Share

บทที่ 2.1 เริ่มแผลงฤทธิ์

last update Terakhir Diperbarui: 2025-05-31 00:24:26

2 สุรามงคล มอบใหม่แด่ท่านแล้ว

หน้าห้องหอที่ไร้เจ้าบ่าว สาวรับใช้นางหนึ่งมาตะโกนปลุกเจียงเยี่ยนฟางตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เพื่อจะพาอีกฝ่ายไปที่เรือนด้านหลังตามรับสั่งของเจ้านาย

ด้วยเจียงเยี่ยนฟางเดิมก็เป็นคนที่ตื่นก่อนฟ้าจะทันได้เปลี่ยนสีอยู่ตลอด ดังนั้นจึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าได้สักพักแล้ว อาภรณ์บนกายของนางไม่ได้ดูหรูหราสมกับเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลขุนนางอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่คล้ายชุดของบุรุษชาวบ้านทั่วไปเสียมากกว่า เนื้อผ้าก็ทั้งหยาบทั้งหนา สีก็ดูหม่นหมอง แถมยังใช้ผ้ารัดไว้ที่ข้อมือเหมือนกับชาวบ้านที่ต้องทำงานแบกหามทั้งวันนั้นก็ด้วยอีก คงมีเพียงผ้าปิดหน้าสีม่วงที่ดูดีอยู่เพียงชิ้นเดียวบนตัวนาง

"เมื่อครู่คนจากวังหลวงเพิ่งจะมาส่งข่าวว่า ไทเฮาทรงพระอาการไม่ค่อยดี อยากพักผ่อน ไม่ต้องรบกวนเจ้าไปยกน้ำชาตามพิธี" สาวใช้ว่าพลางหมุนตัวเดินนำไปที่เรือนไม้ด้านหลังสุดของจวนทางทิศซี [1]

"..." เจียงเยี่ยนฟางไม่ได้ตอบ นางคร้านจะใส่ใจผู้อื่นเป็นทุนเดิม เพียงเดินตามเงียบ ๆ พอไม่ต้องอยู่ต่อหน้าท่านอ๋องผู้นั้นนางก็ค่อยมีเวลาที่เลิกเสแสร้งบ้าง

ระหว่างเดินอยู่ก็กำลังคิดว่า ต่อให้ตระกูลเจียงเป็นถึงขุนนางในวัง ทว่าก็ยังถูกเลือกปฏิบัติอยู่ดี ถึงแม้นนางจะไม่เคยสัมผัสการถูกปรนนิบัติจากผู้อื่นมาก่อน แต่ย่อมรู้แน่ว่าปกติตระกูลสูงศักดิ์เวลาแต่งเข้ามาจำต้องมีสาวใช้มาดูแล และยามนี้นางก็เป็นถึงพระชายารองในจวนชินอ๋อง แม้ทำผิด ถูกพระสวามีลงโทษก็แล้วไป แต่บ่าวรับใช้ก็ควรจะใส่ใจนางบ้างถึงจะถูก และต่อให้ชินอ๋องผู้นี้เคยประกาศขอถอดยศตนเอง แล้วย้ายมานอกวังก็ตาม แต่ทว่าขนบทำเนียมเดิมก็ควรจะพอหลงเหลือไว้บ้างไม่ใช่หรือไร

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทุกคนรู้อยู่แล้วรึเปล่าว่า อย่างไรเสียชินอ๋องรูปงามผู้นั้นก็มีใจหนึ่งเดียวให้พระชายารองอีกคน จึงไม่ต้องสนใจนางก็ได้กระมัง

เอาเถอะ จะไปโทษคนพวกนี้ก็ไม่ได้ ขนาดขุนนางเจียงผู้เป็นบิดาก็ยังไม่ส่งบ่าวรับใช้ติดตามนางมา คนในจวนนี้พอเห็นนางไร้สาวใช้ที่ติดตามมาจากสินเดิม ก็คงคาดเดาไว้แล้วว่า นางมีสถานะเช่นไรในจวนตระกูลเจียง

