Share

ไม่ใส่ใจนาง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-04 11:50:20

ยามสายวันรุ่งขึ้น จวนสกุลเจียวที่ดูเงียบสงบผิดปกติ ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารสี่นายที่เดินนำหน้าหวงจื่อเยียนเข้ามาภายในเขตเรือนชั้นใน

เขายังคงสวมชุดขุนนางสีดำขลิบทองดูสง่างามทว่าเย่อหยิ่ง ดวงตาคมกริบคู่เดิมมองสำรวจไปทั่วราวกับเป็นเจ้าของบ้านที่มาตรวจตราทรัพย์สิน เขาหยุดยืนที่ห้องโถงกลางพลางปรายตามองเจียวซือซือที่เดินออกมาต้อนรับอย่างรีบร้อนด้วยท่าทางว่าง่ายผิดหูผิดตา

"ได้ยินว่าใต้เท้าเจียวไปราชการนอกเมือง ข้าในฐานะคู่หมั้นและราชครูจึงต้องมาดูแลระเบียบวินัยของคนในจวนนี้แทน" 

เขาเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเยือกเย็นวาจาเชือดเฉือน

 "หรือเป็นเพราะไม่มีคนคอยกำราบ เจ้าถึงได้คิดว่ากำแพงจวนมันเตี้ยเกินไปจนต้องหาทางปีนออกไปเล่นสนุกข้างนอก"

เจียวซือซือใจกระตุกวูบ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างกำขวดน้ำหอมที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ไว้แน่น

 "ใต้เท้ากล่าวหนักไปแล้ว ข้าเพียงแต่พักผ่อนอยู่ในเรือนตามคำสั่งท่าน ใครจะกล้าฝ่าฝืนอำนาจที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าของท่านกันเล่า"

นางพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตา

"หึ ปากหวานขึ้นแต่นัยน์ตายังเต็มไปด้วยคำหลอกลวง" 

หวงจื่อเยียนแค่นยิ้มดูแคลน เขาเดินเข้าประชิดตัวนางเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน

"เจ้าคิดว่าหนวดปลอมหยาบ ๆ กับชุดบุรุษชั้นต่ำพวกนั้นจะตบตาข้าได้งั้นหรือ วิธีเรียกร้องความสนใจของเจ้านับวันยิ่งต่ำช้าและไร้สมองยิ่งนัก"

เจียวซือซือโกรธจนหน้าแดงก่ำที่ถูกด่าว่าไร้สมอง นางพยายามจะถอยห่างแต่สะดุดชายกระโปรงตัวเอง ร่างบางถลาเข้าหาแผงอกกว้างของหวงจื่อเยียนอย่างจัง

เพล้ง!

ขวดแก้วใบเล็กหลุดมือแตกกระจาย น้ำหอมกลิ่นกุหลาบเข้มข้นที่นางอุตส่าห์เคี่ยวและกรองมาทั้งคืนหกชุ่มไปบนชุดขุนนางราคาแสนแพงของเขาจนหมดสิ้น กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง แต่บรรยากาศกลับเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก

"นี่มัน..." 

หวงจื่อเยียนก้มมองคราบน้ำหอมที่เปื้อนเป็นวงกว้างบนอกเสื้อ แววตาที่เคยเฉยชาพลันลุกโชนด้วยไฟโทสะ

 "เจ้ากล้าดีอย่างไร!"

เขาคว้าข้อมือนางบีบแน่นจนน้ำตาคลอ

 "แม้แต่สตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวัง หรือองค์หญิงที่ข้าเคยสอนสั่ง ยังไม่เคยมีใครกล้าขัดคำสั่งข้าและทำตัวรบกวนสมาธิข้าได้เท่ากับเจ้า เจ้านึกว่าการทำตัวเป็นแม่ค้าตลาดล่างแอบปรุงน้ำหอมขายแบบนี้มันน่ายกย่องนักหรือ มันช่าง... น่ารังเกียจเหลือทน เสียแรงที่พ่อเจ้าพยายามอบรม"

เจียวซือซือทั้งกลัว ทั้งเสียดายน้ำหอมที่ลงแรงทำไป นางสะอื้นออกมาด้วยความโมโห

 "ท่านมันคนใจร้าย! ข้าไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจจากท่าน ข้าแค่อยากทำอะไรที่เป็นของตัวเองบ้าง ท่านมันหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกเป็นคู่หมั้นแต่ในใจกลับดูถูกข้าทุกกระเบียดนิ้ว"

หวงจื่อเยียนสะบัดมือนางออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดคราบน้ำหอมที่อกเสื้ออย่างรังเกียจเดียดฉันท์ 

"ข้าเคยคิดว่าเจ้าแค่ดื้อรั้น แต่ตอนนี้ข้าเห็นชัดแล้วว่าเจ้ามันเป็นเพียงสตรีที่ไร้แก่นสารและน่าเอือมระอาที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา"

เขาหันไปสั่งคนสนิทเสียงแข็ง

 "อี้เฝิง กลับจวน ถอนกำลังคนออกให้หมด ไม่ต้องกักบริเวณนางอีกต่อไป"

ก่อนจะเดินจากไป เขาหันมากล่าวทิ้งท้ายด้วยสายตาที่เย็นชาถึงขีดสุด

 "อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะเจียวซือซือ จากนี้ไปต่อให้เจ้าจะไปเต้นรำอยู่กลางตลาด ข้าก็จะไม่ชายตามอง เพราะสตรีอย่างเจ้า ไม่มีค่าพอให้ข้าต้องเปลืองเวลาปกครองอีกต่อไป"

เขานำคนทั้งสี่เดินออกจากจวนไปทันที ทิ้งให้นางยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมของน้ำหอมที่พังทลาย นางทั้งเสียใจที่ความตั้งใจพังลงและแค้นใจที่ถูกตราหน้าว่าไร้ค่า 

"คนบ้า คนใจดำ ข้าก็ไม่อยากเห็นหน้าท่านเหมือนกัน!"

บรรยากาศภายในรถม้าของอัครเสนาบดีขากลับตึงเครียดจนอี้เฝิงอยากจะกระโดดลงไปเดินข้างทางให้รู้แล้วรู้รอด กลิ่นน้ำหอมกุหลาบที่หกชุ่มอกเสื้อของหวงจื่อเยียนหอมกระจายไปทั่วคันรถ แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่จุดชนวนโทสะของปีศาจตนนี้ให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม

"อี้เฝิง! เจ้าขับรถม้าภาษาอะไร กระแทกกระทั้นจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว" 

เสียงตวาดนิ่ง ๆ แต่เย็นเยียบดังมาจากหลังม่าน

อี้เฝิงที่บังคับม้าอยู่อย่างนุ่มนวลที่สุดในชีวิตถึงกับสะดุ้ง

 "ตะ... ใต้เท้า ข้าน้อยขับช้าลงกว่าปกติครึ่งหนึ่งแล้วนะขอรับ ถนนเส้นนี้ก็เพิ่งจะปูหินใหม่"

"อย่ามาเถียงข้า!"

 หวงจื่อเยียนกระชากม่านเปิดออก แววตาคมกริบจ้องมององครักษ์คนสนิทราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 "ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาคุมม้าให้รักษาระดับได้ ก็ไปกวาดถนนหน้าวังแทนซะ แล้วกลิ่นนี่อีก ทำไมเจ้าไม่รู้จักหาสุรามาเช็ดชุดให้ข้าตอนอยู่ในจวนนั้น ปล่อยให้ข้านั่งดมกลิ่นน่ารำคาญนี่ไปจนถึงจวนงั้นหรือ"

อี้เฝิงได้แต่ก้มหน้ารับกรรมแทนคุณหนูเจียวไปเต็ม ๆ

'โธ่ ใต้เท้า ตอนอยู่ในจวนท่านสะบัดหน้าหนีออกมาเองแท้ ๆ ใครจะกล้าเอาเหล้าไปราดตัวท่านล่ะขอรับ'

เมื่อรถม้ามาถึงจวนอัครเสนาบดี หวงจื่อเยียนก้าวลงรถด้วยท่าทีฟึดฟัด เขาถอดชุดขุนนางราคาแพงโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดีทันทีที่เข้าห้องนอน

"อี้เฝิง เอาชุดนี้ไปเผาทิ้ง อย่าให้เหลือซาก!"

"เผาเลยหรือขอรับใต้เท้า นี่ผ้าไหมส่งส่วยจากแคว้นฉินเลยนะขอรับ แค่ซักก็น่าจะออก..."

"ข้าสั่งให้เผา เจ้าก็ต้องเผา!" 

