Share

ตอนที่ 1.2 หมู่ตาน

last update Tanggal publikasi: 2026-10-06 22:58:49

น่าแปลกที่นางไม่ร้องไห้คร่ำครวญมากนัก กลับทำใจได้อย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอยู่ห่างไกลกับสามีมานาน ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยมีเริ่มเจือจาง และเคยทำใจไว้แล้วว่าสักวันเขาจะต้องมีสตรีนางใหม่แน่

" ฝนตกอีกแล้ว " น้ำเสียงที่เคยเงียบไปหลายชั่วยามเอ่ยขึ้น " ไม่รู้ฉางเอ๋อร์ของข้าจะเป็นเช่นไรบ้าง"

" ลูกสาวของท่านหรือเจ้าคะ?"

คนถูกถามส่ายหน้า " หลานสาวของข้าน่ะ " ใบหน้างดงามของสตรีที่น่าจะมีอายุประมาณสามสิบปีหันมามองหมู่ตาน ก่อนเอ่ย " ตั้งแต่พี่สาวของข้าตายไป หลานสาวของข้าก็ถูกส่งไปอยู่ที่เรือนนอก ซึ่งเป็นทางผ่านไปเมืองของเจ้าพอดี "

หมู่ตานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม อีกฝ่ายก็กล่าวต่อว่า

" เป็นเพราะสามีสารเลวของพี่สาวข้าคนเดียว พอเขารู้ว่านางคลอดเด็กที่ไม่สมประกอบออกมา เขาก็ขับไล่ไสส่งหลานข้าประหนึ่งสุนัขน่ารังเกียจตัวหนึ่ง และทำให้พี่สาวข้าตรอมใจตาย "

คนพูดทำสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ พยายามกล้ำกลืนความเสียใจลงคอ กะพริบตาไล่ความร้อนผ่าวตรงขอบตา ปรับสีหน้าให้กลับมาสงบนิ่งตามเดิม

" สิ่งที่ข้าพอจะทำได้ก็คือมาเยี่ยมเยียนนางเดือนละครั้ง เพื่อทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว"

หมู่ตานนั่งฟังอีกฝ่ายปรับทุกข์อย่างตั้งใจ

" เดิมทีข้าคิดว่าบาปกรรมในวัยเด็กของฉางเอ๋อร์นักหนาแล้ว แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนเกิดอะไรขึ้น"

หมู่ตานส่ายหน้า

สีหน้าของคนพูดเปลี่ยนเป็นขึงขัง ดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยประกายความโกรธแค้น มือทั้งสองข้างกำแน่น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ที่หลานสาวของนางต้องเผชิญ

" นางถูกคนสารเลวที่ไหนไม่รู้ย่ำยีจนตั้งครรภ์ "

ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจ กระนั้นก็ยังนั่งสงบปากสงบคำ ไม่เอ่ยถามในเรื่องที่ตนสงสัย ประเดี๋ยวจะไปสะกิดอีกฝ่ายให้ระทมใจยิ่งกว่าเดิม

" หลานสาวข้าตั้งครรภ์ได้เก้าเดือนแล้ว และที่ข้าเดินทางมาหานางในวันนี้ก็เพราะจะมาดูการทำคลอดด้วยตนเอง " นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหัวตาทั้งสองข้าง

เหตุผลที่นางให้ความช่วยเหลือหมู่ตานเป็นเพราะสงสารและเข้าใจถึงความเจ็บปวดของสตรีด้วยกันเอง หากไม่ถึงขีดสุดไม่ว่าใครก็ไม่หลั่งน้ำตาออกมาเด็ดขาด

" แล้วท่านจะทำเช่นไรกับเด็กที่เกิดมาเจ้าคะ "

ในเมื่อบอกว่ามารดาเด็กเป็นคนไม่สมประกอบ เช่นนั้นคงให้เลี้ยงเด็กอ่อนไม่ได้กระมัง

" ข้าจะนำไปเลี้ยงดูเอง เพราะลำพังแค่ดูแลตนเองฉางเอ๋อร์ก็แทบทำไม่ได้ โชคยังดีที่มีหลิวหมัวมัวคอยดูแล กระนั้นนางก็แก่ชรามากแล้ว เกรงว่าจะดูแลเด็กทั้งสองคนไม่ทั่วถึง "

