Masuk“สวัสดีครับพี่พีช” นัยน์ตาหวานมองไปยังคนที่พึ่งจะมาถึง พิชชาแย้มยิ้มให้กับเธอไม่วายกระชับแขนร่างสูงของคนที่หล่อนมาด้วย
“ไม่คิดนะว่าจะเจอเรากับ…น้องสาวพี่ที่นี่” หล่อนพูดในขณะที่สายตาเจ้าเล่ห์เลื่อนมองไปยังคนที่เรียกว่าเป็น ‘น้องสาว’
เหมือนถูกแช่แข็งฉับพลันเพราะสายตาหันไปปะทะกับชายหนุ่มที่นอนร่วมเตียงเดียวกันอยู่ทุกคืน นาวินไม่ได้ยิ้มทักทายอะไรภรรยาตัวน้อย ใบหน้าหล่อเหลาติดเรียบเฉยเสียมากกว่า
แม้ภายนอกจะพยายามแสร้งสงบนิ่งขนาดไหน แต่ในใจรู้ดีว่ามันร้อนรนไม่ชอบใจเมื่อเจอคนซึ่งเขาตามหาตั้งแต่เย็นอยู่ที่นี่!
การกระทำของพิมพ์พลอยสะกิดใจนาวินอย่างจัง คนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเขาไม่ควรนัวเนียกับผู้ชายอยู่ตรงนี้
…โดยเฉพาะผู้ชายที่ไม่ใช่สามี!
“นั่งด้วยกันมั้ยครับ” เอ่ยชวนตามมารยาท
“ไม่เป็นไรไม่อยากรบกวนทั้งสองคน ขอตัวนะ” นัยน์ตาคมกริบของผู้ชายข้างเจ้าหล่อนนั้นปั่นประสาทคนซึ่งพยายามหลีกหนีการปะทะตลอดมา
วินาทีที่เผลอมองดวงตาสีรัตติกาลนั้นแล่นเอาความรู้สึกบางอย่างเตะเข้าหัวใจอย่างจัง ไม่แน่ใจว่าจะลุกลี้ลุกลนกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นผู้หญิงไม่ดีทำไม
…เราสองคนมีเหตุผลอะไรที่ต้องแคร์กันด้วยหรือ
…ไม่คิดว่ามีอะไรขนาดต้องรู้สึกสนใจความรู้สึกเขาขนาดนั้น
ทว่าหากพิมพ์พลอยสังเกต อาจรับรู้ได้ว่าภายใต้ใบหน้าคมคายนั้นซุกซ่อนความกรุ่นโกรธไว้ขนาดนั้น ใครมันจะชอบใจที่เมียตีทะเบียนมานั่งทำอะไรไร้เกียรติอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ตนเองก็ควงพิชชาไปต่ออย่างไม่อายฟ้าอายดินเช่นกัน
…เรียกได้ว่า ‘เห็นแก่ตัว’ คงจะได้มั้งนาวินไม่ชอบแชร์ของตนเองกับใครนี่นา เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก
“เรามาต่อเรื่องของเราดีกว่า” วาริธรหันมาจ้องคนข้างกายราวกับเสือขย้ำเหยื่อ
“พอ! ถ้าคุณจะกวนประสาทฉันอีกขอตัว” เหมือนเส้นความอดทนนั้นใกล้หมดลง มือบางดันอกแกร่งของซุปตาร์หนุ่มออกพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
ดวงตากลมโตจ้องเขาเขม่นก่อนคว้ากระเป๋าคลัทช์ใกล้มือราวกับจะบอกว่าเธอจะไป
หมับ!
ทว่าคนดื้อรั้นนั้นกลับไม่ยอมปล่อยหญิงสาวหนีกันไปง่ายๆ มือปลาหมึกนั้นคว้าแขนเรียวเล็กของเธอเข้าอย่างจัง ไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรมากมายก็สามารถฉุดรั้งให้ร่างเล็กทรุดตัวนั่งอยู่บนตักแกร่งของตนเองได้
“คุณคราม!” พิมพ์พลอยเรียกชื่อเขาดังลอดไรฟัน ก่อนดิ้นขลุกขลักออกจากอ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าไม่พอใจ
ผู้ชายคนนี้ไม่ให้เกียรติเธอ!