หวงจื่อเยียนขบกรามแน่น

 "สตรีผู้นั้น นางช่างกล้าดีนัก แสร้งทำเป็นว่าง่ายแต่ลับหลังกลับแอบทำน้ำหอมชั้นต่ำมาทำลายชุดข้า ข้าเอือมระอานางจนไม่อยากจะเอ่ยชื่อให้น่ารำคาญหูอีก"

"ขอรับ ๆ ข้าน้อยทราบแล้วว่าท่านเอือมระอา" 

อี้เฝิงรีบเก็บชุดขึ้นมา

 "เช่นนั้นข้าน้อยจะไปสั่งถอนคนสอดแนมรอบจวนตระกูลเจียวออกให้หมดตามที่ท่านสั่งเมื่อครู่"

"ใครสั่งให้ถอนหมด"

หวงจื่อเยียนหันมาถลึงตาใส่

 "ข้าบอกว่าไม่ต้องกักบริเวณ แต่ไม่ได้บอกให้เลิกเฝ้าดู ถ้านางแอบปีนกำแพงออกไปก่อเรื่องจนเดือดร้อนถึงข้าในฐานะคู่หมั้น ข้าจะไม่เสียหน้าหรือไร ให้คนเฝ้าไว้ ห่าง ๆ รายงานแค่ว่านางไปไหน ทำอะไร คุยกับใครแล้วรายงานข้าทันที"

อี้เฝิงได้แต่ส่ายหัวยืนไว้อาลัยให้ตัวเองเงียบ ๆ 

'ไหนบอกว่าเอือมระอา เหตุใดกลายเป็นเช่นนี้ล่ะขอรับ'

หวงจื่อเยียนเดินไปเดินมาในห้อง ล้มตัวลงนอนก็แล้ว ลุกขึ้นมาอ่านฎีกาก็แล้ว แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพใบหน้าของเจียวซือซือตอนที่ทำน้ำหอมหกและกลิ่นกุหลาบที่ติดอยู่บนปลายนิ้วเขามันช่างรบกวนจิตใจนัก

"คนอะไรน่าเกลียดที่สุด" 

เขาพึมพำประชดประชันกับตัวเอง 

"แถมน้ำหอมนั่น กลิ่นก็แรงจนปวดหัว ใครเขาจะซื้อของไร้รสนิยมแบบนั้นกัน"

เขาหลับตาลงพยายามข่มใจ แต่ในใจกลับร้อนรุ่มอย่างประหลาด ความโกรธที่นางฝ่าฝืนคำสั่งเริ่มจางไป แต่ความหงุดหงิดที่นางกล้าต่อว่าเขาและทำท่าทางเหมือนไม่แยแสเขาแล้วกลับเริ่มเข้ามาแทนที่

"เจียวซือซือ เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าอยู่อย่างสงบสุขงั้นหรือ ฝันไปเถอะ"

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ตอนจบ

    เช้าวันรุ่งขึ้น หวงจื่อเยียนตื่นขึ้นมามองร่างเล็กที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมแขน เขาใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมของนางออกอย่างเบามือ รอยยิ้มที่หาได้ยากปรากฏบนใบหน้าชัดเจนเขาเลือกแล้ว ไม่ใช่บัลลังก์ทองที่โดดเดี่ยว แต่คือเตียงอุ่น ๆ และสตรีคนนี้ที่จะคอยเถียงเขาไปตลอดชีวิต"ซือซือ ตื่นได้แล้ว สายแล้วนะ""งื้อ... ใต้เท้าบ้า ข้าขออีกไม่นาน..."เสียงบ่นงึมงำของนางทำเอาเขาหัวเราะร่า ก่อนจะก้มลงปลุกนางด้วยจูบที่เร่าร้อนอีกครั้ง เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสำนักศึกษาที่กำลังจะกลายเป็นตำนานสืบไปที่ประตูเมืองทิศเหนือ ลมฤดูหนาวเริ่มพัดผ่านแต่กลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง หวงจื่อเยียนในชุดบัณฑิตสีเรียบแต่ยังคงความองอาจ ยืนเคียงคู่กับเจียวซือซือเพื่อส่งขบวนของตระกูลโจวโจวเหวินในชุดเกราะรองแม่ทัพดูเติบใหญ่ขึ้นมาก เขาประสานมือคารวะสหายรัก "พี่จื่อเยียน แดนเหนืออาจจะหนาวเหน็บ แต่หน้าที่ของข้าคือการทำให้ที่นั่นสงบสุข ขอบคุณท่านมากสำหรับทุกอย่าง"แม่ทัพโจวพยักหน้าให้หวงจื่อเยียนอย่างยอมรับในตัวตนที่แท้จริง ส่วนโจวฮูหยินนั้นมองด้วยแววตาสำนึกผิด นางเลือกที่จะไปใช้ชีวิตบั้นปลายเพื่อดูแลสามีและทบทวนความผิดพลาดที่เคยกระทำต

