LOGINครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้อง
และอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ God
วันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”
เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?”
“ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า
“ตรงไหน”
“อันนี้”
“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ตรงไหน?”
วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ้าเริ่มขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ เพื่อดูตามเขา
“อ๋อ...อย่างนี้เอง”
“อืม”
“ขอบคุณนะ”
“ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามยุ”
ใบหน้าหล่อเหลาเผยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ก่อนจะชะงักมือหนาที่กำลังจะลูบหัวเพียงฟ้า เขาค่อย ๆ ลดมือลงข้างกายช้า ๆ เพราะตอนนี้เธอมีเจ้าของตัวจริงแล้ว เขาเลยได้แต่พยักหน้ามองเพียงฟ้าที่ก้มกลับไปทำงานต่อ
วายุไม่ได้พูดอะไรอีก ทุกอย่างควรจะจบแค่นั้น แต่แทนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เขากลับนั่งมองมือของหญิงสาวที่กำลังขยับปากกาต่อ
เขาเห็นรอยหมึกเล็ก ๆ เปื้อนตรงนิ้ว เห็นปลายผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้า เห็นเธอขยับตัวไปมาเพราะเก้าอี้แข็ง
และโดยไม่รู้ตัวเขาก็เอื้อมมือไปหยิบเบาะรองนั่ง จากกระเป๋าที่เขาสะพายมาทั้งวันมาวางตรงหน้าเธอ เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นอย่างแปลกใจ
“ของใคร?”
“ของยุ”
“แล้วเอามาให้เค้าทำไม?”
“นั่งแล้วฟ้าชอบบ่นเจ็บหลัง”
เขาเอ่ยพลางวางเบาะรองนั่งที่นุ่มเป็นพิเศษบนเก้าอี้ของเธอ
“เค้าบ่นตอนไหน?”
“เมื่อวาน”
“ยุจำเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ได้ด้วยเหรอ”
เพียงฟ้ายิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเพื่อนตัวยักษ์ตรงหน้า
“บังเอิญจำได้ต่างหาก”
วายุชะงักไปครู่หนึ่ง เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันหน้าหนี ทั้งที่ความจริงเขาจำได้ละเอียดกว่านั้นมาก จำได้ว่าเมื่อวานเธอนั่งทำงานจนปวดหลัง เธอชอบนั่งขัดสมาธิ เวลาเครียดจะชอบกัดฝาปากกา
และจำได้ด้วยว่าเธอไม่ชอบห้องแอร์เย็นจัด
วายุไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มจำเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือบางทีเขาอาจจะจำมันมาตลอด เพียงแต่ไม่เคยคิดว่ามันสำคัญ
จนกระทั่งตอนนี้…
“ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง!”
เสียงของเหนือฟ้าดังขึ้นจากด้านหลัง วายุเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมหลายถุง ก่อนที่อีกฝ่ายจะวางลงบนโต๊ะแล้วเข้ามาออดอ้อนเพียงฟ้าเหมือนหมายักษ์
“ซื้อขนมมาให้”
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” เพียงฟ้าตาโต
“ก็เห็นมึงบอกหิว”
“ก็หิว แต่เยอะขนาดนี้เค้ากินไม่หมดหรอก”
“ไม่หมดเดี๋ยวผัวคนนี้ช่วยกิน”
เหนือฟ้าพูดหน้าตายก่อนจะนั่งลงข้างเธอ แขนแกร่งพาดลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังหญิงสาว อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ พลางเหลือบตามองวายุที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่
“อยากกินอะไรอีกไหม?”
“ไม่แล้ว”
“แน่ใจ?”
“อือ” เธอพยักหน้า
“งั้นกินนี่ดิ”
เขาแกะกล่องขนมให้เธออย่างประณีต เท่าที่คนใจร้อนคนหนึ่งจะทำได้ พลางหยิบขึ้นมาป้อนทีละชิ้นจนแก้มเธอป่องเหมือนแฮมเตอร์ตุนอาหาร ปล่อยให้วายุนั่งมองอยู่เงียบ ๆ
อีกแล้ว...ความรู้สึกนั้นกลับมาอีกแล้ว
หงุดหงิดทั้งที่ไม่มีอะไรผิด เหนือฟ้ากำลังดูแลแฟนตัวเอง มันเป็นเรื่องปกติเขาควรจะชินได้แล้ว
แต่พอเห็นอีกฝ่ายยื่นมือไปจัดผมที่ปรกหน้าให้เพียงฟ้า วายุกลับรู้สึกไม่ชอบใจ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยความรู้สึกรำคาญ
“วายุ”
“อะไร” เขาหันไปมองเพียงฟ้าที่กำลังยื่นกล่องขนมมาให้
“เอาไหม?”
