LOGIN“ท่านพ่อ ตีนางให้ตายเลยขอรับ!” ลู่ซิ่วร้องขึ้น หน้าของเขาทั้งแดงทั้งเขียวด้วยความโมโห
ลู่เจ๋อหันมาหมายจะตีฉินเสี่ยวโหรวแรงๆ ทว่าข้อเท้าพลิกทำให้ไม้พลองตวัดไปถูกศีรษะของลู่หลิงหยุนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แม้เขาพยายามหลบแต่ยังถูกปลายไม้
“โอ๊ย!” ชายหนุ่มร้องขึ้น
“ท่านพี่!” ฉินเสี่ยวโหรวพุ่งเข้าไปกระชากไม้พลองแล้วผลักออกไป
ลู่เจ๋อหน้าหงายทำเอาลู่ซิ่วที่พุ่งเข้ามารับล้มหงายไปด้วยกัน
“ท่านพ่อ! ท่านตีหัวท่านพี่ของข้าแตกเช่นนี้ ท่านคิดจะขับไล่พวกเราออกไปใช่หรือไม่” น้ำเสียงของฉินเสี่ยวโหรวเคืองแค้นแต่ในใจกลับยินดี
ระหว่างทางที่หาบน้ำกลับบ้าน ฉินเสี่ยวโหรวคิดหาวิธีจะทำให้สามีพิการของเจ้าของร่างยอมแยกบ้าน เพราะถ้ายังอยู่ในบ้านสกุลลู่ต่อไปก็จะถูกเอาเปรียบไม่สิ้นสุด
ลู่หลิงหยุนใช้มือกุมมุมหน้าผากที่แตกจนเลือดอาบ “ท่านพ่อ! ท่านถึงกับทำร้ายข้าเลยหรือ”
หญิงชรามองฉินเสี่ยวโหรวด้วยแววตาเคืองแค้น “เจ้า! เสี่ยวโหรวนางสะใภ้ชั่ว เจ้ากล้าทำร้ายบิดาและน้องชายของสามี หากข้าไม่ลงโทษเจ้าให้สาสม ข้าก็ไม่สมควรแซ่ลู่!”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองฝ่ายจะตอบโต้กันต่อ เสียงของเด็กชายก็ร้องดั่งลั่นด้วยความตกใจ
“ท่านพ่อ! ฮือๆ ท่านพ่อตายแล้ว!”
คนทั้งหมดชะงัก ฉินเสี่ยวโหรวรีบเข้าไปดูลู่หลิงหยุนที่นั่งคอพับเลือดอาบหน้าแถบหนึ่ง
“ท่านพี่! ท่านพี่!” นางหันขวับไปมองคนทั้งหมดที่ยืนดู “พวกท่านฆ่าคนแล้ว! เตรียมตัวไปเข้าคุกได้เลยนะ”
“ไม่นะ! ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ลู่เจ๋อร้องลั่น
เพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงทะเลาะกันใหญ่โต พากันวิ่งเข้ามา นำหน้าด้วยป้าฟางที่เป็นห่วงฉินเสี่ยวโหรว
“เร็วเข้าทุกคน! ข้าได้ยินเสียงร้องของเสี่ยวโหรว นางน่าจะถูกยายแก่อี้เพ่ยรังแกอีกแล้ว”
คนห้าหกคนที่มามุงอยู่ซุ้มประตูบ้านแซ่ลู่พากันกรูเข้าไปในเรือนเล็ก ครั้นได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กฝาแฝดชายหญิงก็พากันตกใจ ป้าฟางวิ่งเข้าไป เห็นฉินเสี่ยวโหรวอุ้มสามีที่มีเลือดที่หน้าผากก็ตกใจร้อง
“คนบ้านลู่ฆ่าคนแล้ว!”
