تسجيل الدخولจูนหลุบมองสภาพตัวเองแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องแต่งตัว “จูนเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ”
คล้อยหลังร่างบางเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ บูมถึงยอมขยับร่างกาย เปลี่ยนที่นั่งจากเตียงมาเป็นเก้าอี้แทน
บรรยากาศวันฝนตก ครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้ อยู่ให้ห่างจากเตียงน่าจะปลอดภัย หมายถึงรักษาความปลอดภัยทางร่างกายให้กับเธอ
จูนแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาจากห้องน้ำ บูมนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงโต๊ะกินข้าว เธอหอบเสื้อผ้าที่ใส่แล้วเก็บใส่กระเป๋าลวก ๆ ผมยังเปียกหมาด
“ไดร์เป่าผมวางอยู่ตรงโต๊ะหน้าทีวี ใช้ได้นะ” บูมบอกคนตัวเล็เสียงนุ่ม ใบหน้าหล่อพยักเพยิดไปยังไดร์เป่าผมอันเล็กสีชมพูหวานแหววบนโต๊ะทีวี น้องสาวเป็นคนซื้อมาให้เขาใช้เป่าผม
เขามองคนตัวเล็กเดินไปหยิบไดร์เงียบ ๆ เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวสีเทาโชว์เอวลอยกับกางเกงคาร์โก้สีครีม เอวของเธอเล็กมาก รับกับสะโพกผาย แขนขาเรียวยาวเหมือนกับนางแบบ
หุ่นนาฬิกาทรายที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝัน
“เสียบตรงไหนได้บ้าง” จูนหันมาถามตาใส
“ฮะ” บูมรับคำในลำคอเบา ๆ ตกใจขวัญอ่อนกับคำถามนิดหน่อย เธอให้เขาเสียบอะไรได้นะ ชายหนุ่มโยนความผิดให้กับเสียงฝนตกด้านนอกที่ดังเกินไป
“จูนเสียบปลั้กไดร์เป่าผมตรงไหนได้บ้าง” เธอถามพร้อมกับชูปลั้กเสียบให้เขาดูสำทับ
“อ้อ ปลั้กที่เดียวกับทีวีเลย” บูมถอนหายใจเบา ๆ
จากนั้นเสียงไดร์เป่าผมดังกระหึ่มอยู่ในห้องผสานกับเสียงฝนตก บูมแอบลอบมองคนตัวเล็กเป็นระยะ เธอยืนเป่าผมแล้วหันหน้าไปทางกระจกทรงยาวที่เห็นรูปร่างสัดส่วนของตัวเองได้เต็มตัว
จูนเป่าผมให้แห้งพอหมาด ๆ แล้วจัดการหวีผมให้เป็นทรง ทัดปอยผมข้างหนึ่งไว้ข้างหู สำรวจใบหน้าตัวเองเสร็จเรียบร้อยพร้อมเจรจาหาที่อยู่ใหม่
“มานั่งตรงนี้สิ” บูมบุ้ยปากไปยังเก้าอี้อีกตัว เขาก็รอคุยกับเธอเช่นกัน
จูนเดินมานั่งอย่างว่าง่าย มองใบหน้าหล่อ ทำตาปริบๆ อ้อนวอนขอความเห็นใจ ถึงเวลาเล่นละครบทโศกแล้ว
“คือพี่หาหอพักให้เราได้สองสามที่ ลองไล่ดูรูปกับรายละเอียดก่อนว่าชอบแบบไหน ถ้าเราโอเค พี่จะขับรถไปส่งดูห้องจริง” เขาวางโทรศัพท์ไว้ตรงกลางโต๊ะแล้วเปิดรูปภาพห้องพักราคาช่วงราคาห้าพันถึงแปดพันบาทให้อีกฝ่ายเลือกดู เขาไม่แน่ใจว่าเธอมีงบสำหรับที่พักเท่าไร แต่ว่าหอพักที่เขาเลือกไว้ก็อยู่ในราคาขั้นต่ำแล้ว
