Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2025-12-01 07:08:43

หลังรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย เจียงอวี้เฉิงก็เดินกลับเรือนเจิ้งจื้อของตนเองตามความทรงจำเดิม โดยมีหม่งหู่และติงหลี่ บ่าวรับใช้คนสนิทเดินตามหลังไม่ห่าง

เจียงอวี้เฉิงยังคงทำกิจวัตรประจำวันทุกอย่างเช่นเดิม เพื่อไม่ให้ผู้ใดผิดสังเกต

เรือนเจิ้งจื้อเป็นเรือนส่วนตัวของเขาตั้งอยู่ในมุมที่เงียบสงบที่สุดของจวนเจิ้นกั๋วกง มีกำแพงเตี้ย ๆ ที่ก่อด้วยอิฐสีเทาและประตูไม้สีเข้มที่เรียบง่าย

ภายในลานเรือนไม่ได้ประดับด้วยดอกไม้หลากสีสัน แต่เป็นสวนหินที่จัดวางอย่างมีศิลปะ พร้อมด้วยต้นไผ่ที่เอนไหวไปตามสายลม และบ่อน้ำขนาดเล็กที่มีกอหญ้าขึ้นเขียวขจี ช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ

เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลางจะพบกับพื้นไม้สีเข้มที่ขัดเงาจนขึ้นเงา ผนังประดับด้วยภาพวาดพู่กันลายภูเขาและแม่น้ำ  โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง พร้อมกระดานหมากล้อมที่ยังคงมีตัวหมากวางค้างไว้อยู่ บ่งบอกถึงกิจกรรมยามว่างที่ซื่อจื่อคนก่อนชื่นชอบนอกเหนือจากการจับกระบี่และทวนยาว

ห้องที่เป็นส่วนตัวที่สุดคือห้องทำงานและห้องพักผ่อนที่มีกลิ่นหอมของไม้จันทน์หอมที่ใช้จุดบูชา ผนังห้องเต็มไปด้วยชั้นหนังสือที่สูงจรดเพดาน ไม่ได้มีเพียงตำราพิชัยสงครามเท่านั้น แต่ยังมีตำราการปกครองและบทกวีอีกนับไม่ถ้วน

ในมุมหนึ่งของห้องมีหุ่นไม้สำหรับฝึกซ้อม พร้อมด้วยกระบี่ยาวและทวนชิงกวง ทวนประจำตัวของเขาที่ถูกแขวนไว้บนผนังในมุมที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

เจียงอวี้เฉิงหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ พลางครุ่นคิด เขาต้องการทบทวนความทรงจำใหม่ทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสามารถวางแผนการต่อไปในอนาคตได้ “ข้าอยากเขียนอักษรเสียหน่อย”

“ขอรับ นายน้อย” หม่งหู่รีบไปจัดเตรียมแท่นฝนหมึก และฝนหมึกให้อย่างตั้งใจ ส่วนติงหลี่ก็เพิ่มไฟตะเกียงที่โต๊ะให้สว่างขึ้น

จนเมื่อทุกอย่างตระเตรียมเสร็จเรียบร้อย เจียงอวี้เฉิงจึงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ แล้วเอ่ยไล่พวกเขาให้ออกไป “พวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ”

“ขอรับ นายน้อย” หม่งหู่และติงหลี่ก้มศีรษะแล้วล่าถอยออกจากจวนอย่างนอบน้อม

บรรยากาศในจวนกว้างเหลือเพียงเจียงอวี้เฉิงเพียงผู้เดียว เขาหยิบพู่กันที่แขวนไว้มาจุ่มหมึก ก่อนจะเริ่มเขียนอักษรตามเรื่องราวที่จำได้จากบันทึกของตระกูลเจียง

เย่เฉิง... รองแม่ทัพของกองทัพที่ทรยศเจิ้นกั๋วกง

เจียงอวี้เฉิงหลับตานึกทบทวน การใส่ร้ายเริ่มต้นขึ้น หลังงานอภิเษกขององค์หญิงใหญ่ ด้วยข้อหาสมคบคิดกับแคว้นศัตรูอย่างแคว้นต้าถัง

พยานปากเอกมีแค่เย่เฉิงเพียงคนเดียว

แล้วทำไมเย่เฉิงถึงยอมทรยศตระกูลเจียง เพราะอะไร?