เสียงร้องนั่นทำให้อี้ฟางเยว่หน้าซีด เสียงสั่น “พวกเรารีบกลับเรือนกันก่อนดีกว่า”
คนในครอบครัวลู่กลับไปเรือนใหญ่ปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด ส่วนฉินเสี่ยวโหรวให้คนไปตามหมอมาดูอาการสามี
ระหว่างนั้น ฉินเสี่ยวโหรวขอตัวเข้าไปในครัวแล้วเรียกระบบออกมา
“ระบบออกมาหน่อย”
“คุณฉิน ต้องการสิ่งใดหรือ”
“เอ๊ะ! ทำไมจอถึงกลายเป็นสีแดงล่ะ” ฉินเสี่ยวโหรวมองเส้นกรอบจอที่เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง
“ระบบกำลังอัปเกรดค่ะ เดี๋ยวก็กลับไปสีน้ำเงินเหมือนเดิม”
ฉินเสี่ยวโหรวขมวดคิ้ว “ฉันเป็นโปรแกรมเมอร์ดูแลระบบนี้ยังไม่ได้อัปเกรดโปรแกรมเลยนะ ใครมาดูแลระบบแทนฉันล่ะ หรือว่าเป็นหัวหน้าแผนก”
“ไม่ใช่ค่ะ ท่านประธานเห็นว่าคุณเข้ามาทดสอบระบบจึงทำงานนี้ด้วยตนเอง”
“ท่านประธานน่ะนะ นี่ถึงกับไม่ไว้ใจโปรแกรมเมอร์อย่างฉันเชียวเหรอ” ฉินเสี่ยวโหรวแสร้งตวาดแต่ใจเต้นตึกตัก กลัวว่าท่านประธานจะรู้ว่าตนเองแฮกระบบ
“คุณฉิน ขอเตือนว่าอย่าวิพากษ์วิจารณ์ท่านประธาน ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดเหรียญทองครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ค่ะ”
ฉินเสี่ยวโหรวสะดุ้ง วันก่อนนางอุตส่าห์แฮกระบบได้มาห้าร้อยเหรียญทอง ใช้ซื้อของใช้และเสบียงไปเกือบหมดแล้ว ถ้าถูกตัดลงครึ่งหนึ่งก็คงแลกอะไรไม่ได้แล้ว
“ตกลงๆ ไม่วิจารณ์แล้ว”
หญิงสาวรีบดูเหรียญทองที่เหลือ แล้วกดหาเครื่องตรวจร่างกายที่เพิ่งออกมาวางจำหน่าย
“กดซื้อเครื่องนี่ก็จะเหลือเงินแค่สิบเหรียญทอง เฮ้อ! ไม่ว่าเงินอะไรก็ใช้หมดเร็วเหมือนกัน”
เครื่องตรวจร่างกายแบบพื้นฐาน จะใช้ตรวจสำหรับผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ แต่วิเคราะห์โรคไม่ได้ ซึ่งหากอยากแลกซื้อกระจกตรวจโรคต้องใช้เหรียญทองค่อนข้างมาก
เด็กน้อยฝาแฝดพากันร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉินเสี่ยวโหรวจึงได้กอดปลอบใจลูกๆ จากการใช้เครื่องมือตรวจร่างกายของลู่หลิงหยุน เขาเพียงแต่หัวแตกและหมดสติไปเท่านั้น
หญิงสาวมองร่างกายผ่ายผอมของสามีเพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ นางตั้งใจว่าเอาไว้ว่าวันหน้า นางจะขึ้นเขาไปหาของป่ามาแลกเหรียญทองเพื่อซื้อวิตามินเพิ่มพลังจากระบบเอาไว้ให้เขาฟื้นฟูร่างกาย
