Se connecterหลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปจนกระทั่งเพียงฟ้าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนสองแฝดก็ขอตัวไปทำธุระเช่นเดียวกัน ทิ้งไว้ให้วายุต้องจำใจนั่งร่วมโต๊ะกับเหนือฟ้าตามลำพัง“เรื่องวันนั้นกูยังไม่ได้ถามมึง” เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ“ไม่ต้องถาม”“ทำไม?”“ไม่มีอะไร” วายุตอบเสียงเรียบ “กูแค่โมโห”“มีอะไรก็พูด อย่าทำตัวเป็นเด็กอนุบาล”“…”สิ้นเสียงของเหนือฟ้าก็ทำเอาวายุเงียบไปทันที เขาไม่มีอะไรจะเถียงหรือแย้งอีกฝ่าย เพราะในตอนนี้เขาเองก็ยังหาเหตุผลมาประกอบไม่ได้หรือบางทีจริง ๆ แล้วเขาแค่ไม่อยากพูดกันแน่ เพราะถ้าพูดออกไป วายุอาจต้องยอมรับว่าตัวเองรู้สึกมากกว่าที่ควร“ช่างมันเถอะ”“เออ”เหนือฟ้าจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอนหลังเช่นเดิม ไม่มีใครพูดอะไรอีก มีเพียงความตึงเครียดที่ยังคงอยู่ จวบจนกระทั่งเพียงฟ้ากลับมาพร้อมรอยยิ้ม สถานการณ์จึงผ่อนคลายลงมาบ้างแต่ไม่ทั้งหมดหลังจากนั้นเวลาก็ล่วงเลยไปตอนบ่ายของวัน กลุ่มเมฆสีเทาคลืบคลานปกคลุมท้องฟ้าจนไร้แสงอาทิตย์ สายฝนค่อย ๆ โปรยลงมาจวบจนกระทั่งตกลงมาห่าใหญ่อย่างไม่ทันตั้งตัว หลังเลิกคลาสนักศึกษาหลายคนทยอยออกจากอาคารพร้อมร่มในมือแต่ทว่าเพียงฟ้ากลับยังยืนอยู่ใต้ชาย
สามวันหลังจากเหตุการณ์ในห้องของเพียงฟ้า บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่สำหรับคนห้าคนที่เคยนั่งอยู่ด้วยกันแทบทุกวัน กลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแสนอึดอัดได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะคนที่เป็นต้นเหตุอย่างวายุ ชายหนุ่มนั่งอยู่ปลายโต๊ะประจำของกลุ่มตั้งแต่เช้า เสื้อช็อปวิศวกรรมสีเข้มถูกสวมทับเสื้อนักศึกษาดูเย็นเยียบเข้ากับบุคลิกของเขา ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทในขณะที่ปรายดวงตาคู่คมจับจ้องหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่แสดงอารมณ์ทว่าโทรศัพท์ในมือกลับไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ เขาเปิดแชตของฟ้าที่ส่งข้อความมาออดอ้อนไม่หยุด แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็พลันปิดลงอย่างรำคาญ แล้วเปลี่ยนไปไถฟีดโซเชียลแทนเขาเลื่อนผ่านไปสองสามครั้งก็ตัดสินใจปิดหน้าจอลง เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลยนอกจากเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อน ภาพประตูห้องที่เปิดออกโดยมีเหนือฟ้ายืนอยู่ในสภาพนั้น และภาพของเพียงฟ้าที่นอนหลับอยู่บนเตียงยับยู่ยี่เพียงเท่านั้นก็ทำให้ความรู้สึกมากมายพุ่งขึ้นมาในอกจนเขาแทบไม่ทันตั้งตัว…รู้ตัวอีกทีหมัดของเขาก็พุ่งออกไปเสียแล้ว เสียงกระแทกของหมัดกับใบหน้าของเหนือฟ้ายังคงดังอยู่ในหูวันนั้นพวกเขาเกือบจะต่อยกันให้ตายไปข
แสงแดดยามเช้าค่อย ๆ ลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพัก พาดทับลงบนร่างของเพียงฟ้าที่ยังคงหลับสนิทในอ้อมกอดของเหนือฟ้า หลังจากที่พวกเขาทั้งคู่ร่วมรักกันอย่างดุเดือด ใบหน้าของเธอซุกอยู่บนแผ่นอกกว้าง เส้นผมยาวกระจายยุ่งเล็กน้อยบนปลอกหมอน ร่างกายที่อ่อนล้าจากเมื่อคืนขยับเพียงนิดเดียว ก่อนจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเหนือฟ้าลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นคนแรก ชายหนุ่มก้มมองร่างอวบในอ้อมแขนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเขาไม่คิดเลยว่าคนที่เคยเป็นเพียงเพื่อนสนิท