Accueil / รักโบราณ / สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ / บทที่ 10 เบาะแสจากสาวใช้

Partager

บทที่ 10 เบาะแสจากสาวใช้

last update Date de publication: 2025-04-22 14:46:58

เจิ้งจิ่งเหอยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง พลางเอ่ย

"ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าไปสืบหาความจริงในจวนตระกูลเสิ่น ได้พบกับเสิ่นลี่จูเข้า นางลอบออกจากวังหลวงกลางดึก บอกว่าต้องการสืบหาเบาะแสการตายของเสิ่นอ้ายเยว่"

คำพูดนี้ของเจิ้งจิ่งเหอทำให้กู้อวิ๋นหานถึงกับชะงัก เขาจ้องมองเจิ้งจิ่งเหอ พลางเอ่ยตอบ

"นางจะไปหาหลักฐาน หรือไปทำลายหลักฐานกันแน่ ฝ่าบาทอย่าได้วางใจ"

เจิ้งจิ่งเหอไม่ตอบ เรื่องนี้เขาเองก็ไม่ได้ละเลยหรือไม่ระวัง เพียงแต่อยากรู้ว่าเสิ่นลี่จูแท้จริงแล้วคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ สาเหตุที่เขาเอาตัวนางมาอยู่ในวังหลวงก็เพื่อให้ง่ายต่อการจับตาดูพฤติกรรมของนาง

ด้านกู้อวิ๋นหานนั้น เมื่อได้ยินชื่อของเสิ่นลี่จูภาพแรกที่เขาคิดถึงก็คือภาพที่นางอาละวาดพี่สาวของตนและขว้างปาทำลายข้าวของ อีกทั้งยังต่อว่าต่อขานเขาอย่างไม่ไว้หน้า เขาไม่ถึงกับเกลียดนาง แต่การอยู่ให้ห่างจากสตรีเช่นนี้ย่อมดีมากกว่า

และเขาเองก็คิดเช่นเดียวกับเจิ้งจิ่งเหอว่า การตายของเสิ่นอ้ายเยว่เก้าในสิบส่วนเป็นฝีมือของเสิ่นลี่จู

เมื่อคิดถึงเสิ่นอ้ายเยว่ ใจของกู้อวิ๋นหานก็บีบรัด เขามีความลับหนึ่งที่ไม่เคยบอกกับผู้ใดนั่นก็คือ เขาหลงรักเสิ่นอ้ายเยว่

ตอนที่ได้ทราบข่าวว่านางจากไป ภายนอกเขามีท่าทีเรียบเฉย แต่เมื่ออยู่เพียงลำพังเขาถึงกับร้องไห้จนไม่เหลือเรี่ยวแรง

กู้อวิ๋นหานทำได้เพียงสมเพชตนเองในใจ หากเจิ้งจิ่งเหอรู้เรื่องนี้เข้าคงไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่ 

แต่ยามนี้นางจากไปยังที่ไกลแสนไกลแล้ว แต่เขาจะทวงคืนความเป็นธรรมให้นาง ไม่ยอมให้นางตายอย่างโดดเดี่ยว คนที่ลงมือกับนางต่างหากที่จะต้องได้รับผลกรรมนี้

เมื่อไม่มีสิ่งใดต้องสนทนากันแล้ว กู้อวิ๋นหานจึงขอตัวกลับจวน เขาเองก็เดินทางมาเหนื่อยมากแล้วจึงอยากพักเอาแรงเสียหน่อย

เมื่อออกจากตำหนักมังกรสรรค์จะต้องเดินผ่านอุทยานหลวง ในขณะที่กู้อวิ๋นหานเพิ่งจะเดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่งกำลังพูดคุยหัวเราะกับเหล่านางกำนัล เมื่อเขาหันไปมองดวงตาคมก็ฉายแววเย็นชาคราหนึ่ง

