู้เพิ่มเติมแน่นอน “อืม เช่นนั้นต้องรบกวนซีซีช่วยสอนเรื่องนี้กับพวกเราแล้วล่ะนะ” ‘เรื่องเล็กมากข้าแค่สรุปสั้น ๆ เขียนเฉพาะหัวข้อที่มีใจความสำคัญเพียงเท่านี้ทุกคนก็เรียนรู้ได้แล้ว’ สิ่งที่ท่านตาบอกกับอวิ๋นซีเป็นความตั้งใจที่นางคิดเอาไว้แล้วเช่นกัน “ได้สิเจ้าคะไว้ซีซีจะทำเป็นหัวข้อสำคัญแบบย่อเพื่อทุกคนจะได้อ่านและเข้าใจได้รวดเร็วมาให้เจ้าค่ะ” “เอาล่ะตอนนี้ตากับท่านลุงและท่านพ่อของเจ้าจะไปช่วยพี่ชายทั้งสองของเจ้าก่อน ส่วนเจ้าก็นั่งเล่นอยู่ที่นี่หรือจะไปหาท่านแม่ของเจ้าก็ได้นะ” “เจ้าค่ะท่านตา” อวิ๋นซีปล่อยให้เหล่าบุรุษไปช่วยกันดูแลคู่ค้าทั้งสามอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งภายหลังคู่ค้าหายตกตะลึงกับโรงเก็บวัสดุชนิดต่าง ๆ เกี่ยวกับการก่อสร้าง ต่างก็เขียนรายการวัสดุที่อยากได้พร้อมจำนวนที่ตนต้องการและจ่ายเงินมัดจำตามข้อตกลงอย่างยินดี ส่วนคนที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมกำลังเตรียมแผนการรับคนงานเพิ่มเติม เพื่อช่วยในเรื่องการนำวัสดุไปส่งให้กับคู่ค้าทั้งสาม อย่างน้อยการจ้างคนรู้จักที่เคยช่วยเหลือตนกับครอบครัว ถือว่าได้ตอบแทนน้ำใจที่เคยเอ่ยปากกับพวกเขาเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อนนั่นเองอวิ๋นซีนั่งขบคิดวางแผนเกี่ยวกับการขยายกิจการเสร็จเรียบร้อย จื่อหานกับเฟยซวนก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังศาลากลางน้ำ พร้อมกับวางตั๋วเงินค่ามัดจำสินค้าที่เพิ่งได้รับจากคู่ค้าทั้งสามลงบนโต๊ะทั้งหมด
ปึก! แฮ่ก ๆ ๆ
“หือ พวกท่านสองคนวิ่งหนีอันใดมาหรือว่าพูดไม่เข้าหูท่านลุงถึงได้กลับมาซีซีใช่ไหมเจ้าคะ?”
“อึก ใช่ที่ไหนกันล่ะน้องพี่ตอนนี้ท่านลุง ท่านพ่อและท่านตากำลังช่วยกันตรวจดูวัสดุที่เหลือต่างหาก” จื่อหานตอบอวิ๋นซีทั้งที่ยังไม่หายเหนื่อย
“เป็นอย่างที่อาหานบอกเจ้าพวกเราสองคนมิได้หาเรื่องท่านลุงของเจ้า แต่ที่รีบวิ่งหาเป็นเพราะกองตั๋วเงินบนโต๊ะนี่ต่างหากล่ะซีซี” เฟยซวนหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะช่วยยืนยันคำพูดของอวิ๋นซีอีกคน
อวิ๋นซีมองไปยังตั๋วเงินที่ญาติผู้พี่บอกกับตนก็หยิบมานับดูผ่าน ๆ และยกยิ้มอย่างพึงพอใจกับการเริ่มต้นขยายฐานการค้าของกิจการ
“ว้าว นี่รวม ๆ แล้วน่าจะมากกว่าหนึ่งหมื่นตำลึงนะเจ้าคะพี่ใหญ่ พี่เฟยซวน แค่เวลาสั้น ๆ เราก็ทำเงินได้เยอะเพียงนี้แล้วหรือนี่”