เช่นนี้ก็สะดวกดี เจียงเยี่ยนฟางคิดแบบนั้น แต่แล้วก็ตระหนักได้ว่า เมื่อวานนางเพิ่งตัดสินใจอะไรลงไป

'ข้าเพียงหวังพบมารดาอีกสักครั้ง พานางออกมาจากที่แห่งนั้น หนีไปใช้ชีวิตด้วยกัน' เสียงอ่อนหวานเจือแววห่วงหาดังสะท้อนอยู่ในห้วงความคิดของนาง ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่นานที่นางไม่มีทางลืมก็ยังคงวนเวียนกลับมาอีกครั้ง ทำให้ตระหนักได้ถึงสิ่งที่ตนต้องทำให้สำเร็จ

แรกเริ่มเดิมที นางคิดว่าตนสามารถไม่ใส่ใจเจ้าคนพิการผู้นั้นได้ แต่ตามฤกษ์ยามแล้ว อีกสิบสี่ [2] วันต่อจากนี้ยังต้องกลับตระกูลเจียง อย่างไรก็ยังต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี

นึกถึงฤกษ์ยามที่ว่าแล้วก็ช่างน่าขัน ทั้งหมดทั้งมวลเป็นมารดาเลี้ยงผู้นั้นที่พูดเองเออเอง เจ้าตัวบอกนางว่าค่อยกลับบ้านเดิมหลังจากสิบห้าวันผ่านไปแล้ว ไม่รู้ฤกษ์แท้จริงเป็นอย่างไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่รู้แน่นั่นก็คือ อีกฝ่ายเพียงประวิงเวลาออกไป ด้วยไม่อยากเจอหน้านางเร็วเกินไปก็เท่านั้น หรือไม่ก็อยากให้นางถูกชินอ๋องไล่ออกจากจวนไปด้วยตัวเขาเอง จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาต้อนรับอีกฝ่ายที่พานางกลับบ้านเดิมไป

ยามนี้ที่กำลังนึกเห็นใบหน้าของสตรีผู้นั้น แววตาของเจียง เยี่ยนฟางที่เฉยเมยอยู่แล้วก็วาบผ่านด้วยความเย็นชาสายหนึ่ง

ไม่นานสาวใช้ก็พานางมาถึงเรือนด้านหลัง แม้จะโชคดีที่สภาพเรือนไม่ได้ย่ำแย่เหมือนเรือนร้างที่นางเคยอยู่มาก่อน แต่ก็ไม่อาจใช้คำว่า 'ดี' มาเปรียบเปรยได้ ถ้าเทียบกับวังหลวงก็คงจะเป็นเหมือนวังเย็น ต่างแค่ไร้กำแพงหนาปิดกั้น เปลี่ยนเป็นรอบด้านถูกล้อมรอบด้วยรั้วไม้ไผ่ผุพังแทน หากแต่รั้วไม้ไผ่เองก็สภาพย่ำแย่ ตั้งสูงต่ำไม่เท่ากัน ดูก็รู้ว่าไม่ได้มีความใส่ใจจะตัดมันให้เท่ากันเลยสักนิด เพียงกั้นไว้แบบขอไปทีเท่านั้น

ตัวนางไม่ได้อยากมีปัญหา คิดอยากทำสิ่งที่ตั้งไว้ในใจให้สำเร็จแล้วจากไป แต่การถูกปฏิบัติเช่นนี้ตั้งแต่แรกแล้วหากยอมทนต่อไป ก็รังแต่จะทำให้นางลำบากในภายหลัง เรื่องอาหารการกินไม่เตรียมไว้ให้ก็แล้วไป นางหาเองได้ แต่นางจะไม่ยอมทำความสะอาดที่นี่เองหรอกนะ

มือเรียวยาวจึงถูกยื่นออกไปขวางทางสาวใช้ที่กำลังหมุนตัวจะจากไปไว้เสียก่อน "ชาวบ้านด้านนอกต่างพูดว่าชินอ๋องไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน ปลีกตัวออกมาจากวังตั้งแต่ได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าไม่สนใจในบัลลังก์มังกร แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นละเลยการอบรมบ่าวในจวนถึงขั้นนี้"

