Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2025-12-01 07:07:09

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” เสียงหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขของเจิ้นกั๋วกงดังก้องกังวานไปทั่วห้องอาหารของจวน

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย บนโต๊ะไม้เนื้อดีเต็มไปด้วยอาหารเลิศรส กลิ่นหอมของข้าวสวยร้อน ๆ คลุกเคล้าไปกับกลิ่นของเครื่องเทศและเนื้อสัตว์อบอวลไปทั่วห้อง

“ท่านพี่อารมณ์ดีเสียจริงนะเจ้าคะ” ฉินซื่อ ฮูหยินของเขาเอ่ยพร้อมส่งรอยยิ้มอบอุ่น คอยตักอาหารให้สามีอย่างใส่ใจ

เจิ้นกั๋วกงตอบพลางคีบเนื้อเข้าปาก “ก็เฉิงเอ๋อร์ยอมไปคัดเลือกพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่แล้วนี่”

“จริงรึ? ท่านพ่อ” เจียงจุนหลี่ น้องชายคนรองเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อ “เมื่อคืน ท่านพี่ยังยืนกรานกับข้าว่าอย่างไรก็จะไม่เข้าคัดเลือกเป็นแน่ จริงหรือไม่? ท่านพี่”

เจียงจุนหลี่หันไปถามเจียงอวี้เฉิง ในขณะที่เจียงอวี้เฉิงกำลังตาลายไปกับอาหารเลิศรสนานาชนิดบนโต๊ะ ทั้งปลานึ่งซีอิ๊ว หมูแดงย่างหอมกรุ่น ขาหมูพะโล้ ผัดผักตามฤดูกาล และที่ขาดไม่ได้คือไก่ตุ๋นยาจีนเนื้อนุ่ม หนังสีเหลืองทองชวนน้ำลายสอ ไอน้ำยังลอยกรุ่นขึ้นมาจากชามใหญ่

แม่เจ้าโว้ย!! เกิดมายังไม่เคยมีอาหารเต็มโต๊ะขนาดนี้มาก่อนเลย!!

แม้แต่ช่วงวันตรุษจีนยังมีอาหารมากสุดแค่สามอย่างเอง

ชีวิตของเขาและพ่อ มันน่าเศร้าเกินไปแล้ว!

“ท่านพี่?”

เมื่อเจียงจุนหลี่เห็นว่าพี่ชายยังไม่ตอบเขา จึงได้เรียกอีกครั้ง

“ห้ะ! อ่อ… ข้าเปลี่ยนใจแล้วน่ะ” เจียงอวี้เฉิงตอบเสียงเรียบ ในขณะที่ใช้ตะเกียบคีบท้องปลาสีขาวนวลชิ้นใหญ่เข้าเต็มปาก

สวรรค์!! เจ้าซื่อจื่อนั่นจะรู้บ้างไหมนะ ว่าการที่เขาปฏิเสธงานคัดเลือกนี้ มันจะทำให้อนาคตของตระกูลเจียงต้องอดอยากมากแค่ไหน แค่หาข้าวสวยร้อน ๆ กินให้อิ่มท้องสักถ้วยยังยากลำบากเลย ฮือ...

“มิใช่ว่าพี่ชายใหญ่ได้เห็นภาพวาดขององค์หญิงใหญ่แล้วเกิดเปลี่ยนใจหรอกหรือเจ้าคะ?” เจียงหมิงเย่ว์ น้องสาวคนสุดท้องของฉินซื่อเอ่ยขึ้น ดวงตาทอประกายหยอกเย้าพี่ชายราวกับเด็กสาวแสนซน

“เย่ว์เอ๋อร์ อย่าล้อพี่ชายเจ้าสิ” ฉินซื่อปรามยิ้ม ๆ ก่อนจะคีบเนื้อหมูชิ้นใหญ่วางลงบนถ้วยข้าวของเขาอย่างรักใคร่ “เฉิงเอ๋อร์ทานข้าวให้เยอะหน่อย เหตุใดแม่จึงรู้สึกว่าเจ้าผอมลงกันนะ”

ถ้อยคำหยอกเย้าของน้องสาว และถ้อยคำห่วงใยจากมารดา ทำให้จิตใจที่เคยแข็งทื่อของเจียงอวี้เฉิงราวกับกำลังถูกหลอมละลายอย่างช้า ๆ