หลักฐานมัดตัวคือสารลับสองส่วน ส่วนแรกคือจดหมายจากเจิ้นกั๋วกง แต่เป็นแบบสำเนาที่เย่เฉิงคัดลอกไว้ มันเลยจึงเป็นลายมือของเย่เฉิง ดังนั้น ส่วนนี้เย่เฉิงสามารถเนรมิตขึ้นมาเองได้ไม่ยาก

ส่วนที่สองคือสารลับจากแม่ทัพใหญ่เฉินของแคว้นต้าถังที่ตอบกลับมาพร้อมการตอบตกลงที่จะให้ตระกูลเจียงได้ขึ้นเป็นใหญ่ ครองบัลลังก์แทนราชวงศ์ชิง

ส่วนนี้ ยังไงก็ไม่สามารถทำขึ้นเองได้ อีกทั้งยังมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นของจริง นั่นแปลว่ามีคนลอบติดต่อแม่ทัพใหญ่เฉินจริง ๆ และถึงขั้นร่วมมือกับเขาเพื่อใส่ร้ายตระกูลเจียงอีกด้วย!!

เจียงอวี้เฉิงเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่มากเกินกว่าที่คิดไว้!

คนร้ายตัวจริงที่ทรยศแคว้น ลอบติดต่อแม่ทัพศัตรู ร่วมมือกันเพื่อจัดการปลดดาบ ทำลายโล่ของแคว้นอย่างตระกูลเจียง มันไม่มีสมองบ้างเลยรึไง?

ในสมัยโบราณอย่างนี้ การทหารนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก การที่มีเจิ้นกั๋วกงและกองทัพตระกูลเจียงคอยปกป้องแคว้นก็ถือว่าเป็นเกราะสำคัญที่ทำให้แคว้นอื่นไม่กล้ารุกราน

แล้วการที่พวกมันสมคบคิด ล้างบางตระกูลแม่ทัพอย่างนี้แล้ว แล้วพวกมันจะปกครองดูแลแคว้นต่อได้ยังไง?

เดี๋ยวก่อน! ตามบันทึก… ราชวงศ์จวงรับช่วงต่อบัลลังก์จากราชวงศ์ชิง สามารถดูแลแคว้นมาได้หลายร้อยปี หรือว่าจะเป็นเพราะมีการตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่ลงตัวไว้เรียบร้อยแล้ว?

เดี๋ยวก่อน... ข้อมูลให้วิเคราะห์เยอะเกินไป

ใจเย็น ๆ เอาใหม่...

เจียงอวี้เฉิงตวัดปลายพู่กันเขียนคำว่า เจียง แล้วจึงกากบาททับ

ตัวร้ายที่ร่วมมือกับศัตรู เลือกกำจัดแม่ทัพอย่างตระกูลเจียงที่จงรักภักดีต่อบ้านเมืองและราชวงศ์ชิง...

จงรักภักดีต่อบ้านเมือง มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งแคว้น ทุกคนสามารถหลงระเริงกับความสุขสบายในเมืองหลวงได้ ก็เพราะมีกองทัพตระกูลเจียง ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อาจปฏิเสธผลประโยชน์นี้ได้ ด้วยตระกูลเจียงเป็นเหมือนสุนัขเฝ้าบ้าน มีย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว

จงรักภักดีต่อราชวงศ์ชิงอย่างนั้นเหรอ?

เพราะเจิ้นกั๋วกงเลือกที่จะสนับสนุนให้ฮ่องเต้ชิงหยางมาขึ้นครองบัลลังก์ต่อ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น ไม่มีสายเลือดราชวงศ์ชิงเหลืออยู่แล้ว แปลว่าความจริงแล้ว ตัวโกงตั้งใจจะฮุบบัลลังก์ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วใช่ไหม?

แต่เพราะตระกูลเจียงสอดมือเข้ามาขวาง อีกทั้งยังเสนอตัวเป็นป้อมปราการปกป้องอีก

โปะเช้ะ!! ดูทุกอย่างมันเข้าทางกันไปหมด...

ถ้าอย่างนี้ ก็พอจะสมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อยว่าทำไมจึงต้องฆ่าล้างตระกูลเจียง!