จูนใช้นิ้วปัดหน้าจอดูรายละเอียดเงียบ ๆ ห้องพักที่เขาเลือกไว้ให้น่าอยู่ แลดูปลอดภัย เหมาะกับนักศึกษาอย่างเธอที่อยู่ตัวคนเดียว ทว่าราคาค่าเช่าแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
คราแรกเธอตั้งใจจะเช่าพักหอในมหาวิทยาลัย เพราะราคามันเริ่มต้นแค่ 2500 แชร์ร่วมกับเพื่อนคนอื่น
“ถ้าอยากได้สไตล์คอนโดก็มีนะ ส่วนตัว ปลอดภัยแต่ราคาแพงหน่อย เริ่มต้นหมื่นนิด ๆ”
“อยากได้แต่ไม่ไหวค่ะ จูนไม่มีตังค์จ่ายมากขนาดนั้น” ใบหน้าเล็กส่ายไปมาทันที ถอนหายใจเบา ๆ แกล้งทำตาแดง ๆ อ้อนขอความสงสารจากเขา
“แล้วเรามีงบเท่าไหร่”
“ก็ไม่เกิน 3000” เธอดันโทรศัพท์คืนให้เจ้าของเป็นการบอกว่าไม่มีที่ไหนที่เธอสามารถเช่าอยู่ได้
“น่าจะมีห้องพักราคานี้อยู่นะ แต่ต้องใช้เวลาหานิดหนึ่ง แล้วที่บอกว่ารายชื่อตกหล่น คนรับเรื่องไม่รับผิดชอบอะไรเลยเหรอ”
“ไม่เลยพี่ เขาบอกว่าเต็มอย่างเดียวเลย” ปัดความรับผิดชอบแบบสุด ๆ
“แย่มาก”
“แย่จริง แต่มันทำอะไรไม่ได้ จูนก็คงต้องไปเดินหาต่อ แต่ไม่รู้คืนนี้จะนอนที่ไหน พี่มีแนะนำบ้างไหม ห้องพักรายวันราคาถูก ๆ สัก สี่ถึงห้าร้อย”
คราแรกเธอตั้งใจจะขอมาอยู่กับเขาชั่วคราว แต่เขาบอกว่าที่นี่ไม่อนุญาตให้คนนอกมาพัก แค่เขาแอบให้เธอเข้ามาก็รู้สึกเกรงใจมากแล้ว
“500 แถวละแวกนี้ก็มีแต่ม่านรูด” บูมเอ่ยตามประสาคนปากไว คิดอะไรก็พูดมันออกมา
“ก็โอเคนะ พี่รู้จักไหม” นาทีนี้เธอไม่เกี่ยงทั้งนั้น ขอแค่มีหมอน ผ้าห่ม เตียงให้นอนสบายก็พอ ดีกว่านอนตบยุงอยู่ข้างถนน
“ไม่โอเคหรอก เดี๋ยวพี่จองโรงแรมให้พัก”
“จูนจ่ายไม่ไหวนะ”
“พี่จัดการเอง เตรียมตัวเถอะ รอฝนซาค่อยออกไปกัน”
“ขอบคุณพี่มากนะที่ช่วยจูน” มือเล็กยื่นไปจับมือใหญ่เอาไว้ น้ำเสียงหวานสั่นเบา ๆ ด้วยความซาบซึ้งทำเอาหนุ่มโสดแถมยังของขาดมานานแรมเดือนถึงกับใจสั่น
“ไม่เป็นไร ก็เราไม่มีใครนี่” บูมเอ่ยเสียงนุ่ม ไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ตัวเองดูหล่อ แต่มันหล่อของมันเอง
ดวงตากลมโตมองมาอย่างซาบซึ้งใจพลางยิ้มหวานละลายใจมอบให้เขา
“ตอนนี้พี่มีแฟนหรือยัง”
“ถามทำไม” บูมถามกลับ หรี่ตามองอย่างสงสัย
“ก็อยากรู้”
“ไม่มี”
“แล้วยังปัดแอพหาคู่นอนอยู่หรือเปล่า”
“ไม่ได้ปัดมาสักพักแล้ว”
“สักพักนี่กี่เดือน”
“สองสามเดือน”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ไม่ทำไม แค่ไม่มีเวลา”
“อ้อ แล้วถ้ามีเวลาพี่จะปัดอีกไหม”
