Share

2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (3)

Penulis: rasita_suin
last update Tanggal publikasi: 2025-02-23 12:52:07

“นั่นคือ...”

นางเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น

“ดวงจิตลูกข้ายังอ่อนแอนัก เขาไม่อาจทนต่อสายฟ้าฟาดได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปข้าต้องสูญเสียเขาเป็นแน่”

หนิงเฟิ่งพยายามใช้กำลังของตนสร้างเกราะป้องกันให้กับดวงจิตวิญญาณดวงน้อยของบุตรตนที่เกือบจะต้องแตกดับเพราะพลังสายฟ้า ปราการสีทองเปล่งประกายก่อตัวเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งล้อมรอบ

ฟางเซียนมารดาของหนิงเฟิ่งเป็นเทพธิดาเผ่าบุปผา หนิงเฟิ่งจึงสามารถใช้พลังของเผ่าบุปผาได้ อิงอิงนั้นเทพธิดาสร้างขึ้นจากดอกอิงฮวาเพื่อให้เป็นเพื่อนเล่นกับบุตรสาวของตนมาตั้งแต่อายุยังน้อย

“ดอกอวี้หลันนี้ เจ้านำไปปลูกไปไว้ที่อุทยานตำหนักฮวาหรงของข้าในวังไท่จื่อ ข้าหวังให้เขาแข็งแกร่งดั่งดอกอวี้หลันที่มีกลีบแข็งแรง”

ขณะพูดหนิงเฟิ่งมองดอกอวี้หลันทองสุกสกาวในมืออย่างเศร้าสร้อย

“อย่าให้ใครรู้เห็น หรือเข้าใกล้ลูกข้าก่อนข้าจะรับพลังสายฟ้าครบสามวันสามคืน”

“แต่เป็นเช่นนี้แล้วพลังปราณของท่านอาจรับสายฟ้าฟาดไม่ไหว ผิวกายปริแตก”

อิงอิงเกรงว่านายตนจะต้องเจ็บปวดทรมาน

“ข้าต้องปกป้องลูกข้า”

ยิ่งได้ฟังเสียงหวานพร่าที่ราวแหลกสลายแล้วของพระชายาอิงอิงก็ยิ่งร้องไห้หนักด้วยความเสียใจ

“เหตุใดท่านไม่บอกเรื่องนี้กับไท่จื่อ หากรู้ ไท่จื่อย่อมต้องไม่ลงทัณฑ์ท่านหนักหนาเช่นนี้”

หนิงเฟิ่งไม่ใช่แม่ทัพ ไม่มีตำแหน่งขุนพลใดในทัพ นางออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่ไท่จื่อไม่เคยขาด ด้วยคำสัตย์สัญญามีทุกข์ร่วมต้านในวันแต่งงาน ไม่เคยปล่อยให้ไท่จื่อต้องเผชิญภยันตรายเพียงลำพัง แต่การรบครั้งล่าสุดนางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก แม้ไม่สบายตัวมาสองสามวันนางก็พร้อมออกศึกทว่ากลับหน้ามืดเกินกว่าจะลุกขึ้นไหว อิงอิงจึงรีบตามหมอมาดูอาการทำให้ได้รู้ว่าตนตั้งครรภ์ หนิงเฟิ่งยังไม่ต้องการให้ใครอื่นรู้แม้แต่บิดามารดา นางรอบอกกับไท่จื่อก่อนผู้ใด อธิษฐานให้เขามีชัยกลับมาและรับฟังข่าวดีเรื่องลูกโดยเร็ว

“อีกอย่างเพราะองค์ชายบาดาลเจ้าเล่ห์นั่นหลอกท่าน ใช้โอกาสเพียงชั่วครู่ที่ข้าไม่อยู่กับท่าน คิดล่วงเกิน ท่านไม่ได้ทำให้เกียรติของไท่จื่อเสื่อมเสีย ท่านปกป้องตัวเองและเกียรติของไท่จื่อโดยแท้”