เป้าหมายของตัวร้ายคือบัลลังก์มังกร และตระกูลเจียงคือหมาที่ขวางทางตัวนั้น พวกมันจึงต้องร่วมมือกับแคว้นต้าถุงต้าถัง เพื่อกำจัดหมาตัวนั้นให้พ้นทาง

‘แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าในยามนี้ การปกป้องราชวงศ์ก็มีความสำคัญมิต่างกัน’

‘เจ้ามองไม่ออกหรือว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญที่ต้องการการปกป้องมากที่สุด’

‘การเข้าร่วมพิธีคัดเลือกพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่เองก็เป็นการปกป้องชาวบ้านเช่นกัน’

ถ้อยคำของบิดา เมื่อยามเว่ยย้อนกลับเข้ามาในความคิดอีกครั้ง...

หรือว่าเจิ้นกั๋วกงจะรู้อะไรมา ถึงบังคับให้ซื่อจื่อเข้าร่วมพิธีคัดเลือกพระราชสวามีให้ได้

เจียงอวี้เฉิงวางพู่กันลง แล้วเอนตัวพิงพนักอย่างตัดสินใจได้ในที่สุด

“เฮ้อ... ดูท่าว่าถ้าเรายังอยากมีชีวิตอยู่ ยังไงก็คงต้องเป็นสามีขององค์หญิงใหญ่ให้ได้สินะ”

*ยามเว่ย หมายถึง ช่วงเวลา 13.00-14.59 น.

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 140 (จบ)

    สิ้นเสียงประโยคคำถาม น้ำตาของชิงหว่านซินก็ไหลพราก ใบหน้าเล็กพยักหน้ารัว ๆ ราวกับลูกไก่ที่จิกข้าวเปลือกอย่างน่าเอ็นดู“อื้อ! เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลย!” ชิงหว่านซินตอบตกลง พร้อมยื่นมือข้างซ้ายให้เขา แหวนเพชรเม็ดงามถูกบรรจงสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอเหมาะพอดีเจียงอวี้เฉิงรีบลุกขึ้นมาสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ในวินาทีนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องเหนือศีรษะ!ปัง! ปัง! ปัง!พลุไฟนับร้อยนับพันดวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหลายจุดในเมืองหลวง แสงไฟหลากสีกระจายตัวออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงสดสาดส่องลงมายังยอดตึกที่พวกเขาอยู่ ราวกับแสงดาวทั้งหมดบนฟ้าถูกดึงลงมาเพื่อเป็นฉากหลังให้แก่การตอบตกลงแต่งงานของเธอในครั้งนี้เสียง เปรี๊ยะ! ปร๊ะ! ของดอกไม้ไฟที่แตกตัวเหนือพวกเขา ทำให้ชิงหว่านซินถึงกับต้องปิดหูด้วยความตื่นเต้นภาพเมืองหลวงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นด้วยประกายของพลุไฟที่ประดับประดาตึกระฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นเวทีแห่งความยินดีขณะที่ชิงหว่านซินยังคงมองพลุไฟตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ประตูที่ซ่อนอย

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 139

    เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทร่อนลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะพื้น เสียงเครื่องยนต์กังหันเริ่มเบาลงอย่างช้า ๆก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะดับเครื่องยนต์หลักเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวของยามค่ำคืน เขาเปิดช่องระบายอากาศเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ของยอดตึกได้พัดโชยเข้ามาในขณะที่เครื่องกำลังสงบ ชิงหว่านซินที่นั่งข้าง ๆ ก็ขยับตัว สอดร่างบอบบางข้ามแผงควบคุมที่เย็นเฉียบไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางและมิดชิดกว่า ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะข้ามตามไปติด ๆ โดยไม่ให้มีการทิ้งช่วงแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เสียงครางกระเส่าที่ถูกกดเอาไว้ก็เริ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องโดยสารที่มืดมิด เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังประสานกันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของความรักและเหงื่อที่โชยออกมาจากเบาะหนังนับเป็นชั่วโมงกระทั่งเสียงหอบหายใจเหล่านั้นเริ่มผ่อนคลายลง เจียงอวี้เฉิงจึงได้ช่วยชิงหว่านซินแต่งกายจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วจากนั้นเขาจึงได้เปิดประตูเดินลงมาสัมผัสกับความเย็นของพื้นลานจอด แล้วส่งมือรอรับ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 138