ตลอดชีวิตของเจียงอวี้เฉิงล้วนอาศัยอยู่กับเจียงห้าว ผู้เป็นบิดา เพียงสองคนเท่านั้น ทั้งคู่เพียงแต่ใช้ชีวิตให้รอดไปในแต่ละวัน ไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นใจใด ๆ จากภรรยาหรือมารดาเลย

“ขอบคุณขอรับ ท่านแม่”

เจียงอวี้เฉิงกลั้นเสียงสะอื้น พยายามกล่าวขอบคุณเสียงเรียบ แล้วก้มหน้าก้มตาทานอาหารในถ้วยที่พูนขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉินซื่อทยอยคีบกับข้าวต่าง ๆ มาวางไว้ในถ้วยข้าวของเขา

“จะว่าไปแล้ว งานพิธีคัดเลือกจะจัดขึ้นในวันที่แปดเดือนหน้า อย่างไรเจ้าก็เตรียมตัวไว้ให้พร้อมเล่า” เจิ้นกั๋วกงกล่าวอย่างหนักใจ “เห็นว่าจะมีการคัดเลือกสองรอบ รอบแรกคงเป็นการทดสอบพลังกาย อย่างไรเรื่องนี้ เจ้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”

“แต่รอบสองคือการทดสอบความรู้... ตระกูลจวงก็คงคว้าชัยไปได้ไม่ยาก แต่อย่างไรเสีย เจ้าก็ไปเปิดตำราคัมภีร์ทบทวนวรรณกรรมดูเสียบ้าง”

“ขอรับ ท่านพ่อ” เจียงอวี้เฉิงเอ่ยรับคำ หากแต่ดวงตาจิ้งจอกกลับจดจ้องอยู่ที่ไก่ตุ๋นยาจีนเนื้อนุ่ม ดวงตาคมเหลือบเห็นตะเกียบของเจียงจุนหลี่ที่กำลังจะยื่นไปคีบช่วงอกไก่แสนนุ่ม

หากแต่เจียงอวี้เฉิงพลิกมือบังคับตะเกียบคีบอกไก่ชิ้นใหญ่ไปต่อหน้าต่อตาของเจียงจุนหลี่ ทำให้อีกฝ่ายได้แต่อ้าปากค้าง ยื่นตะเกียบแข็งทื่ออยู่ข้างชามใหญ่

“ท่านพี่!!” เจียงจุนหลี่ร้องลั่น “ท่านแย่งอกไก่ของข้า!!”

“ก็เจ้าอยากช้าเอง” เจียงอวี้เฉิงยักไหล่บอกเสียงชืด ก่อนจะคีบอกไก่ชูขึ้นอย่างเยาะเย้ย สร้างเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากทุกคนบนโต๊ะ

“แล้วผู้ใดจะไปเร็วเท่าท่านกันเล่า?” เจียงจุนหลี่แย้งเสียงดัง “ข้ายังไม่ได้เก่งวิชายุทธ์เท่าท่านพี่นะ!”

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เช่นนั้นเจ้าก็ต้องฝึกฝนให้หนักขึ้นเสียสิ” เจิ้นกั๋วกงหัวเราะ ก่อนจะสั่งสอนบุตรชายคนเล็ก

เจียงจุนหลี่เบ้ปาก วางตะเกียบลงแล้วยกมือขึ้นกอดอกอย่างแง่งอน “ท่านพี่แย่งไก่ข้าไปชัด ๆ แต่ท่านพ่อกลับสั่งสอนข้า ไม่กล่าวโทษท่านพี่เลยสักนิด ท่านจะลำเอียงเกินไปแล้ว ข้าน้อยใจแล้วนะ!!”

ทุกคนบนโต๊ะ “...”

เจ้าเป็นชายวัยฉกรรจ์มิใช่สาวน้อยแรกแย้มที่ทำท่าสะบัดสะบิ้งเช่นนี้แล้วจะน่าเอ็นดูนะ...

เจียงอวี้เฉิงเห็นใบหน้าบูดบึ้งของน้องชายที่เขาเพิ่งจะมีในชีวิตนี้

สุดท้าย เขาก็หักใจทำร้ายไม่ลง...