“พูดตรง ๆ ได้” บูมรู้ว่าจูนมีจุดประสงค์บางอย่างถึงได้ยิงคำถามอ้อมโลกใส่เขาไม่หยุด เธอถามว่าเขายังหาคู่นอนผ่านแอพไหมเพราะครั้งหนึ่งเขาเคยเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง แต่เขาไม่ได้เจอเธอจากแอพหาคู่ แค่บังเอิญนั่งคุยกัน ดื่มด้วยกัน แล้วถูกใจ สุดท้ายจบที่เตียงนอน แต่เขายังคาดเดาไม่ได้ว่าเธอถามคำถามพวกนี้เพื่อจุดประสงค์อะไร
“พี่สนใจเลี้ยงจูนไหม” จูนถามอย่างตรงไปตรงมา พูดจากใจเลยตอนนี้ เธอเหนื่อยจะช่วยชีวิตตัวเองแล้ว ขอลาออกชั่วคราว ถ้าหากมีผู้ชายสักคนมาช่วยซัปพอร์ตดูแล ช่วยดูแลชีวิตเธอให้สุขสบาย เธอจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีก ตั้งใจเรียนแล้วหางานดี ๆ ชีวิตจะได้ไปข้างหน้า
การเริ่มต้นใหม่จากศูนย์มายากเกินไปสำหรับคนที่ไม่มีต้นทุนอะไรเลย
ความจริงเธอมาหาเขาเพื่ออยากคุยเรื่องนี้ตั้งแต่แรก แต่ก็พูดอ้อมโลกเพราะอยากดูท่าทีอีกฝ่าย
ตอนนั้นเขาก็พูดเหมือนจะดูแลเธอเหมือนกัน เขาอาจจะจำไม่ได้เพราะเมา เธอก็เลยคิดว่าจะลองเสี่ยงเสนอทางเลือกนี้ให้กับเขา
ผู้ชายตรงหน้าก็นับว่าเป็นคนที่โอเค หน้าตาไม่ต้องพูดถึงเลย หล่อวัวตายควายล้ม รูปร่างก็เพอร์เฟ็กซ์สุด ๆ การพูดจาก็ดี ท่าทางอ่อนโยน เอาใส่ใจ หน้าที่การงานก็นับว่าดีเลยทีเดียว อายุก็ไม่ได้เยอะ
หากเธอจะหาคนเลี้ยงสักคน เขาก็เป็นตัวเลือกที่ดี ที่สำคัญเรื่องบนเตียง เรายังเข้ากันได้ดีสุด ๆ
ไม่ใช่สิ
เขาเป็นตัวเลือกเดียวของเธอเลยต่างหาก อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้อยากนอนกับใครพร่ำเพรื่อ ไหน ๆ ก็เสียครั้งแรกให้เขาไปแล้วด้วย แม้จะเกิดจากความเต็มใจก็ตาม แต่เธอก็อยากจะใช้เรื่องนี้มาเป็นข้อเสนอ
บูมได้ยินนิ่งอึ้งกับถ้อยคำที่ได้รับ ดวงตาคมจ้องลึกไปยังนัยน์ตากลมโตของอีกฝ่ายที่ไม่มีความกลัวหรือลังเลใจปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
เขาคิดว่าเธอตัดสินใจมาหาเขาเพื่อพูดเรื่องนี้แต่แรกแล้ว
“จูนอยากหาใครสักคนมาช่วยซัปพอร์ต ตั้งแต่เด็ก ชีวิตจูนก็ทำงานมาร้อยแปดอย่าง ถ้าพี่สนใจอยากจะเลี้ยงใครสักคนไว้แก้เหงา คลายความเครียด จูนเป็นให้ได้นะ”
“มีแฟนแล้วค่ะ” จูนสร้างสถิติปฏิเสธหนุ่มที่เข้ามาจีบราว ๆ สิบคนในเวลาสองเดือน บรรดาชายหนุ่มที่อกหักมีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงเพื่อนรุ่นเดียวกัน อย่างคนล่าสุดที่เพิ่งเดินคอตกไปนั้นเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาระดับดาราเข้ามาจีบ แต่เธอยังยึดมั่นว่าจะเป็นเด็กดีของกัปตันบูมคนเดียวแม้ว่าเขาจะเงียบหายไปครบสองเดือนตามที่บอกแล้ว เธอเริ่มสงสัยว่านักกีฬาฝึกซ้อมหนักจริง ๆ หรือเขาใช้เป็นข้ออ้างกันแน่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถาม“หล่อมากอะ เสียดายแทน” นีน่ากระซิบคล้อยหลังผู้ชายคนนั้นเดินกลับโต๊ะตัวเอง นับถือความซื่อสัตย์ของเพื่อนที่มีต่อแฟน หากเป็นคนอื่นอาจจะแลกคอนแทกต์เก็บไว้สานต่อไปแล้ว“ชักอยากจะเห็นหน้าแฟนแกแล้วสิ อยากจะรู้ว่าหน้าตาหล่อขนาดไหน แกถึงได้ซื่อสัตย์กับเขาขนาดนี้ แกบอกว่าเป็นนักบอลใช่ปะ” แม้ว่าความสนิทสนมระหว่างเพื่อนจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นนีน่ายังเว้นที่ว่างเรื่องส่วนตัวของเพื่อนเอาไว้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจูนเหมือนไม่อยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเธอกับแฟนสักเท่าไร ครั้นเธอจะถามบ่อย ๆ ก็กลัวว่าเพื่อนจะรำคาญ“อืม” จูนพยักหน้าสำทับ เธอเคยเล่าเรื่องของกัปตันบู
“พี่ไม่สบายใจเรื่องน้องสาวนิดหน่อย” บูมเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มบาง ก็ไม่คิดว่าเธอจะสังเกตเห็นความไม่สบายใจที่เขาเก็บเอาไว้“น้องพี่ทำไมเหรอ เล่าให้จูนฟังได้นะ จูนเป็นผู้หญิงเหมือนกันอาจจะเข้าใจมากกว่า”“พี่เป็นห่วงน้องน่ะ รู้สึกไม่ค่อยชอบแฟนน้องเท่าไหร่ นิสัยแม่งไม่ได้เลย” บูมระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้คนตัวเล็กฟัง “อยากให้เลิก”“อ๋อ เป็นโรคหวงน้องสาวนี่เอง” จูนเอ่ยยิ้ม ๆ แล้วขยับตัวไปนั่งบนตักของเขา สองแขนกอดคอเขาไว้หลวม ๆ “จูนมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง พี่ต้องเข้มงวดกับเด็กคนนี้หน่อยแล้วแหละ”“เรื่องอะไร” บูมเลิกคิ้วถามอย่างใส่ใจ ขณะปลายจมูกคลอเคลียกับจมูกเล็ก ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจคั่นกลาง ขณะมือหนาลูบเอวบาง ก่อนจะล้วงเข้าไปใต้เสื้อสายเดี่ยวเนื้อนิ่มแล้วลูบไล้แผ่นหลังอย่างแผ่วเบา“วันนี้จูนได้เพื่อนใหม่คนหนึ่งชื่อนีน่า แล้วเธอก็พาไปรู้เพื่อนของเธอ เขาเรียนวิศวะอยู่ปีสองแหละ เป็นเดือนคณะด้วยนะ” จูนเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างจงใจให้อีกฝ่ายหวง“แล้วไง” เขาถามสั้น ๆ สีหน้ายังคบเรียบเฉย หากแต่เวลานี้ตะขอบราถูกปลดออกแล้ว“เขาถามว่าจูนมีแฟนหรือยัง” น้ำเสียงหวานเอ่ยชิดข้างหู มือบางทาบบนต
อาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเสร็จออกมาด้านนอกห้องนอนชุดนอนของเธอเรียกสายตาของพ่อครัวจำเป็นได้ทันทีทันใด เสื้อสายเดี่ยวพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นจนเห็นแก้มก้นขาว ๆ โผล่ออกมาข้าวไข่เจียววางอยู่บนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันโชยลอยมาเตะจมูก ทำเอาคนหิวเดินมานั่งเก้าอี้อย่างรวดเร็ว“เอาซอสไหม” บูมเห็นซอสพริกแช่อยู่ในตู้เย็น ไข่เจียวของเขาปรุงรสน้อยมาก เหยาะซอสแค่สี่หยด ตีไข่แดงกับไข่ขาวจนเนียนเป็นเนื้อเดียว ใส่เครื่องปรุงนิดหน่อยให้ชูรสแล้วเทลงกระทะทันที“ไม่เอาค่ะ” จูนตักข้าวกับไข่เจียวหอม ๆ เข้าปากโดยไม่ทันฟังเสียงร้องห้ามว่ามันยังร้อนอยู่ เธอเคี้ยวเร็วๆ กลืนลงคอทันทีทันใด ทำเอาบูมหัวเราะขำกับความโก๊ะแสนน่ารักของเธอ“ร้อนอะ” จูนเอ่ยสั้น ๆ ติดรำคาญตัวเองที่ไม่ระวัง เมื่อครู่เธอรู้สึกเหมือนกลืนก้อนไฟลงคอ ช่องอกร้อนวาบคล้ายโดนไฟลวก“ทำไมไม่คายออกมา” บูมยื่นน้ำอุณหภูมิห้องให้คนตัวเล็กดื่ม อดส่ายหน้าน้อย ๆ หัวเราะขำอีกฝ่ายไม่ได้“ก็คนมันเสียดาย”“แค่ไข่เจียวเอง ไข่ฟองละไม่กี่บาท”“มันใช่ไข่ธรรมดาที่ไหนล่ะ ไข่ของพี่บูมเลยนะ” จูนยิ้มหวานพูดเอาใจ ทำตาอ้อน ๆ ใส่คนตัวโต ลิ้นพังช่างมันไปก่อน ตอนนี้เธอต้องเอา
ความซวยมาจ่อรอหน้าประตูบ้านเลย เธอรับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังเจอปัญหาเข้าให้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอีท่าไหน ถึงได้สะดุดตา สะดุดใจหนุ่มวิศวะได้ผู้ชายมาชมชอบเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ชายคนนั้นไม่ควรเป็นคนในใจของเพื่อนจูนมองปราดเดียวก็รู้ว่านีน่าชอบอังคาร พวกเขาน่าจะอยู่ในวังวนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ แต่อังคารกลับถามเธอว่ามีแฟนหรือยัง แถมสายตาที่มองมาก็รู้ว่าสนใจแม้ว่าเขาจะมีสิทธิ์ถาม แต่เธอก็ไม่อยากให้ถามเลยเธอเพิ่งจะมีเพื่อนคนแรกในรั้วมหาวิทยาลัยได้แค่ครึ่งวัน หากนีน่ารู้ว่าอังคารกำลังจะจีบเพื่อนที่เธอเพิ่งพามาให้รู้จัก เดาได้เลยว่านีน่าคงอยากจะเลิกคบกันเสียแต่ตอนนี้“มีแล้ว”เมื่อคำตอบหลุดจากปาก รอยยิ้มของคนตรงหน้าค่อย ๆ จางลง ดวงตาคมฉายแววเสียดายมากกว่าผิดหวังบทสนทนาจบลงเท่านั้น นีน่าวางถ้วยก๋วยเตี๋ยวไว้บนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างกัน“กว่าจะได้กิน คิวยาวมาก” นีน่าบ่นพึมพำพร้อมกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ “มึงไปซื้อน้ำให้กูหน่อยได้ปะ”“อืม เอาอะไรก็ว่ามา กูซื้อน้ำให้มึงเสร็จ กูต้องไปเรียนแล้วนะ”“เอาน้ำเปล่า จูนเอาน้ำอะไร”“น้ำเปล่าก็ได้”คล้อยหลังร่างสูงลุกจากโต๊ะ นีน่าหันมาคุยกับจูนทันที เม
