Home / วาย / สัญญาปรารถนา / บทที่ 4 เริ่มงาน 2

Share

บทที่ 4 เริ่มงาน 2

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีสี่ ภพตะวันนอนคุดคู้อยู่ที่พื้นซึ่งเต็มไปด้วยตำราว่าด้วยการเงินการธนาคาร กฎหมายแพ่ง หลักการต่อรองและจูงใจคน กฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงิน รอบตัวเขามีกระดาษจดเกลื่อนกลาด เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปกดปิดเสียงเตือนปลุกก่อนจะค่อยๆ หยัดตัวขึ้นนั่ง โดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางกองตำรา ถึงแม้ว่าห้องพักสวัสดิการของพนักงานที่ภพตะวันย้ายมาอยู่จะมีตู้โต๊ะเตียงให้ แต่ดูแล้วก็แทบไม่เหมือนห้องของเด็กวัยสิบแปดเลย เพราะของใช้ส่วนตัวของเขามีแค่เสื้อผ้าไม่กี่ตัวและรูปถ่ายครอบครัวที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงเท่านั้นเอง

                สิบห้านาทีต่อมา ภพตะวันมองตัวเองในกระจก เขาสวมเชิ้ตขาว เก็บชายเสื้อใต้ในกางเกงสีเทาเข้ม รองเท้าหนังสีดำ เขาใช้ช่วงเวลาเช้าอ่านหนังสือและศึกษาเอกสารฟ้องหนี้ที่พ่อกับแม่ติดกับ เขาเลาะเนื้อหาทีละส่วน ค่อยๆ ติดตามกระแสเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ากระเป๋าคุณลุง  ตึก Imperial Topaz นั่นจะเป็นแค่จุดเริ่มต้น เขาจะกลืนกินกิตติธารา ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ปให้พินาศสิ้น

                นาฬิกาบอกเวลาหกโมงเช้า ได้เวลาออกเดินทาง

                “พ่อครับ ไม่ต้องห่วงภพนะครับ ภพจะทวงทุกอย่างที่เคยเป็นของเรากลับคืนมาเอง ถึงมันจะยาก แต่ภพก็จะค่อยๆ ไปทีละก้าว ทีละก้าว... ไปตามจังหวะของภพ ภพจะทำให้ดีที่สุดครับ”

                โลกของเขาเงียบเหงา แต่ใบหน้าของพ่อกับแม่ในรูปถ่ายยิ้มละไมแสนอบอุ่น ภพตะวันจึงชอบมองดูรูปครอบครัวในเวลาที่ต้องการกำลังใจเสมอ

                หลังจากรู้ว่างานที่เขาต้องทำต่อไปคืออะไร เขาก็เริ่มวางแผนว่าทำอย่างไรจึงจะทำหน้าที่ ‘ส่งเอกสาร’ ได้ดีที่สุด ภพตะวันเดินผ่านกล่องกระดาษซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือข้อมูล ข่าวด้านเศรษฐกิจที่เขาตัดแปะเอาไว้ หยิบกระเป๋าเป้ใบเก่งขึ้นสะพายหลัง เปิดประตูแล้วก้าวออกไป

                “ผมเป็นพนักงานใหม่ ยังไม่รู้งานอะไรเลย กรุณาแนะนำด้วยนะครับ”

                โรงแรมเดอะแอตลาสเป็นสถานที่ที่ CEO วารุณส่งเขาไป ภพตะวันต้องทำงานเป็นพนักงานตำแหน่งเล็กที่สุด ทำงานที่โรงแรมซึ่งมีตัวเลขขาดทุนมากที่สุด ภพตะวันเริ่มงานใหม่อย่างสดใส แต่ผลก็คือไม่มีใครสนใจพนักงานส่งเอกสารตัวเล็กๆ คนนี้สักนิด ก็แค่พนักงานส่งเอกสารชั่วคราว โรงแรมแห่งนี้เงียบมาก แทบไม่มีคนเข้าพักเลยและไม่มีพนักงานคนไหนคิดจะขยับตัวทำอะไร เพราะมีข่าวลือแว่วมาสักระยะแล้วว่าโรงแรมแห่งนี้กำลังจะถูกขายทิ้ง เพราะฉะนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะต้องเสียเวลาลุกมาทำความรู้จักหรือเอาอกเอาใจพนักงานใหม่

                บรรยากาศการทำงานมีแต่พลังงานลบมาก แต่ละคนรับไหว้อย่างเสียมิได้แล้วก็ไม่สนใจเขาอีก เว้นอยู่คนหนึ่งนั่นคือคุณนา หัวหน้าตามสายงานโดยตรงของเขา

                “หน้าที่ของเธอก็แค่ชงกาแฟและพิมพ์เมโมที่ส่งภายในออฟฟิศ รวมทั้งส่งเอกสารตามชื่อตำแหน่งนั่นแหละ”

                คุณนาจบการอบรมแค่นี้ ก่อนจะกอดอก มองภพตะวันตั้งแต่หัวจรดเท้า “หน้าหวานบอบบางแบบนี้ จะไหวแน่เหรอ”

                “ไหวครับ”

                “ที่นี่เราจะมีมอเตอร์ไซค์ให้ใช้หนึ่งคัน ขี่ได้รึเปล่า”

                “ได้ครับ ผมมีใบขับขี่”

                คุณนาพิจารณาดูแล้วไม่ไหวแน่ “ถ้าขี่ไปแค่หน้าปากซอย ฉันยังพอไว้ใจได้ แต่นี่ถนนกรุงเทพ ฉันไม่ไว้ใจ ประเดี๋ยวลงไปนอนมุดอยู่ใต้ท้องรถเสียเปล่าๆ โรงแรมเราอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้า เพราะงั้นใช้รถไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ฉันจะทำเรื่องเบิกค่าเดินทางให้รายเดือน บริหารจัดการให้ดีก็แล้วกัน”

                “ทราบแล้วครับ”

                โลกการทำงานมีภาษาเป็นของตัวเอง ถึงจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ภพตะวันมีประสบการณ์ทำงานมาก่อนหน้าอย่างโชกโชน ดังนั้นจึงไปได้เร็วกว่าคนอื่น และความสัมพันธ์ช่วงแรกเริ่มนั้นบอบบางที่สุด ภพตะวันจึงยิ้ม แต่น้อยครั้งมากที่จะมีคนยิ้มทักทายตอบ แต่ภพตะวันก็ยิ้มละไมต่อไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถึงจะส่งพลังงานเป็นมิตรไปแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับมา เขาก็ไม่รีบร้อนหุบยิ้มแต่อย่างใด จนกระทั่งคนในออฟฟิศแอบสังเกตและเริ่มยิ้มตอบกลับมา หลังจากเริ่มงานไปได้หนึ่งสัปดาห์ก็ไม่มีใครไม่รู้จักเขา

                ภพตะวันค้นพบว่าช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่โกลาหลที่สุด เพราะพนักงานส่วนใหญ่มาถึงที่ทำงานก่อนเวลางานเพียงชั่วพริบตา จากนั้นก็ต้องจัดการกับอีเมลที่ส่งมาจากต่างประเทศเมื่อคืน บางส่วนต้องจัดการกับโทรสารรุ่นโบราณ ตามด้วยการรับโทรศัพท์ประจำวัน เรียกได้ว่าเข้างานปุบก็วิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่น เป็นภาวะไร้แบบแผน ซึ่งแน่นอนว่าเขาในฐานะ ‘เด็กส่งเอกสาร’ ก็จะถูกจิกเรียกใช้ตลอดเวลา ลามปามไปถึงเวลามืดค่ำ

                “ไม่ต้องห่วงครับพี่ ไม่มีปัญหาเลย เดี๋ยวบ่ายสามเด็กส่งเอกสารจะไปส่งถึงโต๊ะทำงานพี่เลยครับ”

                พนักงานในออฟฟิศรับปากลูกค้าดิบดี แต่ปรากฏว่าบ่ายสองโมงครึ่งแล้ว คุณเขาก็มัวแต่คุยเล่นสบายใจ ภพตะวันต้องรับผิดชอบส่งเอกสารก็ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นวันต่อมาลูกค้าคนนั้นจึงโทรมาตำหนิ แล้วเรื่องก็ไปถึงหูคุณนา

                “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเอกสารเร่งด่วนฉบับนั้นถึงล่าช้า รู้มั้ยว่าเขาโทรไปโวยถึงสำนักงานใหญ่”