เป็นเสิ่นลี่จู สตรีใจอำมหิตนางนั้น

ชั่ววูบหนึ่งเขาอยากจะใช้มีดแทงนางให้ตกตายไปเสีย จะได้แก้แค้นให้เสิ่นอ้ายเยว่

กู้อวิ๋นหานไล่ความคิดบ้าระห่ำนี้ออกจากสมองก่อนจะเดินจากไปเงียบ ๆ

ด้านเสิ่นลี่จูที่กำลังพูดคุยสนทนากับเหล่านางกำนัลก็หันมาเห็นกู้อวิ๋นหานพอดี ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่มีต่อกู้อวิ๋นหานมีแต่ความเหยียดหยามไม่เบา ในหัวมีแต่คำว่า

ไปด่าเขาสิ ไปด่าเขาสิ!

เสิ่นลี่จูถึงกับยกมือนวดขมับ เสิ่นลี่จูคนเก่าบาดเลือดแค้นกับกู้อวิ๋นหานไม่เบา

"พระสนมเพคะ หม่อมฉันขอร้องอย่าทะเลาะกับไคกั๋วกงเลยนะเพคะ"

เมี่ยวเถียนที่อยู่ข้างกายรีบเอ่ยปรามเจ้านายตนทันที เสิ่นลี่จูพยักหน้าเล็กน้อย นางรู้สึกหมดสนุกจึงรีบกลับตำหนักไปพักในทันที 

เวลาล่วงเลยผ่านไปเช่นนี้วันแล้ววันเล่า เสิ่นลี่จูรู้สึกว่าวังหลวงแห่งนี้เหมือนคุกบนแดนสวรรค์ แม้จะงดงามแต่กลับเงียบเหงาวังเวงไม่น้อยเลย หากไม่หาสิ่งใดทำคงจะเบื่อแย่

"เมี่ยวเถียน เจ้าเข้ามานี่ทีสิ"

เสิ่นลี่จูเอ่ยเรียกเมี่ยวเถียนสาวใช้ที่ยืนอยู่นอกห้องให้เข้ามาด้านใน เมื่อเมี่ยวเถียนเข้ามาแล้ว นางจึงเอ่ยถามทันที

"ก่อนหน้าที่พี่ใหญ่ของข้าจะเกิดเรื่อง เจ้าพอจะรู้หรือไม่่ว่านางไปทำสิ่งใดที่ไหนมาบ้าง"

เมี่ยวเถียนเมื่อได้ยินก็มองเสิ่นลี่จูราวกับเห็นผีคราหนี่ง

"เจ้ามองข้าทำไมกัน"

"เอ่อ คือว่า พระสนมทรงจำไม่ได้จริง ๆ หรือเพคะ ก่อนหน้านี้ทุกย่างก้าวของคุณหนูใหญ่ พระสนมจับตามองอยู่ตลอด เอ่อ พระสนมออกจะทราบดีกว่าบ่าวเสียด้วยซ้ำ"

เสิ่นลี่จูเม้มริมฝีปากแน่น เจ้าของร่างเดิมโรคจิตไม่เบาเลย ถึงขนาดจับตาดูพี่สาวตนไม่ให้คลาดสายตาขนาดนี้

แต่นางจำไม่ได้จริง ๆ พยายามซ้ำไปซ้ำมาแต่ในหัวกลับไม่ปรากฏเรื่องราวของเสิ่นอ้ายเยว่ในความทรงจำเลยแม้แต่น้อย

"ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาความทรงจำข้าก็หายไปหลายส่วน เอาอย่างนี้ เจ้าเล่าเท่าที่จำได้ก็พอ"

เมี่ยวเถียนพยักหน้าด้วยความงุนงง ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวของเสิ่นอ้ายเยว่ให้เสิ่นลี่จูฟังอย่างละเอียด