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ความจริงจากเถ้าถ่าน

    หวงจื่อเยียนเดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนไปของขุนนางทั้งแผ่นดิน อี้เฝิงและคนของเขาเดินตามหลังเขามาราวกับองครักษ์สวรรค์"นายท่าน ท่านปลดโซ่เองได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ"อี้เฝิงกระซิบถามหวงจื่อเยียนปรายตาดูองครักษ์คู่ใจของเขา"ตั้งแต่ไม่ถึงครึ่งเค่อที่ข้าก้าวเข้ามา ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ข้าคงได้ใช้ศีรษะเสนาบดีคลังมาทำลูกดิ่งเล่นแล้ว"เขามองออกไปนอกกำแพงวังหลวง นึกถึงใบหน้าของเจียวซือซือที่คงกำลังรอฟังข่าวด้วยใจจดใจจ่อวันตัดสินโทษ ขุนนางต่างมารวมตัวกันที่ท้องพระโรง ฮองเฮาและพรรคพวกที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนนั่งคุกเข่า หวงจื่อเยียนมิได้ยืนเคียงข้างฮ่องเต้ แต่ยืนกลางท้องพระโรงเพื่อให้การสอบสวนเช่นเดียวกัน"ข้าตัดสินโทษ ปลดตำแหน่งฮองเฮาริบทรัพย์สินเข้าคลังหลวง ให้ไปสำนึกตนที่ตำหนักเย็นตลอดชีวิต นอกนั้นประหารให้หมด!"หวงจื่อเยียน ข้าจะคืนตำแหน่งให้เหมือนเดิม"ท่ามกลางความตระหนก ขุนนางคนหนึ่งใจกล้าก้าวออกมาประท้วงเสียงสั่น "ฝ่าบาท กฎมณเฑียรบาลระบุไว้ชัดเจน นักโทษที่ถูกปลดและมีมลทินประหารชีวิต มิอาจคืนฐานันดรได้ แผ่นดินจะไร้ระเบียบหากทรงทำตามพระทัยพะย่ะค่ะ"ใต้เท้าเจียวหันไปมอง

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   มัจจุราชคืนชีพ

    กลางดึกที่เงียบงัดในคุกหลวง ความเหน็บหนาวเกาะกินไปทุกอณู ทหารยามกลุ่มหนึ่งที่ถูกซื้อตัวโดยอำนาจวังหลัง ลอบเข้ามาพร้อมนักฆ่าระดับพระกาฬหกคน ทุกคนแต่งกายมิดชิดและเคลื่อนไหวไร้เสียงประหนึ่งวิญญาณร้ายหวงจื่อเยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่ในมุมมืด ทันทีที่ประตูกรงเหล็กถูกไขออก นักฆ่าคนแรกพุ่งเข้าหาพร้อมกริชอาบยาพิษเคร้ง!เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ทว่าไม่ใช่เสียงกริชปักลงบนเนื้อ แต่น่าตกใจที่หวงจื่อเยียนใช้โซ่ตรวนที่ข้อมือรับคมดาบได้อย่างแม่นยำ แม้ถูกพันธนาการแต่เขากลับใช้โซ่นั้นสะบัดวนรอบคอศัตรูแล้วกระชากจนกระดูกคอหักในพริบตา"พวกเจ้าโชคดีแล้วที่มาเป็นหนูทดลองให้อาวุธชิ้นใหม่ข้า" หวงจื่อเยียนเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เขาใช้ทักษะการต่อสู้ในพื้นที่แคบได้อย่างเหนือชั้น เหวี่ยงโซ่ยาวฟาดเข้าที่ขมับนักฆ่าอีกคนจนล้มคว่ำ ก่อนจะคว้ากริชจากศพแรกขึ้นมาถือไว้อุปสรรคคือเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ไกลเกินรัศมีโซ่ที่ล่ามไว้กับกำแพง เขาต้อง ล่อให้พวกมันเข้ามาในระยะประชิดทีละคน หวงจื่อเยียนยอมถูกฟันที่ไหล่เพื่อแลกกับการปักกริชลงบนหัวใจของหัวหน้านักฆ่า แววตาของมัจจุราชยามเลือดอาบไหล่นั้นช่างน่าสยดสยองจนนักฆ่าที่เหลือถึงกั

