بيت / แฟนตาซี / สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา / 1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (1)

مشاركة

สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา
สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา
مؤلف: rasita_suin

1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (1)

مؤلف: rasita_suin
last update تاريخ النشر: 2025-02-23 12:44:14

“เราต้องบุกแล้วไท่จื่อ”

แม่ทัพข้างกายรายงานผู้บัญชาการใหญ่ของทัพซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะตัวใหญ่ที่มีแผนที่จำลองเสมือนจริงของดินแดนมนุษย์โดยถูกเผ่าปิศาจครอบครองลอยอยู่ตรงกลาง

“หากไม่เคลื่อนทัพเวลานี้ เราอาจตีขนาบพร้อมทัพท่านเทพสงครามไม่ทัน”

ทัพสวรรค์แบ่งออกเป็นสองทัพนำโดยองค์ไท่จื่อเจิ้งหานที่มีทัพเสริมเป็นเผ่าวิหคหนึ่งทัพ กับเทพสงครามจิ่นลี่ซึ่งบุกมาพร้อมเผ่าบาดาลพันธมิตรอีกหนึ่งทัพ แม้กองทัพพร้อมแล้วทว่าผู้บัญชาการก็ยังไม่สั่งเคลื่อนพลทำให้แม่ทัพสวรรค์กับเผ่าวิหคต่างก็เริ่มกังวล

“เคลื่อนทัพ”

ไท่จื่อเจิ้งหานนิ่งเงียบไม่นานนักก็เอ่ยขึ้น

“แต่พระชายา...”

รองแม่ทัพเผ่าวิหคจะเอ่ยทัดทานแต่แม่ทัพกลับกระแทกแขนห้ามเอาไว้อีกฝ่ายจึงหยุดปาก

“รับบัญชา”

เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยขัด แม่ทัพสวรรค์มือขวาของเทพสงครามที่ร่วมทัพกับไท่จื่อเพื่อประสานกลศึกระหว่างสองทัพก็รับคำก่อนสั่งการออกไป

“สั่งกองพลเตรียมเคลื่อนทัพ”

คำสั่งมากองทัพพร้อม ไทจื่อนำทัพสวรรค์มุ่งหน้าสู่แดนมนุษย์ที่เวลานี้เหมือนเป็นกึ่งแดนปิศาจไปแล้ว ด้วยถูกปกครองโดยเผ่าปิศาจที่แผ่อิทธิพลรุกรานกินอาณาเขตกว้างขวางทั่วดินแดน ผู้คนถูกความมืดดำครอบงำจิตใจ เจ้าเมืองกับบรรดาขุนนางต่างก็แย่งชิงความเป็นใหญ่ ประชาชนถูกข่มเหงรีดไถลำบากยากแค้นถึงขั้นปล้นฆ่า เผ่าปิศาจใช้กลยุทธ์ให้มนุษย์ทำร้ายกันเองจึงกลืนกินได้โดยง่ายแทบไม่เปลืองแรง ทั้งยังมีเป้าหมายเป็นใหญ่เหนือดินแดนทั้งปวงอีกด้วย

“หนิงเอ๋อร์ล่ะท่านอา”

ฉีเฟิ่งรองแม่ทัพเผ่าวิหคกระซิบกับแม่ทัพสือเฟิ่ง

“นางมิได้มาร่วมทัพจะไม่เป็นการขัดบัญชาหรือ”

“หากกังวลเจ้าก็ควรใส่ใจในการรบ ตัดหัวแม่ทัพเผ่าปิศาจให้ได้ ทัพสวรรค์มีชัยด้วยฝีมือเผ่าวิหคอาจขอประทานอภัยให้หนิงเฟิ่งได้”

คนได้ยินสีหน้าไม่ดีนักด้วยนึกเป็นห่วงว่าผู้เป็นน้องอาจต้องโทษทัณฑ์ ใจส่วนหนึ่งนึกกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ น้องสาวของตนไม่เคยเหลวไหลเช่นนี้