เจียงอวี้เฉิงจึงขยับตะเกียบในมือเลื่อนไปที่ไก่เนื้อนุ่มอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาเปี่ยมความหวังของเจียงจุนหลี่ที่คิดว่าตนเองจะได้อกไก่นุ่ม ๆ กลับคืนมา

สุดท้าย ในชามของเจียงจุนหลี่ก็ปรากฏตีนไก่หนึ่งคู่สองข้างขึ้นมาแทน ท่ามกลางเสียงหัวเราะดังลั่นของบิดาบังเกิดเกล้า...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 140 (จบ)

    สิ้นเสียงประโยคคำถาม น้ำตาของชิงหว่านซินก็ไหลพราก ใบหน้าเล็กพยักหน้ารัว ๆ ราวกับลูกไก่ที่จิกข้าวเปลือกอย่างน่าเอ็นดู“อื้อ! เราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าเลย!” ชิงหว่านซินตอบตกลง พร้อมยื่นมือข้างซ้ายให้เขา แหวนเพชรเม็ดงามถูกบรรจงสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างพอเหมาะพอดีเจียงอวี้เฉิงรีบลุกขึ้นมาสวมกอดอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ในวินาทีนั้น เสียงระเบิดดังกึกก้องเหนือศีรษะ!ปัง! ปัง! ปัง!พลุไฟนับร้อยนับพันดวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนจากหลายจุดในเมืองหลวง แสงไฟหลากสีกระจายตัวออกเป็นดอกไม้ไฟขนาดยักษ์ แสงสีทอง สีเงิน และสีแดงสดสาดส่องลงมายังยอดตึกที่พวกเขาอยู่ ราวกับแสงดาวทั้งหมดบนฟ้าถูกดึงลงมาเพื่อเป็นฉากหลังให้แก่การตอบตกลงแต่งงานของเธอในครั้งนี้เสียง เปรี๊ยะ! ปร๊ะ! ของดอกไม้ไฟที่แตกตัวเหนือพวกเขา ทำให้ชิงหว่านซินถึงกับต้องปิดหูด้วยความตื่นเต้นภาพเมืองหลวงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งสว่างเจิดจ้าขึ้นด้วยประกายของพลุไฟที่ประดับประดาตึกระฟ้าทั้งหมดให้กลายเป็นเวทีแห่งความยินดีขณะที่ชิงหว่านซินยังคงมองพลุไฟตาไม่กะพริบ จู่ ๆ ประตูที่ซ่อนอย

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 139

    เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทร่อนลงจอดบนลานจอดส่วนตัวของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในเมืองอย่างนุ่มนวล ราวกับขนนกที่แตะพื้น เสียงเครื่องยนต์กังหันเริ่มเบาลงอย่างช้า ๆก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะดับเครื่องยนต์หลักเหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวของยามค่ำคืน เขาเปิดช่องระบายอากาศเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ของยอดตึกได้พัดโชยเข้ามาในขณะที่เครื่องกำลังสงบ ชิงหว่านซินที่นั่งข้าง ๆ ก็ขยับตัว สอดร่างบอบบางข้ามแผงควบคุมที่เย็นเฉียบไปยังเบาะหลังที่กว้างขวางและมิดชิดกว่า ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะข้ามตามไปติด ๆ โดยไม่ให้มีการทิ้งช่วงแม้แต่วินาทีเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เสียงครางกระเส่าที่ถูกกดเอาไว้ก็เริ่มดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องโดยสารที่มืดมิด เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังประสานกันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของความรักและเหงื่อที่โชยออกมาจากเบาะหนังนับเป็นชั่วโมงกระทั่งเสียงหอบหายใจเหล่านั้นเริ่มผ่อนคลายลง เจียงอวี้เฉิงจึงได้ช่วยชิงหว่านซินแต่งกายจัดเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วจากนั้นเขาจึงได้เปิดประตูเดินลงมาสัมผัสกับความเย็นของพื้นลานจอด แล้วส่งมือรอรับ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 138

    “อาเฉิงจะพาฉันไปไหน?” เสียงหวานร้องถามอย่างสงสัย ในขณะที่เธอกำลังถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว ชายผ้าที่ผูกปิดตาเธอกำลังพลิ้วไหวไปตามแรงลม“เดี๋ยวก็รู้น่า...” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ก้าวขายาว ๆ ตรงไปยังพาหนะส่วนตัวของตระกูลที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารสูงสุดในเขตบ้านของตระกูลเจียงชิงหว่านซินกระชับแขนที่โอบรอบคอของเขาให้แน่นขึ้น เธอไว้วางใจผู้ชายที่อุ้มเธออยู่เป็นอย่างมาก หากแต่ความสงสัยมันมีมากกว่า ด้วยแรงลมที่พัดตีเข้าหน้าเธอไม่หยุดเจียงอวี้เฉิงเปิดประตูห้องโดยสารด้านข้างของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำออกอย่างแผ่วเบาด้วยมือเดียว เขาวางร่างของชิงหว่านซินลงบนเบาะหนังฟอกอย่างทะนุถนอม แล้วจึงดึงสายเข็มขัดนิรภัยห้าจุดออกมาคาดรัดร่างเธออย่างแน่นหนา แล้วปิดประตูลงเขาเดินอ้อมไปนั่งที่เบาะนักบินอีกด้าน ภายในห้องนักบินที่เต็มไปด้วยแผงควบคุมดิจิทัล เขาแตะสวิตช์บางตัวอย่างเชี่ยวชาญ เสียงไฟฟ้าภายในเริ่มทำงานพร้อมกับเสียงหึ่งต่ำ ๆ ของระบบอัจฉริยะ จากนั้นเจียงอวี้เฉิงดึงคันบังคับที่ควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์กังหันเสียงอ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 137

    สิ้นเสียงบอก คิ้วคมของเจียงอวี้เฉิงก็เลิกขึ้นสูง เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่อย่างตัดสินใจ“ได้... งั้นหยาเจินคุมเกมเองเลย”เจียงอวี้เฉิงพลิกตัวลงนั่งกางขาบนเบาะ สอดมือไปรั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของเขา ท่ามกลางความงงงวยของชิงหว่านซินเพียงเธอพูดแค่ประโยคเดียว โลกทั้งใบก็ถูกอีกฝ่ายพลิกตลบจากคนที่อยู่ด้านล่างกลายมาเป็นคนคุมเกมเสียอย่างนั้น“หยาเจินพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย...”ชิงหว่านซินก้มหน้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยิ้มกริ่ม ก่อนจะกดสายตาลงต่ำไปเห็นแกนกายที่ชูชัน สลับขึ้นมามองหน้าเขาอีกคราวทำไมถึงรู้สึกเหมือนว่ามีสองสายตาอ้อนวอนมองมาพร้อมกันทั้งบนทั้งล่างเลยล่ะ?เสี่ยวเฉิงมีตาด้วยเหรอ?ในขณะที่เธอกำลังเตรียมใจ มือปีศาจก็ลูบไล้ขาอ่อนของเธอดันให้ชายกระโปรงเลิกขึ้นสูง ไม่ให้เกะกะกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ก่อนจะไปสแตนด์บายรอที่แก้มก้น จนชิงหว่านซินอดมองค้อนไม่ได้“ไหนบอกว่าให้เราคุมเกมไง”เจียงอวี้เฉิงแสร้งทำหน้าอย่างไร้เดียงสา “เราก็ให้หยาเจินคุมเกมนะ เราแค่เตรียมตัว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 136

    ร่างสูงโผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยสาร ก่อนจะกดไหล่เล็กให้นอนราบลงบนเบาะหนังด้านหลัง จับสองเรียวขาให้แยกออกจากกัน เรียวขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไปบนเบาะ ทำให้กระโปรงที่เธอสวมอยู่ถูกร่นขึ้นมากองที่หน้าท้องมือหนาตะครุบชายเสื้อซับในแล้วดึงออกให้พ้นตัว จนเหลือเพียงบราสีเนื้อที่โอบอุ้มเนินเนื้อขาวผ่องเจียงอวี้เฉิงสอดมือหนาไปทางด้านหลัง ใช้เพียงมือเดียวก็สามารถปลดตะขอบราได้อย่างง่ายดาย อีกมือหยิบบราชิ้นนั้นโยนไปทางเบาะหน้าข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ดวงตาจิ้งจอกพราวระยับ เมื่อเห็นร่างแม่นางน้อยเปลือยเปล่าช่วงบน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างเขินอาย ไหปลาร้าได้รูป ไล่มาถึงความอวบอิ่มสมวัยแต่ก่อนที่เจียงอวี้เฉิงจะได้ขยับตัวลงมือทำอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็ดังขึ้นมา“รับก่อนเถอะ เผื่อเป็นสายที่บ้าน...” ชิงหว่านซินบอกเสียงเรียบ แม้จะขัดใจไปบ้าง แต่เธอก็รู้จักแยกแยะได้เผื่อจะเป็นคุณป้า เพราะเมื่อครู่ แม่ของเจียงอวี้เฉิงบอกว่าหากเสร็จธุระแล้วจะมาคุยเป็นเพื่อนเธอ พอไม่เห็นพวกเธอจึงได้โทรมาตามหาเจียงอวี้เฉิงพยักห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 135