“พวกเจ้าอย่ากังวล ท่านพ่อก็แค่หมดสติไปเท่านั้น”
“ท่านแม่! ท่านปู่โหดร้ายมาก วันนี้ตีท่านพ่อ วันหน้าจะไม่ฆ่าพวกเราหรือขอรับ” ลู่เหว่ยน้ำตาไหลพราก
“แม่ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาทำร้ายเจ้าได้หรอก”
ลู่เหว่ยที่รู้สึกว่ามารดาเปลี่ยนไป ดูไม่เป็นคนโง่เหมือนแต่ก่อนก็พยักหน้า “ขอรับ ข้าเชื่อท่านแม่”
ฉินเสี่ยวโหรวยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของเด็กทั้งสอง “แม่ยังไม่ได้เล่าให้พวกเจ้าฟังเลยว่า วันนี้แม่เพิ่งไล่ตีอันธพาลสี่คนที่มารังแกคนในหมู่บ้านกระเจิดกระเจิง”
“จริงหรือขอรับ” ได้ยินมารดาปลอบเช่นนั้น ลู่เหว่ยค่อยสีหน้าดีขึ้น
“ท่านแม่เจ้าคะ พวกเราไปอยู่ที่อื่นมิได้หรือ ข้ากลัวท่านพ่อตาย” ลู่ฮวนเอียงคอถาม สองตาของเด็กน้อยยังแดงก่ำเพราะเพิ่งหยุดร้องไห้เมื่ออึดใจก่อน
“ให้ท่านพ่อเจ้าฟื้นเสียก่อนเถิด แม่จะพูดให้ท่านพ่อพาพวกเราออกไปจากที่นี่” ฉินเสี่ยวโหรวคิดว่านางจะต้องเกลี้ยกล่อมลู่หลิงหยุนให้ได้ หากเขาไม่ยอมนางก็จะขอหย่าและพาลูกทั้งสองออกไปอยู่ที่อื่น
ลู่หลิงหยุนฟื้นขึ้นมาก็นอนลืมตามองเพดานนิ่งๆ
“ท่านหมอ สามีของข้าทำท่าทางเช่นนี้ มิใช่ว่าเขาสมองมีปัญหาไปแล้วหรอกนะ” ฉินเสี่ยวโหรวเหลือบมองหน้าลู่หลิงหยุน
ชายหนุ่มยังคงไม่ตอบสิ่งใด ดวงตาของเขาคล้ายกำลังใคร่ครวญบางอย่าง
ฉินเสี่ยวโหรวจับแขนของเขา “ท่านพี่”
‘เครื่องมือตรวจร่างกายอันนั้นตรวจเฉพาะอาการบาดเจ็บกับเจ็บป่วย ใช้ตรวจสมองไม่ได้ซะด้วย ถ้าเกิดเขาปัญญาอ่อนขึ้นมา ฉันจะยังแยกบ้านกับสกุลลู่ได้เหรอ’
“แม่ลู่เหว่ย อย่าเพิ่งหนักใจไป ข้าตรวจดูอาการของเขาแล้ว ทุกอย่างปกติ บางทีเขาอาจจะยังมึนหัวอยู่ แผลข้าก็ทำให้เรียบร้อย เจ้าก็แค่คอยดูแลความสะอาดให้ดีก็พอ”
“เฮ้อ! ค่อยยังชั่ว” นางยกมือขึ้นลูบอก “ท่านหมอไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลสามีข้าอย่างดีเจ้าค่ะ”
ป้าฟางได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออก “เสี่ยวโหรว คนสกุลลู่เอาเปรียบเจ้ามาตลอด น่าเสียดายที่เขาดูแลตนเองยังไม่ได้ ข้าจะยุให้เขาแยกบ้านเสีย วันนี้ทุบตีเขาจนหัวแตก คราวหน้ามิใช่จะคิดขายลูกๆ พวกเจ้าหรือ”