“ก็ใช่น่ะสิ แค่คู่ค้าสามคนยังทำเงินได้มากมายแล้ว หากเรามีคู่ค้าในเมืองอื่น ๆ เพิ่มจะไม่ได้มากกว่านี้หลายเท่าหรอกหรือซีซี” เฟยซวนชื่นชอบมากยามได้คิดคำนวณยอดเงินที่ได้รับจากคนที่ซื้อสินค้าจากกิจการของตระกูล
จื่อหานที่ยังจำได้ว่าน้องสาวเคยพูดถึงอีกเรื่องหนึ่งกับหัวหน้าหมู่บ้านไว้ก่อนออกเดินทาง จึงลองถามอวิ๋นซีดูว่านางยังจำได้หรือไม่กับเรื่องดังกล่าว
“ซีซีตอนนี้การรับสมัครคู่ค้าก็ได้เริ่มลงมือทำจริง ๆ แล้ว ว่าแต่ที่เจ้าเคยบอกหัวหน้าหมู่บ้านไว้เมื่อหลายเดือนก่อนยังจำได้หรือไม่เล่า”
อวิ๋นซีทำหน้าฉงนและพยายามนึกถึงเรื่องที่พี่ชายถามกับนาง ไม่นานก็ดีดนิ้วประมาณว่านางย่อมไม่ลืมว่าเคยพูดสิ่งใดไว้
“อ้อ เรื่องที่ซีซีพูดก่อนออกจากหมู่บ้านใช่หรือไม่เจ้าคะ แน่นอนว่าต้องจำได้อยู่แล้วเพราะซีซีเพิ่งวางแผนเกี่ยวกับเรื่องนี้เสร็จก่อนพวกพี่ทั้งสองมาพอดี ประเดี๋ยวรอท่านตา ท่านลุงกับท่านพ่อกลับมาค่อยหารืออีกทีเจ้าค่ะ”
“อืม พี่คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีถ้าคนในหมู่บ้านชิงสุ่ยจะได้ทำงานร่วมกับเรานะ เพราะทุกคนอยู่ร่วมกันโดยไร้ซึ่งความอิจฉาริษยาหรือเห็นแก่ตัว มีเรื่องอันใดก็คอยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาร่วมกันมาตลอด” เฟยซวนที่คุ้ยเคยกับคนในหมู่บ้านมากกว่าอวิ๋นซีกับจื่อหาน ก็คิดเหมือนกับอวิ๋นซีเรื่องการเปิดรับคนงาน
“ซีซีแล้วคนที่เคยยื่นมือช่วยเหลือพวกเราที่หมู่บ้านหวงถูล่ะ ถึงจะมีไม่กี่คนที่อย่างไรพวกเขาก็เคยช่วยไว้ ถ้าเราจะหยิบยื่นการมีงานทำให้พวกเขามีเงินไปจุนเจือครอบครัวก็ดีไม่น้อยนะ”
“พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงซีซีก็คิดจะรับพวกเขามาทำงานเช่นกันเจ้าค่ะ แต่ระยะทางคงไม่เหมาะกับการเดินทางไปกลับ ซีซีคิดว่าจะให้ชาวบ้านช่วยกันสร้างเรือนพักไว้ก่อน หลังจากรับคนหมู่บ้านหวงถูมาทำงานก็ให้พักที่นี่ และมีวันหยุดให้เดือนละครั้งเพื่อกลับไปเยี่ยมครอบครัวพวกท่านว่าดีไหมเจ้าคะ”
“จะเป็นใครอีกล่ะหากไม่ใช่คุณหนูจางอวิ๋นซีที่เจ้ายืนด่าพวกเจ้าคนนี้ ไม่เพียงเท่านั้นท่านหญิงอวิ๋นเยว่ยังเป็นบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ เจ้ากับพ่อแม่รู้หรือไม่หากข้าไม่ห้ามเจ้าแล้วปล่อยให้ทำร้ายท่านหญิง โทษของพวกเจ้าสามคนย่อมเป็นการประหารชีวิตในข้อหาทำร้ายเชื้อพระวงศ์” เรื่องนี้ซือเฉินพูดด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าเดิมเพื่อให้ได้ยินกันถ้วนหน้าตุบ ตุบ ตุบ หลังจากได้ยินอย่างแน่ชัดแล้วว่าฐานะของอวิ๋นซีนั้นสูงส่ง ชาวบ้านที่เคยยืนรายล้อมก็ลงไปคุกเข่าก้มหน้าไม่กล้าพูดอีกต่อไป“ปะ ปะ เป็นไปได้ยังไงที่พวกมันจะได้ดีถึงขั้นนี้”เฟิงหยางไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจคนบ้านหลิ่งทั้งสามคนแม้แต่น้อย เขาเอ่ยถามบุตรสาวเรื่องการลงโทษแทนการขอความเห็นใจ“ซีซีพ่อเห็นด้วยกับซือเฉินนะเจ้าคิดจะลงโทษคนตระกูลหลิ่งอย่างไร ฝ่าบาททรงประทานอำนาจเรื่องนี้แล้วมิใช่หรือ ถ้าหากฝ่าบาททรงทราบว่าเจ้าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บบางทีพวกเขาอาจรับโทษประหารชีวิตก็ได้นะ”“หึ ซีซีอยากให้คนเช่นนี้ถูกประหารชีวิตไปได้ยิ่งดีเจ้าค่ะท่านพ่อ คนสันดานไม่ดีไม่มีทางแก้ไขให้กลับมาดีได้อีกแล้ว แต่ในเมื่อความผิดที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง เช่นนั้นซือเฉินเจ้
เพียงแต่เรื่องน่ายินดีก็เป็นอันต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงแหลมบาดหูตะโกนมาแต่ไกล จากน้ำเสียงที่ได้ยินบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่สำคัญคนที่วิ่งไปตามเจ้าของเสียงยังยืนมองอย่างสนุกสนานอีกด้วย“ไหน เจ้าลูกอกกตัญญูมันอยู่ไหน ไปได้ดีมีฐานะร่ำรวยก็ลืมบุญคุณคนเป็นพ่อแม่แล้วรึ เจ้าเฟิงหยางอยู่ตรงไหนโผล่หัวของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!”“เจ้าลูกเลี้ยงไม่เชื่องออกมาคุกเข่าโขกหัวขอขมาข้ากับแม่ของเจ้าซะ! ถ้ายังไม่ยอมโผล่หัวออกมาข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าเจ้ามันคือลูกทรพี”“พี่รองท่านร่ำรวยแล้วก็ควรส่งเงินมาให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ใช้บ้างสิ ถึงจะตัดขาดกันแต่อย่าลืมว่าผู้ใดคือคนที่ให้กำเนิดท่านนะพี่รอง”ชาวบ้านเปิดทางให้คนบ้านหลิ่งและไม่มีใครออกหน้าช่วยให้เฟิงหยาง จะมีเพียงหัวหน้าซ่งที่พยายามห้ามปรามแต่มีหรือคนอย่างบ้านหลิ่งจะยอมฟัง“นี่ตาเฒ่าหลิ่ง นางหลิว พวกเจ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเพราะพวกเจ้าตัดขาดกับอาหยางทุกอย่างแล้ว จะมาเรียกร้องเงินทองจากอาหยางไม่ได้...”“เจ้าหุบปากไปเลยไม่ต้องมายุ่งเรื่องของครอบครัวข้าเลยนะตาเฒ่าซ่ง ถ้าไม่อยากถูกข้าด่าไปถึงบรรพบุรุษของเจ้าก็อยู่เงียบ ๆ เข้าใจไหม” นางหลิว