กองทัพสวรรค์ตีประกบเผ่าปิศาจจากดินแดนบาดาลที่อยู่ระหว่างแดนปีศาจและมนุษย์พร้อมกับด้านบนจากดินแดนวิหค การสู้รบกินเวลาหลายวันหลายคืน กองทัพปิศาจอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ แม้ราชาผู้นำทัพจะมีพลังมหาศาลแต่ทหารมนุษย์อ่อนแอกว่าบรรดาเทพเซียน มีเพียงทหารจากเผ่าปิศาจที่พอรับมือไหว ทัพสวรรค์ไม่อาจเลี่ยงการโจมตีกองทัพของเหล่ามนุษย์ได้ ไท่จื่อต้องการให้สงครามจบลงโดยเร็วเพื่อไม่เป็นการทำลายมวลมนุษย์มากไปกว่านี้ และนำทัพบุกทะลวงมุ่งไปหาราชาปิศาจด้วยตัวเอง

ไท่จื่อเจิ้งหานใช้พลังเพลิงมังกรของตนสู้กับเฮยตงราชาปิศาจจนเพลี่ยงพล้ำเหมือนจะล่าถอย แต่กลับหันไปทำลายกองทัพมนุษย์ทำให้ไทจื่อต้องใช้พลังของตนปกป้อง

“ราชาปิศาจอย่างเจ้าอำมหิตนัก”

“หึ เจิ้งหานเอ๋ย มาช่วยพวกมนุษย์ตอนนี้มีประโยชน์อะไร ในเมื่อพวกเจ้าก็ทำลายล้างไปแล้วตั้งมากมาย เจ้าเองก็โหดร้ายไม่แพ้พวกเราชาวปิศาจหรอก ฮ่าๆๆ”

อีกฝ่ายหัวเราะร่า ทั้งยังสั่งให้ทัพของตนฆ่ามนุษย์ด้วยเช่น

“ฆ่ามนุษย์ให้หมด”

กองทัพสวรรค์จำต้องยื่นมือเข้าช่วยมนุษย์ และยิ่งไท่จื่อเจิ้งหานพะวงกับการใช้พลังบางส่วนต้านช่วยมนุษย์มากเท่าไรยิ่งเป็นโอกาสให้เฮยตงลงมือมากขึ้นกระทั่งแอบใช้อาวุธลับ ระหว่างนั้นองค์หญิงของเผ่าบาดาลที่ร่วมรบด้วยรีบทะยานเข้ามาใช้ตัวเองกำบังได้รับบาดเจ็บ ไท่จื่อรีบประคองนางเอาไว้ทำให้ถูกเล่นงานไปด้วย

เทพสงครามจิ่นลี่เข้ามารับมือเฮยตงต่อ แต่ไท่จื่อก็ส่งองค์หญิงให้เผ่าบาดาลไปแล้วกลับมาร่วมผนึกกำลังใช้เพลิงมังกรคู่ช่วยเทพสงคราม ทำให้เฮยตงไม่อาจต้านทานได้พลังปราณแตกซ่านบาดเจ็บสาหัส คนของเผ่าปิศาจจึงรีบพาล่าถอยและถอนกำลังตามไป

“ไท่จื่อ”

เมื่อเห็นว่าไท่จื่อเซเล็กน้อยพร้อมกระอักเลือดเทพสงครามก็รีบเข้ามาประคอง แม่ทัพคนอื่นก็ตามมาสมทบด้วย

“ท่านบาดเจ็บหนัก ข้าต้องรีบใช้พลังช่วย”

“เช่นนั้นรีบพาไท่จื่อกลับไปรักษาที่เผ่าวิหคเถิดท่านเทพ”

แม่ทัพสือเฟิ่งรีบเอ่ย

“ข้าว่าเชิญไท่จื่อกับท่านเทพที่เผ่าบาดาลน่าจะไม่เสียเวลานัก ในเมื่อเผ่าบาดาลใกล้กว่า”

แม่ทัพเผ่าบาดาลเองก็เสนอตัวเช่นกัน ทำให้แม่ทัพทั้งสองสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“คนเจ็บรอไม่ได้ ไปเผ่าบาดาลก็แล้วกัน”

