Share

4

last update publish date: 2026-03-26 21:46:05

มู่หรันเฟิงยิ้มเยาะ หยิบโทรศัพท์เปิดอ่านข้อความในกลุ่มของมหาวิทยาลัย มีคลิปวิดีโอที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคลิปวิดีโออะไร เป็นคลิประหว่างอาจารย์หม่ากับหลี่เหยาเหยาในห้องทดลองงานวิจัย

เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเธอเองที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายไว้ แค่ให้เพื่อนสนิทช่วยเล็กน้อยหาคนที่ไว้ใจได้มาปล่อยคลิป หึ! งานวิจัยที่เธอเฝ้าอดหลับอดนอนทำมาทำไมถึงจะต้องยกให้คนอื่นง่าย ๆ ไม่นานในมหาลัยก็มีข่าวดังว่าอาจารย์หม่าผู้นี้ยังขโมยผลงานวิจัยของนักศึกษา ผู้คนต่างสาปแช่งและถุยน้ำลายใส่ สงสัยศาสตราจารย์คงเห็นข้อความที่เธอส่งให้แล้ว

“คุ้นหน้าอยู่นะคะแม่ แต่หนูจำใครไม่ค่อยได้หรอกค่ะ” ถ้าแม่รู้ว่าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอจะเป็นยังไงนะ ดวงตาสวยมองไปที่หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งดูข่าว ก็คงอาละวาดจนมหาวิทยาลัยแตก

คุณนายมู่ของเธอดุจะตาย ขนาดเพื่อนบ้านยังไม่มีใครกล้ายุ่ง มู่หรันเฟิงนั่งหัวเราะคิกคักนินทาแม่ตัวเองในใจ

“เอ๊ะ นั่นไม่ใช่เพื่อนของลูกที่เป็นดาราเหรอ ทำไมถึงออกข่าวว่าเสียชีวิต” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นแม่ตะเกียบในมือร่วงหล่นทันที เสียงผู้ประกาศข่าวรายงานการเสียชีวิตของเสวี่ยเยว่ฮวา มู่หรันเฟิงนิ่งค้างไปทำอะไรไม่ถูก มือของเธอยังลอยค้างอยู่กลางอากาศ

“ดาราสาวเสวี่ยเยว่ฮวาได้เสียชีวิตลงแล้ว” หยาดน้ำใสกลิ้งหล่นลงมาที่ค้างแก้มโดยไม่รู้ตัว คำพูดของผู้ประกาศข่าวดังซ้ำ ๆ อยู่ในหัว ไม่จริง! มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง มู่หรันฮวาคว้าโทรศัพท์แล้วรีบร้อนวิ่งออกไปนอกบ้าน

“นั่นลูกจะไปไหน”

“เดี๋ยวหนูมาค่ะแม่” จะต้องไปดูให้เห็นกับตา เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าจะเกิดอะไรกับเพื่อนรักได้

ในใจของมู่หรันเฟิงเจ็บปวดเหมือนมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง ตอนนี้ในสมองของเธอกำลังตีกันวุ่นวาย ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วจะเป็นข่าวใหญ่ได้ยังไง แต่ยังไงเธอก็จะต้องไปหาเพื่อนให้ได้ ดวงตาที่พร่าเลือนไปด้วยน้ำตาพร้อมกับสติที่ไม่มั่นคง ทำให้มู่หรันเฟิงไม่ได้สังเกตสัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนสี เมื่อมาอยู่กลางถนนก็ได้ยินเสียงล้อรถเบรกไปกับพื้นถนน ดวงไฟสว่างสาดส่องเข้ามาที่เธอใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีร่างหญิงสาวก็กระเด็นลอยออกไปไกล

เสียงผู้คนโดยรอบแตกตื่นกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น มองดูร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ในมือกำโทรศัพท์ไว้แน่น หน้าจอสว่างวาบมีสายเรียกเข้าของใครบางคน

จวนตระกูลมู่จัดงานพิธีปักปิ่นให้กับบุตรสาวคนรองอย่างมู่หรันฮวา แต่งานกลับพังพินาศเมื่อบุตรสาวคนโตเข้ามาอาละวาดจนแขกที่มาร่วมงานขอตัวกลับกันแทบไม่ทัน พาผู้คนแตกตื่นหลีกหนีกันไปคนละทิศคนละทาง แม้ใต้เท้ามู่ต้องการจะรั้งตัวใต้เท้าทั้งหลายไว้แต่ก็ไม่มีใครอยากจะอยู่ร่วมงานต่อ จางเหมยหลินเองก็ไม่มีหน้ากล้าไปสู้ฮูหยินคนอื่นได้อีกไปพักใหญ่ พิธีปักปิ่นนี้กลายเป็นที่โจษจันให้ผู้คนล่ำลือกันไปทั่วทั้งเมืองหลวงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป

ชื่อเสียงของมู่หรันเฟิงไม่นับว่ามีดีอะไร เป็นสตรีที่ทำตัวร้ายกาจ บางคนยังร่ำลือกันว่านางรู้อักษรเพียงไม่กี่ตัว แม้มารดาของหญิงสาวจะเป็นถึงบุตรสาวของผู้ตรวจการมณฑล ขุนนางขั้นสามที่ฮ่องเต้ทรงเลือกเอง แต่ยามนี้มารดาของหญิงสาวก็สิ้นไปนานแล้ว คนตระกูลมู่ล้วนไม่ดูดำดูดีนาง ปล่อยให้ทำตัวตามใจจนเกิดคำครหานินทา