ก่อนตายเสิ่นอ้ายเยว่มักไปที่ร้านเครื่องประดับอยู่บ่อยครั้ง และไปที่ร้านขายผ้า ซื้อเข็มและด้ายมาเพื่อเย็บปักของที่นางชอบทำอยู่เป็นประจำ และได้ไปที่โรงน้ำชาจิ้งหลงเลือกซื้อขนมที่มารดานางชอบกลับมาที่จวน กิจวัตรประจำวันของพี่สาวนางนี้ออกจะน่าเบื่อไม่น้อย ไม่มีอะไรที่สามารถใช้เป็นเบาะแสในการหาตัวฆาตกรได้เลย

หรือเสิ่นลี่จูคนเก่าจะเป็นคนสังหารพี่สาวของตนเองจริง ๆ

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเสิ่นลี่จูก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ นางไม่อยากคิดว่าหากเจ้าของร่างเดิมคือคนลงมือจริง ๆ ชะตาชีวิตของนางย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้แล้ว เจิ้งจิ่งเหอไม่มีทางละเว้นนางแน่นอน

เสิ่นลี่จูกัดปากล่างของตนพร้อมกับครุ่นคิด นางมองไปที่นอกตำหนัก ตอนนี้เป็นเวลาเช้าอยู่ นางอยากจะออกจากวังหลวง อย่างไรย่อมต้องบอกเจิ้งจิ่งเหอเสียก่อน ยามนี้เขาและนางต่างคนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน หากนางทำอะไรแล้วไม่รายงานเขา นั่นไม่เท่ากับยิ่งเพิ่มข้อสงสัยให้เขาหรอกหรือ

เมื่อคิดได้เช่นนั้นนางจึงตรงไปหาเขาในทันที

เจิ้งจิ่งเหอยามนี้กำลังนั่งอ่านรายงานต่าง ๆ ที่ฟ่านกงกงส่งขึ้นมาถวาย เมื่อได้ยินว่าเสิ่นลี่จูมาขอพบเขาจึงสั่งให้คนพานางเข้ามา

"ไสหัวมาแต่เช้า มีเรื่องใดกัน"

หลายวันมานี้เสิ่นลี่จูเริ่มชินชากับคำพูดกระแทกแดกดันของเขาเสียแล้ว นางจึงไม่เก็บมาคิดให้ใส่ใจเท่าใดนัก

"ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันอยากขออนุญาตออกไปด้านนอกวังหลวงสักสองชั่วยาม เมื่อเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมาเพคะ"

เจิ้งจิ่งเหอที่ได้ยินก็ปรายตามองสตรีตรงหน้าคราหนึ่ง

"เจ้าจะไปที่ใด"

"ไม่ขอปิดบังฝ่าบาท หม่อมฉันอยากไปสถานที่ที่พี่สาวเคยไปเพคะ เผื่อว่าจะพบเบาะแสการตายของนางบ้าง อยู่แต่ในวังหลวงโดยไม่ทำสิ่งใด หม่อมฉันไม่สบายใจเพคะ"

นางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง ก็มันจริงนี่ ตั้งแต่บอกแผนการกับเขาไปครั้งนั้นเจิ้งจิ่งเหอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ดูแล้วเขาคงไม่ได้สนใจด้วยซ้ำ ในเมื่อเขาไม่สนใจเช่นนั้นนางจะหาทางเองก็แล้วกัน

"ไปเถอะ กลับมาให้ตรงเวลาเล่า หากกลับมาล่าช้า โบยยี่สิบไม้ไม่มีการลดทอน"

เสิ่นลี่จูถึงกับมองเจิ้งจิ่งเหอด้วยความประหลาดใจ 

เขายอมให้นางออกไปง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ ออกจะแปลกไปหน่อยกระมัง

เจิ้งจิ่งเหอที่เห็นว่าเสิ่นลี่จูมองตนด้วยความสงสัยก็ยกยิ้มมุมปากคราหนึ่ง

"จะไปหรือไม่ไป หากไม่ไปก็กลับไปที่ตำหนักเสีย อย่ามาก่อกวนข้า"

"ไปเพคะ ขอบพระทัยฝ่าบาท หม่อมฉันจะรีบกลับ ไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตของคนนอกเพคะ"