เมื่อเทพสงครามจิ่นลี่น้องชายของไท่จื่อตัดสินใจจึงไม่มีผู้ใดกล้าขัด

==========

นิยายจีนโบราณเรื่องแรกของผู้เขียน เป็นแนวเทพเซียนค่ะ

ฝากติดตามต่อด้วยนะคะ ขอบคุณค่า ^-^

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (4)

    เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง แล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ เพราะสองคนผู้มาใหม่พร้อมกับบิดามารดานั้นดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ทั้งฝ่ายผู้หญิงยังเดินตรงมาหานางเร็วกว่าคนอื่นและจับมือทันที“ช่างสวยน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก”อวี้หลันยืนงง ขณะอีกฝ่ายลูบผมนาง“หลันเอ๋อร์ นี่คือท่านย่าของเจ้า”มารดาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบา“ท่านย่า”สาวน้อยย่อตัวลงเล็กน้อยแม้จะยังอึ้งแปลกใจ และบิดาก็เอ่ยขึ้นนางจึงต้องหันมองตาม“แล้วนี่ก็ท่านปู่”“ท่านปู่”นางย่อตัวลงอีกครั้ง สบตาคมดูมีอำนาจของผู้เป็นปู่แวบเดียวก็หลบ แล้วก็ต้องยิ้มบางกับท่านย่าที่ประคองสองข้างแก้มตน“ไหนให้ย่าดูชัดๆ สิ เหมือนเจิ้งหานเมื่อยังเด็ก แต่ก็คล้ายหนิงเฟิ่ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโตถึงเพียงนี้”“หากพวกท่านมาเยี่ยมท่านพ่อบ่อยๆ ก็จะไม่คิดว่าข้าโตเร็ว”“หลันเอ๋อร์”หนิงเฟิ่งดุเสียงเบา ทว่าอวี้หลันไม่ได้สลดนัก นางคิดว่านางพูดความจริง ตนนั้นเห็นว่าบิดาเป็นเซียนปลายแถวทำสวน หากก็รักท่านมาก ทั้งเมื่อเห็นญาติฝ่ายมารดามาเยี่ยมไม่เคยขาด ยังอดคิดไม่ได้ว่าบิดาคงโดดเดี่ยวไร้ญาติ น่าสงสาร แต่นางก็ไม่เคยพูดสิ่งนี้กับผู้ใด“จริงนี่เจ้าคะ ข้าคิดว่

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (3)

    “แล้วนี่จะเรียกว่าท่านปรนนิบัติได้อย่างไร”นางนึกหมั่นไส้คนที่ถูกตำหนิแล้วยังยิ้มกลับมาตรงหน้านัก“อย่างนี้ไงเล่า”มือหนาข้างหนึ่งวางกระชับสะโพกผาย ส่วนอีกข้างทาบเหนือทรวงอวบขาวแล้วฟอนเฟ้นพร้อมเพรียงกัน ทั้งยังสลับไปมาขณะที่สะโพกแกร่งด้านล่างก็ขยับเร้าร่างหญิงสาวจนในที่สุดหนิงเฟิ่งก็ต้องเคลื่อนไหวสะโพกตนตามอีกฝ่าย“อืม ไม่นะ นี่ข้าปรนนิบัติท่าน”มือเกาะบ่าหนาเป็นหลักขณะเอ่ยแย้ง“แล้วอย่างนี้เล่า”คราวนี้ปลายนิ้วแกร่งเปลี่ยนมาไล้วนเหนือสัดส่วนบอบบางด้านหน้าเร็วรี่จนหญิงสาวต้องกัดฟันครางยาวในลำคอ ซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งเพราะอ่อนไหวเสียดสยิวจนไม่อาจขยับได้อีกแล้ว ร่างงามเกร็งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกร้อนเหมือนไฟลุกท่วมตัวกระทั่งกระตุกอย่างรุนแรง เอนกายเข้าหาร่างแกร่ง และแขนกำยำก็โอบกอดนางไว้ ขณะที่สะโพกหนาเคลื่อนไหวเชื่องช้าเหมือนกำลังเริ่มต้น หากหนิงเฟิ่งก็รู้ว่าเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้“พอใจหรือยังชายาที่รักของข้า”นางกัดฟันไม่ยอมตอบหากกลับนั่งตั้งหลักอย่างมุ่งมั่น โยกไหวสะโพกสวนกลับชายหนุ่ม เร่งจังหวะให้เร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว เห็นว่าชายหนุ่มเองก็ขบกรามแน่นเช่นกันนางก็นึกพอใจ ในเมื่อถูกเล่นง