    “อาเฉิงจะพาฉันไปไหน?” เสียงหวานร้องถามอย่างสงสัย ในขณะที่เธอกำลังถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว ชายผ้าที่ผูกปิดตาเธอกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม“เดี๋ยวก็รู้น่า...” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก้าวขายาว ๆ ตรงไปยังพาหนะส่วนตัวของตระกูลที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงสุดในเขตบ้านของตระกูลเจียงชิงหว่านซินกระชับแขนที่โอบรอบคอของเขาให้แน่นขึ้น เธอไว้วางใจผู้ชายที่อุ้มเธออยู่เป็นอย่างมาก หากแต่ความสงสัยมันมีมากกว่า ด้วยแรงลมที่พัดตีเข้าหน้าเธอไม่หยุดเจียงอวี้เฉิงเปิดประตูห้องโดยสารด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือเดียว เขาวางร่างของชิงหว่านซินลงบนเบาะหนังฟอกอย่างทะนุถนอม แล้วจึงดึงสายเข็มขัดนิรภัยห้าจุดออกมาคาดรัดร่างเธออย่างแน่นหนา แล้วปิดประตูลงเขาเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะนักบินอีกด้าน ภายในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมดิจิทัล เขาแตะสวิตช์บางตัวอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไฟฟ้าภายในเริ่มทำงานพร้อมกับเสียงหึ่งต่ำ ๆ ของระบบอัจฉริยะ จากนั้นเจียงอวี้เฉิงดึงคันบังคับที่ควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์กังหันเสียงอ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 137

    สิ้นเสียงบอก คิ้วคมของเจียงอวี้เฉิงก็เลิกขึ้นสูง เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่อย่างตัดสินใจ“ได้... งั้นหยาเจินคุมเกมเองเลย”เจียงอวี้เฉิงพลิกตัวลงนั่งกางขาบนเบาะ สอดมือไปรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางความงงงวยของชิงหว่านซินเพียงเธอพูดแค่ประโยคเดียว โลกทั้งใบก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตลบจากคนที่อยู่ด้านล่างกลายมาเป็นคนคุมเกมเสียอย่างนั้น“หยาเจินพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...”ชิงหว่านซินก้มหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะกดสายตาลงต่ำไปเห็นแกนกายที่ชูชัน สลับขึ้นมามองหน้าเขาอีกคราวทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามีสองสายตาอ้อนวอนมองมาพร้อมกันทั้งบนทั้งล่างเลยล่ะ?เสี่ยวเฉิงมีตาด้วยเหรอ?ในขณะที่เธอกำลังเตรียมใจ มือปีศาจก็ลูบไล้ขาอ่อนของเธอดันให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นสูง ไม่ให้เกะกะกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะไปสแตนด์บายรอที่แก้มก้น จนชิงหว่านซินอดมองค้อนไม่ได้“ไหนบอกว่าให้เราคุมเกมไง”เจียงอวี้เฉิงแสร้งทำหน้าอย่างไร้เดียงสา “เราก็ให้หยาเจินคุมเกมนะ เราแค่เตรียมตัว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 136

    ร่างสูงโผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนจะกดไหล่เล็กให้นอนราบลงบนเบาะหนังด้านหลัง จับสองเรียวขาให้แยกออกจากกัน เรียวขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปบนเบาะ ทำให้กระโปรงที่เธอสวมอยู่ถูกร่นขึ้นมากองที่หน้าท้องมือหนาตะครุบชายเสื้อซับในแล้วดึงออกให้พ้นตัว จนเหลือเพียงบราสีเนื้อที่โอบอุ้มเนินเนื้อขาวผ่องเจียงอวี้เฉิงสอดมือหนาไปทางด้านหลัง ใช้เพียงมือเดียวก็สามารถปลดตะขอบราได้อย่างง่ายดาย อีกมือหยิบบราชิ้นนั้นโยนไปทางเบาะหน้าข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ดวงตาจิ้งจอกพราวระยับ เมื่อเห็นร่างแม่นางน้อยเปลือยเปล่าช่วงบน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย ไหปลาร้าได้รูป ไล่มาถึงความอวบอิ่มสมวัยแต่ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะได้ขยับตัวลงมือทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นมา“รับก่อนเถอะ เผื่อเป็นสายที่บ้าน...” ชิงหว่านซินบอกเสียงเรียบ แม้จะขัดใจไปบ้าง แต่เธอก็รู้จักแยกแยะได้เผื่อจะเป็นคุณป้า เพราะเมื่อครู่ แม่ของเจียงอวี้เฉิงบอกว่าหากเสร็จธุระแล้วจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอ พอไม่เห็นพวกเธอจึงได้โทรมาตามหาเจียงอวี้เฉิงพยักห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 135