นางพูดคุยเปิดเผยกับหมู่ตานอย่างไม่มีปิดบัง กลับรู้สึกสบายใจเสียมากกว่าที่อีกฝ่ายยอมรับฟัง ด้วยเรื่องเหล่านี้นางไม่สามารถพูดกับผู้ใดได้ ทุกคนต่างทำเหมือนว่าเซี่ยปิงฉางไร้ตัวตนมาตั้งเเต่แรก ประหนึ่งไม่ใช่ทั้งคนสกุลเซี่ยและคนสกุลเจียง

ตัวนางที่เป็นแม่หม้ายก็ไม่สิทธิ์ทำสิ่งใด นอกจากให้ความช่วยเหลืออย่างเงียบๆ หากบิดานางรู้ก็คงไม่แคล้วถูกเรียกไปตำหนิบอกไม่ให้ไปยุ่งกับคนสกุลเซี่ยอีก

หมู่ตานนั่งเงียบอีกครั้ง เรื่องในครอบครัวของผู้อื่นนางไม่ควรก้าวล่วงไปมากกว่านี้

" ข้าว่าคืนนี้เจ้าพักกับพวกเราก่อนเถิด ฝนตกหนักเกรงว่าจะเดินทางไม่สะดวก"

หมู่ตานพยักหน้าอย่างว่าง่าย นางเหลือบมองเม็ดฝนที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก ค่อนข้างโหมกระหน่ำเอาการ หากเสี่ยงเดินทางตอนนี้ก็มีแต่จะเพิ่มภาระให้ตนเองเปล่าๆ อีกอย่างสตรีที่นางติดรถม้ามาด้วยก็ดูเป็นคนดี ไม่น่าจะใช่พวกต้มตุ๋นหลอกลวงที่ไหน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดรถม้าคันใหญ่ก็เคลื่อนตัวมาถึงเรือนขนาดกลางที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองห่างจากเมืองหลวงประมาณเจ็ดสิบลี้

เป็นบ้านไม้ที่ไม่ได้ดูทรุดโทรมมากมาย แต่ก็ไม่ได้ใหม่กริบเสียขนาดนั้น

สตรีทั้งสองนางรีบลงมาจากรถ ใช้ร่มที่สาวใช้นำมาให้คนละอัน ก่อนเดินเข้าไปในเรือนซึ่งมีหญิงชรานางหนึ่งมายืนรอรับอยู่ตรงบันได

" เป็นอย่างไรบ้าง " น้ำเสียงร้อนใจเอ่ยถามแม่นมของหลานสาว

" ร่างกายของคุณหนูแข็งแรงดีเจ้าค่ะ เกรงว่าไม่เกินสามวันก็น่าจะคลอดแล้ว " หลิวหมัวมัวตอบ พลางชำเลืองมองด้านหลัง

" นี่คือหมู่ตาน ข้าให้นางอาศัยติดรถมาด้วย เพราะเห็นว่าใกล้จะค่ำแล้ว จริงสิ! ข้าลืมแนะนำตัวไป ข้าชื่อเจียงหลงเจิน ส่วนคนนี้หลิวหมัวมัวแม่นมของหลานสาวข้า " นางหันกลับมามองหมู่ตาน ก่อนแนะนำตนเองให้อีกฝ่ายรู้จัก

หมู่ตานค้อมศีรษะทักทายหลิวหมัวมัว

หญิงชราทำสีหน้าไม่ไว้ใจผู้มาใหม่ เจียงหลงเจินเห็นเช่นนั้นจึงรีบพูดว่า " ไม่ต้องห่วง นางไม่ใช่พวกปากสว่าง "

หากหมู่ตานเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของผู้อื่น ป่านนี้นางคงถูกซักถามจนหมดเปลือกแล้ว สิ่งที่อีกฝ่ายทำตอนนั่งรถมาด้วยกัน มีแค่เพียงนั่งเงียบและถามคำถามสองสามประโยคเท่านั้น ไม่ได้มีการละลาบละล้วงเรื่องอื่นแต่อย่างใด

ครั้นได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลิวหมัวมัวก็เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น " เช่นนั้นเชิญท่านไปดูคุณหนูทางนี้เจ้าค่ะ"

หญิงชราเดินนำหน้าไปที่ห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ทางปีกซ้ายของเรือน ดวงตาเรียวเล็กหันมองบริเวณโดยรอบด้วยความสนใจ แม้เซี่ยปิงฉางถูกทอดทิ้งให้อยู่เรือนนอกตามลำพัง ทว่าความเป็นอยู่กลับไม่ได้อัตคัดเสียทีเดียว ยังคงอยู่อย่างสะดวกสบาย แม้แต่สวนก็ยังถูกจัดไว้อย่างสวยงามให้อีกฝ่ายใช้ฆ่าเวลาในยามเบื่อหน่าย