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (2)

    “องค์ชายเจิ้งหานมาขอพบเจ้าค่ะ”อิงอิงกระซิบบอกผู้ที่อยู่ในสระอาบน้ำเล็กหนิงเฟิ่งขมวดคิ้ว นึกแปลกใจด้วยปกติแล้วเจิ้งหานจะไม่เข้ามาในตำหนักหากไม่มีกิจจำเป็น ทั้งยังในเวลาส่วนตัวเช่นนี้ทว่าวันนี้เขามาร่วมโต๊ะกับเทพธิดาบุปผาที่ต้อนรับไท่จื่อสวรรค์ในตำหนัก ส่วนหนิงเฟิงกับลูกอยู่ที่ตำหนักเล็กของตน เพราะเห็นว่าเป็นการใหญ่เกินไป นางไม่อยากให้อวี้หลันคิดว่าตนนั้นอยู่เหนือผู้อื่น อยากให้ลูกเป็นเทพเซียนน้อยผู้หนึ่งในดินแดนบุปผาเท่านั้น“เวลาเช่นนี้น่ะหรือ”เวลาที่นางอาบน้ำอยู่...อีกฝ่ายคงเพิ่งแยกจากไท่จื่อจิ่นลี่แล้วมายังตำหนักเล็กนี้“อิงอิงจะไปทูลว่าองค์หญิงยังไม่สะดวก”อิงอิงเอ่ยอย่างรู้ใจ ทว่าเสียงเข้มดังขึ้นห่างออกไป“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเจ้า”เจิ้งหานเชิญตนเองเข้ามา ทำเอาอิงอิงหน้าเสีย ตำหนักเล็กของหนิงเฟิ่งนั้นมีเพียงอิงอิง เพราะนางต้องการเพียงเท่านี้ และถือว่าตนนั้นเป็นเพียงผู้อาศัยเทพธิดาบุปผาจึงไม่ต้องการมีคนมาคอยห้อมล้อมเช่นตอนที่อยู่เผ่าวิหค หรือแม้แต่บนสวรรค์ นางต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองแม้มีม่านกั้นหากหนิงเฟิ่งก็รู้สึกขนลุกและวูบวาบตามผิวกายเพียงได้ยินเสียงเข้มของเจิ้งห

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (1)

    ไท่จื่อจิ่นลี่เพิ่งเคยมายังดินแดนบุปผาครั้งแรก ความงดงามชื่นตาชื่นใจจากพันธุ์ไม้ดอกไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นในทันทีที่เหยียบย่างเข้ามา“ท่านมาพบผู้ใด โปรดแจ้งนาม”ผู้ที่เฝ้าประตูทางเข้าดูค่อนข้างมีอายุ หากก็ไม่ถึงกับดุเข้มจนน่ากลัว“ข้ามาพบเจิ้งหาน บอกเขาว่าจิ่นลี่มาเยี่ยมเยือน”ครั้งนี้เขาลงไปแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมบ้านเรือนมนุษย์กับหวังหย่ง และผ่านดินแดนบุปผาจึงอยากเยี่ยมพี่ชายที่ไม่พบหน้ากันมาถึงพันสองร้อยปี“ชื่อท่านช่างคุ้นยิ่งนัก”หวังหย่งขยับจะพูด ทว่าจิ่นลี่เหลือบมองห้ามปรามจึงเงียบไป“เชิญตามข้ามาทางนี้”อีกฝ่ายไม่ซักไซ้สงสัย ทั้งยังนำทางโดยง่าย จิ่นลี่ก็ยิ้มบางแล้วเดินตามไปโดยมีหวังหย่งผู้ที่มีหน้าที่ช่วยราชกิจไท่จื่อแบบใช้กำลังตามติดไม่ห่าง ส่วนจางหย่งนั้นเป็นผู้ดูแลงานด้านงบประมาณและฎีกาเมื่อมาถึงหน้ากระท่อมเนินเขาที่มีไร่ดอกไม้ล้อมรอบจิ่นลี่ก็รู้สึกไม่ดียิ่งนัก พี่ชายตนต้องลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่อยู่หลับนอนก็เป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ หากมารดามาเห็นคงปวดใจ ยิ่งบิดาคงยิ่งกรุ่นโกรธผู้นำทางไปแล้วจิ่นลี่กำลังคิดว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ก็มีเสียงหวานใสของผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ห่างนัก“พ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (2)