“ไม่”
“แต่นี่ของโปรดยุเลยนะ”
“ยังจำได้ด้วยเหรอ” เขามองขนมในมือเธอก่อนจะรับมา
“จำได้ซี่ เค้าความจำดีจะตาย” เพียงฟ้ายิ้มกว้างจนตาปิด
“อ้าว ไหนเมื่อกี้บอกไม่เอา” เหนือฟ้าเหลือบมอง
“กูเปลี่ยนใจ”
“มึงนี่แปลก ๆ นะช่วงนี้” เหนือฟ้ายิ้มอย่างรู้ทัน
วายุไม่ตอบอะไร เขาเมินเพื่อนสนิทตัวยักษ์ของตัวเอง แล้วหยิบขนมกล่องนั้นใส่ปากทีละชิ้น โดยที่มีเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเพียงฟ้าอยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าอึดอัด
“พวกนายก็แปลกกันหมดนั่นแหละ”
เพียงฟ้าพูดจบก็หยิบขนมอีกชิ้นขึ้นมากิน จนวายุทีมองอยู่ถึงกับหลุดยิ้มออกมาในความน่าเอ็นดูของเธอ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาเฟยที่มานั่งได้ครู่ใหญ่ แววตาหลังเลนส์แว่นวาวขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจ
แต่เฟยไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่สังเกตการณ์ต่อ เพราะเขาเริ่มมองออกแล้วว่าเพื่อนคนหนึ่งของเขา กำลังเดินเข้าใกล้เส้นอันตรายโดยไม่รู้ตัว
หลังจากนั้นไม่นาน เฟยก็ลากยักษ์อย่างเหนือฟ้าลุกออกไปซื้อเครื่องดื่มเพิ่ม ปล่อยให้เพียงฟ้านั่งทำงานอยู่กับวายุตามลำพัง
“ยุ”
“ว่า”
“นายคิดว่าอันนี้ถูกไหม?” เธอเลื่อนสมุดมาให้
“ถูก” ชายหนุ่มขยับเข้าไปดู
“จริงนะ?”
“ครับ”
“เย้”
เพียงฟ้ายิ้มกว้างอย่างดีใจ รอยยิ้มนั้นทำให้วายุนิ่งไป เขามองเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ดีใจขนาดนั้นเลย?”
“ก็เค้านั่งทำตั้งนานนี่ ยุเก่งจัง”
“ไม่ได้เก่งสักหน่อย ฟ้าหัวไวต่างหาก ยุเลยไม่ต้องอธิบายซ้ำอีกรอบ”
“เก่งสิ”
“...”
วายุไม่ได้ตอบอะไร แต่หัวใจกลับเต้นแปลก ๆ เขาเคยได้รับคำชมมากมาย และผู้หญิงหลายคนต่างเคยชมเขาว่าหล่อ เก่ง ดูดี มีเสน่ห์ แต่ไม่มีคำชมไหนทำให้เขารู้สึกแบบนี้
เพียงฟ้าแค่พูดว่าเขาเก่ง แค่ยิ้มให้ และแค่เรียกชื่อเขา...
มันกลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาด และนั่นทำให้วายุเริ่มกลัว ไม่ใช่กลัวเพียงฟ้าแต่กลัวคำตอบของตัวเอง เพราะหากเขายังมองเธอแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งเขาอาจจะต้องยอมรับว่า
สิ่งที่อยู่ในใจไม่ได้มีแค่คำว่า “เพื่อน” อีกแล้ว
“ไอ้ยุ”
ก่อนที่วายุจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ เสียงเหนือฟ้าดังขึ้นเรียกสติเขาเสียก่อน ชายหนุ่มเงยหน้ามองเหนือฟ้าที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มอยู่ข้างโต๊ะ สายตาของมันเหลือบมองเขาก่อนจะมองเพียงฟ้า แล้วกลับมามองเขาอีกครั้ง
“กูไปแค่แป๊บเดียว มึงมานั่งอะไรใกล้เมียกูวะ”
“ตรงนี้มีปลั๊ก”
“แล้ว?”