“โอเค…ผมไม่แกล้งคุณแล้ว” ชายหนุ่มยกมืกขึ้นราวกับแพ้ราบคาบ หัวใจแกร่งเต้นแรงขึ้นเมื่อเผลอใกล้ชิดคนตัวเล็กกลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอปลุกสัญชาตญาณนักล่าจนหมดสิ้น
“ดื่มกันเถอะ ครั้งนี้แค่ดื่มจริงๆ” เขาดันแก้วไวน์ให้กับคนตัวเล็กแกมเชิญชวน พิมพ์พลอยถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายถ้ายอมดื่มแก้วนี้แล้ววาริธรจะปล่อยเธอใช่มั้ย
“อืม งั้นเอามาถ้าคุณอยากดื่มแต่อย่ามาทำแบบเมื่อกี้กับฉันอีก”
“ครับ ไม่แกล้งแล้ว” ว่าแล้วก็ยกยิ้มสวยขึ้นมาก่อนเอื้อมมือไปลูบยังเรือนผมยาวอย่างลืมตัว
“นี่คุณ!”
“ค้าบ” ได้แต่หัวเราะมองคนเจ้าพยศแต่แสนน่ารัก ภาพของทั้งคู่เวลานี้ไม่ต่างอะไรกับคู่รักเลยสักนิดเดียว พิมพ์พลอยดื่มไวน์แก้วแล้วแก้วเล่าเพื่อระบายความหงุดหงิดในใจ
…หงุดหงิดที่ต้องถูกบังคับเช่นนี้
…หงุดหงิดที่เจอเขาคนนั้น
ทว่าหญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่าทุกการกระทำของเธอและวาริธรนั้นอยู่ในสายตาเจ้าของเรือนร่างสูงซึ่งนั่งอยู่ยังโต๊ะโซนเดียวกันตลอดมา
มือหนากำหมัดแน่นเมื่อเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของผู้ชายคนอื่นกับภรรยาตนเอง ที่นี่ไม่เหมาะกับเธอเลยสักนิด ใจเขาร้องค้านขึ้นมา
เพราะอะไรน่ะหรือ…เพราะเธอขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงของเขาไง ‘ผู้หญิงของนาวิน’ ไม่ควรมานั่งอยู่ตรงนี้
“เป็นอะไรเหรอคะวิน” พิชชาถามในขณะที่เล็บยาวนั้นเลื่อนผ่านยังอกแกร่งซึ่งโผล่พ้นยังเสื้อเชิ้ตสีดำ ไม่ใช่ครั้งแรกที่หล่อนพยายามทำอย่างนี้
“เปล่าครับ”
“คุณหงุดหงิดอะไรรึเปล่า…พีชช่วยคุณได้นะคะ” ริมฝีปากเคลือบลิปสีแดงว่า ก่อนจะเอนกายลงไปซุกซบบริเวณบ่ากว้าง
หมับ!
ชายหนุ่มจับมือเล็กแสนซุกซนออกไปให้พ้นห่างกายเมื่อรู้สิ่งที่พิชชาปรารถนาทำมาโดยตลอด เหมือนเจ้าหล่อนยังคงไม่ยอมแพ้ นางเอกสาวสู้ไม่ถอยใช้มือบางเลื่อนลงไปยังหัวเข็มขัดสีสนิม
“ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” เมื่อเห็นว่าเป้าหมายเดินออกไปจากโต๊ะ เดาได้ว่าเธอต้องไปทำอะไรสักอย่าง นาวินรีบผละออกห่างพิชชาทันทีไม่สนใจว่าหล่อนจะหงุดหงิดหรือไม่พอใจแค่ไหน
วินาทีนี้คนเดียวที่เขาสนคือผู้หญิงจอมอวดดี กล้าเมินกันงั้นหรือ รู้จักผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีน้อยไปเสียแล้ว
เห็นทีต้องสั่งสอนกันสักหน่อยเธอจะได้รู้สำนึก!
ด้านพิมพ์พลอยลุกเดินออกจากโต๊ะด้วยท่าทีมึนงง ดวงตาเธอหนักอึ้งจนมันเหมือนเริ่มจะพร่ามัวลงไปเต็มที หญิงสาวจึงไม่รอช้าพาเรือนร่างใกล้หมดสติเข้าไปในห้องน้ำ
อย่างน้อยหวังเพียงว่าน้ำเย็นจะสามารถช่วยดับความมัวเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ครั้งนี้ได้ ทว่าเหมือนคิดผิด
หมับ!