เอ่ยจบนางก็หันหลังรีบเดินออกไปจากตำหนักมังกรสวรรค์ในทันที เมื่อคนไปแล้ว เจิ้งจิ่งเหอจึงเรียกฟ่านกงกงเข้ามาสั่งการ

"ไปแจ้งกู้อวิ๋นหาน ว่านางออกจากวังหลวงแล้ว"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   ตอนจบ

    ยามนี้ทหารกบฏตายหมดสิ้นแล้ว อู๋อ๋องถูกตัดศีรษะ แต่ทว่าเจิ้งจิ่งเหอกลับหาตัวของเจิ้งมู่หยางไม่พบเวลาเดียวกันนั้น เสิ่นฮูหยินก็มาแจ้งว่า เสิ่นลี่จูหายตัวไปตั้งแต่กลางดึกแล้ว นางส่งคนออกตามหาแต่กลับไม่พบตัวคนเจิ้งจิ่งเหอและกู้อวิ๋นหานตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เขาสั่งคนออกตามหาเสิ่นลี่จูแต่กลับไร้วี่แวว เจิ้งจิ่งเหอคิดว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวพันกับเจิ้งมู่หยางเป็นแน่เมื่อหาเสิ่นลี่จูไม่พบ เจิ้งจิ่งเหอก็ไม่เป็นอันทำสิ่งใด เขาเหมือนคนคลุ้มคลั่ง ในขณะที่กำลังสิ้นหวังเต็มที เขาก็เหลือบไปเห็นว่าบนโต๊ะมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ บนกระดาษมีข้อความเขียนเอาไว้คนรักของเจ้าอยู่ที่ป่าไผ่รกทึบ ห่างจากจวนตระกูลเฉิงไปไม่ไกล ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีร่องรอยของการขุดฝัง รีบไปก่อนจะไม่ทันการณ์เจิ้งจิ่งเหอกำจดหมายนั้นเอาไว้แน่น เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมา แต่ยามนี้ทางใดที่เหมือนแสงสว่างเขายินดีทำทั้งหมด กู้อวิ๋นหานเมื่อได้ทราบข่าวจากเจิ้งจิ่งเหอก็รีบไปช่วยตามหา แม่ทัพใหญ่เสิ่นนั้นก็เร่งตามไปเช่นเดียวกันชายหนุ่มทั้งสองมายังจุดที่จดหมายปริศนาบอกเอาไว้ เขาตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่และพบร่องรอยการขุดดินจริง ๆเจิ้งจิ่งเหอรีบใช้

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 32 ใจคนช่างน่ากลัว

    หลายสิบวันต่อมา ในที่สุดเจิ้งจิ่งเหอก็เดินทางมาถึงชายแดนเมืองหวายเยียนพร้อมกับกู้อวิ๋นหาน ครั้งนี้เขานำกำลังทหารมาไม่น้อยเลย แม่ทัพใหญ่โต้วรีบออกมาต้อนรับด้วยตนเอง ครั้งนี้บิดาของเสิ่นลี่จูก็ออกมารับเสด็จเช่นเดียวกัน เจิ้งจิ่งเหอยังไม่ทันได้พบกับเสิ่นลี่จูก็รีบเร่งรุดไปที่ชายแดนเสียก่อน เขาจัดกำลังทหารใหม่ ได้พักเพียงวันเดียวก็ต้องออกรบทำศึกเสียแล้วเสิ่นลี่จูอยู่ที่จวนตระกูลเฉิง นางทำอาหารหลายอย่างและให้เจิ้งจิ่งเหอ กู้อวิ๋นหาน และคนอื่น ๆ ได้กินรองท้อง ตั้งแต่เขาเดินทางมาที่นี่ยังไม่ได้พบกับนางเลย แต่เสิ่นลี่จูกลับไม่ได้รู้สึกน้อยใจ นางรู้ดีว่าเขากำลังมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการมากกว่าเรื่องของนางเจิ้งจิ่งเหอออกรบอยู่ที่นอกกำแพงเมือง เมื่อเขามาถึงก็ทำให้ได้ทราบว่า แท้จริงแล้วกุนซือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อสงครามครั้งนี้ก็คือเจิ้งมู่หยางเจิ้งมู่หยางยังไม่ตาย ศพที่พบก่อนหน้าคือคนทีี่ปลอมตัวเป็นเจิ้งมู่หยางโดยใช้หน้ากากหนังมนุษย์เพื่อหลอกให้เขาตายใจเจิ้งมู่หยางนำกำลังทหารของตนไปผนวกร่วมเข้ากับแคว้นอู๋ และร่วมมือกันก่อกบฏ โดยใช้อู๋อ๋องเป็นคนนำทัพ ส่วนตนเองนั้นคอยบงการอยู่เบื้องหลัง