เมื่อได้รู้ข่าวไท่จื่อจากองค์ชายบาดาลหนิงเฟิ่งก็เป็นห่วงมากจึงเร่งรีบตามเขามาโดยไม่ทันคิดสิ่งใด แต่มานึกแปลกใจว่าหากต้องการพบนาง ไท่จื่อย่อมต้องส่งคนของตนมา เพราะสงสัยจึงสั่งให้อิงอิงไปหาทางสืบข่าว ไม่คิดว่าซีเหวินจะจ้องหาโอกาสมุ่งร้ายกับตนอยู่ก่อนแล้ว เพียงลับหลังคนของนางองค์ชายเผ่าบาดาลก็เข้ามาเผยความจริงและธาตุแท้ บอกว่ายังไม่ตัดใจจากนาง คิดบังคับฝืนใจเมื่อนางปฏิเสธ หนิงเฟิ่งย่อมมีพลังมากกว่าอีกฝ่าย นางไม่ได้พลั้งมือแต่จงใจสังหารผู้คิดร้าย

นางฆ่าคนที่สมควรตาย ไม่คิดว่าผิด จึงไม่มีความละอายใจใดๆ

“อิงเอ๋อร์ แม้แต่เจ้ายังเชื่อใจและอยู่เคียงข้างข้า แต่ไท่จื่อ...”

หนิงเฟิ่งเงียบไป ยิ่งพูดยิ่งตอกย้ำตนเอง เพียงแค่คิดก็เจ็บในอกเหมือนเข็มทิ่งแทง ชายาเช่นนางเป็นเพียงเครื่องประดับเกียรติสำหรับสวามี ความบริสุทธิ์ใจของนางไม่สำคัญเท่าหน้าตาของเขา

“เจ้ารีบไปเถิด แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่”

“พระชายา”

“ฝากดูแลลูกข้าด้วย รอข้าอยู่ที่ตำหนักฮวาหรง”

อิงอิงไม่อยากจากไป แต่พระชายาส่งดวงจิตน้อยมาให้เป็นเวลาเดียวกับที่เทพสายฟ้ากลับมา นางต้องรับไว้และรีบซ่อนดอกอวี้หลันไว้ เมื่อนายฝากฝังหน้าที่ดูแลดวงจิตน้อยอันแสนสำคัญนี้นางจึงจำใจต้องทำ

เสียงสายฟ้าฟาดเบื้องหลังเหมือนฟาดใส่หัวใจนาง หากอิงอิงก็ไม่อาจหันกลับไป

==========

หนิงเฟิ่งเจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ใช้พลังบางส่วนปกป้องลูก ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก T^T

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (4)

    เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง แล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ เพราะสองคนผู้มาใหม่พร้อมกับบิดามารดานั้นดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ทั้งฝ่ายผู้หญิงยังเดินตรงมาหานางเร็วกว่าคนอื่นและจับมือทันที“ช่างสวยน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก”อวี้หลันยืนงง ขณะอีกฝ่ายลูบผมนาง“หลันเอ๋อร์ นี่คือท่านย่าของเจ้า”มารดาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบา“ท่านย่า”สาวน้อยย่อตัวลงเล็กน้อยแม้จะยังอึ้งแปลกใจ และบิดาก็เอ่ยขึ้นนางจึงต้องหันมองตาม“แล้วนี่ก็ท่านปู่”“ท่านปู่”นางย่อตัวลงอีกครั้ง สบตาคมดูมีอำนาจของผู้เป็นปู่แวบเดียวก็หลบ แล้วก็ต้องยิ้มบางกับท่านย่าที่ประคองสองข้างแก้มตน“ไหนให้ย่าดูชัดๆ สิ เหมือนเจิ้งหานเมื่อยังเด็ก แต่ก็คล้ายหนิงเฟิ่ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโตถึงเพียงนี้”“หากพวกท่านมาเยี่ยมท่านพ่อบ่อยๆ ก็จะไม่คิดว่าข้าโตเร็ว”“หลันเอ๋อร์”หนิงเฟิ่งดุเสียงเบา ทว่าอวี้หลันไม่ได้สลดนัก นางคิดว่านางพูดความจริง ตนนั้นเห็นว่าบิดาเป็นเซียนปลายแถวทำสวน หากก็รักท่านมาก ทั้งเมื่อเห็นญาติฝ่ายมารดามาเยี่ยมไม่เคยขาด ยังอดคิดไม่ได้ว่าบิดาคงโดดเดี่ยวไร้ญาติ น่าสงสาร แต่นางก็ไม่เคยพูดสิ่งนี้กับผู้ใด“จริงนี่เจ้าคะ ข้าคิดว่

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (3)