“เงียบ!”
น้ำเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเปล่งออกมาจากด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผู้ชายเตะเข้าจมูกในขณะเดียวกันที่ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนลงมาซุกไซไหล่มน มือใหญ่ของเขาปิดปากเธอจนแน่นสนิทไม่อาจส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้
…ผู้ชายคนนี้โหดร้ายเกินไปหรือเปล่า
คนตัวโตดันร่างเล็กซึ่งไร้หนทางสู้เข้าไปในห้องน้ำอย่างหยาบคาย พิมพ์พลอยเบิกตากว้าง หายใจเริ่มติดขัดเมื่อมองเห็นแววตาของเขาอย่างชัดเจน นัยน์ตาคมเข้มสีรัตติกาลราบเรียบนั้นเธอรู้ดีว่ามันซุกซ่อนความโกรธเคืองไว้มากมายเท่าไร
ดวงตาที่มองเขม่นมาราวกับต้องการระบายทุกความรู้สึกอัดอั้นภายในของตนเองไว้กับเธอ
“คะ…คุณ”
“ตกใจเหรอที่เห็นสามี” แม้เสียงเย็นนิ่งราวกับไม่มีอะไร แต่แววตาคมเข้มนั้นเริ่มไล่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกับดูถูกสามารถสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องน้อยได้ ใบหน้างามวูบไหวไปหมดจนมือบางทำได้แค่กำแน่นขึ้นจนรู้สึกถึงความเปียกชื้นจากเหงื่อที่หลั่งไหลออกมา
…ทำไมต้องทำเหมือนร้อนตัวราวกับมีความผิดเป็นชนักติดหลังด้วย
“ฉันถามว่าตกใจเหรอ!” ไม่ได้ใช้น้ำเสียงโกรธเคืองเท่าไร ติดคงเส้นคงวาเสียด้วยซ้ำแต่มันก็สามารถทำให้เธอเสียอาการได้ เมื่อชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้ชิดพร้อมเลื่อนริมฝีปากกระซิบข้างใบหู อย่างจาบจ้วง
“ปะ…เปล่า” หายใจติดขัดฉับพลันเมื่อเขางับบริเวณติ่งหูเล็ก
“จะทำอะไร”
“คุณต้องการอะไร” แกล้งถามย้ำอีกรอบแม้ไม่ใช่คนโง่ก็พอจะดูออก
…ในเมื่อไม่ได้ทำความผิดไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องหนีหน้า คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่าการตกเป็นเหยื่อเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอีกแล้ว “ได้ยินมาว่าคุณพิมพ์แย่งคุณวินมาจากน้องพีชจริงรึเปล่าคะ” “พิมพ์กับพี่วินรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กนะคะ ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องแย่งใครเขามา งานแต่งของเราเกิดจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย” ปั้นหน้ายิ้มโกหกอย่างแนบเนียน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปล่อยระเบิดโยนขี้ให้อีกฝ่าย เลือกตอบแบบฉลาดเป็นกลางดีกว่ารู้ว่าพิชชาแฟนคลับเยอะขนาดไหน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเป็นเป้านิ่ง “เหรอคะ แต่เห็นคุณวินกับคุณพีชมีความสัมพันธ์กันมาตลอดหลายปีจนใครต่างคิดว่าอีกไม่นานคงมีข่าวดี