Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2026-04-09 13:16:21

สยบรักแม่ทัพเลือด

02

ดวงตาคมทอดมองไปยังลานกว้าง ยามนี้จวนแม่ทัพเลือดคึกคักเป็นพิเศษ แม้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้กองกำลังของหยางจื่อหลงหยุดพักเป็นเวลาถึงสองเดือน เหล่าทหารที่ออกรบมาแรมปียินดีกับการได้กลับบ้านพบหน้าครอบครัว แต่มิทันพ้นชั่วข้ามคืน กลับมีคำสั่งจากท่านแม่ทัพเรียกทหารทั้งหมดกลับมาประจำการที่จวนเช่นเดิม หลายคนพากันหน้าสลดแต่ด้วยหน้าที่จึงมิมีผู้ใดกล้าขัดคำสั่ง

ร่างหนาในชุดแม่ทัพเต็มยศยืนกอดอกมองดูเหล่าทหารที่กำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น แม้สายตาของหยางจื่อหลงจะจับจ้องกองทัพของตนเองอยู่ แต่ในใจเขากลับมีเรื่องขุ่นข้องใจให้คิดมากมาย เวลาล่วงเลยมาจนบ่ายแม่ทัพเลือดก็ไม่มีวี่แววว่าจะสั่งเหล่าทหารให้หยุดพักแม้แต่น้อย ร่างหนายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน เหล่าทหารแม้จะเหนื่อยล้าเต็มทีแต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว

จนในที่สุดรองแม่ทัพอย่างจิ้นเหอเหมือนจะรับรู้ถึงความผิดปกติของท่านแม่ทัพ เขาจึงอาสาเป็นหน่วยกล้าตายเดินเข้าไปแจ้งแก่แม่ทัพด้วยตนเอง

“ท่านแม่ทัพ กองทหารฝึกกันมาหลายชั่วยามแล้ว ท่านจะไม่สั่งให้พักหน่อยหรือ” จิ้นเหอกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าดุดันของหยางจื่อหลงในยามนี้เขาคาดเดาไม่ได้เลย แต่หากเขาไม่พูดแล้ว เห็นทีเหล่าทหารคงไม่พ้นกลายเป็นศพหมดแรงกันทั้งกอง

หยางจื่อหลงเห็นด้วยกับคำของจิ้นเหอ เขาเพียงพยักหน้าอนุญาตให้เหล่าทหารได้พักผ่อนตามที่จิ้นเหอแจ้ง ร่างหนาหมุนกายเดินกลับเข้าไปในจวนทันทีไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ จิ้นเหอเองลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเช่นกัน

ชายหนุ่มใบหน้างดงามทว่าอาภรณ์ที่เขาสวมกลับดูเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยคราบดินสีดำ ด้านหลังสะพายตะกร้าไม้สานเก่า ๆ ผลมาจากการที่จ้าวหยุนปิงมักจะใช้เวลาว่างไปกับการเสาะหาสมุนไพรและพืชพรรณต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในการปรุงยารักษาให้กับชาวบ้าน และมันก็ยังเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเหยียนเต๋อจึงชอบบ่นจ้าวหยุนปิงนัก เรื่องที่เจ้าตัวชอบเก็บใบไม้หรือหญ้าแห้ง มาไว้ภายในห้องจนเต็มไปหมด เจ้าของร่างสูงโปร่งไม่ค่อยได้ใส่ใจตัวเองมากนัก แม้ว่าเขาจะกลายเป็นจุดสนใจแก่ชาวบ้านตลอดทางเดินก็ตามที

เสียงโหวกเหวกดังมาจากตรอกซอยเล็ก ๆ ด้านหน้า จ้าวหยุนปิงชะงักเพราะเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงร้องของเด็ก เขาไม่รอช้าเขารีบเดินไปยังทางต้นเสียงทันที เด็กหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่กลางพื้นถนน เสื้อผ้าของดรุณีน้อยขาดวิ่นคล้ายกับโดนกระชากฉีก จ้าวหยุนปิงรีบวิ่งไปช่วยประคองเด็กคนนั้นขึ้น

“ใครทำอันใดเจ้า”