    “หื้ม?” ชิงหว่านซินครางในลำคอ เมื่ออีกฝ่ายผละริมฝีปากออกกะทันหัน ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียเรียวปากตัวเองอย่างเสียดาย“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” เจียงอวี้เฉิงบอกเสียงทุ้ม ก่อนจะอุ้มร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักขึ้น พาเดินออกจากศาลาตรงไปที่โรงรถด้านนอกทันทีชิงหว่านซินที่ยังมึนเมาในรสจูบ เอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”“อยู่บ้านมีคนสอดรู้สอดเห็นเยอะเกินไป...”เจียงอวี้เฉิงอุ้มชิงหว่านซินแนบอก พาเดินตามโถงทางเดินไปยังปีกอาคารด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงรถของตระกูล ทันทีที่ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดออก กลิ่นหอมจาง ๆ ของหนังฟอกชั้นดีและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพงก็ลอยเข้ามาปะทะภายในโรงรถกว้างขวางปูพื้นด้วยหินอ่อนขัดเงา สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นตาจากเพดาน เผยให้เห็นคอลเล็กชันรถยนต์มูลค่าหลายร้อยล้าน ทั้งของบิดา ญาติผู้ใหญ่ และบรรดาน้องชายแต่สายตาของเจียงอวี้เฉิงจับจ้องไปยังรถหรูส่วนตัวของเขาที่จอดสงบนิ่งอยู่กลางลาน รถซีดานหรูหราสีดำขลับ ตัวถังมันวาวดุดันตัดกับกระจกสีเข้มที่ช่วยอำพรางกิจกรรมของคนในรถได้เป็นอย่างดีเจ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 120

    แต่เจียงอวี้เฉิงก็ไม่ปล่อยให้ชิงหว่านซินได้ซาบซึ้งใจนาน เพราะร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ก่อนที่จะย่อตัวอุ้มนางขึ้นอีกครั้ง“ท่านจะพาข้าไปไหนรึ?” ชิงหว่านซินเอ่ยถาม ในขณะที่หันซ้ายแลขวา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพานางเดินตรงเข้าไปใกล้น้ำตกอวี้หลิงมากขึ้นเรื่อย ๆเสียงคลื่นสายน้ำกระทบล

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 113

    “ข้าจะรู้ได้อย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า...” เจียงอวี้เฉิงย้อนทุกประโยคที่หลี่จู้เคยกล่าว และจากท่าทางที่เขาแสดงออกมาก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้ใดคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจียงอวี้เฉิงคร้านที่จะต่อความ จึงได้ตะโกนสั่งทุกคน “เตรียมตัวกลับเข้าเมืองซานไห่!!”เสียงขานรับด

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 111

    ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งในป่าทึบ ไม่อาจเทียบได้กับความเงียบงันที่น่าอึดอัดของทหารนับร้อยนาย ทุกคนอยู่ในท่านั่งยองตัวต่ำติดพื้น ต่างกุมอาวุธในมือแน่นและกลั้นหายใจรอคอยการมาของเหยื่อเจียงอวี้เฉิงซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ มือหนึ่งกุมกระบี่ประจำกาย สายตาจับจ้องไปตามเส้นทางที่เ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่   บทที่ 110

    “รองแม่ทัพใหญ่!!” บรรดารองแม่ทัพของบิดาพากันร้องเรียกเจียงอวี้เฉิงด้วยความตกใจ แม้ว่าทุกคนจะทราบนิสัยมุทะลุดุดันและชอบเป็นด่านหน้าในสงครามของเจียงอวี้เฉิงเป็นอย่างดี“ท่านรองแม่ทัพใหญ่ โปรดใจเย็นก่อนเถิด บริเวณป่าทึบนั้นอยู่ใกล้กับเมืองเทียนเหมินมากเกินไป มันอาจจะเป็นกับด

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-31
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status