เจียงเยี่ยนฟางเป็นสตรีที่ตัวสูงกว่าสตรีทั่วไปในแคว้นเฉิง ยามนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกดตาลงมองผู้ที่ตัวเตี้ยกว่า ก็ช่างดูน่าเกรงขามไม่น้อย ทำเอาสาวใช้ที่กำลังถูกจ้องมองถึงขั้นเกิดความหวาดกลัวขึ้นในใจชั่ววูบหนึ่ง

แต่สาวใช้ผู้นั้น พอนึกถึงคำนินทาที่คนในจวนต่างพูดถึงพระชายารองพระนางใหม่ที่เพิ่งตบแต่งเข้ามา ก็ทำให้นางที่หวาดกลัวไปในตอนแรกใจกล้าขึ้นมากกว่าเดิม ราวกับกินดีเสือต่างน้ำเปล่าในตอนตื่นมาก็ไม่ปาน

"คุณหนูใหญ่เจียงอย่าทำให้บ่าว..."

"พระชายา" เจียงเยี่ยนฟางพูดคำนี้เองก็ตะขิดตะขวงใจเอง แต่ก็ต้องพูดออกไป

"คุณหนูใหญ่เจียง..." สาวใช้ยังคงแข็งข้อ แต่ไม่ทันได้พูดจบก็ถูกมือเรียวยาวบีบลงที่บ่าอย่างแรง ทำเอาเจ็บจนน้ำตาซึม เข่าแทบทรุดลงกับพื้น และเหมือนคนที่ลงมือคล้ายรู้ได้ว่านางกำลังจะล้มลงไป มือที่ดูอ่อนนุ่มคู่นั้นจึงบีบนางแรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อดึงรั้งตัวนางไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว "อึก" สาวใช้แทบร้องไม่ออก รับรู้ถึงไอสังหารที่เคยได้สัมผัสจากเจ้านายของตนครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว กำลังแผ่ออกมาจากสตรีข้างกาย ทำเอานางหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ

 


[1] ซี คือทิศตะวันตก

[2] ปกติการกลับบ้านเดิมที่เราคุ้นเคยตามธรรมเนียมจีนมักจะเป็นเวลาสาม 3 วันหลังแต่งงานตามที่เห็นกันบ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้วมีทั้งหมดสามช่วง คือ 3 วัน 7 วัน และ 15 วัน ในกรณีนี้เป็น 15 วันค่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายในอ่างน้ำสววรค์เบื้องหน้า สะท้อนภาพของคนสองคนที่เดินเคียงคู่กัน ความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็หวนกลับมาอีกครั้ง"ท่านเทพจันทรา[1] ยังตัดใจไม่ได้อีกหรือ รึเป็นเพราะเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ ความรู้สึกจึงยังคงอยู่" ซื่อหมิงซิงจวิน[2]ยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของเทพแห่งจันทรา เมื่อเขารู้ว่าอีก‍ฝ่ายได้ผ่านเคราะห์รักมาแล้ว และกลับมาจุติบนสวรรค์อีกครั้ง เขาก็รีบมาหา หวังมาเยี่ยมสหายเก่าเสียหน่อย แต่ไม่คิดว่าภาพที่ตนเห็นจะเป็นแผ่นหลังของสหายที่ดูอาลัยอาวรณ์ภาพในแอ่งน้ำสะท้อนชีวิตของมนุษย์ไม่น้อย เดาว่าการผ่านเคราะห์ครั้งนี้ของเจ้าตัวคงสาหัสเอาการโลกสวรรค์และโลกมนุษย์เวลาไม่เหมือนกัน เทพจันทราเพิ่งตายไปในร่างมนุษย์เมื่อครู่ แต่พอจุติบนสวรรค์อีกครา ที่โลกมนุษย์ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้วเทพแห่งจันทราที่ถูกทักก็วาดมือผ่านอ่างน้ำสวรรค์ ปิดภาพของเจ้านายเก่าของตนทิ้งไป เตรียมจะเดินหนีสหายเก่า ทั้งที่ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วันบนสวรรค์ แต่เพราะในโลกมนุษย์ยาวนานถึงยี่สิบกว่าปี เขาจึงยังรู้สึกไม่สนิทกับสหายเท่าเมื่อก่อน คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักตอนแรกเขายอมรับว่าตนยังห่วงหาสตรีผู้นั้นอยู่ อยากรู้ว่าหลั