เด็กหญิงเงยหน้ามอง ดวงตากลมโตจ้องคนที่เข้ามาช่วยก่อนจะค่อย ๆ พยายามหยุดร้องไห้ พร้อมทั้งพูดด้วยเสียงสะอื้น “ท่านน้าช่วยข้าด้วย ฮื่อ… ท่านแม่ข้า ท่านแม่ข้า…ไม่สบายหนักมากเจ้าค่ะ ข้าออกมาซื้อยาให้ท่านแม่แต่ว่าข้าไม่มีเงิน เถ้าแก่ที่ร้านไล่ข้าออกมา ฮื่อ… ท่านแม่ข้าไม่รอดแน่ ๆ” ยิ่งพูดเด็กหญิงก็ยิ่งร้องไห้ไม่หยุด

จ้าวหยุนปิงได้ยินก็ยิ่งสงสาร เขาดึงเด็กน้อยเข้ามากอดไว้พร้อมกับลูบศีรษะเบา ๆ เป็นการปลอบโยน “หยุดร้องเถิด บ้านของเจ้าไปทางใด นำทางข้าไปได้หรือไม่”

เด็กหญิงหยุดร้องไห้ในทันทีเมื่อได้ยินว่ามีคนจะช่วยแม่ของนาง มือเล็ก ๆ กำชายแขนเสื้อของจ้าวหยุนปิงไว้แน่นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจไม่ทำตามที่พูด “ทางนี้เจ้าค่ะ”

ทั้งสองจับจูงกันไปโดยที่ไม่ได้ทันสังเกตเลยว่ายามนี้มีผู้ใดแอบติดตามอยู่

บ้านไม้เก่าผุพังเพียงพอแค่ที่จะใช้เป็นที่บังแดดบังลมฝนเมื่อมาถึงเด็กหญิงก็ปล่อยแขนเสื้อของจ้าวหยุนปิงแล้ววิ่งเข้าไปหามารดาข้างใน เสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อยพูดเจื้อยแจ้วบอกเล่ากับมารดาว่านางได้พาคนมาช่วยแล้ว

จ้าวหยุนปิงค่อย ๆ ปลดตะกร้าที่หลังลงวางไว้ด้านนอกและเดินตามเด็กหญิงเข้าไปข้างด้านในบ้าน เบื้องหน้าของจ้าวหยุนปิงคือหญิงชราที่นอนป่วยอยู่บนเตียงไม้เก่า ๆ ฟูกที่ใช้ปูรองเป็นเพียงเศษฝางแห้ง ๆ และผ้าดิบผืนบาง ๆ เท่านั้น

เจ้าของร่างสูงไม่รีรอ เขารีบเข้าไปดูอาการของหญิงชรา มือเรียวแตะลงที่ข้อมือของหญิงชราอย่างไม่นึกรังเกียจ

“แม่ของเจ้ามีอาการอันใดบ้างก่อนหน้านี้” จ้าวหยุนปิงหันไปถามกับเด็กหญิงเพราะชีพจรของหญิงชราในยามนี้เบาบางเสียจนน่าเป็นห่วง

“ท่านแม่อาเจียน แล้วก็ถ่ายท้องเจ้าค่ะ” เด็กหญิงพูดแล้วก็เริ่มสะอื้นไห้อีกครั้ง เพราะกังวลกลัวว่ามารดาของตนเองจะเป็นอะไร

“ไม่ต้องร้องแม่เจ้าไม่เป็นอะไรหรอก บอกข้าได้ไหมว่าเป็นมากี่วันแล้ว”

“สะ…สามวันเจ้าค่ะ” สีหน้าของจ้าวหยุนปิงพลันเปลี่ยน เขาพอจะรู้แล้วว่าหญิงชราผู้นี้ป่วยเป็นอันใด

แสงตะวันถูกแทนที่ด้วยแสงจันทรา เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วยามที่จ้าวหยุนปิงทำการรักษาให้กับหญิงชรา ตามเนื้อตัวในยามนี้เต็มไปด้วยเหงื่อโทรมกาย จากที่ดูเลอะเทอะอยู่แล้วในคราแรกยามนี้กลับยิ่งเลอะเทอะมากขึ้นไปอีก เนื่องจากเด็กหญิงตัวเล็กไม่อาจช่วยอะไรได้มากนัก จ้าวหยุนปิงจึงต้องทำเองเสียจนหมดทุกขั้นตอน กว่าหญิงชราจะปลอดภัยพ้นจุดอันตรายก็มืดค่ำมากแล้ว

จ้าวหยุนปิงสั่งความกำชับเด็กหญิงและทิ้งยาเอาไว้ให้นางหนึ่งห่อ พร้อมกับบอกวิธีการดูแลมารดาให้แก่เด็กหญิงอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดีที่เด็กหญิงพอรู้เรื่องและช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง จึงทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงมากนัก

“เจ้าดูชำนาญมากกว่าการที่จะเป็นหมอเถื่อนในโรงน้ำชา” ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากบ้านของเด็กหญิง บุรุษในชุดแม่ทัพเต็มยศยืนกอดอกทอดมองแสงจันทร์อยู่ก่อนก็เอ่ยขึ้นทัก

“เห็นผู้อื่นเดือดร้อนใครกันจะนิ่งดูดาย คงมีแต่ท่านแม่ทัพแม้กระทั่งรู้เต็มอกชัดเจนอยู่เต็มตาแต่กลับยืนมองอย่างไม่ใส่ใจ”

“จะกลับหรือยัง ข้าจะไปส่ง” คำพูดเหน็บแนมจากจ้าวหยุนปิง ไม่ได้ทำให้แม่ทัพเลือดใส่ใจแม้แต่น้อย การรักษาย่อมยกให้เป็นหน้าที่ของหมอ แม้บุรุษผู้มีใบหน้างดงามราวสตรีคนนี้จะเป็นแค่หมอเถื่อนในสายของเขาก็ตามที ส่วนเขาเองก็มีหน้าที่เพียงคอยจับตามองก็เท่านั้น

“ข้าคงไม่รบกวนท่าน” ตะกร้าไม้สานถูกหยิบขึ้นหมายจะสะพายอีกครั้ง ทว่ามันกลับถูกดึงไปไม่ทันที่จ้าวหยุนปิงจะได้หยิบ ใบหน้างดงามหันไปมองคนที่ฉกฉวยของเขาไปต่อหน้าอย่างไม่เข้าใจ

“ขึ้นม้า ข้าไปส่ง”

“ดูเหมือนท่านแม่ทัพจะปฏิบัติเหมือนกับว่าข้าเป็นสตรีอีกแล้ว” จ้าวหยุนปิงเดินเข้าหาหยางจื่อหลงช้า ๆ ดวงตาเรียวจับจ้องใบหน้าหล่อเหลา มุมปากเผยรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อหยุดอยู่ตรงหน้าแม่ทัพเลือด ใบหน้างดงามก็ค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ใบหน้าของอีกฝ่าย แม้จะใบหน้าของจ้าวหยุนปิงจะเต็มไปด้วยคราบดินและเหงื่อไคล ทว่ากลับไม่ได้ทำให้ความงดงามของเจ้าตัวลดลงเลยแม้แต่น้อย

หยางจื่อหลงผงะไปชั่วครู่พร้อมกับเผลอกลั้นหายใจเพราะรับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ใบหน้าหล่อเหลาพลันขึ้นสีแดงระเรื่อ ทว่าดวงตาก็ไม่ได้ละออกจากใบของเจ้าหยุนปิง นั่นเพราะใบหน้างดงามอยู่ใกล้เสียจนยากนักที่จะหักห้ามใจไม่ให้มอง

“หรือท่านเปลี่ยนใจยอมรับข้าเป็นฮูหยินของท่านแล้ว หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ยินดีขึ้นม้าไปพร้อมกับท่าน” พูดจบจ้าวหยุนปิงก็ก่อนผละตัวออกทันที พลางหัวเราะชอบใจที่สามารถแกล้งแม่ทัพเลือดที่เอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึมได้

นานเลยทีเดียว กว่าหยางจื่อหลงจะหลุดออกจากภวังค์ก็ต่อเมื่อจ้าวหยุนปิงที่เดินไปไกลจนเกือบสุดทางหันกลับมาเรียก

“จะไปกันได้หรือยัง ไหนว่าท่านจะไปส่งข้า คงไม่ใช่นึกเปลี่ยนใจขึ้นมาเสียแล้วหรอกกระมัง”

สองบุรุษเดินเคียงคู่กันท่ามกลางแสงจันทรา ผู้หนึ่งในชุดแม่ทัพด้านหลังสะพายตะกร้าเก่า ๆ พร้อมกับจับจูงม้าให้เดินตาม ส่วนอีกคนก็เป็นบุรุษรูปงามเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบดินเลอะเทอะ ทั้งคู่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยพูดคุยสิ่งใดต่อกันตลอดทั้งทาง มีเพียงบรรยากาศความเงียบเท่านั้นจนกระทั่งถึงจุดหมาย