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 31 งานศพญาติสนิท

    หลายวันต่อมา เสิ่นฮูหยินก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งส่งมาจากเมืองหวายเยียน บอกว่าน้องชายของนางเกิดล้มป่วยกะทันหัน คาดว่าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน และอยากจะพบหน้านางซึ่งเป็นพี่สาวครั้งสุดท้าย เสิ่นฮูหยินจึงรีบสั่งให้คนเก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปเมืองหวายเยียนทันทีเสิ่นฮูหยินมารดาของเสิ่นลี่จูเป็นสตรีที่มีถิ่นฐานเดิมมาจากเมืองหวายเยียน ยามนั้นแม่ทัพใหญ่เสิ่นไปออกรบ คนทั้งสองได้พบรักกัน มารดาของนางเป็นบุตรสาวของคหบดีที่ร่ำรวยผู้หนึ่งในเมืองหวายเยียน อีกทั้งยังมีกิจการอยู่ที่เมืองหลวงไม่น้อย เมื่อแต่งกับแม่ทัพใหญ่เสิ่นจึงได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวง ร้านรวงที่อยู่ในเมืองหลวง ทางครอบครัวได้มอบให้เป็นสินเดิมของนางทั้งหมดแม่ทัพใหญ่เสิ่นที่ได้ทราบข่าวก็ตั้งใจว่าจะเดินทางไปกับภรรยาด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเขาไม่มีสิ่งใดต้องรับผิดชอบอีกแล้ว เสิ่นลี่จูก็ต้องร่วมเดินทางไปด้วยเช่นเดียวกัน เผื่อว่าทางใต้มีทำเลทิศทางทำการค้าได้ดี นางอาจจะเปิดภัตตาคารที่นั่นอีกสาขาหนึ่งเจิ้งจิ่งเหอที่ได้ทราบข่าวเดิมทีเขาไม่อยากให้นางไป ตอนนี้ทางทิศใต้สงครามยังไม่สงบ รองแม่ทัพโต้วซึ่งยามนี้กลายเป็นแม่ทัพใหญ่โต้วคนใหม่ ได้ไปปราบ