ฉินเสี่ยวโหรวได้ยินก็ตาโต แม้ลู่หลิงหยุนจะมิได้รักใคร่ในตัวภรรยา แต่เขาก็รักลูกทั้งสองคนมาก หากยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด บางทีอาจทำให้ลู่หลิงหยุนยินยอมพูดเรื่องแยกบ้านกับสกุลลู่
“หากเขาคิดทำเช่นนั้นจริง ข้าจะหย่ากับเขาแล้วพาลูกทั้งสองไปอยู่ที่อื่น”
“เฮ้อ! น่าสงสารเจ้าเสียจริง สกุลฉินก็ยากจนเกินไป และตอนนี้ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว”
“ป้าฟางไม่ต้องห่วงหรอก ข้ามีกำลังมาก และตอนนี้ก็หายโง่แล้ว ข้าย่อมเลี้ยงลูกได้อย่างแน่นอน”
ลู่หลิงหยุนหันมามองกลุ่มคนที่ยืนคุยอยู่ข้างเตียง “ข้าไม่มีทางทิ้งลูกกับภรรยาอย่างแน่นอน”
ฉินเสี่ยวโหรวนึกถึงครอบครัวเดิมของเจ้าของร่าง ครอบครัวฉินที่ยากจนนั้นย้ายออกจากหมู่บ้านเฟิงเต่าไปนานแล้ว และยังหาตัวไม่พบ “ท่านพี่ ข้าอยากตามหาพวกเขา ให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขกับข้า” “เช่นนั้นก็ป่าวประกาศดูสิ หากมีเงินรางวัลให้ รับรองว่าต้องมีคนให้เบาะแสอย่างแน่นอน” ไม่นานนักก็มีคนนำข่าวของครอบครัวฉินมารับเงินยี่สิบตำลึงจากฉินเสี่ยวโหรวเพื่อแจ้งข่าว สองสามีภรรยาสกุลฟ่านจึงเดินทางไปยังหมู่บ้านบนภูเขาของอำเภอใกล้ๆ บิดามารดาของฉินเสี่ยวโหรว ครั้นได้เห็นบุตรสาวที่หายโง่แล้วก็พากันร้องไห้ดีใจ “แม่รู้สึกผิดที่มอบเจ้าให้กับสกุลลู่ แต่ก็คิดว่าเจ้าอยู่ที่นั่นอย่างน้อยก็ไม่ต้องอดอยาก พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่ก็พอหาอาหารประทังชีวิตไปได้ แต่ก็ไม่ได้ดีนัก ท่านปู่ของเจ้ายามนี้ก็เจ็บป่วย เกรงว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน” ฉินเสี่ยวโหรวสลดใจที่ครอบครัวฉินยังคงยากจน นางกดแลกซื้อยามาให้ท่านปู่รักษาอาการป่วย พอท่านผู้เฒ่าแข็งแรงดีแล้ว ก็นำพาคนครอบครัวฉินทั้งแปดชีวิตกลับมายังหมู่บ้านเฟิงเต่าครั้นท่านปู่ท่านย่า พ่อแม่ ท่านอา อาสะใภ้ น้องชายและหลา
“รัศมีการสแกนเป้าหมายร่วมสามร้อยตารางกิโลเมตร โจรกระจอกพวกนี้ มีหรือข้าจะตรวจไม่เจอ” นางยิ้มพร้อมเชิดหน้าน้อยๆ “ครั้งนี้ดีที่ฟ้ามืด ผู้คนจึงไม่แตกตื่น ตัวจับสัญญาณโดรนที่เจ้าให้ข้าพกก็ดีมาก คอยบอกทิศทางขณะควบม้า ไม่อย่างนั้นก็คงตามโจรไม่ทัน” ทันทีที่รู้ว่าสองแม่ลูกนั้นถูกคนจับตัวไป ฉินเสี่ยวโหรวเอาโดรนออกบินเพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหว รถม้าของโจรวิ่งเร็วกว่ารถม้าทั่วไปจึงหาพบไม่ยากนัก สองสามีภรรยาไปที่หน่วยมือปราบประจำตำบล และอาสาช่วยตามหาสองแม่ลูกสกุลลู่ “พวกเรายังหาไม่พบ แล้วพวกท่านสองคนจะหาพบได้อย่างไร” หัวหน้าหน่วยมือปราบมองคนทั้งสองด้วยความประหลาดใจ “ท่านเชื่อข้าเถิด ขนาดค่ายโจรหวั่นเจี้ยนข้ายังพาคนไปถล่มมาแล้ว ข้าย่อมจะหาตัวหัวหน้าโจรผู้นั้นได้” ฟ่าน หลิงหยุนยืนยัน หัวหน้าตำบลรีบสนับสนุน “ในเมื่อมือปราบทั้งตำบลหาไม่พบ ให้พวกเขาช่วยก็ไม่เสียหายมิใช่หรือ พวกนางถูกจับไปหลายชั่วยามแล้ว หากไม่รีบไปช่วย เกรงจะไม่ทันการณ์” มือปราบหลายหน่วยถูกนายอำเภอแซ่ถานระดมให้มาตามล่าสือเฟยฮุ่ยหัวหน้าโจรแห่งค่ายหวั่นเจี้ยน“อย่าป
เพี๊ยะ! ฝ่ามือใหญ่ของสือเฟยฮุ่ยฟาดเข้าที่ใบหน้าของอี้ฟางเยว่อย่างแรง “นางแก่! คิดจะข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ ห่วงชีวิตน้อยๆ ของแกกับลูกสาวก่อนก็แล้วกัน ชีวิตของลูกน้องนับร้อยของข้าจะต้องได้รับการชดใช้” “เหตุใดเจ้าไปไม่ไปแก้แค้นบ้านฟ่านนั่นเล่า” ลู่ซือหย่าร้องขึ้น คิดจะยุยงให้หัวหน้าโจรกลับไปหาฟ่านหลิงหยุน สือเฟยฮุ่ยได้ยินแซ่ฟ่านก็บันดาลโทสะ หากไม่เชื่อหญิงผู้นี้ ไม่บุกไปหมู่บ้านเฟิงเต่าก็คงไม่เกิดเรื่องใหญ่ เพี๊ยะ! หลังมือของสือเฟยฮุ่ยฟาดเข้าที่ใบหน้าของลู่ซือหย่า “เก็บแรงของเจ้าเอาไว้เถอะ คืนนี้เจ้าจะต้องปรนนิบัติข้า หากทำได้ดี ข้าจะไว้ไมตรี ยังไม่ให้เจ้าไปปรนนิบัติคนอื่นต่อ” ลู่ซือหย่าได้ยินก็ขนลุกขนพอง แม้มือปราบในตำบลเกาชานทั้งหมดจะแยกย้ายพากันออกตามหาอี้ฟางเยว่กับบุตรสาวแต่ก็ไม่พบร่องรอย ลู่ซือหย่าเห็นว่าตนเองไม่อาจหลบหนีชะตากรรมครั้งนี้ได้จึงรีบร้องบอกสือเฟยฮุ่ย “ท่านอย่าทำอันใดข้าเลย ไปทำกับท่านแม่ข้าแทนเถอะ ข้าเพิ่งอายุสิบสี่ ยังเด็กอยู่เลย” อี้ฟางเยว่ได้ยินบุตรสาวพูดเช่นนั
ฟ่านหลิงหยุนจึงยื่นหน้าไปถาม “ท่านลุงใหญ่รู้จักคนผู้นี้ด้วยหรือขอรับ” สีหน้าของฟ่านเฉิงฮุยเคร่งเครียด ข้างฝ่ายเฉินเต๋อก็ มีสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ พองานเลี้ยงเริ่มต้นได้สักพักผู้ใหญ่ทั้งสองก็หลบไปพูดคุยกันที่ศาลาริมน้ำ ฟ่านหลิงหยุนมองอยู่ไกล เห็นท่านเจ้าเมืองพูดกับลุงใหญ่ของตนอยู่พักหนึ่งก็ยกชายแขนเสื้อขึ้นคล้ายกำลังซับน้ำตา ในขณะที่ลุงใหญ่ของเขาทำทีคล้ายจะทุบตีอีกฝ่าย “เสี่ยวโหรว