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 9

    ตอนพิเศษ 9รัชศกต้าเหนิง ปีที่ เก้า ราชวงศ์เซียวย่างเข้าวสันตฤดูแล้ว ในจวนที่ปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงสมุนไพรมากมาย แทนที่จะมีกลิ่นหอมพาให้ผู้คนหลงใหลกลับมีกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งไปทั่วจวน"นายหญิง" เติ้ง‍อู๋เห็น‌นายหญิงท่าทางรีบร้อนเดินตรงไปหากลิ่นเหม็นไหม้ก็รีบดักทางไว้ นายหญิงของเขากำลังตั้งท้องเจ้านายตัวน้อยคนที่สามอยู่ ไม่ควรเข้าใกล้กลิ่นควันมากเกินไป หลังจากนี้คงต้องอาจหาญตักเตือนคนก่อควันสักหน่อย"เกิดอะไรขึ้น ข้าได้กลิ่นไหม้" ‌เสวี่ย‍หว่านชะเง้อหัวมองผ่านแขนเติ้งอู๋ไป พบว่าครัวด้านหลังจวนกำลังมีควันมากมายพวยพุ่งออกมา มิหนำซ้ำภายในควันนั้นก็มีร่างเล็กของเด็กชายวิ่งหนีตายออกมาด้วย"ท่านแม่" เด็กชายวัยหกขวบยกมือปิดปากแน่น ครั้นได้เจอผู้เป็นมารดาก็รีบวิ่งเข้ามาหาหน้าตื่น"เสี่ยวหลิวเจ้าทำอะไรอยู่ในครัว? น้องรองของเจ้าอยู่ที่ใดเล่า!?" ‌เสวี่ย‍หว่านรีบจับบุตรชายที่วิ่งมากอดตนไว้แน่นออกมาตรวจดูตามตัว ครั้นพบว่าไม่เจอบาดแผลก็เบาใจไป แต่ปกติเด็กคนนี้จะตัวติดกับน้องชายวัยสี่ขวบของตนเองเสมอ เวลานี้เอาน้องไปทิ้งไว้ที่ใดแล้ว!"แค่ก ๆ ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอันใดนะท่านแม่ ส่วนน้องรองแม่นมฉ

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 8

    ตอนพิเศษ 8รัชศกต้าเหนิง[1] ปีที่ 3 ราชวงศ์เซียวในเมืองลั่ว จู่ ๆ ก็มีการปรากฏตัวของตระกูลเศรษฐีไร้ชื่อผู้หนึ่งขึ้นมา ไม่มีใครเคยเห็นคนด้านในจวนแห่งนี้เข้าออก หรือควรบอกว่า เป็นเพราะจวนตั้งอยู่ห่างไกลบ้านคนกันแน่ ทำให้ชาวบ้านแทบจะไม่เคยมีใครได้เห็นเจ้าของจวนแห่งนี้เลยแม้นก่อนหน้านี้จะมีคนงานในเมืองถูกเกณฑ์ไปสร้างเรือนอยู่นานร่วมหกเดือน แต่พวกเขากลับไม่เคยรู้ว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร มีเพียงเงินค่าจ้างที่ถูกนำมาวางไว้ให้ในแต่ละรอบเท่านั้นบรรดาคนงานก็บอกเพียงแค่ว่า พื้นที่โดยรอบที่ถูกปลูกต้นไม้ปิดบังเรือนไว้ ต่างก็ถูกเจ้าของจวนแห่งนี้กว้านซื้อไปจนหมดแล้วก็เท่านั้น นั่นทำให้ไม่ว่าผู้คนจะอยากรู้มากเพียงใด ก็เข้าไปใกล้ได้แค่ครึ่งทางของต้นไม้ด้านหน้า...กระทั่งล่วงเลยไปอีกหลายสิบปีก็ไม่มีใครเคยได้รู้ว่าเจ้าของจวนแห่งนั้นคือผู้ใดและตกดึกคืนนี้ ในเมืองลั่วก็มีการจัดงานเทศกาลลอยโคมขึ้นมาเซียว‍ลี่‍หยางจึงชวนเสวี่ย‍หว่านออกมาเดินเล่นในงานเทศกาลด้วยกันภายในงานเริ่มแรกจะมีแห่ขบวนโคมไฟที่ทำเป็นรูปมังกรและสิงโต เซียว‍ลี่‍หยางที่รู้ว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จึงพาเสวี่ย‍หว่านขึ้นมานั่งรอชมขบวนแห่อยู่บนชั้