จะกลายมาเป็นคนที่เขาอยากกอดเอาไว้แบบนี้ทุกเช้าก่อนที่เหนือฟ้าจะก้มลงฟัดยัยตัวดีให้หายหมั่นเขี้ยวอีกรอบก็ต้องชะงัก เมื่อเสียงเคาะประตูดังจากหน้าห้อง เขาสบถออกมาพลางขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียเล็กน้อย“ฉิบหาย ใครมาขัดจังหวะกูฟัดเมียแต่เช้า”เขาค่อย ๆ ดึงแขนออกจากร่างอวบอย่างระมัดระวัง ไม่ให้รบกวนเวลาพักผ่อนของเธอ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงหยิบกางเกงบ็อกเซอร์มาสวมแล้วเดินไปยังประตูและทันทีที่ประตูเปิดออกดวงตาของเหนือฟ้าหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนที่เขาพึ่งสบถใส่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนสนิทอย่างวายุ ชายหนุ่มเจ้าของใบห
“อ๊ะ! เหนือ ทำอะไรเนี่ย”ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความอับอายและตกใจ เมื่อจู่ ๆ ถูกเหนือฟ้ายกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดไว้กับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดทางให้ท่อนเอ็นขนาดยักษ์ที่ทั้งแข็งปั๋งและใหญ่ยาว ค่อยๆ แทรกตัวผ่านร่องรักแสนคับแน่นเข้าไปจนสุดโคน“อ๊าส์ แน่นฉิบหายเลยฟ้า ตอดกูแรงขนาดนี้กะจะให้กูเสร็จเลยเหรอวะ?”ชายหนุ่มซี๊ดปากด้วยความกระสัน เมื่อท่อนลึงค์อวบถูกโพรงรักชื้นแฉะของหญิงสาวตอดรัดตุบ ๆ แม้ว่าจะสวมเครื่องป้องกันแล้วก็ตาม“อื้ออ เหนือ ตรงนั้นมันลึกเกินไปแล้ว อ๊ะ!”“มันยังลึกได้กว่านี้อีกยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง!” ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนไปทั่วห้อง เหนือฟ้าเริ่มซอยสะโพกสอบกระแทกเข้าใส่กเพียงฟ้าบรักอย่างดุเดือด มือข้างหนึ่งยังคงบีบเต้านมอวบเธอไว้แน่น ส่วนอีกข้างเลื่อนลงไปตีก้นงอนงามจนเกิดเสียงดังเพียะขึ้นรอยมือแดงระเรื่อนัยน์ตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าสวยของเพียงฟ้าที่สะท้อนในกระจก มันเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวจากอาการเสียวซ่าน ยิ่งเห็นหน้าอกอวบอิ่มสั่นไหวโยกคลอนไปตามแรงกระแทก ยิ่งทำให้เขาหื่นกระหายจนต้องซอยเข้าออกร่องรักถี่ ๆ“มองกระจกไว้นะคนดี มองดูผัวมึงขย่มแรงๆ แบบนี้”เหนือฟ้าโน้
แสงพระอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นแสงไฟหลากสีจากตึกสูงตระหง่าน ลอดผ่านม่านบางเข้ามาภายในห้องของเพียงฟ้า หญิงสาวนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงท่ามกลางกองหนังสือมากมาย หลังจากใช้เวลาครู่ใหญ่ทบทวนบทเรียนที่วายุสอนอีกครั้งชีวิตของเธอในตอนนี้ควรจะสงบสุข ถ้าไม่มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อนก๊อก ก๊อก ก๊อก“ใครน่ะ?”เพียงฟ้าขมวดคิ้วเมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย และทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเหนือฟ้ายืนพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย กระเป๋าเป้ใบใหญ่สะพายอยู่บนไหล่ ข้างมือมีถุงขนมกับเครื่องดื่มเต็มสองมือ จนเพียงฟ้าได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ เพราะอีกฝ่ายไม่ได้บอกก่อนว่าจะมาหา“เหนือ?”“เออสิวะ”“มาทำไม?”“มานอนกับเมีย”คำตอบสั้น ๆ ทำเอาเพียงฟ้าเงียบไปหลายวินาที ใบหน้าสวยเริ่มร้อนผ่าวเพราะเธอไม่เคยชินกับคำว่าเมียของเขาแม้แต่น้อย“พูดอะไรของเหนือเนี่ย!”“พูดความจริง”ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะก้มมองเธอด้วยสายตาออดอ้อนที่หาได้ยากยิ่งจากคนอย่างเหนือฟ้า“…”“วันนี้กูเหนื่อย ไม่อยากนอนคนเดียว”“เป็นเด็กหรือไง?”“เออ ก็เป็นเด็ก
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