หมู่ตานเดินตามหลังเจียงหลงเจินไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งมาถึงห้องของเซี่ยปิงฉาง

นางชำเลืองมองใบหน้าเจียงหลงเจิน อีกฝ่ายดูดีใจที่จะได้เจอหลานสาวและดูทุกข์ใจในเวลาเดียวกัน หากให้นางเดาคงกังวลเรื่องการทำคลอดเป็นแน่

" ฉางเอ๋อร์ น้ามาแล้ว เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่ "

ปกติยามเจียงหลงเจินมาเยี่ยมเซี่ยปิงฉาง นางมักรอให้เซี่ยปิงฉางเป็นฝ่ายเปิดประตูออกมาเอง ด้วยอยากเห็นสีหน้าดีใจของหลานสาว ว่าจะดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นน้าผู้นี้มาเยี่ยม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 4.1 เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

    ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความโกลาหล มีทั้งหมอที่เจียงหลงเจินไปว่าจ้างมากับบ่าวรับใช้วิ่งสวนกันขวักไขว่ เข้าออกห้องสองห้องที่มีคนบาดเจ็บ เสียงร้องของเซี่ยปิงฉางเริ่มอ่อนแรงลง แม้ดื่มยาเร่งคลอดแล้ว แต่ก็ไม่ช่วยให้นางคลายความเจ็บปวดจนกระทั่งเวลาผ่านไปสองชั่วยาม เจียงหลงเจินที่ยืนสั่งการบ่าวรับใช้อยู่นอกห้องได้ยินเสียงร้องของเด็กทารก นางรีบละทิ้งทุกอย่างเปิดประตูเข้าไปดูอาการของหลานสาว" ฉางเอ๋อร์ "สีหน้าของผู้เป็นน้าสาวดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อเห็นใบหน้าซีดขาวของคนที่นอนอยู่บนเตียง สภาพภายในห้องเต็มไปด้วยคราบเลือดและมีกลิ่นคาวคละคลุ้ง" นางเสียเลือดมากเจ้าค่ะ " หมอหญิงที่ทำการคลอดให้เซี่ยปิงฉางพูดขึ้น " ข้าพยายามทำสุดความสามารถแล้ว แต่เกรงว่า..."หมอยังพูดไม่จบ เจียงหลงเจินก็ทรุดฮวบลงไปกองที่พื้น หยาดน้ำสีใสหลั่งรินอาบดวงตาทั้งสองข้าง " ฮึก! ฉางเอ๋อร์ "ร่างแน่นิ่งของเซี่ยปิงฉางไม่ส่งเสียงใด พร้อมกับลมหายใจที่ค่อยๆ ขาดห้วงอย่างเชื่องช้า สายฝนด้านนอกเริ่มตกกระหน่ำอีกครั้ง กลบทับเสียงสะอื้นไห้ของเจียงหลงเจินที่ส่งเสียงโหยหวนดูน

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 3.2 อุปสรรคต้องถูกกำจัด

    " จับนาง!"สิ้นเสียงนั้นหมู่ตานก็รีบวิ่งหนีออกไปจากเรือน แต่พอนึกขึ้นมาได้ว่ามีคนแก่อยู่ในห้อง นางจึงหยุดชะงัก และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเข้ามาประชิดตัว มันไม่พูดถ้อยคำใด นอกจากใช้มีดแหลมแทงทะลุท้องนางหยาดโลหิตสีแดงฉานหลอมละลายเข้ากับหยาดน้ำฝน หญิงสาวก้มมองจุดที่โดนแทง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือสั่นสะท้านเอื้อมไปดันมือแกร่งให้ออกห่าง แต่พละกำลังของนางกลับสู่อีกฝ่ายไม่ได้" จัดการง่ายกว่าที่คิดอีกนะ " ชายร่างกำยำพูดด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ไม่รู้สึกผิดกับเรื่องที่ทำแม้แต่น้อย" ทะ...ทำแบบนี้เพราะเหตุใด " หมู่ตานรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเอ่ยถามคนร้ายแสยะยิ้ม " สามีเจ้าจ้างวานพวกข้ามา เขาบอกว่าถ้าเจ้ากับยายแก่นั่นยังอยู่ อนาคตของเขาจะไม่ราบรื่น ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ข้ามากำจัดพวกเจ้าให้พ้นทาง อย่าได้โกรธกันเลยนะ ข้าเองก็มีปากท้องเช่นกัน จำเป็นจะต้องรับเงินจากเขา ฉะนั้นแล้ว เจ้าจงจากไปอย่างสงบเสียเถิด "" ฮื่อ"ชายฉกรรจ์ดึงมีดออกมาและแทงไปที่หน้าท้องด้านซ้ายอีกแผล ร่างเล็กทรุดฮวบลงไปกองบนพื้นชื้นแฉะ ดวง