ถ้าไม่แย่งแล้วทำไมถึงมาแต่งงานกับคุณพิมพ์ได้” สายตาปะทะมองตรงมาราวเหยียดหยาม คงเป็นฝ่ายพิชชาสินะ หรืออยากส่งใครมาปั่นหัวกันอีกรู้ดีว่าเหตุการณ์ทั้งหมดวันนี้เกิดขึ้นเพราะใคร “พิมพ์ไม่ขอเอ่ยถึงบุคคลที่สามนะคะ ขอตอบแค่เรื่องของตัวเองก็พอ” “จะบ่ายเบี่ยงคำถามเหรอคะ หรือแก้ตัวไม่ออก” “พิมพ์ขอย้ำอีกครั้งนะคะขอไม่พูดถึงคนอื
ติ๊ง! ติ๊ง! [สาดหวานไม่หยุดนางเอกซุป’สตาร์ พ ควงหนุ่มหล่อเจ้าของหัวใจ นักธุรกิจ น สวีทไม่แคร์ข่าวฉาวแอบซุกเมีย!] #ใต้ทะเลหวาน #ใต้สวีทไม่แคร์เมีย เสียงแจ้งเตือนจากข้อความแบบแนบลิงค์ข่าวถูกส่งเข้ามากระแทกสายตาราวต้องการตอกย้ำรื้อฟื้น ไม่ต้องบอกว่ามันมาจากใครก็มีอยู่คนเดียวแหละที่ทำตัวไม่หวังดี …พิชชาไง ไม่เห็นต้องเดาให้ยาก คลี่ยิ้มหวานปั้นราวกับไม่สะทกสะท้านต่อไปทั้งที่ในใจเจ็บปวดแทบแย่ วันนี้ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนแค่ไหนกว่าจะมาร่วมงานได้ พิมพ์พลอยเกลียดสายตาทุกคนที่มองเธอราวกับว่าสงสารหรือแอบสะใจอันนี้ไม่แน่ใจใจ ทีมพิชชามีอยู่ไม่น้อย หลายคนเข้าใจว่าหล่อนศึกษาดูใจกับนาวินมานาน ส่วนเธอเป็นเพียงแค่ความเหมาะสมที่สองครอบครัวเห็นชอบ …ไม่เคยมีตัวตนอยู่ในหัวใจเขาแต่เป็นเพราะแคร์ความรู้สึกลูกค้าจนอยากทำ หน้าที่มืออาชีพให้ดีที่สุด จึงเลือกเมินเฉยใส่กระแสข่าวระหว่างสามีตนเองและสาวอื่นซึ่งถูกตีแผ่ตั้งแต่ช่วงค่ำของเมื่อคืน …เลือกวันได้เหมาะเจาะพอดีราวกับตั้งใจ ไม่แน่ใจว่ารู้หรือไม่ว่าวันนี้มีอีเว้นท์สำคัญ
“คงงั้นก็เห็นควงกันตั้งหลายปี” ต่อให้ไม่มีคำตอบแต่ทุกคนก็พอจะมองออกว่าใครแน่ที่ได้รับความสนใจจากนาวินในฐานะ ‘คนพิเศษ’ เสียงนินทาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจว่าร่างเล็กของหญิงสาวที่อยู่ในหัวข้อสนทนานั้นนั่งอยู่ไม่ไกลกัน “อย่าสนใจแค่พวกปากมาก!” วาริธรรู้ว่านัยน์ตาหวานแอบสั่นไหวเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจึงโพล่งขึ้นมาตามภาษาคนใจร้อน “ขอบคุณนะคะ” รับน้ำเปล่าจากเขาพลางยิ้มอ่อนโยนให้ “ถ้าไม่ไหวขึ้นไปพักก่อนก็ได้เดี๋ยวผมไปส่ง” “ตะ…แต่คุณ” “ไม่ถ่ายต่อหรอกเชื่อผม นางเอกเล่นขึ้นห้องไปขนาดนั้น” ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้หน้ากากแสนสดใสพยายามคิดถึงใจผู้อื่นนั้นมันเจ็บปวดขนาดไหน แม้ฝืนยิ้มแต่ก็รู้ดีว่าใจจริงแอบอิจฉาอยู่ ภาพนาวินกระโดดพุ่งตัวลงไปช่วยพิชชาอย่างไม่ลังเลยังอยู่สลักลึกฝังอยู่ในความทรงจำ มันคงเป็นอย่างที่ทุกคนพูดกันแม้จะเข้มแข็งแค่ไหน พยายามสั่งใจว่าให้เมินเฉยเพียงใดแต่การกระทำที่ทำราวกับพิชชาคือคนพิเศษ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมามันเหมือนเอามีดกรีดลงในบาดแผลที่เคยหายแล้วอีกครั้ง สิ่งนี้กำลังย้ำเตือน