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ถูกปลดจากตำแหน่ง

    ที่จวนแม่ทัพใหญ่ ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียด โจวฮูหยินร่ำไห้ราวจะขาดใจ นางนำกริชที่เปื้อนเลือดและจดหมายที่มีตราประทับลับของหวงจื่อเยียนมาส่งให้แม่ทัพโจวดูด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านพี่ ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กที่เราเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยจะทำกับเหวินเอ๋อร์ได้ลงคอ เพียงเพราะเขามีใจให้แม่นางเจียว เขาถึงกับต้องฆ่าแกงกันเชียวหรือ"แม่ทัพโจวมองหลักฐานในมือด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก "กริชเล่มนี้ ข้าเป็นคนมอบให้พ่อของเขาเองกับมือ จดหมายนี่ก็ลายมือเขาไม่ผิดแน่ จื่อเยียน เจ้ากลายเป็นคนกระหายเลือดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ความรักที่เคยมีให้ผู้อายุน้อยกว่าพังทลายลงกลายเป็นความชิงชังที่ถูกทรยศณ ท้องพระโรง"ฝ่าบาท กระหม่อมมิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป" แม่ทัพโจวก้าวออกมากลางท้องพระโรง ทรุดเข่าลงแล้วชูกริชและจดหมายขึ้นเหนือหัว "หวงจื่อเยียนใช้อำนาจส่วนตัววางแผนฆ่าโจวเหวินเพื่อขจัดคู่แข่งหัวใจ หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ หากฝ่าบาทไม่ลงทัณฑ์ ขุนนางทั้งแผ่นดินจะยังอาศัยบารมีใครได้พะย่ะค่ะ"ฝ่าบาททรงมองหลักฐานด้วยพระพักตร์ซีดเผือด ทรงพยายามค้นหาความผิดปกติแต่ทุกอย่างกลับเป็นจริงจนเถียงไม่ออก ลายมือ ตราประทับ และพยานบุ

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   สัมผัสในความทรงจำ

    รถม้าหยุดหน้าจวนสกุลเจียว ใต้เท้าเจียวยืนรออยู่หน้าประตูจวนด้วยแววตาสงสัย ทันทีที่ประตูรถม้าเปิดออกหวงจื่อเยียนก้าวลงมาด้วยท่าทีนิ่งขรึมและสุขุมที่สุดเท่าที่ชีวิตนักปกครองคนหนึ่งจะทำได้ ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายเสื้อของเขายังยับยู่ยี่จากการถูกนางซุกตัวเมื่อครู่"พาลูกสาวข้าไปไหนมาหรือ ใต้เท้าหวง เหตุใดจึงกลับมาดึกดื่นป่านนี้" ใต้เท้าเจียวถามหยั่งเชิงหวงจื่อเยียนประสานมือคารวะ แผ่นหลังตั้งตรงดุจยอดเขาหิมะ "ข้าพานางไปเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ใกล้ ๆ แต่อี้เฝิงและคนขับรถม้าไม่ชำนาญทาง จึงทำให้เสียเวลาหลงวนอยู่ในป่าครู่หนึ่ง ต้องขออภัยท่านอาที่ทำให้เป็นห่วง"น้ำเสียงของเขาช่างราบเรียบและภูมิฐานจนไม่มีใครกล้าสงสัยว่าบุรุษผู้นี้เพิ่งจะขโมยจูบบุตรสาวเจ้าของบ้านมาสด ๆ ร้อน ๆในขณะนั้นเอง ชิงชิงกับสาวรับใช้อีกคนก็ช่วยกันพยุงเจียวซือซือที่งัวเงียลงจากรถม้า ใต้เท้าเจียวเห็นว่าลูกสาวเพียงแค่อ่อนเพลียและไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บจึงพยักหน้ายอมรับ "ในเมื่อไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เชิญใต้เท้ากลับไปพักผ่อนเถิด"เมื่อกลับมาถึงห้องนอน ชิงชิงพยุงร่างบางลงบนเตียงนุ่มพลางเช็ดหน้าเช็ดตาให้ เจียวซือซือขยับกายซุกตัวลง