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 3.1 อุปสรรคต้องถูกกำจัด

    สองวันผ่านไป หมู่ตานกลับมาใช้ชีวิตตามเดิม นางตื่นตั้งแต่ยามอิ๋นเพื่อลุกมาเตรียมอาหารให้แม่สามี ทำงานบ้านทุกอย่างเสร็จสรรพก็ได้เวลาออกไปหาบน้ำมาใส่โอ่งจนเต็มทั้งห้าใบ ก่อนออกไปรับจ้างซักผ้าที่จวนของขุนนางท้องถิ่นนางทำเช่นนี้ทุกวันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย มืออ่อนนุ่มของสตรีเป็นเช่นไรนางไม่เคยได้สัมผัส เพราะพอก้มมองมือของตนเองกลับพบแต่ความหยาบกร้าน แต่ก็นับว่าเป็นความภูมิใจที่นางใช้มือคู่นี้เลี้ยงดูตนเอง และใช้มันหาเงินส่งเสียผู้อื่นได้หมู่ตานกลับมาที่เรือนในยามโหย่ว เพื่อมาเตรียมอาหารเย็นให้แม่สามี วันนี้ฮูหยินของนายอำเภอท่านใจดีมอบไก่ดำมาให้นางตัวหนึ่ง แม้เป็นของล้ำค่าแต่อีกฝ่ายกลับไม่ตระหนี่ แบ่งให้นางมาตุ๋นกินเย็นนี้" ท่านแม่ วันนี้ข้าได้ไก่ดำมาตัวหนึ่ง สวี่ฮูหยินมอบให้ข้ามา ท่านดูสิเจ้าคะ " หมู่ตานยกไก่ตัวนั้นให้แม่สามีดูหญิงชราคลี่ยิ้มจางๆ เมื่อเห็นสีหน้าสดใสของลูกสะใภ้ วันก่อนนางสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของหมู่ตานไม่ค่อยสู้ดีนัก เดาว่าคงทุกข์ใจเกี่ยวกับเรื่องบุตรชายนางเดิมทีนางไม่เห็นด้วยกับการรับหมู่ตานมาเป็นลูกสะใภ้ เพราะอีกฝ่ายเป็นคนไร้หัวนอนปลายเท้า ไม่รู้ที่มาที่ไปที่แน่ชัด แต่

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 2.2 เซี่ยปิงฉาง

    หมู่ตานสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดจากคนทั้งสอง และก็เข้าใจความรู้สึกเจียงหลงเจินด้วยเช่นกัน อีกฝ่ายแค่เป็นห่วงหลานสาวมากเกินไป จึงไม่อยากให้เอ่ยถึงคนชั่วช้าผู้นั้นอีก" ข้าไม่ได้อยากทำเช่นนี้ แต่ข้า... ฮึก" มือเรียวขาวยกขึ้นมาปิดหน้า กระนั้นก็ไม่สามารถปกปิดเสียงสะอื้นไห้ไว้ได้หมู่ตานรู้สึกเห็นใจอีกฝ่าย นางจึงยื่นมือไปลูบแผ่นหลังอีกฝ่ายเพื่อปลอบประโลม นางเข้าใจถึงความกดดันและความเครียดที่ต้องมาดูแลคนป่วยและคนไม่สมประกอบดี ว่ามันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน เพราะตัวนางในตอนนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเจียงหลงเจินที่ต้องดูแลแม่สามีที่ป่วยเช่นกัน" อย่าร้องเลย ท่านทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ไม่ต้องกล่าวโทษตัวเองหรอก"" ฮือๆ ข้าน่าจะคัดค้านไม่ให้พี่สาวข้าแต่งงานกับคนชั่วตระกูลเซี่ยตั้งแต่ทีแรก หากเป็นเช่นนั้นพวกนางทั้งสองคนก็คงมีชีวิตที่ดีกว่านี้"" ชะตากรรมของเราสามารถขัดขวางได้เสียที่ไหนกัน มีแต่ต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะกลับไปแก้ไข มีเพียงระมัดระวังไม่ให้เรื่องน่าหนักใจเช่นนี้เกิดขึ้นอีกก็เท่านั้น "ก่อนหน้านี้นางเป็นสตรีใจง่าย หลงรักบุรุษเพราะคำพูดแสนหว