การทำงานในหมู่บ้านชิงสุ่ยดำเนินต่อไปด้วยความสามัคคีจากทุกคน ส่วนอวิ๋นซีกับบิดาที่สามารถใช้ความเร็วในการเดินทาง ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงหมู่บ้านหวงถูโดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามกว่า ๆ เท่านั้นเพียงแค่รถม้าคันใหญ่และงดงามส่วนด้านหน้ามีป้ายชื่ออวิ๋นเยว่ติดไว้ วิ่งเข้าไปด้านในหมู่บ้านกลุ่มคนที่มักจะนั่งพูดคุยกันต่างมองตามตาไม่กระพริบ บางคนทนไม่ไหวถึงกับรีบเดินตามไปดูว่ารถม้าคันดังกล่าวจะไปหยุดอยู่ที่ใดจนกระทั่งถึงที่หมายอย่างบ้านของซ่งเหวยหัวหน้าหมู่บ้านหวงถูแห่งนี้ รถม้าของอวิ๋นซีถึงได้หยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับการดูแลจากม่ายเซียนกับกู้เฟิง ด้วยการวางบันไดให้เจ้านายเดินลงมาอย่างสง่าผ่าเผยคนที่จำเฟิงหยางได้ก็กระซิบกระซาบกันใหญ่‘เอ๊ะ นั่นมิใช่อาหยางบุตรชายคนรองของบ้านหลิ่งหรอกหรือ’‘ใช่จริง ๆ ด้วย แต่ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนคนร่ำรวยไหนจะลงมาจากรถม้าคันใหญ่โตนั่นอีก’‘หรือว่าพอตัดขาดกับบ้านหลิ่งแล้วจะไปทำงานจนร่ำรวยเงินทอง หรือได้อยู่ในจวนขุนนางจนได้รับความไว้วางใจกระมัง’‘เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอกอย่างเดียวที่ข้ารู้ก็คือ ถ้าบ้านหลิ่งรู้ว่าเจ้าเฟิงหยางมีเงินทองกินใช้อย่างสุขสบายละก็ วันนี้คงมีเ
เรื่องที่อวิ๋นซีจะสร้างโรงงานทำก้อนอิฐและยังรับคนในหมู่บ้านชิงสุ่ย รวมถึงคนในหมู่บ้านหวงถูบางส่วนที่เคยดีกับพวกตนมาทำงาน ก็ได้บอกกับเหล่าสตรีทั้งสามของครอบครัวให้รับรู้ก่อนถึงมื้ออาหารเย็นแม้ความคิดนี้ของบุตรหลานตัวน้อยจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่าคนที่รู้สึกเป็นกังวลถ้าหากสามีกับบุตรสาวต้องกลับไปหมู่บ้านหวงถู ซูเหยากลัวว่าคนตระกูลหลิ่งจะมาวุ่นวายและสร้างปัญหา จึงมีท่าทีอึดอัดใจจนอวิ๋นซีต้องยืนยันว่าสามารถรับมือได้“ท่านพี่ถ้าไปหมู่บ้านหวงถูเกิดคนพวกนั้นเข้ามาเรียกร้องผลประโยชน์จนทำให้เรื่องวุ่นวายจะทำอย่างไรเจ้าคะ”“ท่านแม่ท่านอย่าได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องคนตระกูลหลิ่งนั่นไปเลยเจ้าค่ะ ต่อให้เอาเรื่องบุญคุณการเป็นบิดามารดามาข่มขู่ท่านพ่อ ซีซีเชื่อว่าท่านพ่อไม่มีทางใจอ่อนยอมยกโทษให้พวกเขาแน่นอนอีกอย่างพวกเราก็มีหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์เป็นหลักฐานในมือ ถ้าเตือนแล้วยังไม่ยอมหยุดก็พาตัวไปที่ว่าการให้ท่านนายอำเภอตัดสินโทษเสีย ดูสิว่าหากต้องได้รับโทษกันทั้งตระกูลยังจะหาเรื่องพวกเราอีกหรือไม่”“อาเหยาเจ้าไม่ต้องคิดมากคนเห็นแก่เงินอย่างตระกูลหลิ่งก็เก่งแต่ปาก เอาเข้าจริงพอข่มขู่อย่างที่ซีซีพูดมา