“ท่านอยากเข้าไปดื่มชาก่อนหรือไม่” จ้าวหยุนปิงเอ่ยชวนอีกฝ่าย เพราะเห็นว่าแม่ทัพเลือดเอาแต่ยืนนิ่ง

หยางจื่อหลงในหัวยามนี้ครุ่นคิดถึงแต่เรื่องเมื่อหลายวันก่อน ครั้นจะเปิดปฏิเสธ ร่างกายกลับเผลอพยักหน้าตอบรับแล้วเดินตามคนเอ่ยเชิญชวนไปเสียง่าย ๆ ได้แต่กล่าวนึกโทษตัวเองอยู่ในใจว่า ช่างทำตัวให้อีกฝ่ายล่อลวงเสียจริง ๆ

เมื่อเข้ามาถึงห้อง เจ้าของห้องอย่างจ้าวหยุนปิงก็จัดแจงจุดกำยานกลิ่นหอมเย็น ๆ ให้อบอวลไปทั่ว นั่นทำให้แม่ทัพเลือดหน้านิ่งที่เอาแต่บ่นงึมงำตลอดทางผ่อนคลายลง เมื่อเห็นเช่นนั้นจ้าวหยุนปิงจึงขอตัวไปอาบน้ำ

หยางจื่อหลงเริ่มมองสำรวจรอบ ๆ ภายในห้องอีกครั้งระหว่างรอ เขามาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเขาไม่ได้มีเวลาสำรวจสิ่งใดมากนัก เพราะคิดว่าตนเองนั้นเข้าห้องผิด แต่เมื่อได้เข้ามาอีกครั้งเขาก็คิดว่าในห้องนี้ช่างตกแต่งได้เข้ากับจ้าวหยุนปิงยิ่งนัก ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบดินของเจ้าของห้องยังคงติดตาเขา ยามที่เจ้าตัวช่วยเด็กหญิงและรักษาหญิงชราผู้นั้น ช่างดูจริงจังขัดกับในยามนี้มากนัก

เสียงน้ำในอ่างด้านหลังม่านกั้นดังขึ้น ช่วยเรียกให้หยางจื่อหลงหลุดออกจากภวังค์ความคิด ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองทางม่านกั้น เงาของบางคนที่อยู่ด้านหลังนั้นกลับทำให้จิตใจที่ควรสงบเวลาสูดกลิ่นกำยานของเขา ไม่ค่อยสงบเลยแม้แต่น้อย ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบ ในหัวมีแต่สีขาวโพลนจนต้องสะบัดศีรษะเบา ๆ เพื่อไล่ความคิดแปลก ๆ บางอย่าง ก่อนจะเดินไปนั่งลงตรงโต๊ะน้ำชาแล้วก้มหน้าไม่มองไปยังต้นเหตุตรงนั้นอีก

ไม่นานหยางจื่อหลงก็รู้สึกถึงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่แตกต่างจากกลิ่นของกำยานภายในห้อง เขารู้สึกเหมือนตนเองจะมีไข้ขึ้นเมื่อนึกถึงภาพเงาที่อยู่หลังฉากกั้น แล้วใบหน้าของเขาก็เห่อร้อนมากกว่าปกติขึ้นอีก เมื่อหันไปเจอจ้าวหยุนปิงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำ สภาพอาภรณ์ที่สวมใส่เรียบแนบติดกับผิวกายจนเผยให้เห็นสัดส่วนด้านในอย่างชัดเจน

“เหตุใดเจ้าไม่แต่งกายให้เรียบร้อย” ใบหน้าหล่อเหลาหันหนีไปอีกทาง

จ้าวหยุนปิงที่แต่งกายเป็นปกติของเขาเมื่อยามอาบน้ำเสร็จก็งุนงง ไม่เข้าใจว่าตนเองแต่งกายไม่เรียบร้อยอย่างไร ในเมื่อเขาก็แต่งเช่นนี้อยู่แทบทุกวัน ตอนที่อยู่กับเหยียนเต๋อเพียงลำพังก็ไม่เห็นว่าสหายของเขาจะบอกว่าเขาแต่งกายไม่เรียบร้อยสักนิด

ผิดกับหยางจื่อหลงที่เอาแต่หลบหน้าไม่กล้าสบตาจ้าวหยุนปิงในยามนี้ เห็นดังนั้นจ้าวหยุนปิงก็รู้ทันทีว่าแม่ทัพเลือดนั้นผิดปกติอย่างไร