เจ้าว่าข้าเข้าไปตอนนี้ดีหรือไม่ ข้ากลัวท่านลุงจะตีท่านพ่อ” “ปล่อยให้พวกเขาระบายความแค้นกันเองสักครู่เถิด ท่านลุงของท่านคงจะโกรธที่ใต้เท้าเฉินไม่ยอมกลับมาแต่งกับน้องสาว แต่ท่านลุงใหญ่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายล้มป่วยอยู่นาน” ฟ่านหลิงหยุนถอนหายใจยาว “น่าสงสารจริง ข้าดูแล้วใต้เท้าเฉินก็มิใช่คนมีเล่ห์เหลี่ยม นี่คงเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกกับพวกเขา”รออยู่สักพักลุงใหญ่ก็เรียกให้ฟ่านหลิงหยุนเข้าไปพูดคุยกับท่านเจ้าเมือง “หลานรัก! เจ้าช่างน่าสงสารนัก ลุงเองก็คิดไม่ถึงว่าจะได้พบคนผู้นี้อีก คารวะพ่อแท้ๆ ของเจ้าเสียสิ” ฟ่านหลิงหยุนรีบคุกเข่าลง ในใจก็นึกถึงละครพล็อต
“มาๆ แลกๆ อยากรู้แล้วว่าอะไรอยู่ข้างใน” หญิงสาวกดปุ่มเลือกกล่องที่อยู่ตรงกลางเสียงดนตรีดังขึ้นอย่างเร้าใจราวกับกำลังเปิดตัวซุปเปอร์สตาร์บนเวที ฉินเสี่ยวโหรวใจเต้นรัว “คุณฉิน ยินดีด้วย คุณได้รับฟาร์มในมิติลับขนาดห้าสิบหมู่ พร้อมไก่ เป็ด หมู และวัวอย่างละยี่สิบตัว พร้อมระบบการเลี้ยงอัตโนมัติ”“ดี! ดีจริงๆ แบบนี้ไม่ต้องออกแรงเลี้ยงก็มีแหล่งอาหารแล้ว” หญิงสาวปรบมือเสียงดัง “น้องหญิง เจ้าโชคดีจริงๆ มีทั้งฟาร์มจริงและฟาร์มในมิติ ชาตินี้เจ้าไม่มีทางลำบากแล้ว”หนึ่งในคนที่ไม่ค่อยสบายก็คือท่านเจ้าเมือง ฟ่านหลิงหยุนกับฉินเสี่ยวโหรวเข้าไปในห้องพักเพื่อดูอาการของคนผู้นี้ด้วยกันฉินเสี่ยวโหรวแลกซื้อยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ไข และยาบำรุงชั้นดีให้กับท่านเจ้าเมือง ผู้ติดตามของท่านเจ้าเมืองเห็นว่าสองสามีภรรยาเป็นผู้มีพระคุณจึงได้เปิดเผยความจริง “นี่คือเจ้าเมืองเจิ้ง นาม เฉินเต๋อ ส่วนข้าชื่อ ซุนถัง พวกเราเดินทางมาตรวจดูภัยแล้งที่ตำบลเกาชาน ไม่คิดเลยว่าพอเดินทางมาถึงเชิงเขาก็เจอโจรป่าหลายร้อยล้อมเอาไว้ ผู้ติดตามส่วนหนึ่งถูกโจรฆ่าตาย ส่วนคนที่เหลือก็เหมือนที่เจ้าเห็น” “ท่านเจ้