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 7

    ตอนพิเศษ 7วสันตฤดูปีต่อมา ด้วยเพราะเติ้งอู๋ทำทางขึ้นภูเขาให้ใหม่แล้ว เวลานี้เขาก็ลงไปนำม้าของตนและของเจ้านายกลับขึ้นมาอยู่บนภูเขาด้วยกันเสวี่ย‍หว่านที่หูดีกว่าเซียว‍ลี่‍หยางก็ได้ยินเสียงเท้าของม้ามาตั้งแต่ไกล ๆ แล้ว จึงวิ่งออกไปรอที่หน้ารั้ว เมื่อเช้านางแอบเตรียมขนมไว้กินเล่นในตอนที่เซียว‍ลี่‍หยางไปซักผ้าที่ลำ‍ธาร เพราะคิดว่าวันนี้จะชวนเซียว‍ลี่‍หยางไปหานั่งกินขนมที่อีกฟากของภูเขาด้วยกันมือเรียวหยิบนกหวีดที่พกไว้ออกมาเป่า เรียกม้าประจำตัวของเซียว‍ลี่‍หยางให้รีบวิ่งมาหาอาชาสีขาวเมื่อสะบัดหลุดจากมือของเติ้งอู๋ได้ ก็รีบห้อตะบึงมาทางนางเช่นเดียวกัน มันจำได้ว่าสตรีผู้นี้ชอบเอาผลไม้มาให้มันกินบ่อย ๆ ตอนที่มันถูกเจ้านายฝากไว้ที่คอกม้าในหมู่บ้านข้างล่าง ตอนนี้ก็นับว่าสตรีคนนี้เป็นเจ้านายอีกคนไปแล้ว"หว่านหว่านระวัง!" เซียว‍ลี่‍หยางได้ยินเสียงนกหวีดก็ทิ้งฉู‍โถว[1]ที่อยู่ในมือ แล้วรีบวิ่งมาหาภรรยาที่หน้ารั้วไม้ ตอนนั้นก็เห็นว่าม้าของตัวเองพุ่งทะยานเข้ามา ทว่าเขาช้าไปหนึ่งก้าว ม้าของเขากำลังจะเหยียบภรรยาเข้าให้แล้ว ด้วยคิดว่าม้าของตนกำลังจะทำร้ายภรรยา หัวใจก็ดิ่งวูบราวกับไม่เคยเต้นมาก่อนแต่