“กูจะชาร์จโทรศัพท์ไงไอ้ควาย”
เหนือฟ้ามองวายุนิ่ง ๆ เช่นเดียวกับที่วายุที่มองกลับไปนิ่ง ๆ เช่นกัน ชายหนุ่มทั้งสองสบตากันอยู่หลายวินาที ก่อนเหนือฟ้าจะหรี่ตาและเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
“กูเตือนไว้ก่อนนะ”
“เรื่อง?”
“มึงเป็นเพื่อนกู กูก็รักมึงเหมือนพี่น้อง”
“...”
“แต่ถ้ามึงคิดอะไรไม่ซื่อกับเมียกู กูต่อยมึงฟันหลุดแน่”
“กูไม่ได้คิดอะไร ฟ้าก็เพื่อนกูเปล่าวะ มึงอย่ามาหึงพร่าเพรื่อ”
“ก็ดี”
เหนือฟ้ายิ้ม เขาหันไปหาเพียงฟ้าแล้วนั่งลงข้างเธอเหมือนเดิม ส่วนวายุกลับเบือนหน้าหนีคู่รักที่เริ่มสวีทกันอีกครั้งด้วยหัวใจที่เริ่มหนักอึ้งเรื่อย ๆ
ไม่ได้คิดอะไร...
เขาพยายามย้ำกับตัวเอง แต่ภาพรอยยิ้มของเพียงฟ้ายังคงติดอยู่ในหัว
และเป็นครั้งแรกที่วายุเริ่มไม่แน่ใจว่า...
คำว่า “เพื่อน” ที่เขาใช้ปิดบังความรู้สึกของตัวเองมาตลอด
มันกำลังกลายเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อไม่ต้องยอมรับความจริงหรือเปล่า
ครึ่งวันของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากเลิกคลาสเรียน นักศึกษาแต่ละคณะต่างพากันหลั่งไหลออกจากอาคารเรียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ไม่ใช่เพราะอาหารอร่อยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมีอาหารตามากมายให้สาว ๆ จับจ้องและอาหารตาที่ว่าก็คงหนีไม่พ้นโต๊ะประจำของแก๊งระดับ Godวันนี้เพียงฟ้าเป็นคนมาถึงก่อน หญิงสาวนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพร้อมกองชีทกองโต ใบหน้าอวบอิ่มก้มลงอ่านเนื้อหาตรงหน้าอย่างตั้งใจ ข้างมือมีปากกาหลายสีวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ“ตรงนี้ทำไมไม่เข้าใจนะ...”เพียงฟ้าเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ไม่นานนักเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกลากออกด้วยฝีมือของวายุ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะเหลือบมองกองชีทของเธอ“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ?” “ยังเลย แค่ไม่เข้าใจตรงนี้นิดหน่อย” เพียงฟ้าเงยหน้า“ตรงไหน”“อันนี้”“ฟ้าคำนวณผิดตรงนี้” วายุรับมาอ่านอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น“ตรงไหน?”วายุไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงหยิบปากกาของเธอขึ้นมา วงตัวเลขสองสามจุด ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ หากแต่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด จนเพียงฟ
เช้าวันถัดมา โรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นทุกวัน เสียงพูดคุยของกลุ่มนักศึกษาดังระงมไปทั่วบริเวณ โต๊ะอาหารหลายสิบตัวถูกจับจองจนแทบไม่มีที่ว่าง กลิ่นอาหารจากร้านตามสั่งลอยปะปนกับกลิ่นหอม ๆ ของกาแฟคั่วสด ยังคงชวนน้ำลายสอเหมือนทุกครั้งและบริเวณมุมด้านในสุดของโรงอาหาร ยังคงเป็นพื้นที่ประจำของกลุ่มที่ใคร ๆ ต่างรู้จักกันดีแก๊งระดับGodสี่หนุ่มแห่งวิศวะโยธา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหล่อ ความเถื่อน และความเจ้าชู้ทุกอย่างล้วนยังเหมือนเดิม ยกเว้นบรรยากาศภายในโต๊ะที่เงียบและเย็นเยียบผิดปกติ....