“เดี๋ยว!” พิชชาไม่นิ่งเฉยวางมาดได้อีกต่อไป พิมพ์พลอยมีเหตุผลราวกับเป็นคนละคน ไม่เหลือเคล้าเด็กสาวที่ปล่อยให้หล่อนปั่นประสาทจนสนุกมือ “ปล่อย” ปากว่าพลางหันไปมองรอบกลายนี่นางเอกสาวไม่อายทีมงานนับสิบชีวิตบ้างหรือไง อยากทำอะไรก็ทำตามภาษาคนเจ้าอารมณ์ รู้แหละว่าคนอื่นไม่ได้ใส่ใจอะไรพวกเธอขนาดนั้นเพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเซตฉากอยู่แต่อย่างน้อยขอแค่ความเป็นมืออาชีพไม่ได้เหรอ …พิมพ์พลอยไม่อยากให้งานวันนี้มันพัง “อยากให้คนอื่นรู้ใช่มั้ยว่าที่จริงแล้วเป็นคนยังไง” เลิกคิ้วย้อนถามทั้งที่รู้สึกเจ็บจากแรงบีบยังต้นแขน พิชชาจิกเล็บยาวลงไปยังเนื้อขาวราวกับไม่คิดสงสาร หล่อนระบายความเคียดแค้นลงไปในนั้นทั้งหมด“ไม่อายรึไง” “มั่นใจอะไรในตัวเองมาก งั้นต้องกล้าพิสูจน์รึเปล่าว่าสุดท้ายวินจะเลือกใคร” “ไม่มีความจำเป็นที่พิมพ์ต้องทำอย่างนั้น” เม้มปากแน่นขืนตัวออกห่างสุดฤทธิ์ “แต่ฉันอยาก” นัยน์ตาหวานเอ่ยเสียงราบเรียบ “และเธอต้องทำต้องทำตาม!” ดึงร่างบางเดินตามไปสุดแรง พิมพ์พลอยหายใจติดขัดฉับพลันเมื่อถูกคนซึ่งเหมือนมีกำลังมากกว่าลากไ
หลังจากสงครามรักในอ่างซึ่งกินเวลานานนับชั่วโมงจบลง นาวินรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน บัดนี้นั่งจิบไวน์อยู่ยังโซฟาซึ่งตั้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น [ว่าไงไอ้เสือ] เสียงกวนบาทาดังเล็ดลอดจากเครื่องมือสื่อสารหลังจากที่เพื่อนตัวดีรับสาย ‘เทวา’ เริ่มป่วนเขาตั้งแต่เช้าตรู่สินะ [มีเรื่องให้ช่วย] [ห้ะ!...คนอย่างมึงมีอะไรให้กูช่วย] หัวเราะในลำคอเจ้าพ่ออย่างมันนั้นแหละซึ่งจะช่วยหาคำตอบในสิ่งที่เขาสงสัย [อยากให้สืบเรื่องคน] เลือกจะบอกความต้องการตรงไปตรงมาไม่อ้อมคอม [หืม ใครกระตุกหนวดเสือ] เป็นที่ล่วงรู้กันว่านาวินยามโมโหน่ากลัวแค่ไหน รอยยิ้มหวานฉาบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรสามารถแปรเปลี่ยนได้เพียวชั่วพริบตา [เมียกู] [คุณพิมพ์?] ย้อนถามเสียงสูง [เออ! กูจะให้มึงช่วยสืบประวัติเมียกู] รำคาญจะเซ้าซี้อะไรให้มากความ พอให้ทำอะไรก็ทำสิวะที่มันเดือดร้อนขอความช่วยเหลือ แม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวเขายังไม่เห็นสงสัย …จัดการให้แล้วก็ถือว่าทุกอย่างจบ [ทำไม เมียมึงนอกใจเหรอว่ะ] [ไอ้สัส