เมื่อชื่อเสียงบุตรสาวไม่ดีก็พลอยทำให้ตระกูลต้องแปดเปื้อน ตระกูลมู่กลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งเมืองหลวง ทำเอาใต้เท้ามู่แทบอยากจะกระอักเลือด เพราะเขาใช้เงินบางส่วนไปกับการเชื่อมความสัมพันธ์กับขุนนางตระกูลใหญ่ แต่ทุกสิ่งกับล้มลงตรงหน้าเพียงเพราะบุตรสาวตัวดีที่เหลวไหล

แต่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดกลับยืนค้ำร่างเจ้าของงานที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น เห็นน้องสาวต่างมารดาเป็นเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็เหยียดยิ้มอย่างสะใจ คนที่กล้าขโมยของนางสมควรโดนเช่นนี้

“ของที่ไม่ใช่ของเจ้า ทีหลังอย่าได้เสนอหน้ามาแตะต้อง” มู่หรันเฟิงมองดูสภาพที่ดูไม่ได้ของน้องสาวต่างมารดาด้วยความพึงพอใจ เมื่อถูกนางกระชากปิ่นปักผมที่เจ้าตัวบรรจงม้วนรวบเอาไว้อย่างสวยงามเพื่อวันสำคัญ

แก้มข้างซ้ายของมู่หรันฮวาแดงเป็นรอยมือ ใบหน้าปูดบวมจากฝ่ามือของพี่สาวร่วมสายเลือดที่พุ่งเข้ามาตบนางที่กำลังทำพิธีปักปิ่น

จางเหมยหลินที่เห็นบุตรสาวตนเองโดนรังแกก็เร่งเข้าไปขวางด้านหน้าบุตรสาวเอาไว้ ในอดีตนางเป็นคนรักของท่านพี่ แต่ก็ถูกพรากคนรักไปเพียงเพราะภูมิหลังมารดาของมู่หรันเฟิงยิ่งใหญ่กว่า เมื่อเฝิงฮูหยินสิ้นใจท่านพี่ถึงได้เลื่อนขั้นอนุอย่างนางขึ้นมาเป็นฮูหยินเอก ในเมื่อวันที่รอคอยมาถึงนางคงไม่ปล่อยให้ลูกเลี้ยงชูคอเป็นหงส์ไปได้นานหรอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

  • สวนผักของนางร้าย   31

    กลางบ้านมู่เฉินเฟิงและมู่หยวนจงกำลังคุกเข่าอยู่หน้าบิดาของตน “ท่านพ่ออนุญาตให้ข้าเล่าเรียนด้วยเถอะ ข้าไม่อยากให้ครอบครัวเราต้องเผชิญปัญหาเช่นนี้จากขุนนางฉ้อฉลอีก ข้าจะต้องสอบเป็นขุนนางให้ได้ แม้อาจไม่ได้เก่งกาจอย่างลุงใหญ่ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าได้เป็นขุนนางก็คงพอทำให้ผู้คนไว้หน้าเราบ้าง” มู่เฉินเฟิงม

  • สวนผักของนางร้าย   28

    เมื่อได้ยินคำของสตรีหน้า เจ้าหน้าที่ทางการที่เป็นคนประกาศข้อกล่าวหาก็คิ้วขมวด เป็นแค่แม่นางน้อยมีสิทธิ์ใดมาตั้งข้อสงสัยกัน “หลักฐานก็นี่ไง” ตัวเลขที่เอามาให้มู่หรันเฟิงดูตรงกับยอดที่ท่านอาสะใภ้ทำบัญชีและเงินที่ถูกหักไปทั้งสิ้น“หากเป็นยอดเงินนี้พวกเราจ่ายไปแล้วเจ้าคะ มีหลักฐานชัด และยังมีคนของทางกา

  • สวนผักของนางร้าย   27

    มู่หรันเฟิงกับหยวนเป่ามาถึงตลาดก็เดินเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ แน่นอนนางย่อมไม่สนใจคุณภาพในเมื่อมีพลังในการฟื้นฟูอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมู่หรันเฟิงจึงซื้อร้านที่ถูกที่สุดที่อยู่มุมถนนด้านในที่ไม่มีใครเดินเข้าไปด้วยซ้ำเมื่อเห็นจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาคุ้มค่ากับการจ่ายไปเพียงไม่กี่อีแปะ ก็เกิดนึกอะไรบางอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   26

    อันที่จริงมู่หรันเฟิงก็ไม่ได้ชมชอบเจ้าของร่างเดิมมากนัก เป็นถึงคุณหนูใหญ่แต่กลับไร้หัวคิดปล่อยให้บ่าวไพร่ชักจูงได้โดยง่าย แต่ก็เอาเถอะ อายุเพียงเท่านี้แต่กลับถูกละเลยจากบิดาไหนเลยจะมีคนสั่งสอน อาจารย์ที่จ้างมาสอนที่จวนล้วนถูกฮูหยินใหญ่รวมมือกับแม่นมเผยกลั่นแกล้งเสียจนแม่นางมู่อาละวาดหลายต่อหลายครั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status