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   รอยจูบไม่ได้ตั้งใจ

    ภายในเจ็ดวันที่ฝ่าบาททรงกำหนด จวนอัครเสนาบดีกลายเป็นนรกบนดินสำหรับขุนนางกังฉิน หวงจื่อเยียนไม่ได้นั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่เขาบุกไปถึงที่ทำการแต่ละกรมพร้อมกับองครักษ์เสื้อแพรและหลักฐานมัดตัว"รองเจ้ากรมคลัง ท่านพูดเรื่องเมตตามาตลอดเจ็ดวัน แต่ความผิดที่ท่านนำงบหลวงไปใช้เปิดบ่อนพนันบังหน้านั้น กฎหมายระบุไว้เพียงอย่างเดียว คือประหารและริบทรัพย์สิน"หวงจื่อเยียนกล่าวเสียงเรียบขณะที่ยืนอยู่กลางกรมคลังรองเจ้ากรมคลังคุกเข่าตัวสั่น "ใต้เท้าหวง ได้โปรดให้โอกาสข้า ข้าจะคืนเงินทั้งหมด""โอกาสของท่าน ข้าให้ไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่ท่านเริ่มหยิบเงินเหรียญแรกของราษฎรไป" หวงจื่อเยียนโบกมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์ก็ลากตัวออกไปทันที "ข้าไม่ได้ไล่ท่านออก แต่ข้าส่งท่านไปรับโทษตามที่ท่านลงชื่อเห็นชอบในฎีกาเองว่าจะสังคายนากฎหมายให้ยุติธรรมไม่ใช่หรือ"การเชือดผู้นำอย่างเด็ดขาดทำเอาขุนนางทั้งกรมถึงกับหมอบกราบกับพื้น ไม่มีความเคียดแค้นมีแต่ความหวาดกลัวที่มาพร้อมความยอมรับ เพราะหลักฐานที่หวงจื่อเยียนกางออกมาคือความจริงที่เถียงไม่ได้ทว่าสำหรับขุนนางผู้น้อยที่ถูกบังคับให้ร่วมมือ หวงจื่อเยียนกลับทำในสิ่งท

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   งานเลี้ยงในวังหลวง

    ทางวังหลวงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นในโอกาสพิเศษในรอบสามเดือน เพื่อให้เหล่าขุนนางได้กระชับความสัมพันธ์หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันมานานหลายเดือนบรรยากาศในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา เจียวซือซือเดินตามหลังบิดาต้อย ๆ ด้วยท่าทางสำรวม แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่พากันซุบซิบเรื่

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ความทรงจำที่บิดเบี้ยว

    บรรยากาศในท้องพระโรงเช้าวันต่อมาหนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันตฤดู เมื่อหวงจื่อเยียนก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมถุงสีแดงที่บรรจุบัญชีลับจากจวนขุนนางกรมคลังที่เพิ่งถูกกวาดล้างไปเมื่อวาน เขาอ่านรายชื่อขุนนางที่เกี่ยวข้องด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกชื่อที่หลุดจากปากกลับทำให้ขุนนางผู้นั้นแทบล้มทั้งยืน"เงินคลังคื

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   กักบริเวณ

    นับตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่มีทหารมาคอยเฝ้า เพียงคำสั่งสั้น ๆ ไม่กี่คำ แต่ก็เพียงพอจะทำให้ทั้งจวนไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืนเพราะผู้ที่ออกคำสั่งนั้นคือหวงจื่อเยียน อัครเสนาบดีผู้ทรงอำนาจแห่งราชสำนัก บุรุษผู้มีอำนาจรองจากฮ่องเต้เท่านั้นยามนี้ ภายในเรือนพักด้านในสุดของจวน เจียวซือซือกำลังเดินวนไปมาอยู่ในห้องโถง

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   บทเรียนแรก

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ จวนตระกูลเจียว บรรยากาศควรจะเงียบสงบตามแบบฉบับจวนขุนนาง แต่ทว่า"หันซ้ายอีกนิด นั่นแหละ ถลกเสื้อออกอีกหน่อย แผงอกแบบนี้แหละที่จะช่วยให้ยอดขายน้ำหอมสูตรเสน่หาจันทราของข้าทะลุเป้า"เสียงสดใสของเจียวซือซือดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล นางกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งใต้ต้นเหมย ในมือนางไม่ได้ถือเข็ม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status