    “ยอดดวงใจของข้า เจ้าเจ็บปวดกับสิ่งที่ข้าทำ ไม่ยกโทษให้ไปอีกแสนปีก็ย่อมได้ ตามแต่ใจเจ้าต้องการ แต่ความรักของข้าก็ยังเป็นเจ้า หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้าเสมอหนิงเฟิ่ง”บอกแล้วปากได้รูปก็จูบลงบนหน้าผากสวยราวตอกย้ำคำพูดตน เขาไม่ต้องการขอให้อีกฝ่ายยกโทษให้อีกแล้ว นับจากได้ยินว่าตนสั่งลงทัณฑ์สายฟ้าจนเกือบสูญเสียลูกน้อยและหนิงเฟิ่งพยายามเพียงไรเพื่อให้อวี้หลันมีชีวิตอยู่ เจิ้งหานก็ปวดร้าวในอก เขาเกือบฆ่าลูกของตนไปแล้ว หากไม่เพราะหนิงเฟิ่งคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรือได้อุ้มลูกน้อย“ข้าไม่รู้”เสียงหวานพร่าเอ่ยเบาหวิว“แต่ข้ารู้เพียงว่า มีท่านอยู่ใกล้ ข้ากับลูกจะปลอดภัย”ใบหน้างดงามนองน้ำตาเงยขึ้น เจิ้งหานยิ้มรับกับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้น เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เขาก้มลงทาบทับปากได้รูปบนหน้าผากสวย เปลือกตาทั้งสองข้าง และข้างแก้มที่ชื้นด้วยน้ำตา ก่อนจะไล่มายังริมฝีปากอิ่ม จูบซับบางเบาแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น มือช้อนใต้ศีรษะเล็กเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแหงนเงยรับเขาปลายลิ้นอุ่นเริ่มเคลื่อนไล้ก่อนจะรุกล้ำภายในปากนุ่มเพราะอีกฝ่ายเปิดหนทาง หนิงเฟิ่งจูบตอบคลอเคลียกับชายหนุ่มอย่างยินยอม สองแขนเรียวเค

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (1)