                “ตายจริง เมื่อวานน้องให้ภพตะวันไปส่งแล้วนะครับ สงสัยจะมัวเหลวไหล เดี๋ยวน้องจะไปด่าเองครับ”

                สัจธรรมที่ภพตะวันเรียนรู้เพิ่มเติมจากเรื่องนี้ก็คือ เมื่อคุณตำแหน่งเล็กกว่า คุณคือคนผิด ซึ่งก็ใช่ว่าจะไม่เจ็บๆ คันๆ แต่ภพตะวันบอกตัวเองว่าอย่าไปถือสา คนเราร้อยพ่อพันแม่ สิ่งที่เขาต้องค้นหาก็คือจะแก้ปัญหาเละเทะแบบนี้อย่างไรดี

                “ผมเรียงจดหมายกับแฟ๊กซ์ของทุกคนไว้ให้ที่โต๊ะแล้วนะครับ”

                ภพตะวันตัดสินใจมาถึงที่ทำงานก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมงานของตัวเอง วางแผนเรื่องเส้นทางและลำดับการส่ง แปะเมโมแจ้งเตือนงานด่วน และเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ให้พนักงานคนอื่นล่วงหน้าด้วย

                “ผมทำงานนี้ก็เพื่อรับใช้ทุกคน หากมีปัญหาอะไร ขอให้บอกโดยไม่ต้องลังเล งานเกี่ยวกับเอกสารทุกอย่างสำคัญต่อคุณและบริษัท หากฉุกเฉินจำเป็นต้องส่งเอกสารนอกเวลางานก็แจ้งผมนะครับ แต่ตัวผมเองก็ต้องพักผ่อนจึงจะสามารถรับใช้ทุกคนต่อไปในวันรุ่งขึ้นได้ หากงานมิได้รีบร้อนเร่งด่วนจริงๆ สามารถบอกผมล่วงหน้าหรือแจ้งผมในวันรุ่งขึ้นได้ล่ะก็ ขอให้ทุกท่านกรุณาด้วยนะครับ

                ภพตะวันอธิบายอย่างสุภาพ ไม่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่ากำลังถูกติเตียน เขานอบน้อมและวางตัวในฐานะผู้ร่วมงานที่ให้บริการอำนวยความสะดวก ทำให้งานของทุกท่านคล่องตัวขึ้น ในขณะเดียวกันก็ขอร้องให้พวกเขาแยกแยะความสำคัญก่อนหลังของงาน เมื่อทุกคนรู้สึกว่าสมเหตุสมผล ก็เริ่มปรับเวลาการส่งเอกสารให้ตรงกัน นั่นช่วยให้ภพตะวันมีเวลายืดหยุ่นพอรับปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นและเปิดโอกาสให้เขาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของพนักงานตำแหน่งอื่นๆ อย่างแนบเนียน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน [จบ]

    “ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 5

    ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 4

    เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 3

    ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 2

    “ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป

  • สัญญาปรารถนา   บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน 1

    บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 20 เล่ห์กล 3

    เชฟอาหารไทยของเดอะแอตลาสได้รับเชิญให้เป็นผู้ปรุงอาหารให้งานประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกียรติและขยายโอกาสมากขึ้น ภพตะวันจึงเริ่มมองเรื่องการโฆษณาโรงแรมเดอะแอตลาสไปสู่มหานครใหญ่ๆ สำคัญของโลกอย่างนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน เป็นต้น แต่ออแกไนเซอร์และฝ่ายการตลาดตอบกลับมาว่ายา

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 16 เลี้ยงขนม 2

    “ลองอ้อนฉันดูสิ” “??” ภพตะวันกะพริบตาปริบๆ “อ้อน?” “เวลาที่

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 15 เลี้ยงข้าว 2

    โดยทั่วไปแล้วการบริหารโรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ก็คือฝ่ายห้องพัก กับฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการให้บริการแบบดั้งเดิม แต่ภพตะวันเสนอให้ปรับเดอะแอตลาสเป็น ‘จุดนัดพบ’ กลางเมืองใหญ่ ปรับพื้นที่ให้มีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับการสัมมนา ปรับปรุงแกรนด์บอลลูมให้สวยสง่าพร้อ

  • สัญญาปรารถนา   บทที่ 13 เครือญาติเหล่าพันธุ์ 2

    ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก 

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status