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 2.1 เซี่ยปิงฉาง

    รอไม่นานเจ้าของห้องก็รีบวิ่งมาเปิดประตู นางจำได้ในทันทีว่าเสียงเรียกนั้นเป็นของผู้ใด " ท่านน้า" หญิงสาวในวัยสิบเจ็ดปีเปิดประตูออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม หมู่ตานเพ่งพิศดวงหน้างดงามของอีกฝ่าย เซี่ยปิงฉางนับว่าเป็นหญิงงามล่มเมือง ดวงตากลมโตและเปล่งประกายไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอยู่เสมอ ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ คิ้วโค้งดั่งคันศรธนู รูปร่างเพรียวบางสมส่วน เสียก็แต่... " ทะ...ท่านน้ามาหาฉางเอ๋อร์...แล้วขนมอยู่ไหน " แม้ภายนอกจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่สมองและความคิดของอีกฝ่ายหยุดอยู่ที่ตอนอายุห้าขวบเท่านั้น หมู่ตานมองคนอายุน้อยกว่าตนด้วยความเห็นใจ ยิ่งเห็นหน้าท้องกลมนูนที่ยื่นออกมา นางก็พลันสังเวชใจยิ่ง คนที่ทำเช่นนี้กับเซี่ยปิงฉางนับได้ว่าเป็นเศษเดนโดยแท้จริง " น้าต้องเตรียมมาให้เจ้าอยู่แล้วสิ ก่อนอื่นทักทายเพื่อนของน้าก่อนเร็วเข้า" เจียงหลงเจินเบี่ยงตัวหลบ ให้เซี่ยปิงฉางมองเห็นคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังนาง หญิงสาวมองสตรีนางนั้นด้วยความสนใจ อีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้นางอย่างเป็นมิตร " เพื่อนของท่านน้า?" " ใช่แล้ว! นางชื่อหมู่ตาน " " พี่หมู่ตาน ข้าชื่อเซี่ยปิงฉาง " คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นห

  • สวมรอยแค้นแทนคุณหนูผู้อาภัพ   ตอนที่ 1.2 หมู่ตาน

    น่าแปลกที่นางไม่ร้องไห้คร่ำครวญมากนัก กลับทำใจได้อย่างง่ายดาย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะอยู่ห่างไกลกับสามีมานาน ทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยมีเริ่มเจือจาง และเคยทำใจไว้แล้วว่าสักวันเขาจะต้องมีสตรีนางใหม่แน่" ฝนตกอีกแล้ว " น้ำเสียงที่เคยเงียบไปหลายชั่วยามเอ่ยขึ้น " ไม่รู้ฉางเอ๋อร์ของข้าจะเป็นเช่นไรบ้าง"" ลูกสาวของท่านหรือเจ้าคะ?"คนถูกถามส่ายหน้า " หลานสาวของข้าน่ะ " ใบหน้างดงามของสตรีที่น่าจะมีอายุประมาณสามสิบปีหันมามองหมู่ตาน ก่อนเอ่ย " ตั้งแต่พี่สาวของข้าตายไป หลานสาวของข้าก็ถูกส่งไปอยู่ที่เรือนนอก ซึ่งเป็นทางผ่านไปเมืองของเจ้าพอดี "หมู่ตานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม อีกฝ่ายก็กล่าวต่อว่า" เป็นเพราะสามีสารเลวของพี่สาวข้าคนเดียว พอเขารู้ว่านางคลอดเด็กที่ไม่สมประกอบออกมา เขาก็ขับไล่ไสส่งหลานข้าประหนึ่งสุนัขน่ารังเกียจตัวหนึ่ง และทำให้พี่สาวข้าตรอมใจตาย "คนพูดทำสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ พยายามกล้ำกลืนความเสียใจลงคอ กะพริบตาไล่ความร้อนผ่าวตรงขอบตา ปรับสีหน้าให้กลับมาสงบนิ่งตามเดิม" สิ่งที่ข้าพอจะทำได้ก็คือมาเยี่ยมเยียนนางเดือนละครั้ง เพื่อทำให้นางไม่รู้สึกโดดเดี่ยว"หมู่ตานนั่งฟั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status