    “หื้ม?” ชิงหว่านซินครางในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายผละริมฝีปากออกกะทันหัน ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียเรียวปากตัวเองอย่างเสียดาย“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงทุ้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักขึ้น พาเดินออกจากศาลาตรงไปที่โรงรถด้านนอกทันทีชิงหว่านซินที่ยังมึนเมาในรสจูบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”“อยู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็นเยอะเกินไป...”เจียงอวี้เฉิงอุ้มชิงหว่านซินแนบอก พาเดินตามโถงทางเดินไปยังปีกอาคารด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรถของตระกูล ทันทีที่ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของหนังฟอกชั้นดีและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก็ลอยเข้ามาปะทะภายในโรงรถกว้างขวางปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นตาจากเพดาน เผยให้เห็นคอลเล็กชันรถยนต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งของบิดา ญาติผู้ใหญ่ และบรรดาน้องชายแต่สายตาของเจียงอวี้เฉิงจับจ้องไปยังรถหรูส่วนตัวของเขาที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางลาน รถซีดานหรูหราสีดำขลับ ตัวถังมันวาวดุดันตัดกับกระจกสีเข้มที่ช่วยอำพรางกิจกรรมของคนในรถได้เป็นอย่างดีเจ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 102

    บานประตูของห้องพักรับรองถูกเปิดกว้าง เพียงแค่ปราดสายตามองในคราวเดียวก็สามารถมองเห็นทุกอย่างภายในห้องได้อย่างชัดเจนเจ้าหน้าที่กรมอาญาหลายนายกำลังทำตามหน้าที่ของตนอยู่ ทั้งพิจารณาบาดแผลเพื่อหาเบาะแสของสาเหตุการตาย ค้นหาร่องรอยและหลักฐานต่าง ๆ และจดบันทึกรายงานการชันสูตรและรายงานการสอบสวนอย่

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 103

    “แต่บัดนี้ ข้าก็ยังไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้มากนัก เพราะทุกอย่างต้องรอผลการชันสูตรให้เรียบร้อยเสียก่อน” หานสิงปู้ซ่างซูกล่าว เมื่อพวกเขาเดินลงบันไดมาถึงชั้นหนึ่งใบหน้าของจวงเหวินจิ่นและเสิ่นลีปู้ซ่างซูซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ ด้วยความที่ไม่อาจทำใจยอมรับการจากไปของน้องชายในไส้ได้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 96 (CW: เลือดและความรุนแรง)

    “เช่นนั้นก็สรุปได้ว่าเราจะลงมือกับองค์หญิงใหญ่ในพิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีที่วัดฟาเหมิน” จวงหลิวจื้อสรุป “ส่วนรายละเอียดของแผนการ...”ไป๋ตงหมิง “พิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีมีการแยกที่พักของบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน อย่างไรก็ต้องให้สตรีลงมือด้วยกันเอง เราต้องเลือกว่าจะจัด

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 97

    ในขณะที่ห้องพักรับรองที่ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัวกำลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น อีกฟากหนึ่งของมุมถนนเป็นโรงประมูลที่มีนามว่าหอจินลู่ที่ชั้นห้าของหอจินลู่เป็นห้องพักผ่อนของเจ้าของหอ หน้าต่างบานเล็กปรากฏร่างแม่นางน้อยกำลังยืนชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงอยู่“ยาหลอนประสาทกำลังออกฤทธิ์แล้ว” น้ำเสียงหวานใสพูดขึ้น

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-29
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status