Masuk“ฉันจะมองแกด้วยความรักได้ยังไง ในเมื่อแม่ของแกทำให้ฉันเสียหน้ามากขนาดนั้น แต่ว่านะ...เป็นฉันต่างหากที่ต้องขอโทษแก เพราะฉัน เป็นเพราะฉันที่ทำให้แกต้องกำพร้าแม่ ถ้าเด็กคนนั้นไม่ต้องมาเจอฉัน เธอคงจะไปแต่งงานกับใครสักคนที่รักและให้เกียรติเธอ ตอนนี้คงจะเป็นคุณนายบ้านไหนสักบ้านไปแล้ว ที่ผ่านมา...พ่อขอโทษน
ซูมั่วไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขาสะบัดมือให้เลขากลับไป ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองได้อยู่ในความสงบเงียบ ๆ คนเดียว ไม่ใช่เขาไม่แค้นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง เขาแค้นทุกครั้งที่ถูกกระทำ แต่เขาก็รักปู่มาก ๆ เช่นกันการที่คนคนนั้นต้องพิการช่วยเหลือตัวเองแทบจะไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ให้เขาก็แล้วกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้
“อ้า...แอ้อ๊าบ แอ้อะอีอ๊องอ๋อ” อาฝูที่แสบซนอ้าปากกว้างให้แม่ตรวจฟันไปด้วยพูดไปด้วยจนฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง“หือ ลูกพูดว่ายังไงนะ เอ้า ไหนพูดใหม่ซิ แม่ฟังไม่เข้าใจ” ด้วยความที่ยังมึน ๆ เบลอ ๆ อยู่ ลี่ห่ายเลยไม่สามารถแปลคำพูดไม่เป็นคำพูดของลูก ๆ ได้เหมือนทุกที เธอเช็ดปากให้ลูกชายก่อนจะบอกให้เขาพูดใหม่อี
ซูมั่วได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ทำอะไรไม่ถูก เขาเม้มปากก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาภรรยาตามที่เธอบอก แม้ในใจจะลังเล แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากบอกความต้องการของตัวเองออกมาตรง ๆ กับเขา ถ้าเขาปฏิเสธ ไม่เท่ากับว่าเขาไม่ต้องการใกล้ชิดเธอหรอกหรือแม้ว่าเขาจะเชื่อมั่นในความตั้งใจของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าป
โชคยังดีที่คนอื่น ๆ รู้จักเก็บอาการไม่หัวเราะเยาะออกมาตรง ๆ ใครบ้างไม่รู้ว่าท่านนายพลเจิ้งหนานอู๋ในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ลูกกับภรรยาเที่ยวไปสร้างหนี้ตรงนั้นตรงนี้ไปทั่ว ภรรยาที่ไม่มีงานทำก็อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำแม้แต่งานบ้าน เที่ยวไปจ้างภรรยาของทหารในค่ายมาทำงานให้แล้วไม่จ่ายเรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องในค่
ว่ากันว่าเจิ้งหนานซูมั่วนั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำตระกูล เดิมทีมีหลายคนเตรียมจะเล่นงานเขาเมื่อขึ้นรับตำแหน่งต่อจากผู้เป็นปู่ แต่แผนการที่เตรียมไว้ทุกอย่างก็จำเป็นต้องพับเก็บไปทั้งหมดภรรยาข้างกายของซูมั่วจากที่เป็นแค่คนธรรมดา ตอนนี้กลับเข้าออกบ้านพักท่านผู้นำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งล่วงหน้าเ
การตัดสินใจของลี่ห่ายไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร เธอไม่ได้รู้สึกว่าถ้าแต่งงานไปแล้วชีวิตของเธอจะจบสิ้น เธอไม่ได้คิดว่าจะฝากชีวิตไว้ที่สามีอย่างที่คนในยุคสมัยนี้ทำกัน เพราะอย่างนั้นแล้ว ถ้าแต่งไปแล้วไม่ดี เธอก็สามารถกลับมาอยู่ในที่ของตัวเองและลูก ๆ ได้ ไม่มีตรงไหนที่ต้องกลัวเลยสักนิดในขณะที่ทุกคนกำลังหล
แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดเพ้อฝันของลี่ห่าย ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวขาเข้าไปในบ้าน เสียงร้องของเด็กก็ดังออกมาจนถึงหน้าถนน แน่นอนว่าในบ้านเจียงแห่งนี้ เสียงของเด็กอายุประมาณเท่านี้ก็มีเพียงแค่สามคนเท่านั้น คนหนึ่งก็คือลูกของบ้านสาม และอีกสองคนก็คือลูกของเธอหวังลี่ห่ายรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าเกิดอะไรข
ในตอนที่กำลังเปิดปากเตรียมเทศนาลูกสะใภ้ที่หายไปทั้งคืน หญิงชราก็แทบจะหัวใจหยุดเต้น บนหลังของลูกสะใภ้ของเธอในตอนนี้มีเสืออยู่เสือตัวเป็น ๆ เลยด้วย ไม่รู้ว่าตายหรือยังไม่ตาย“ละ ละ ละหล่อน หวังลี่ห่าย เธอไปเอาเสือมาจากไหน เอาออกไปเลยนะ”แม้ว่าใคร ๆ จะบอกว่าเธอเป็นหญิงแกร่งที่เลี้ยงลูกสี่คนด้วยตัวคนเด
แสงแดดที่เลือนรางค่อย ๆ หายไป แปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งป่า สัตว์ป่าตัวเล็กต่างหลบหนีเข้าไปยังที่รังของตัวเองตามสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด แต่กลับมีหนึ่งชีวิตที่ไม่ยอมกลับเข้าไปซ่อนตัวเพื่อหลบภัยในยามค่ำคืนเหมือนทุก ๆ ชีวิตในพงไพรหญิงสาววัยราวสามสิบปี นามว่า หวังลี่ห่าย มองไปรอบตั