“นี่ท่านกำลังขัดเขินข้าหรือ” เสียงกระซิบแหบพร่าเบา ๆ ข้างใบหูทำให้หยางจื่อหลงตกใจจนเผลอหันใบหน้ากลับมา ทำให้จมูกของเขาชนเข้ากับแก้มของจ้าวหยุนปิง แม่ทัพเลือดตกใจอีกครั้งพลันขยับกายถอยหนี แต่ตนเองกลับลืมไปว่านั่งอยู่บนเก้าอี้ทำให้เขาหงายหลังลงไป

หยางจื่อหลงเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องหล่นลงไปแน่ ๆ แต่ทว่าเขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย

เมื่อลืมตาขึ้นก็ตกใจอีกครั้งเมื่อใบหน้าของจ้าวหยุนปิงอยู่ห่างจากใบหน้าเขาเพียงแค่ปลายจมูก ซ้ำยามนี้ที่เอวของแม่ทัพเลือดยังถูกกอดรั้งไว้ช่วยไม่ให้ตกลงจากเก้าอี้อีกด้วย

“เหตุใดจึงไม่ระวังเลย หากข้ารับท่านไว้ไม่ทันท่านคงได้ตกลงไปเจ็บแล้ว”

“ข้าไม่เป็นไร” หยางจื่อหลงรีบลุกขึ้นตั้งหลัก “ค่ำแล้วข้าไม่รบกวน ขอบคุณสำหรับชา” พูดจบแม่ทัพเลือดก็เดินหนีออกไปจากห้องทันที ไม่ทันที่เจ้าของห้องจะเอ่ยสิ่งใด

จ้าวหยุนปิงงุนงงเล็กน้อยกับท่าทีหยางจื่อหลง เพราะเขาก็ยังมิได้เตรียมชาอันใดให้อีกฝ่ายสักนิด คิดไว้ว่าอาบน้ำเสร็จจึงจะมาชงชาให้เพื่อเป็นการขอบคุณ แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าแดง ๆ ของแม่ทัพเลือด เขาจึงได้เข้าใจทันที จ้าวหยุนปิงเพียงยิ้มเล็กน้อยแล้วก็กลับไปนั่งชงชาอย่างอารมณ์ดี วางแผนในใจไว้ว่าวันรุ่งขึ้นเขาค่อยเตรียมชาดี ๆ ไปให้อีกฝ่ายถึงที่จวนเพื่อเป็นการตอบแทนที่เดินมาส่งก็แล้วกัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   ตอนพิเศษ 1 ความหึงหวงของสามีตามธรรมเนียม 3

    “ท่านเป็นอันใด” จ้าวหยุนปิงเอ่นถามทันทีที่อีกฝ่ายหันกลับมาเผชิญหน้า ใบหน้าหล่อเหลายามนี้ดูบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด แม้ในใจของ จ้าวหยุนปิงจะโกรธอีกฝ่าย แต่ก็ใช่ว่าเขาไม่มีเหตุผล “เจ้าช่วยงานเหยียนเต๋อเสร็จแล้วหรือไม่ เช่นนั้นก็กลับจวน” “ข้ากำลังถามท่านอยู่ว่าท่านเป็นอันใด เหตุใดจึงทำเสียมารยาทเมื่อครู่” จ้าวหยุนปิงเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ทว่าคนถูกถามกลับยืนนิ่งเบี่ยงใบหน้าหลบไม่กล้าสบตา นั่นจึงทำให้จ้าวหยุนปิงเริ่มที่จะโมโหขึ้นด้วยเช่นกัน “หากท่านไม่ตอบข้าก็ไม่กลับ” “ตามใจเจ้า” ทว่าหนนี้หยางจื่อหลงกลับพูดออกมาอย่างแผ่งเบา ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทิ้งให้จ้าวหยุนปิงที่กำลังโมโหเหลือไว้เพียงความงุนงงแทน ค่ำคืนดึกสงัดจวนตระกูลหยางยังเป็นสถานที่ที่เงียบเฉียบและปลอดภัยที่สุด เจ้าของจวนอย่างหยางจื่อหลงกลับมาเพียงลำพังผิดกับตอนออกไปลิบลับ ร่างหนาค่อย ๆ ลงจากม้าส่งม้าให้กับทหารที่เข้ามารับ ก่อนจะเดินกลับเข้าจวนด้วยใบหน้าหม่นหมอง เขาทิ้งฮูหยินของตนเองไว้ที่โรงน้ำชา และหนีกลับมาอย่างไม่รีรอนั่นเพราะเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกิดความไม่พอ