ชายหนุ่มทั้งหมู่บ้านไม่รู้ว่าสองสามีภรรยานำพวกเขาเดินเท้าผ่านอุโมงค์สามมิติที่ป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้าย แต่รู้สึกว่าการเดินตามหลังสตรีที่เคยฆ่าหมีป่าอย่างฉินเสี่ยวโหรวต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน “ข้ากำหนดจุดปลายอุโมงค์เอาไว้แล้ว มันจะพาพวกเราไปโผล่ใกล้ค่ายหวั่นเจี้ยน ใช้เวลาเพียงสองเค่อ” ฉินเสี่ยวโหรวกระซิบบอกสามี ฉินเสี่ยวโหรวนำเอาเกราะกันภัยที่เคยซื้อเอาไว้มาครอบร่างตนเองและแลกซื้อให้กับสามีด้วยอีกหนึ่งอัน ครั้นถึงป่าใกล้ค่ายโจร ฟ่านหลิงหยุนก็แอบใช้โดรนตรวจการณ์สำรวจพื้นที่ เขาจึงรู้ว่าในค่ายหวั่นเจี้ยนยามนี้เหลือชายฉกรรจ์ไม่ถึงห้าสิบคน ที่เหลือเป็นสตรีและเด็ก ในฐานะผู้นำ ฟ่านหลิงหยุนจึงวางแผนการบุกอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันมิให้ชาวบ้านเกิดอันตราย “ฟางตง เจ้านำคนที่ยิงหน้าไม้นำทางเข้าไป คนข้างหลังจะได้ไม่เป็นอันตราย” เขาหันไปมองหน้าคนอื่นๆ “บุกเข้าไปชิงเอาข้าวของเงินทองออกมา ของทั้งหมดพวกเราจะแบ่งกัน แต่ห้ามทำอันตรายสตรีและเด็ก ฝั่งนี้มีคนที่จับตัวไว้ ข้าจะนำไปช่วยพวกเขา” “ได้เหล่าฟ่าน พวกเราเชื่อฟังเจ้า” ชาวบ้านร้องรับ
“ข้าก็เห็น!” แม่เฒ่าสกุลเซียวที่อยู่บ้านถัดไปก็รีบยืนยัน “ก่อนแยกบ้านพวกเขาสี่คนผอมแห้งแรงน้อย เพราะอี้ซื่อแบ่งเพียงเศษอาหารให้กิน แต่ตอนนี้พวกเขาได้กินอิ่มหนำสำราญ สกุลลู่ช่างแย่เสียจริง” ลู่เจ๋อชี้หน้าบุตรชายคนโต “หลิงหยุน! เจ้ามันคนอกตัญญู ข้าอุตส่าห์ให้เจ้าได้ใช้แซ่ลู่”
ฉินเสี่ยวโหรวขยับไปนั่งริมเตียง ช่วยพยุงสามีที่กำลังพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่ง “ท่านพี่ ท่านเป็นเช่นไร เจ็บมากหรือไม่” ชายหนุ่มหันไปมองภรรยา “ข้าไม่เป็นไร” ท่าทีของสามีดูเคร่งขรึมผิดจากตอนแรกที่พบกัน ฉินเสี่ยวโหรวลอบสังเกตท่าทีของเขา “ได้ยินว่าค่ารักษาหมดสองตำลึง เ
ยามนั้นลู่เจ๋อบิดาของลู่หลิงหยุนที่ออกไปนั่งดื่มสุรากับสหายในหมู่บ้านได้ยินเรื่องที่คนโจษขานเกี่ยวกับลูกสะใภ้โง่ของตนก็หน้าเสีย “นางกล้าทุบตีคนอย่างรุนแรงอย่างนั้นหรือ” ลู่เจ๋อตกตะลึงเอ่ยถามภรรยาของสหาย “จริงสิ! ข้าเห็นกับตา นางตีเหล่าหานเจ้าอันธพาลนั่นจนสิ้นสติ ส่วนอีกสา
‘ในที่สุด จอแบบเต็มระบบก็มาซะที ฉันต้องหาทางแฮกระบบให้สำเร็จ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยทำตามขั้นตอน’ ฉินเสี่ยวโหรวกดไปที่ปุ่มตั้งค่า จากนั้นก็เริ่มแฮกระบบในทันที นางค้นหาแป้นพิมพ์โปร่งแสงพบและเริ่มเขียนโค้ดเข้าไปแทรกเพื่อเพิ่มคะแนนเหรียญทองให้ตนเอง และได้มาถึงห้าร้อยเหรียญทอง ‘อ