    หนิงเฟิ่งลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่จำเหตุการณ์สุดท้ายได้จึงรีบผวาลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าบุตรสาวนอนอยู่ในอ้อมกอดระหว่างกลางร่างตนกับเจ้าของร่างสูงสง่า ทั้งยังหายใจขึ้นลงผะแผ่วเป็นปกติก็ถอนหายใจ เหลือบมองใบหน้าคมคายที่ค่อนข้างซีดแล้วก็แตะหลังมือบนหน้าผากกว้างอีกฝ่ายตัวอุ่นแต่ดูเหมือนคนป่วยทำให้นางขมวดคิ้ว ทว่ามาคิดดูแล้วคงเพราะเจิ้งหานใช้พลังเพื่อช่วยนางกับลูก เห็นอย่างนี้แล้วนางจะพาอวี้หลันกลับไปเลยก็คงไม่ได้ร่างอ้อนแอ้นลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกน้อยไปวางบนเตียงด้านใน ส่วนร่างสูงของเจิ้งหานนางร่ายเวทย์เคลื่อนย้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าของทั้งเขากับลูกและตนเอง ห่มผ้าให้ทั้งคู่อย่างเรียบร้อยก่อนจะออกไปด้านนอกหนิงเฟิ่งไปยังบ่อน้ำทิพย์และนำน้ำกลับมาให้เจิ้งหานดื่ม นางพยายามค่อยๆ ประคองอีกฝ่ายให้ดื่มน้ำทิพย์จนสำเร็จ เช็ดปากและห่มผ้าให้เช่นเดิม ทว่าพอจะลุกขึ้นกลับถูกจับข้อมือไว้“นี่ท่านฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”นางหันไปมองพร้อมกับเอ่ยเสียงเข้ม“เพิ่งรู้สึกตัวก่อนที่เจ้าจะเข้ามานี่แหละ พอได้ยินเสียงก็เลยหลับตาลงต่อ”“ท่านหลอกข้า”หนิงเฟิ่งพยายามดึงมือออกจากอีกฝ่ายให้ได้“เปล่าเลย แค่หลับตา

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   23.คนผิดย่อมไม่ลอยนวล (2)

    “แม่จะมอบพลังปราณให้เจ้าเอง”ราชินีฟางเซียนเอ่ยด้วยความอยากช่วยทั้งลูกและหลาน“เอ...ข้าคิดว่า ข้ากับท่านช่วยกันสร้างกายทิพย์ให้อวี้หลันน้อยน่าจะดีกว่า อย่างไรเราก็สายเลือดเดียวกัน หนิงเอ๋อร์เองก็จะได้พัก มีเวลาให้พลังฟื้นตัวด้วย”เทพธิดาบุปผาออกความเห็น“นั่นเป็นความคิดที่ดี”ผู้เป็นพี่สาวเห็นด้วย

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   7.ดอกไม้งามที่ถูกซ่อนเร้น (2)

    ฉึก! ฉึก!เสียงดังแปลกๆ ดึงเฟยเซียงที่ตกอยู่ในภวังค์ให้รู้สึกตัว“เสียงอะไรเจ้าคะ”เจียวเหมยเอ่ยพร้อมจับมือคุณหนูทั้งสองแน่น“โจร...โจรขอรับคุณหนู”คนบังคับรถม้าร้องบอกเสียงดังเย่วซินจะขยับออกไปดูแต่เจียวเหมยห้ามไว้“อันตรายนะเจ้าคะคุณหนูใหญ่”“ข้าดูแลตัวเองได้”นางหันมาบอกอย่างไม่เกรงกลัว ห่วงเพีย

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (2)

    กรงจักรวัฎสงสารอยู่ตรงหน้า หนิงเฟิ่งยืนเคียงข้างเทพชะตา สำหรับนางแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก เวลานี้ลูกของนางปลอดภัยที่ดินแดนบุปผา หลังเผชิญวิบากกรรมนางก็จะได้ไปอุ้มชูลูกน้อยที่นั่น แม้ในโลกมนุษย์จะกินเวลาหลายสิบปี ทว่าดินแดนเทพเซียนก็เพียงไม่กี่วัน“พระชายา ลำบากท่านแล้ว”“ข้าจะไม่ใช่พระชายาอีกแล้ว”

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   4.สวรรค์ไร้ใจ ไร้เมตตา (1)

    หนิงเฟิ่งปรากฏกายกลางท้องพระโรงตำนักสวรรค์ชั้นฟ้าในสภาพที่เสื้อผ้าร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากสายฟ้า นางรำที่กำลังโชว์ต่อหน้าธารกำนัลที่มาร่วมงานรื่นเริ่งมงคลสวรรค์ต่างก็หยุดลง เทพเซียนทั้งหมดต่างก็หันมาสนใจร่างบอบบางที่บาดเจ็บหนักของพระชายาไท่จื่อ“หนิงเฟิ่ง”ฮองเฮาสวรรค์ฮุ่ยเฟิ่งพึมพำแล้วรีบลงไปช่ว

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status