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   ตอนพิเศษ 1 ความหึงหวงของสามีตามธรรมเนียม 2

    หยางจื่อหลงเดิมตามเสี่ยวอ้อไปยังที่นั่งรับรองพร้อมด้วยรองแม่ทัพคู่กายอย่างจิ้นเหอ ตลอดเวลาที่นั่งรอแขกในโรงน้ำชาบางคนเป็นถึงขุนนางมีชื่อเสียง เมื่อเห็นแม่ทัพเลือดก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาทักทาย “ท่านแม่ทัพหยางมาชมสาวงามด้วยหรือ” แม่ทัพหยางปรายตามองชายอ้วนท้วนที่เข้ามาทักตน เขาจำไม่ได้ว่าใครอาจจะเป็นขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ ใบหน้าหล่อเหลาเพียงแค่พยักหน้าตอบแล้วก็หันกลับมามองตรงด้านหน้าอีกครั้ง รอว่าเมื่อไหร่สาวงามที่ว่าจะออกมาเสียที “ท่านแม่ทัพหยางแต่งฮูหยินของจวนแล้ว มาเที่ยวชมสตรีอื่นเช่นนี้ มิกลัวฮูหยินน้อยใจหรือ” พูดจบชายร่างท้วมก็หัวเราะออกมาอย่างน่าเกลียด รองแม่ทัพจิ้งเหอหมายจะลุกไปจัดการเมื่อรับรู้ได้ว่าท่านแม่ทัพไม่พึงพอใจนัก ทว่าจู่ ๆ แขกในโรงน้ำชาก็เงียบลง เป็นเวลาเดียวกับที่สาวงามที่ทุกคนรอคอยกำลังก้าวเดินออกมาจากหลังม่าน จ้าวหยุนปิงบุรุษในชุดสตรีสีฟ้าอ่อน ใบหน้างดงามถูกปกปิดด้วยผ้าผืนบางอีกเช่นเคย ริมฝีปากถูกแต่งแต้มด้วยสีชาดแดงระเรื่อชวนให้มอง แม้นจะมองเห็นไม่ชัดเจน ทว่าผู้คนต่างรู้ดีว่าภายใต้ผ้าผืนนั้นสตรีตรงหน้านี้งดงามหาผู้ใดเทียม

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   ตอนพิเศษ 1 ความหึงหวงของสามีตามธรรมเนียม 1

    แสงตะวันถูกแทนที่ด้วยแสงจันทรา ฮูหยินตระกูลหยางกำลังนั่งชงชาในที่ประจำของเขา โดยมีสามีตามธรรมเนียมนั่งอยู่ข้างด้านหน้าเช่นเดิม มือเรียวยื่นถ้วยชาให้สามีเป็นรอบที่สามแล้ว หยางจื่อหลงก็ยินดีที่จะรับถ้วยชามาดื่มอย่างไม่ติดขัด ถึงแม้มือหนาจะรับถ้วยน้ำชาด้วยความยินดี ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับฉายแววไม่พึงพอใจ ผิดกลับจ้าวหยุนปิงที่ยังคงยิ้มแย้มเหมือนดั่งว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “เจ้าจะไปจริงหรือ” ผู้เป็นสามีตามธรรมเนียมเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจเมื่อเช้าเหยียนเต๋อมาพบจ้าวหยุนปิงที่จวนและขอร้องให้ฮูหยินของตระกูลหยางไปช่วยงานที่โรงน้ำชาในค่ำนี้ เพราะเหตุว่าโรงน้ำชาเงียบเหงา สาวงามที่คอยดีดฉินเรียกแขกยามนี้หายไป อีกทั้งเวลานี้โรงน้ำชาที่เปิดใหม่ไม่ไกลนักสามารถเรียกแขกได้ดีกว่าโรงน้ำชาของเยียนเต๋อ ทำให้คุณชายเหยียนถึงกับต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากสหายสนิทถึงจวน แม้จ้าวหยุนปิงจะปฏิเสธไปแล้วก็ตาม หากแต่เหยียนเต๋อกลับตัดพ้อเสียจนฮูหยินตระกูลหยางลำคาญใจ จึงตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้ ครั้นเมื่อสามีตามธรรมเนียมกลับมา หน้าที่ของภรรยาตามธรรมเนียมคือต้องรายงานสามีเสียก่อน หากแต่แม่ทั

