Share

5

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 21:46:12

“ท่านแม่ ขะ ข้าเจ็บเจ้าค่ะ” ใบหน้าที่งดงามแลดูบอบบางจนเหมือนจะแตกหักได้ทุกเมื่อซบไปที่ไหล่ของมารดา จางเหมยหลินประคองศีรษะของบุตรสาวที่กระเซอะกระเซิงเอาไว้ ในใจของผู้เป็นมารดาแสนเจ็บปวดที่บุตรสาวโดนทำร้ายร่างกายแถมยังทำอับอายต่อหน้าผู้คนมากมาย

มู่เจี้ยนหาวบุตรชายคนรองของใต้เท้ามู่กับจางเหมยหลินเมื่อเห็นน้องสาวถูกทำร้ายก็เดินเข้าไปประจันหน้ากับมู่หรันเฟิง เงื้อมือขึ้นต้องการจะตีอีกฝ่ายคืนแต่ถูกมารดาหยุดมือไว้

“เจี้ยนหาวเก็บมือของเจ้าซะ แล้วมาช่วยแม่ดูน้องสาว” ถึงแม้นางจะเอ่ยปากห้ามแต่ดวงตากลับแอบชำเลืองมองลูกเลี้ยงที่บังอาจทำลายวันสำคัญของบุตรสาวคนเดียวของนาง ในแววตามีแต่ความมาดร้ายที่คิดจะกำจัดบุตรสาวของคนที่นางเกลียดไปให้พ้นทาง ราวกับอยากจะฉีกร่างอีกฝ่ายทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น จางเหมยหลินรีบเก็บสายตาทันทีเมื่อสามีเดินกลับเข้ามาในห้องโถงอีกครา

“มู่หรันเฟิงเจ้าทำอะไรของเจ้า” หลังจากเร่งฝีเท้าไปรั้งเหล่าขุนนางไม่สำเร็จมู่หย่งเซินก็หันกลับมาจัดการกับบุตรสาวคนโตแทน

การกระทำของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลมู่ทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง เพราะไม่คิดว่านางจะกล้ากระทำเช่นนี้ต่อหน้าบรรดาขุนนางและธารกำนัล แม้แต่เหล่าฮูหยินที่ปกติจะพูดจาปากหวานก้นเปรี้ยวก็ยังมิสามารถเอ่ยวาจาจากการกระทำครั้งนี้ได้

“ข้าก็รู้ว่าเจ้านั้นอิจฉาริษยาน้อง แต่ถึงกลับทำลายพิธีที่สำคัญของน้องเจ้า จิตใจของเจ้ามันช่าง” ใต้เท้ามู่มองไปทางบุตรสาวคนโตแล้วถอนหายใจ “ทำอะไรไม่รู้จักคิด ไร้ยางอาย รู้หรือไม่ว่าคนทั่วทั้งเมืองหลวงเขาเรียกเจ้าว่าสตรีร้ายกาจ สตรีบ้ากันไปหมดแล้ว” ทั้งที่ถูกตำหนิแต่ใบหน้าของมู่หรันเฟิงกลับมิได้สลดลงเลยแม้แต่น้อย

“ใครกันแน่เจ้าคะท่านพ่อที่ไร้ยางอาย สินเดิมของแม่ข้านึกจะหยิบออกมาใช้ก็ได้เช่นนั้นหรือ แล้วงานครั้งนี้ในเมื่อใช้สินเดิมที่ได้จากตระกูลเฝิงของท่านแม่ ข้าที่เป็นหลานของตระกูลเฝิงก็มีสิทธิ์ที่จะทวงคืนมิใช่หรือเจ้าคะ!” เมื่อได้ยินวาจาของบุตรสาวที่เอ่ยออกมา ใต้เท้ามู่ก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ตวาดเสียงดังลั่นไปทั่วห้องโถง

“เจ้ามันลูกอกตัญญู พูดจาสามหาวกับบิดาของตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังทำร้ายร่างกายน้องสาวจนใบหน้านางบวมแดงขนาดนั้น ยังไม่นับการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าขุนนางทั้งหลาย ทำผิดมากมายขนาดนี้แล้วยังจะไม่สำนึกอีก เจ้านี่มัน...!” มือที่โกรธจนสั่นชี้ไปที่ใบหน้าของมู่หรันเฟิง ยิ่งเห็นบุตรสาวที่ตนรักร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ ใต้เท้ามู่ก็ยิ่งชิงชังบุตรสาวคนโตมากขึ้น

“เฮอะ สำนึกหรือเจ้าค่ะ ใครกันแน่ที่ควรสำนึกมากกว่ากัน ที่อยู่มาได้มีเงินทองให้จับจ่ายฟุ่มเฟือยก็เพราะฮุบสินเดิมของมารดาข้า อย่านึกว่าข้าไม่รู้ว่าพวกท่านทำอะไรแม่ข้า ดีไม่ดี ที่ท่านแม่ข้าสิ้นใจอาจจะเป็นพวกท่านร่วมมือกันจัดการนางก็ได้” มู่หรันเฟิงเดินไปตรงหน้าสองแม่ลูกที่นั่งกอดกันอยู่บนพื้น นางอยากจะกระชากหน้ากากจอมปลอมที่สองแม่ลูกนี้สวมไว้นัก ให้คนทั่วทั้งเมืองหลวงได้รู้ว่าพวกนางเสแสร้งกันแค่ไหน