“ฝันดีนะ” กระซิบบางเบาข้างหูเล็กก่อนจูบซับยังหน้าผากมนอีกครั้ง จึงตัดสินใจเบี่ยงเรียวเท้าเพื่อออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกระเงียบ …อย่างน้อยบุหรี่สักม้วนคงช่วยเขาได้ดีว่าพร้อมถอยกายเปิดประตูระเบียงออกไปเพื่อระบายอารมณ์ส่วนลึกภายในจิตใจ ทว่าอีกด้านหนึ่งกลับคิดไม่ตกเลยว่าเพราะเหตุผลอะไรผู้หญิงของเขาถึงต้องเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ด้วยมือหนาฝั่งที่ไม่ได้ถือปลายบุหรี่กำราวระเบียงแน่นจนแทบเห็นเส้นเลือด กัดฟันกร่อนคล้ายยับยั้งความโกรธไว้ปล่อยลมหายใจดื่มด่ำกับความข่มของกลิ่นบุหรี่[หาเบอร์ผู้จัดการพีชมาให้ฉันด้วย] ดับมันด้วยปลายเท้าอย่างที่ชอบทำก่อนเลือกกดส่งข้อความให้เพื่อนสนิทซึ่งมีคอนเนคชั่นพอสมควรติ๊ง! ไม่ถึงห้านาทีปลายทางตอบกลับมาด้วยหมายเลขซึ่งเขาต้องการอยู่แล้ว ชายหนุ่มคลี่ยิ้มร้ายก่อนเลือกกดโทรหาหล่อนไม่รอช้าสักนาทีเดียว หัวใจมันร้อนรุ่มเหมือนไฟใกล้ถูกแผดเผาทั้งเป็นต้องมีคนชดใช้ ภาพภรรยานอนจมความเจ็บปวดยังติดตาอยู่เลย เพียงแค่นี้นาวินก็พร้อมจะทำทุกอย่างแม้กระทั่งวิธีเลวๆ เพื่อสั่งสอนไอ้สารเลวมันบังอาจกล้ามายุ่งกับคนของเขา พิมพ์พลอยเป็นสมบัติของซาตานหนุ่มเพียงผู้เดียว มีแค่เขาเท่า
ห้องทำงานของประธานหนุ่มบัดนี้เต็มไปด้วยกองเอกสารมากมาย เขามักเข้ามาเคลียร์งานที่ธนาคารพงพิพัฒน์ซึ่งคือธุรกิจของครอบครัวในช่วงเช้า แต่ก็ไม่วายแบ่งเวลาบางส่วนตอนบ่ายเพื่อเข้าไปดูแลโชว์รูมรถยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตนเองชื่นชอบ“สวัสดีครับ ไอ้เจ้าบ่าวป้ายแดง” เสียงทักทายกวนอวัยวะเบื้องล่างดังขึ้นมาฉับพลัน
แสงสว่างจากพระอาทิตย์บนฟากฟ้าไม่อาจปลุกชายหนุ่มผู้นอนหลับใหลในห้วงนิทราให้เปิดเปลือกตาตื่นขึ้นมารับแสงอรุณ แตกต่างจากร่างบางซึ่งเริ่มลืมตาพร่าเพื่อความสดใสของวันใหม่ตั้งแต่เด็กเธอมักคอยช่วยเหลือมารดาเข้าครัวในช่วงเช้าอยู่เป็นประจำนั่นจึงทำให้ตื่นเร็วจนเป็นกลายนิสัยวันนี้ก็เช่นกันคนตัวเล็กขยับกายล
ปัง!พิมพ์พลอยเผลอมองไปยังต้นเสียงดัง ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงด้วยแรงสนั่นตามอารมณ์ของผู้ใช้งาน นาวินออกไปแล้วเขาทิ้งเธอไว้ยังห้องหอคนเดียวตั้งแต่ค่ำคืนแรกของวันวิวาห์ เจ้าสาวคนสวยถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มคงไปหาผู้หญิงที่เขารักซึ่งนั่นก็คือ ‘พิชชา พลากร’ พี่สาวต่างเลือดลูกสาวเพียงคนเดียวของเม
เรือนไทยหลังงามถูกแต่งเติมด้วยดอกไม้หลากสีให้เหมาะสมกับพิธีอันเป็นมงคล ใบหน้าหวานหยดย้อยแย้มยิ้มสวยพยายามปั้นหน้าให้มีความสุขที่สุด แตกต่างจากฝ่ายชายซึ่งดูเคร่งขรึมไม่ปรากฏร่องรอยแห่งความยินดีเพราะงานแต่งครั้งนี้มาพร้อมเงื่อนไขบีบบังคับหัวใจอันเฮงซวย“ยิ้มหน่อยสิคะ”‘พิมพ์พลอย’ กระซิบแผ่วเบาข้างร่า