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 6

    ตอนพิเศษ 6เติ้ง‍อู๋จากไปคราวนี้ หวนกลับมาอีกคราก็เป็นตอนที่ต้นอ่อนของต้นมะเขือเทศที่‌เซียว‍ลี่‍หยางปลูกไว้เริ่มโตจนใกล้ออกดอกได้แล้วอีก‍ฝ่ายกลับมาถึงพร้อมกับหิมะที่ปกคลุมอยู่ทั่วศีรษะและหัวไหล่ของเขา ดูท่าแล้วอากาศข้างนอกภูเขาคงจะเข้าสู่เหมันต์ฤดูเต็มตัวแล้วแต่ตอนที่มาถึง ในตัวของเขาก็ดูเหมือนไม่ได้จะพกงูชนิดที่ตามหามาด้วยเลย‌เสวี่ย‍หว่านรีบเดินไปต้มชาร้อน ‍ๆ มาให้เขาดื่มก่อนเป็นอย่างแรก ยามนี้ด้านในกระท่อมฝั่งที่เคยเป็นครัวและพังไปในครั้งแรกก็ถูกซ่อมแซมใหม่แล้ว แต่‌เสวี่ย‍หว่านไม่ได้ย้ายครัวกลับเข้ามา เพียงทำเป็นที่ชงชาและไว้เก็บขนมเท่านั้น เผื่อตอนดึกเวลาหิวจะได้ไม่ต้องเดินออกจากตัวเรือนไปต้มน้ำร้อนแถมไม่นานมานี้ ก็ยังได้จ้างช่างมาทำชุดโต๊ะนั่งเล่นสำหรับใช้นั่งดื่มน้ำชาไว้ในส่วนของตรงนี้เพิ่มด้วย และไม่ลืมที่จะเพิ่มเก้าอี้เป็นสามที่นั่ง เวลานี้จึงมีที่นั่งเพียงพอสำหรับสามคนพอดีเสวี่ย‍หว่านเพิ่งจะเทน้ำร้อนใส่ใบชา ‌เซียว‍ลี่‍หยางก็มาขอรับช่วงต่อแทน นางจึงเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะซึ่งอยู่ห่างกันไม่เกินสามก้าวจากที่ชงชา"เจ้าไม่ได้นำงูมาด้วย" เสวี่ย‍หว่านยังคงไม่อ้อมค้อมเช่นเคย"ขอร

  • สลับชะตามาเป็นชายาอ๋องพิการ   ตอนพิเศษ 5

    ตอนพิเศษ 5เติ้ง‍อู๋จากไปเมื่อคืน แต่เมื่อดวงอาทิตย์สาดส่องที่ผืนดินอีกครั้ง เขาก็วนกลับมาอีกรอบ เมื่อวานเขาถูกเจ้านายสั่งให้ไปจับงูพิษและหาข้อมูลมาให้‌นายหญิงโดยไม่ต้องบอกเจ้าตัว แต่เขาก็เพิ่งจะนึกได้ว่าอีก‍ฝ่ายวานให้เขานำของไปมอบให้ตระกูลหงด้วยหากจะลงเขาไป ในตอนนั้นเขาปิดบังท่าน‍อ๋อง ช่วยนายหญิงทำเรื่องมากมายโดยไม่รายงานผู้เป็นนาย ครั้งนี้จึงต้องการไถ่โทษ จะบอกว่าเขาเป็นคนทรยศก็ได้ เพราะเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน "ข้านึกว่าเจ้าจะจากไปโดยไม่บอกข้าเสียอีก" ‌เสวี่ย‍หว่านที่กำลังยืนรดน้ำใส่แปลงผักที่สามีเพิ่งปลูกไปเมื่อวาน ก็เอ่ยทักโดยไม่หันไปมอง "ข้ากลับมาเอาของที่ท่านบอกจะมอบให้ตระกูลหง"‌เสวี่ย‍หว่านหยิบไม้แกะสลักที่มีชื่อตัวเองมอบให้เติ้ง‍อู๋ไป ก่อนจะมอบขวดยาขวดหนึ่งให้เขาด้วย "ขวดยาเป็นของเจ้า" เห็นเขารับไปแล้วมองนางด้วยความสงสัยนางก็เอ่ยว่า "ข้าคิดว่าจะไว้ใจเจ้าได้เสียอีก"เติ้ง‍อู๋รีบคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น มือทุบอกก้มหน้าลงต่ำ เขาถูกจับได้เสียแล้ว! ไหนนายท่านบอกจะปิดบังเรื่องที่เขาเล่าให้ฟังไว้เล่า ไม่ว่าจะนายหญิง ไม่ว่าจะนายท่าน หรือกระทั่งตัวเขา ต่างก็ไม่ใช่ทั้งนักรบแล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status