    “แล้วนี่จะเรียกว่าท่านปรนนิบัติได้อย่างไร”นางนึกหมั่นไส้คนที่ถูกตำหนิแล้วยังยิ้มกลับมาตรงหน้านัก“อย่างนี้ไงเล่า”มือหนาข้างหนึ่งวางกระชับสะโพกผาย ส่วนอีกข้างทาบเหนือทรวงอวบขาวแล้วฟอนเฟ้นพร้อมเพรียงกัน ทั้งยังสลับไปมาขณะที่สะโพกแกร่งด้านล่างก็ขยับเร้าร่างหญิงสาวจนในที่สุดหนิงเฟิ่งก็ต้องเคลื่อนไหวสะโพกตนตามอีกฝ่าย“อืม ไม่นะ นี่ข้าปรนนิบัติท่าน”มือเกาะบ่าหนาเป็นหลักขณะเอ่ยแย้ง“แล้วอย่างนี้เล่า”คราวนี้ปลายนิ้วแกร่งเปลี่ยนมาไล้วนเหนือสัดส่วนบอบบางด้านหน้าเร็วรี่จนหญิงสาวต้องกัดฟันครางยาวในลำคอ ซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งเพราะอ่อนไหวเสียดสยิวจนไม่อาจขยับได้อีกแล้ว ร่างงามเกร็งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกร้อนเหมือนไฟลุกท่วมตัวกระทั่งกระตุกอย่างรุนแรง เอนกายเข้าหาร่างแกร่ง และแขนกำยำก็โอบกอดนางไว้ ขณะที่สะโพกหนาเคลื่อนไหวเชื่องช้าเหมือนกำลังเริ่มต้น หากหนิงเฟิ่งก็รู้ว่าเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้“พอใจหรือยังชายาที่รักของข้า”นางกัดฟันไม่ยอมตอบหากกลับนั่งตั้งหลักอย่างมุ่งมั่น โยกไหวสะโพกสวนกลับชายหนุ่ม เร่งจังหวะให้เร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว เห็นว่าชายหนุ่มเองก็ขบกรามแน่นเช่นกันนางก็นึกพอใจ ในเมื่อถูกเล่นง

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (2)

    “องค์ชายเจิ้งหานมาขอพบเจ้าค่ะ”อิงอิงกระซิบบอกผู้ที่อยู่ในสระอาบน้ำเล็กหนิงเฟิ่งขมวดคิ้ว นึกแปลกใจด้วยปกติแล้วเจิ้งหานจะไม่เข้ามาในตำหนักหากไม่มีกิจจำเป็น ทั้งยังในเวลาส่วนตัวเช่นนี้ทว่าวันนี้เขามาร่วมโต๊ะกับเทพธิดาบุปผาที่ต้อนรับไท่จื่อสวรรค์ในตำหนัก ส่วนหนิงเฟิงกับลูกอยู่ที่ตำหนักเล็กของตน เพราะเห็นว่าเป็นการใหญ่เกินไป นางไม่อยากให้อวี้หลันคิดว่าตนนั้นอยู่เหนือผู้อื่น อยากให้ลูกเป็นเทพเซียนน้อยผู้หนึ่งในดินแดนบุปผาเท่านั้น“เวลาเช่นนี้น่ะหรือ”เวลาที่นางอาบน้ำอยู่...อีกฝ่ายคงเพิ่งแยกจากไท่จื่อจิ่นลี่แล้วมายังตำหนักเล็กนี้“อิงอิงจะไปทูลว่าองค์หญิงยังไม่สะดวก”อิงอิงเอ่ยอย่างรู้ใจ ทว่าเสียงเข้มดังขึ้นห่างออกไป“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเจ้า”เจิ้งหานเชิญตนเองเข้ามา ทำเอาอิงอิงหน้าเสีย ตำหนักเล็กของหนิงเฟิ่งนั้นมีเพียงอิงอิง เพราะนางต้องการเพียงเท่านี้ และถือว่าตนนั้นเป็นเพียงผู้อาศัยเทพธิดาบุปผาจึงไม่ต้องการมีคนมาคอยห้อมล้อมเช่นตอนที่อยู่เผ่าวิหค หรือแม้แต่บนสวรรค์ นางต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองแม้มีม่านกั้นหากหนิงเฟิ่งก็รู้สึกขนลุกและวูบวาบตามผิวกายเพียงได้ยินเสียงเข้มของเจิ้งห

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (1)