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 30 ปรับความเข้าใจ

    เอ่ยจบเขาก็กึ่งเดินกึ่งลากตัวนางออกมาจากเรือน เสิ่นลี่จูรีบรั้งตนเองเอาไว้ ก่อนจะเอ่ย"ฝ่าบาท เหตุใดจึงทรงทำเช่นนี้เล่าเพคะ"เจิ้งจิ่งเหอหันมาจ้องสตรีตรงหน้าเขม็ง"ทำไม หรือว่าเจ้าอยากแต่งกับเขา เสิ่นลี่จู ข้าขอบอกเจ้าเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ข้าไม่มีวันให้เจ้าได้สมใจ""เพราะเหตุใด เราต่างไม่มีเรื่องติดค้างใจต่อกันแล้ว พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาทำเช่นนี้ตามใจชอบ""เพราะว่าข้าชอบเจ้าได้ยินหรือไม่!""ฮะ!"เสิ่นลี่จูถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก นางรู้สึกว่าตนเองกำลังหูฝาดไป จึงเอ่ยถามเขาย้ำอีกหน"ฝ่าบาททรงเอ่ยว่าอย่างไรนะเพคะ"เจิ้งจิ่งเหอถอนหายใจออกมา เขาเม้มริมฝีปากแน่น เสิ่นลี่จูนางหูหนวกหรือว่าหูตึงจึงไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาบอก เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตะโกนจนลั่นจวน"ข้าชอบเจ้า สตรีหน้าโง่ เจ้าได้ยินหรือไม่ว่าข้าชอบเจ้า!"เสียงของเขาดังมาก ดังเสียจนทำให้บ่าวที่กวาดลานถึงกับทำไม้กวาดหล่นจากมือ สาวใช้ที่กำลังเช็ดจวนถึงกับทำผ้าหล่นลงพื้น แม่ทัพใหญ่เสิ่นหันไปมองฮูหยินของตนคราหนึ่งเมื่อได้ยินชัด ๆ แล้ว เสิ่นลี่จูก็ยิ้มออกมาในทันที นางไม่เคยคิดเลยว่ารักครั้งแรกของนางจะต้องมาเจ

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 29 ชีวิตใหม่

    เมื่อกลับมาอยู่ที่จวนแล้ว เสิ่นลี่จูก็เริ่มหมักสุราตามสูตรของนาง นางฝังสุราหลายไหเอาไว้ใต้ต้นไม้ สุราแต่ละชนิดล้วนมีเวลาการหมักบ่มของมัน เสิ่นลี่จูเองก็ไม่รีบร้อน อีกทั้งนางยังสั่งให้บ่าวไพร่ปลูกผักในจวนเอาไว้ขาย ไม่นานมานี้นางยังไปปรับปรุงภัตตาคารในเมืองหลวงซึ่งเป็นสินเดิมของมารดาเพื่อทำการค้าใหม่ ฝีมือการทำอาหารของเสิ่นลี่จูนับว่ายอดเยี่ยม ประจวบเหมาะกับนางนำความรู้จากยุคปัจจุบันมาประยุกต์ใช้ จึงทำให้อาหารที่ภัตตาคารของนางไม่เหมือนกับที่ใดที่ชวนให้ผู้คนสนใจมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นการสุ่มอาหาร ลูกค้าที่เข้ามาจะสามารถเลือกการจับฉลากสุ่มอาหารได้ เพียงจ่ายในราคาหนึ่งตำลึงสำหรับการสุ่มอาหารชุดใหญ่ ราคาสิบอีแปะสำหรับการสุ่มอาหารชุดกลาง และราคาสามอีแปะสำหรับการสุ่มอาหารชุดเล็ก พวกเขาจะไม่รู้เลยว่าอาหารชุดใหญ่นั้นจะมีอะไรบ้าง บางครายังได้สุราชั้นดีแถมกลับบ้านอีกด้วย เรื่องนี้สร้างความสนุกสนานแก่ผู้คนในเมืองหลวงไม่น้อยส่วนอาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือ สลัดผัก เพราะในยุคโบราณมีวัตถุดิบไม่มาก นางจึงใช้น้ำมันงามาทำน้ำสลัดอย่างง่าย ๆ แต่รสชาติกลมกล่อมเป็นอย่างมาก สตรีในเมืองหลวงหลายคนที่ต้องการล