จางเจิ้นรอให้คู่ค้าคนใหม่เดินไปไกลแล้วถึงได้กล่าวชื่นชมหลานสาว ที่สามารถคัดเลือกคนที่มิได้ใช้เพียงอำนาจเข้าข่มขู่ แต่สามารถทำให้พวกเขาโอนอ่อนผ่อนตามด้วยความเต็มใจ “หลานรักเจ้าพัฒนาฝีมือเรื่องการค้าไปอีกขั้นแล้วนะ ดูท่าคู่ค้าของเราทั้งสามคนในวันนี้คงทำให้เรามีเงินอยู่ในมือนับพันตำลึงเงินแน่นอน” “อืม ตาก็เห็นด้วยกับท่านลุงของเจ้านะการเลือกคนมาเป็นคู่ค้าสำคัญกับพวกเรามากจริง ๆ ยังดีที่ซีซีมีแผนรับมือพวกเขาไว้ก่อน” หลังจากไม่มีคนนอกอยู่ในศาลาแล้วอวิ๋นซีก็กลับมาเป็นเด็กน้อยขี้อวดเหมือนเดิม “คิ ๆ ๆ เรื่องอะไรซีซีจะยอมให้คนเจ้าเล่ห์มาเอาเปรียบพวกเราได้ หากไม่ควบคุมพวกเขาไว้เสียแต่ทีแรกแล้วปล่อยให้ขายวัสดุอุปกรณ์ในราคาแพง ชื่อเสียงของตระกูลจางคงถูกพวกเขาทำลายไม่เหลือแน่ ๆ เจ้าค่ะท่านตา” “ท่านพ่อตา พี่ภรรยา สงสัยพวกเราคงต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากเสียแล้ว ยามแยกย้ายกันไปจัดการเรื่องงานกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ จะได้ไม่หลงกลถูกพวกเขาหลอกลวงจนรับมือไม่ไหวขอรับ” เฟิงหยางคิดว่าเรื่องนี้บุตรสาวของเขาย่อมมีทางออกให้ทุกคนได้เรียนรู้เพิ่มเติมแน่นอน “อืม เช่นนั้นต้องรบกวนซีซีช่วยสอนเรื่องนี้กับพวกเรา
แขกที่เหลืออีกสามคนต่างรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพอวิ๋นซีทันที เมื่อเห็นถึงผลลัพธ์ที่นายช่างชุนเทียนได้รับ หากครั้งนี้พวกเขาไม่ได้รับการคัดเลือกคงต้องไปหาอาชีพใหม่ทำเป็นแน่ “คารวะท่านหญิงอวิ๋นเยว่!” “พวกท่านนั่งตามสบายเถิด ไม่ต้องเกร็งข้ามิใช่คนที่ใช้อำนาจที่มีมารังแกผู้อื่นได้ตามใจชอบหรอกนะ” อวิ๋นซีใช้น้ำเสียงปกติพูดคุยกับแขกที่ยังเหลือในตอนนี้ “อย่ามองว่าหลานสาวของข้าเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ เชียวนะ ต่อให้นางเป็นเด็กแต่ความสามารถเหนือกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ เสียอีก” ผู้เฒ่าจางกล่าวทั้งชื่นชมและเตือนทั้งสามเป็นนัย ๆ “ข้าเพ่ยถิงเฟิงมาจากเมืองเจิ้งโจวอยากทำการค้ากับตระกูลจาง หวังว่าท่านหญิงจะให้โอกาสนายช่างธรรมดา ๆ เช่นข้าด้วยขอรับ” “พวกข้าสองคนก็อยากขอโอกาสจากท่านหญิงเช่นกันขอรับ” ขณะนั้นจื่อหานกับเฟยซวนที่ช่วยกันถือสิ่งที่อวิ๋นซีสั่งไว้ออกมาพอดี จึงไม่รู้ว่าก่อนหน้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้างยามมาถึงก็ถามเรื่องคู่ค้าไม่สนเรื่องอื่น “ซีซีพวกพี่นำสิ่งที่เจ้าต้องการมาครบแล้วนะ ว่าแต่พูดคุยเรื่องการค้าไปถึงไหนแล้วล่ะ” “นั่นน่ะสิซีซี นี่ยังไม่มีใครนำตัวอย่างวัสดุของเรามาให้แขกดูบ้างหรื