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 28

    “ท่านมีสิ่งใดในใจหรือ ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่” แม่ทัพหยางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสบตากับจ้าวหยุนปิง ก่อนจะหลบสายตาอีกครั้ง จ้าวหยุนปิงไม่ได้เร่งเร้าเพราะคิดว่าเรื่องที่อีกฝ่ายจะพูดอาจเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ย เขาจึงนั่งเงียบ ๆ เพื่อรอฟัง ลมหายใจถูกพ่นออกมาครั้งที่เท่าไหร่ไม่สามารถนับได้ หยางจื่อหลงสงบจิตใจลงบางส่วนแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นสบตาอย่างไม่ปิดบังอย่างครั้งที่แล้ว ดวงตาแน่วแน่ “หลังจากนี้เจ้าจะทำเช่นไร” คนที่นั่งรอเสียตั้งนานเกิดอาการงุนงง จ้าวหยุนปิงไม่เข้าใจความหมายที่แม่ทัพหยางจะสื่อ “ทำ? อันใดหรือ?” ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากัน หยางจื่อหลงเกิดอาการประหม่า ก่อนจะทบทวนว่าเมื่อครู่คำถามที่เอ่ยไปอาจจะไม่ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงถามอีกครั้ง “ข้าหมายถึงเรื่องที่เจ้าเป็นฮูหยิน” เรื่องราวระหว่างเขาและจ้าวหยุนปิง ที่อีกฝ่ายขอให้เขาแต่งงานเพื่อรับเป็นฮูหยินนั้น เหตุผลก็เพียงเพราะจ้าวหยุนปิงไม่ต้องการแต่งงานกับคุณหนูเหมยอิง ทว่ายามนี้นางได้แต่งเป็นฮูหยินจวนคหบดีไปเรียบร้อยแล้ว หยางจื่อหลงคิดเรื่องนี้มาหลายวันอีกทั้งยังเรื่องโ

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 27

    ใบหน้างดงามซบอยู่กับอกแกร่ง สูดดมกลิ่นหอมของผู้เป็นสามีตามธรรมเนียมอย่างชอบใจ แม้นเนื้อตัวของแม่ทัพหยางยามนี้จะเต็มไปด้วยเหงื่อจนชุ่มกายก็ตามที มือเรียวยกขึ้นคล้องคออย่างที่อีกฝ่ายทำตอนที่เขาอุ้มอย่างไม่คิดขัดเขิน ตั้งแต่เรื่องราวในกระโจมจบลงด้วยการจับผู้อยู่เบื้องหลังกองกำลังของคนเถื่อน จ้าวหยุนปิงที่โดนมีดของแม่ทัพเฉินอี้ปักเข้าที่หัวไหล่พร้อมกับถูกพิษด้วยนั้น ทำเอาแม่ทัพหยางถึงกับใจเสียเมื่อต้องเห็นฮูหยินของตนเองหมดสติไปต่อหน้า ทว่าเรื่องทั้งหมดกลับไม่เป็นเช่นนั้น จ้าวหยุนปิงที่หมดสติเพราะถูกพิษกลับเป็นเพียงแค่การแสดงของอีกฝ่าย แผนการทั้งหมดถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดีไม่มีผิดพลาด หากจะพลาดอย่างเดียวก็คงตอนที่แม่ทัพเลือดไว้ใจแม่ทัพเฉินอี้มากเกินไปเท่านั้น จ้าวหยุนปิงร่วมมือวางแผนกับสามีของตนเอง สตรีที่มาพร้อมกับแม่ทัพหยางในคืนนั้นช่างบังเอิญเสียจริงที่พวกนางทำบางอย่างตกไว้ในกระโจม และเป็นไปดังที่คาดไว้สิ่งที่พวกนางนำมานั้นคือยาพิษ จ้าวหยุนปิงวางแผนใช้ตนเองเป็นเหยื่อล่อ และก็เป็นไปตามที่คิดแม่ทัพเฉินอี้เดินตามแผนการอย่างง่ายดาย เพราะคิดว่าจ้าวหยุนปิงที่เป็นฮูหยิ