    ไท่จื่อจิ่นลี่เพิ่งเคยมายังดินแดนบุปผาครั้งแรก ความงดงามชื่นตาชื่นใจจากพันธุ์ไม้ดอกไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นในทันทีที่เหยียบย่างเข้ามา“ท่านมาพบผู้ใด โปรดแจ้งนาม”ผู้ที่เฝ้าประตูทางเข้าดูค่อนข้างมีอายุ หากก็ไม่ถึงกับดุเข้มจนน่ากลัว“ข้ามาพบเจิ้งหาน บอกเขาว่าจิ่นลี่มาเยี่ยมเยือน”ครั้งนี้เขาลงไปแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมบ้านเรือนมนุษย์กับหวังหย่ง และผ่านดินแดนบุปผาจึงอยากเยี่ยมพี่ชายที่ไม่พบหน้ากันมาถึงพันสองร้อยปี“ชื่อท่านช่างคุ้นยิ่งนัก”หวังหย่งขยับจะพูด ทว่าจิ่นลี่เหลือบมองห้ามปรามจึงเงียบไป“เชิญตามข้ามาทางนี้”อีกฝ่ายไม่ซักไซ้สงสัย ทั้งยังนำทางโดยง่าย จิ่นลี่ก็ยิ้มบางแล้วเดินตามไปโดยมีหวังหย่งผู้ที่มีหน้าที่ช่วยราชกิจไท่จื่อแบบใช้กำลังตามติดไม่ห่าง ส่วนจางหย่งนั้นเป็นผู้ดูแลงานด้านงบประมาณและฎีกาเมื่อมาถึงหน้ากระท่อมเนินเขาที่มีไร่ดอกไม้ล้อมรอบจิ่นลี่ก็รู้สึกไม่ดียิ่งนัก พี่ชายตนต้องลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่อยู่หลับนอนก็เป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ หากมารดามาเห็นคงปวดใจ ยิ่งบิดาคงยิ่งกรุ่นโกรธผู้นำทางไปแล้วจิ่นลี่กำลังคิดว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ก็มีเสียงหวานใสของผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ห่างนัก“พ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (2)

    “ยอดดวงใจของข้า เจ้าเจ็บปวดกับสิ่งที่ข้าทำ ไม่ยกโทษให้ไปอีกแสนปีก็ย่อมได้ ตามแต่ใจเจ้าต้องการ แต่ความรักของข้าก็ยังเป็นเจ้า หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้าเสมอหนิงเฟิ่ง”บอกแล้วปากได้รูปก็จูบลงบนหน้าผากสวยราวตอกย้ำคำพูดตน เขาไม่ต้องการขอให้อีกฝ่ายยกโทษให้อีกแล้ว นับจากได้ยินว่าตนสั่งลงทัณฑ์สายฟ้าจนเกือบสูญเสียลูกน้อยและหนิงเฟิ่งพยายามเพียงไรเพื่อให้อวี้หลันมีชีวิตอยู่ เจิ้งหานก็ปวดร้าวในอก เขาเกือบฆ่าลูกของตนไปแล้ว หากไม่เพราะหนิงเฟิ่งคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรือได้อุ้มลูกน้อย“ข้าไม่รู้”เสียงหวานพร่าเอ่ยเบาหวิว“แต่ข้ารู้เพียงว่า มีท่านอยู่ใกล้ ข้ากับลูกจะปลอดภัย”ใบหน้างดงามนองน้ำตาเงยขึ้น เจิ้งหานยิ้มรับกับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้น เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เขาก้มลงทาบทับปากได้รูปบนหน้าผากสวย เปลือกตาทั้งสองข้าง และข้างแก้มที่ชื้นด้วยน้ำตา ก่อนจะไล่มายังริมฝีปากอิ่ม จูบซับบางเบาแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น มือช้อนใต้ศีรษะเล็กเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแหงนเงยรับเขาปลายลิ้นอุ่นเริ่มเคลื่อนไล้ก่อนจะรุกล้ำภายในปากนุ่มเพราะอีกฝ่ายเปิดหนทาง หนิงเฟิ่งจูบตอบคลอเคลียกับชายหนุ่มอย่างยินยอม สองแขนเรียวเค

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (1)