“เมื่อเช้าเอาหัวไปโหม่งเสามาเหรอวะไอ้เหนือ ยิ้มหน้าบานจนกูขนลุกฉิบหาย”ฟงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก ดวงตาคมมองเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดปกติ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังหญิงสาวตัวอวบที่นั่งอยู่บนตักของมัน“กินเยอะ ๆ จะได้มีแก้มให้กูหอม”เหนือฟ้าไม่ตอบ เขาหันไปคุยกับเพียงฟ้าแทน พลางยกมือขึ้นจัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนอย่างสบายใจ“เค้าอิ่มแล้ว”“กินไปนิดเดียวเอาอะไรมาอิ่มวะ ยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง” เสียงทุ้มแกล้งดุเบา ๆ“ก็เหนือนั่นแหละ ให้เค้ากินขนมปังก่อนทำไมไม่รู้”“ก็กูอยากให้มึงกินตอนร้อน ๆ
“ห๊ะ?!” ดวงตากลมเบิกกว้างทันที“กูถามว่าหึงกูเหรอ”“เค้าไม่ได้หึง!”“มึงแน่ใจเหรอยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”เหนือฟ้าก้มลงมองใบหน้าที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ ของเธอ ยิ่งเห็นก็ยิ่งอยากแกล้ง“นะ แน่ใจสิ!”“งั้นทำไมตอนแพรวมาควงแขนกู มึงทำหน้าเหมือนจะกัดคน”“เค้าไม่ได้ทำ!”“ทำ”“เหนือฟ้า!”เสียงหวานดังขึ้นอย่างหงุดหงิด จนชายหนุ่มหัวเราะลั่น“โอเค ๆ ไม่ทำก็ไม่ทำ”เพียงฟ้าหันหน้าหนีด้วยความเขิน แต่หัวใจกลับเต้นแรงจนตัวเองยังไม่เข้าใจ ส่วนเหนือฟ้ามองใบหูแดง ๆ ของคนข้างตัวแล้วก็ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการได้เห็นเพียงฟ้าหึงเขา รู้สึกดีกว่าการที่ผู้หญิงมากมายมาหลงเขาเสียอีก และนั่นทำให้เหนือฟ้ายิ่งแน่ใจว่าเขาไม่ได้อยากเป็นแค่เพื่อนของเธออีกแล้ว!หลังจากเดินออกจากห้างมาได้พักใหญ่ เหนือฟ้าก็กลับไปประจำที่คนขับ ส่วนเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เช่นทุกครั้ง บรรยากาศภายในรถไม่ได้อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนสุดท้ายแล้ว เหนือฟ้าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง“เพียงฟ้า”“หืม?” หญิงสาวหัน
บรรยากาศยามบ่าย ณ ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ออกมาใช้เวลาพักผ่อน เสียงเพลงเบา ๆ คลอไปกับเสียงพนักงานกำลังแนะนำสินค้า ภายในโซนเครื่องสำอางที่เต็มไปด้วยสีสันจากเคาน์เตอร์แบรนด์ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ยืนอยู่ในร้านเครื่องสำอางด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหนือฟ้าคนที่ใจร้อนและดูความอดทนต่ำ ตอนนี้กลับยืนซ้อนหลังเฝ้าเพียงฟ้าเลือกลิปสติกอย่างใจเย็น“เหนือ...”เหนือฟ้าก้มมองทันทีที่เสียงหวานเรียก นัยน์ตาคมจับจ้องเพียงฟ้าที่กำลังถือลิปสติกสองแท่งในมือ สลับกับมองสีบนหลังมือขาวของตัวเองไปมาอย่างตัดสินใจไม่ได้“เค้าเลือกสีไหนดี”“ไหน”แต่แทนที่เหนือฟ้าจะตอบแบบส่ง ๆ ว่าเลือกสีไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เขากลับตั้งใจก้มมองสีลิปสติกที่ถูกสวอชบนหลังมือเธอ“สีนี้ก็สวย แต่สีนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”“ใช่ไหม มันเทียบยากมากเลย”เธอทำหน้าครุ่นคิดจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เหนือฟ้ามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยื่นแขนออกไปตรงหน้า“ลองสวอชบนแขนกู”“หืม?”“ลองดู เผื่อมึงจะมองออกง่ายขึ้น”“เหนือไม่อายเหรอ” เพียงฟ้ากะพริบตาปริบ ๆ“จะอายทำไม”“ส่วนมากปกติผู