เริ่มต้นวันแรกของการเข้าสู่โลกรั้วมหาวิทยาลัย แม้จะช้าไปหนึ่งปี แต่มันไม่มีคำว่าสายเกินไปร่างบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมยืนหมุนตัวเช็กความเรียบร้อยหน้ากระจกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดเปิดโทรศัพท์ ถ่ายเซลฟี่ภาพตัวเองแบบครึ่งตัวและเต็มตัวแล้วกดส่งรายงานผู้ใหญ่ใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อชุดนักศึกษาจนมืดค่ำห้าวันแล้วที่เธอไม่ได้เจอเขา แต่เราก็คุยกันผ่านแชตบ้างเป็นบางคราว ให้รับรู้ว่าเรายังอยู่ข้อตกลงร่วมกันCHATJune : ส่งรูปBoom : ขอพิกัดร้านซักชุดนักศึกษาหน่อยจูนเลิกคิ้วนิด เหลืองมองตัวเลขบอกเวลา ตอนนี้เป็นเวลา 7.30 น. เขาอ่านแล้วตอบทันที ไม่ฝึกซ้อมหรืออย่างไรJune : เอาไปทำไมเหรอBOOM : อยากจะรู้ว่าทำยังไงชุดถึงได้หดลง นึกว่าชุดเด็กอนุบาลนักศึกษาสาวยิ้มขำก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆJune : กัปตันบูมคะ หวง พิมพ์แบบนี้ค่ะBoom : คืนนี้ไปหานะเรียวคิ้วสวยย่นเข้าหากันทันที กับข้อความไม่คาดคิด วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี เขาไม่ฝึกซ้อมหรือยังไง อย่าบอกนะว่าเห็นเธอใส่ชุดนักศึกษาแล้วอยากมาเป็นอาจารย์สอนคลาสเพศศึกษาจูนพิมพ์ถามเขาไปว่าทำไมถึงมาวันนี้ แต่เธอตัดสินใจลบออก หากเขาอยากจะมาหา เธอก็แค่ทำหน้าที่ต้อนร
“เพื่อนพี่เป็นนักบอลหรือเซียนพระเนี่ย” จูนเลิกคิ้วนิด ๆ หันไปเอ่ยถามเพราะอยากรู้จริง ๆ ตรงกระจกมองหลังมีสร้อยพระแขวนเอาไว้ ขลังสุด ๆ นับคร่าว ๆ สายตาน่าจะเก้าองค์ได้ ตั้งแต่เธอเข้ามานั่งในรถก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง“เป็นนักบอลแต่มีพ่อเป็นเซียนพระ” อิ้งค์เป็นทายาทคนเล็กของเซียนพระระดับประเทศ ตอนเข้าสโมสรใหม่ ๆ เขาก็ได้เจอกับป๊าอิฐ ท่านมาแจกพระให้บรรดานักฟุตบอลบูชา เขาก็ได้มาสององค์ วางบูชาอยู่บนหัวนอน“อ้อ แล้วพ่อพี่ล่ะ” จูนเผลอถามออกไปโดยไม่ทันคิด“พ่อพี่เป็นโค้ชฟุตบอล อดีตเป็นนักฟุตบอล ปัจจุบันนั่งเตะบอลอยู่บนฟ้า” บูมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่ได้รู้สึกเศร้ากับการสูญเสียพ่ออีกแล้ว เพราะเลือกจะเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ในใจ คิดถึงได้โดยไม่เจ็บปวด“ขอโทษค่ะ จูนไม่น่าถามเลย” จูนอยากจะตีปากตัวเองสักที“ไม่เป็นไร พูดถึงได้ พ่อพี่ไม่มาหลอกเราหรอกน่า” บูมเอ่ยขำขันราวกับเป็นเรื่องตลก“จูนไม่ได้กลัวพ่อพี่มาหลอก แต่กลัวพี่เศร้าต่างหาก” เธอไม่น่าปากไวเผลอพูดสะกิดบาดแผลของคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปเลย การจากลากันคือสิ่งที่เศร้าที่สุดแล้ว“แล้วพ่อเราล่ะ” บูมถามกลับบ้าง“เป็นผีไปแล้ว”“หืม