    หนิงเฟิ่งลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่จำเหตุการณ์สุดท้ายได้จึงรีบผวาลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าบุตรสาวนอนอยู่ในอ้อมกอดระหว่างกลางร่างตนกับเจ้าของร่างสูงสง่า ทั้งยังหายใจขึ้นลงผะแผ่วเป็นปกติก็ถอนหายใจ เหลือบมองใบหน้าคมคายที่ค่อนข้างซีดแล้วก็แตะหลังมือบนหน้าผากกว้างอีกฝ่ายตัวอุ่นแต่ดูเหมือนคนป่วยทำให้นางขมวดคิ้ว ทว่ามาคิดดูแล้วคงเพราะเจิ้งหานใช้พลังเพื่อช่วยนางกับลูก เห็นอย่างนี้แล้วนางจะพาอวี้หลันกลับไปเลยก็คงไม่ได้ร่างอ้อนแอ้นลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกน้อยไปวางบนเตียงด้านใน ส่วนร่างสูงของเจิ้งหานนางร่ายเวทย์เคลื่อนย้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าของทั้งเขากับลูกและตนเอง ห่มผ้าให้ทั้งคู่อย่างเรียบร้อยก่อนจะออกไปด้านนอกหนิงเฟิ่งไปยังบ่อน้ำทิพย์และนำน้ำกลับมาให้เจิ้งหานดื่ม นางพยายามค่อยๆ ประคองอีกฝ่ายให้ดื่มน้ำทิพย์จนสำเร็จ เช็ดปากและห่มผ้าให้เช่นเดิม ทว่าพอจะลุกขึ้นกลับถูกจับข้อมือไว้“นี่ท่านฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”นางหันไปมองพร้อมกับเอ่ยเสียงเข้ม“เพิ่งรู้สึกตัวก่อนที่เจ้าจะเข้ามานี่แหละ พอได้ยินเสียงก็เลยหลับตาลงต่อ”“ท่านหลอกข้า”หนิงเฟิ่งพยายามดึงมือออกจากอีกฝ่ายให้ได้“เปล่าเลย แค่หลับตา

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   16.ขอลูกจากเจ้าสักคน (1)

    เฟยเซียงยังหวาดหวั่นกับความชิดใกล้ที่ไม่เคยลึกซึ้งระหว่างตนกับสามี หากก็เข้าใจดีว่าสตรีที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้ย่อมไร้ค่าไร้ความหมาย ผู้เป็นสามีรักใคร่นางนั้นเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัด เขาไม่มีความรังเกียจในรอยแผลบนใบหน้าของนาง ไม่เคยมองนางด้วยสายตาอื่นนอกจากอบอุ่นรักมั่น ถนอมน้ำใจของนางเสมอมา เฟยเซียงใช

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   13.ล้วนเพื่อนางที่รัก (2)

    อี้เฉิงพกผ้าเช็ดหน้ารูปกระต่ายน้อยติดตัวลงไปในสนามประลอง การประลองครั้งนี้จัดขึ้นในกองของขุนพลพยัคฆ์ขาว แต่ก็มีขุนพลพยัคฆ์คนอื่นร่วมเป็นกรรมการ โดยแม่ทัพลู่มาเป็นประธาน และมีบรรดาทหารในสังกัดพยัคฆ์ขาวกับกองอื่นเข้าชมด้วยตามอัชฌาสัยรอบแรกอี้เฉิงได้คู่ประลองที่ตัวโตกว่าตนมาก หากก็สามารถเอาตัวรอดมาได

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   7.ดอกไม้งามที่ถูกซ่อนเร้น (2)

    ฉึก! ฉึก!เสียงดังแปลกๆ ดึงเฟยเซียงที่ตกอยู่ในภวังค์ให้รู้สึกตัว“เสียงอะไรเจ้าคะ”เจียวเหมยเอ่ยพร้อมจับมือคุณหนูทั้งสองแน่น“โจร...โจรขอรับคุณหนู”คนบังคับรถม้าร้องบอกเสียงดังเย่วซินจะขยับออกไปดูแต่เจียวเหมยห้ามไว้“อันตรายนะเจ้าคะคุณหนูใหญ่”“ข้าดูแลตัวเองได้”นางหันมาบอกอย่างไม่เกรงกลัว ห่วงเพีย

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   6.คุณหนูรองผู้น่าสงสาร (1)

    “ปินปิน”ลู่ฮูหยินเอ่ยเรียกบุตรชายด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่สาวใช้พี่เลี้ยงอุ้มคุณชายเล็กให้ออกมายืนห่างจากสระน้ำ ส่วนคนในบ้านผู้ชายรีบกระโดดลงไปช่วยคุณหนูรอง“เกิดอะไรขึ้นกัน ปินปินเป็นอะไรหรือเปล่าลูก”“ท่านแม่ พี่รอง ตีข้า ฮือ...”หนูน้อยลู่ปินบอกพร้อมสะอึกสะอื้น วิ่งมากอดผู้เป็นแม่“ว่าไงนะ เจ้าถ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status