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 26

    “ไม่คิดว่าฮูหยินของแม่ทัพหยางจะปากกล้ามิใช่น้อย” “เจ้าอยากฟังมากกว่านี้ไหมเล่า ข้าช่วยสงเคราะห์เจ้าได้”“ฮ่า…อยากพูดอันใดก็แล้วแต่เจ้าเถิด สามีเจ้ามาเมื่อใดทั้งเจ้าและแม่ทัพหยางจะไม่มีโอกาสได้พูดอีก” มือสองข้างที่ถูกมัดไว้ด้านหลังกำแน่น จ้าวหยุนปิงแค้นเคืองอย่างมากแต่มีหรือที่เขาจะยอมให้อีกฝ่ายทำอันใดสามีตามธรรมเนียมของเขา กว่าเจ้าตัวจะยอมรับเขาเป็นฮูหยินนั้นยากเย็นเสียเหลือเกิน หากทุกอย่างที่เขาเพียรทำลงไปต้องจบลงเพียงเพราะคนชั่วช้าเช่นนี้ ก็อย่าได้เอ่ยชื่อว่า จ้าวหยุนปิงอีกเด็ดขาด ชายหนุ่มนึกในใจแม้ว่าตอนนี้จะทำได้เพียงนั่งนิ่ง ๆ ก็ตามที“เจ้าก็แค่แม่ทัพหรือไม่ก็ทหารปลายแถวที่ไร้ความสามารถ มิเช่นนั้นเจ้าคงมิต้องใช้วิธีต่ำช้าเลวทรามเช่นนี้หรอก”“นกที่ตื่นเช้าย่อมจับหนอนได้ก่อนเจ้ามิรู้หรือ ข้าก็แค่ชิงลงมือก่อนที่แม่ทัพหยางจะรู้ตัวก็เท่านั้น” “เจ้าเป็นได้แค่ตั๊กแตนจับจักจั่นเท่านั้น หารู้ไม่ว่าข้างหลังยังมีนกขมิ้นอีกตัว” จ้าวหยุนปิงแสยะยิ้มอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เขามิได้มองใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นให้เสียสายตา ดวงตาเรียวจ้องมองไปด้านหลังที่ยามนี้ปรากฏคนที่เขาเฝ้ารออยู่ ปลายดาบคมจ่อ

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 9

    แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบเรือนร่างบุรุษสองคนที่ตระกองกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง แม้ทั้งคู่จะสวมอาภรณ์อยู่ทว่ากลับดูหลุดลุ่ยเสียมากกว่า เป็นจ้าวหยุนปิงที่ลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนที่อีกคนจะรู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ มือเรียวเกลี่ยไปตามใบหน้าหล่อเหลา ที่นอนหลับตาพริ้มเพราะความเหนื่อยล้าจากเมื่อคืน จ้าวหยุนปิงคลี

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 8

    ในตอนนั้นจ้าวหยุนปิงพาเหมยอิงออกไปโดยไม่อธิบายสิ่งใดให้หยางจื่อหลงฟัง เขาเพียงต้องการสะสางเรื่องราวระหว่างเขาและนางให้เรียบร้อย เพื่อที่จะกลับมาหาอีกฝ่ายเพราะคิดไว้ว่าอีกคนคงนั่งรอเขา แต่เมื่อกลับมาเขาก็พบเพียงโต๊ะว่างเปล่าไร้ซึ่งบุคคลที่เขาคาดหวังว่าจะรอ เหลือทิ้งไว้เพียงไหสุราที่จำนวนเพิ่มขึ้นเท่

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 7

    ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา หยางจื่อหลงจำไม่ได้แล้วว่าตนเองดื่มไปทั้งหมดกี่ไหตั้งแต่ตอนจ้าวหยุนปิงเดินจากไป หากฟังไม่ผิดคุณหนูผู้นั้นที่จ้าวหยุนปิงพาออกไปนางพูดว่านางเป็นคู่หมั้นของอีกฝ่าย เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นในใจก็พาลเกิดอาการไม่พอใจอย่างประหลาด มือหนาคว้าไหสุราที่ตั้งอยู่ตรงหน้ายกขึ้นดื

  • สยบรักแม่ทัพเลือด   บทที่ 6

    ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยในชุดแม่ทัพเต็มยศ นั่งอยู่ชั้นสองของโรงน้ำชา วันนี้เหล่าทหารบอกว่าที่โรงน้ำชามีการแสดงของสาวงามที่บุรุษในแคว้นต้าฉีต่างพูดถึง หากแต่ไม่มีผู้ใดได้ยลโฉมสักครั้ง พวกเหล่าทหารเลยถือโอกาสมาดูให้เห็นกับตาว่าสาวงามที่ว่าจะงดงามดังที่ได้ยินหรือไม่ ผิดกับหยางจื่อหลงที่รู้ดีว่าสตรีที

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status