“พูดมากว่ะ กินไปเลยยัยลูกหมูมุ้งมิ้ง”ในขณะที่เสียงหัวเราะของเพียงฟ้าดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น เสียงแจ้งเตือนรัว ๆ ก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเหนือฟ้า ชายหนุ่มยื่นมันไปให้เธออย่างไม่ลังเล“ช่วยดูให้หน่อย กูขับรถอยู่”เพียงฟ้ารับโทรศัพท์เครื่องหรูมา ก่อนจะเห็นข้อความจากผู้หญิงหลายคนที่เคยคุยกับเหนือฟ้า เคยออกไปเที่ยวด้วยกัน และเคยเป็นคู่นอนของเขา พวกเธอกำลังส่งข้อความมาหาเขาเป็นระยะ ๆ เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นรู้สึกเจ็บแปลบภายในอก เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้เขาทันที“เค้าไม่รู้ว่าควรตอบยังไง...”“งั้นมึงบล็อกไปเลย”“ห๊ะ?” เพียงฟ้าตาโตทันที“บล็อกไปทุกคนเลย”“ทำไมต้องบล็อกล่ะ”“เพราะกูไม่อยากคุยกับพวกมันแล้ว”“แน่ใจนะ…”“เออ มึงเลือกเลยว่าจะบล็อกใคร”เพียงฟ้าลังเล็กน้อย แต่เห็นสีเรียบเฉยของเหนือฟ้า เธอก็ค่อย ๆ กดบล็อกทีละรายชื่อพร้อมหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อหน้าจอขึ้นข้อความว่า บล็อกสำเร็จ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เพราะสายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวตรงหน้าเพียงคนเดียว“หมดแล้ว...”“ดี เพราะต่อจากนี้กูไม่คุยกับใครอีกแล้ว”“เพราะเค้าเหรอ”“เออ” เหนือฟ้านิ่งไป ก่อนยกมือขึ้นบีบแก้มเธอเบา ๆ
หลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเหนือฟ้ากับเพียงฟ้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างหวือหวา ไม่มีการโพสต์รูปคู่ ไม่มีแม้กระทั่งคำหวานเลี่ยน ๆ อย่างที่คู่รักทั่วไปชอบทำ แต่สำหรับคนรอบข้างทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้วโดยเฉพาะสำหรับแก๊งระดับGod….เพราะตั้งแต่เช้าวันจันทร์ พฤติกรรมของเพื่อนตัวเองก็เริ่มผิดปกติจนเห็นได้ชัด“เป็นเหี้ยอะไรแต่เช้าวะไอ้เหนือ เอาแต่มองโทรศัพท์”ฟงเอ่ยถามอย่างรำคาญ เมื่อเห็นเหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กทุกวินาที ราวกับกำลังรอคอยข้อความของใครบางคน “เสือก”คำตอบสั้น ๆ จากชายหนุ่มทำให้ฟงเลิกคิ้ว เพราะช่วงนี้เพื่อนตัวยักษ์เหมือนกำลังปิดบังบางอย่างอยู่“กูก็แค่ถาม”“ส่วนกูขี้เกียจตอบว่ะ”เหนือฟ้าเอ่ยพลางไม่ละสายตาจากโทรศัพท์ จนวายุที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากแก้วกาแฟขึ้นมองเพื่อนเงียบ ๆ เฟยเองก็ละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาเช่นกันพวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติของเหนือฟ้า แต่ยังไม่มีใครได้พูดอะไร จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นติ๊ง!เหนือฟ้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแทบจะทันที นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ จากใครบางคนที่เขาเฝ้ารอมาตลอดช่วงเช้ายัยลูกห







![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)