“ถ้าเจ้ากล้าลงมือกับท่านแม่กับน้องสาวข้า อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ดวงตาของมู่จื่อเหว่ยบุตรชายคนโตของจางเหมยหลินจ้องเขม็ง แต่มีหรือที่อีกฝ่ายจะกลัว ถ้านางกลัวคงไม่กล้าเข้าไปทำลายงานปักปิ่นของมู่หรันฮวา

“เป็นข้าที่ผิดเองที่ไม่คิดให้รอบคอบ ถึงอย่างไรมู่หรันฮวาก็เป็นน้องสาวของเจ้า อย่าได้ทำร้ายนางอีกเลย” จางเหมยหลินพูดไปพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาไป น้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความรู้สึกผิด

“ท่านแม่เป็นข้าที่ไม่ดีเองเจ้าค่ะ ให้พี่สาวตีข้าให้พอใจเถิด” สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ตัดพ้อก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของใต้เท้ามู่ปะทุขึ้นจนหน้าแดงก่ำ หันไปจ้องบุตรสาวคนโตเขม็ง

“ปิ่นนี่ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น เป็นข้าเองที่ยกให้น้องสาวของเจ้า!” เมื่อได้ฟังคำของบิดาในใจของนางเจ็บปวดรวดร้าวเกินทน นี่ท่านพ่อถึงกับกล้าเอาสินเดิมของมารดานางไปเอาอกเอาใจสองแม่ลูกชั้นต่ำ หัวใจของมู่หรันเฟิงเหมือนแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ดวงตาของนางสั่นไหวระริก จ้องมองไปทางสองแม่ลูก “ปิ่นนี่เจ้าอยากได้นักใช่หรือไม่”

“ข้าไม่อยากได้เจ้าค่ะ” มู่หรันฮวาส่ายหน้า ใบหน้าซีดเผือดแววตามีความหวาดกลัว

“แต่ตอนนี้ข้าอยากให้เจ้าแล้ว ปิ่นชิ้นนี้หากเจ้าอยากได้นักก็เอาไป” มือเรียวที่กำปิ่นแน่นใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีหักปิ่นออกเป็นสองท่อน ก่อนจะโยนไปตรงหน้าอีกฝ่าย ปลายแหลมของปิ่นเฉียดใบหน้าของมู่หรันฮวาไปเพียงนิดเดียว ทำให้เกิดรอยข่วนมีเลือดไหลซึมออกมา

“ท่านแม่เลือด ใบหน้าของข้า กรี๊ด!” มือของนางสั่นระริกแตะไปโดนความแสบของแก้ม มีเลือดติดนิ้วมือของมู่หรันฮวาออกมา

“หรันฮวาลูกแม่!” จางเหมยหลินเองก็ตกใจ เป็นสตรีย่อมไม่ควรมีแผลเป็นไม่อย่างนั้นจะแต่งงานกับบุรุษที่ดีได้อย่างไร “พวกเจ้ารีบไปตามหมอมาให้คุณหนูรองเดี๋ยวนี้!” สาวใช้ต่างแตกตื่นรีบวิ่งออกจากจวนไปตามหมอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

  • สวนผักของนางร้าย   43

    นี่คือสาเหตุที่นางนั้นชอบหลานชายมากกว่าหลานสาว เพราะวันหนึ่งพวกเขาอาจจะเป็นขุนนางและนำความรุ่งเรืองกลับมาสู่ตระกูลได้ “ดี ๆ ตั้งใจเข้า จะได้เป็นเหมือนลุงใหญ่ของเจ้า” มู่หรันเฟิงแอบเบ้ปากเมื่อได้ยิน บิดาของแม่นางมู่นั้นก็คงจะเหมือนบุตรคนสุดท้องของป้าหวัง สอบครั้งแล้วครั้งเล่ากว่าจะผ่าน กว่าจะเป็นขุน

  • สวนผักของนางร้าย   40

    “ผู้ใดรังแกเจ้า บอกข้ามาข้าจะไปจัดการให้” มู่หรันเฟิงหลุดหัวเราะให้กับคำของเขา จะมีใครกล้ารังแกนางกัน โจวจื่อหยางเห็นนางยิ้มออกก็นั่งลงตรงฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่ดูเศร้าหมองทำให้โจวจื่อหยางมองแล้วรู้สึกไม่สบายใจ แต่ใบหน้างดงามก็ยังคลี่ยิ้มส่งมาให้“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าคะ ข้าก็แค่คิดถึงเรื่องเก่า ๆ เพียงเ

  • สวนผักของนางร้าย   39

    ขณะที่หลิวซงกำลังแอบฟังจื่อหยางและมู่หรันเฟิง คนทั้งสองก็คุยกันอย่างออกรสจนไม่ทันได้มองไปทางอื่น โดยไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลังแอบฟัง“หากไม่ได้ท่านผู้ตรวจการโจวข้าจะต้องแย่แน่ ๆ” โจวจื่อหยางยิ้ม“ที่จริงความรู้ของเจ้าก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับสตรีที่ไม่ได้ร่ำเรียนวิชาพวกนี้ เพียงแต่อาจจะยังต้องฝึกตีความมาก

  • สวนผักของนางร้าย   33

    “ของสำคัญเช่นนั้นต้องเก็บไว้อย่างดีถึงจะถูก” มู่หรันเฟิงมองอีกฝ่ายที่เข้ามาใกล้จนเกินไป ใจของนางเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไม่ว่าในยุคนี้หรือยุคไหน“ของสำคัญควรจะเก็บไว้กับตัวถึงจะถูก พบกันคราหน้าหวังว่าข้าจะเห็นเจ้าห้อยพู่หยก” แค่พู่หยกอันเดียว จะมาบังคับกันทำไม โจวจื่อหยางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status