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 28 แยกทาง

    กว่าจะเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงก็เป็นเวลาเย็นย่ำมากแล้ว เมื่อกลับมาถึงตำหนักเสิ่นลี่จูก็รีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และมากินมื้อเย็น หลังจากกินอิ่มแล้ว นางจึงไปเยี่ยมกู้ไทเฮาและอยู่พูดคุยด้วยกันครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่ตำหนักของตนเสิ่นลี่จูก็เดินไปที่โต๊ะตำรา ก่อนจะเปิดตำราเล่มหนึ่ง ด้านในนั้นมีหนังสือสัญญาที่เขาและนางลงลายมือประทับเอาไว้ร่วมกัน ไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่คิดว่าถึงเวลาจะต้องแยกทางกันแล้ว นางจึงรู้สึกเศร้าใจถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่านางเกิดความรู้สึกผูกพันกับเจิ้งจิ่งเหอยามใด เดิมทีเขาและนางเปรียบเหมือนกับเส้นขนานที่ไม่อาจจะมาบรรจบกันได้ เขาไม่เคยรักนาง ส่วนนางก็ต้องกลับไปยังที่ที่ตนเองจากมา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการไม่สานความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันนับว่าเป็นเรื่องดีเมื่อนึกเรื่องที่ต้องกลับไปยังโลกอนาคต เสิ่นลี่จูก็พลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เรื่องของเสิ่นอ้ายเยว่ก็ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ว่าเหตุใดนางจึงกลับไปไม่ได้เล่าหญิงสาวมองไปโดยรอบ ก่อนจะพบเข้ากับเทพธิดาจิ้งจกที่เกาะอยู่ตรงประตู"เทพธิดาจิ้งจก ข้าไขคดีการตายของเสิ้นอ้ายเยว่ได้แล้ว เหตุใดจึงยังไม่สามารถกลับไปได้อีกเล่า"เทพธิดาจิ้งจกปรา

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 1 นางร้ายในนิยาย

    แคว้นตงหลางเมืองหลวง"คุณหนูรองเจ้าคะ รีบตื่นเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูรอง!""จะเอะอะโวยวายไปไยกัน บิดาเจ้าตายหรือจึงมาปลุกข้ายามดึกเช่นนี้"เสียงของสาวใช้น้อยข้างกายที่เอ่ยร้องเรียกไม่หยุด ทำให้เสิ่นลี่จู คุณหนูรองแห่งจวนตระกูลเสิ่นต้องถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราในกลางดึกอย่างไม่สบอารมณ์ นางค่อย ๆ หยัดกายลุกข

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 17 คนน่าสงสัยรอบกาย

    ด้านแม่ทัพใหญ่เสิ่นและเสิ่นฮูหยินที่ทราบเรื่องก็รีบรุดมายังที่เกิดเหตุในทันที ก่อนจะสั่งให้คนในจวนตรวจสอบให้ละเอียด ไม่นานก็พบว่าเพราะต้นเหมยยืนต้นมานาน ผ่านลมผ่านฝนผ่านความหนาวจึงด้านในกลวงเป็นรู จึงทำให้มันหักโค่นลงมา สุดท้ายจึงสรุปได้ว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงเท่านั้น แม่ทัพใหญ่เสิ่นปลอบ

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 27 พี่ใหญ่

    เมื่อเรื่องราวทุกอย่างคลี่คลายกระจ่างชัด คนร้ายถูกจับได้แล้ว เสิ่นอ้ายเยว่ย่อมได้รับความเป็นธรรม ส่วนอนุซ่งก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ไม่กี่วันผ่านไปก็มีคนพบนางกลายเป็นศพนอนคว่ำหน้าอยู่ในแม่น้ำที่นอกเมืองหลวงด้านป้ายสุสานของเสิ่นอ้ายเยว่นั้น แม่ทัพใหญ่เสิ่นห้ามไม่ให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายออกจากจวนเด็ดขาด แ

  • สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ   บทที่ 2 สนมที่ไม่โปรดปราน

    เสิ่นลี่จูพยายามใช้ความคิดว่าเหตุใดตนเองถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก จนกระทั่งเธอเริ่มรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ภาพต่าง ๆ ของเจ้าของร่างเดิมพลันปรากฏชัดเจนภาพแล้วภาพเล่า"ฮือ ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันกลัวแล้ว""กลัวหรือ เจ้าต้องมารับกรรมแทนพี่สาวเจ้า เป็นเช่นไร เจ้ารักข้ามากไม่ใช่หรือ เหตุใดไ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status