เข้าสู่ระบบบทที่ 4 เริ่มงาน
ท้องฟ้ามืดไปนานแล้ว แสงสีของมหานครส่องแสงพร่าวพราวอยู่เบื้องล่าง วารุณยืนทอดสายตามองอยู่เงียบๆ ก่อนที่จะมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น คุณเพิ่มผลิตซึ่งเป็นหัวหน้าเลขานุการเข้ามาค้อมคำนับก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ ซึ่งเต็มไปด้วยแฟ้มรายงานจากอาณาจักรเฟรเซอร์มากมาย ทั้งใบส่งสินค้าส่งออกจากสิบหกโรงงานในสามประเทศ รายงานการสอบบัญชีจากโรงงานผลิตรถยนต์ในเยอรมัน ใบเรียกเก็บเงินจากเครือข่ายกองเรือเดินสมุทร สถาบันการเงินและกลุ่มบริษัทประกันภัย
“ข้อมูลเกี่ยวกับภพตะวัน กิตติธาราครับ”
“ขอบคุณ” ร่างสูงสง่าสวมแว่นแล้วพลิกอ่านไปทีละหน้า คุณเพิ่มผลิตก็รายงานไปด้วย
“ผลการสอบวัดระดับคะแนนของเขาน่าทึ่งมาก ช่วงที่เรียนอยู่เขารับจ๊อบทำบัญชีและภาษีให้ร้านค้าในโรงเรียน เป็นติวเตอร์สอนหนังสือในยูทูป รับพิมพ์รายงาน รับทำเอกสารธุรการให้พวกครูแลกกับค่าแรงตามแต่จะให้ ครูที่ดูแลเขาหลังจากสูญเสียพ่อแม่กล่าวชื่นชมเขามาก เขาเป็นเด็กดี หาเงินเองทั้งหมดและไม่เคยหยิบยืมหรือทำตัวเหลวไหล เพียงแต่...”
คุณเพิ่มผลิตไม่กล้าพูดต่อ
“ตอนนี้เขาพักอยู่ที่ไหน”
“หอพักเก่าๆ ใกล้ที่ทำงานครับ ถ้าได้งานที่ไหน เขาก็จะย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ที่ผ่านมาเขาทำงานพาร์ทไทม์ค่าแรงไม่มาก พอแค่ดำรงชีวิต แต่จากประวัติแล้วเขาถูกเชิญออกบ่อยมาก”
“การทำงานของเขามีปัญหาอะไร”
“ไม่เลยครับ แต่เป็นคำสั่งเชิญออกจากสำนักงานใหญ่”
ในแฟ้มมีรูปถ่ายภพตะวันตั้งแต่สมัยยังเด็กไปจนถึงรูปตอนที่เขากำลังเก็บขวดพลาสติกจากถังขยะ อีกรูปเป็นรูปถ่ายด้านหน้าหอพักเก่าโทรม ค่าเช่ารายเดือนแค่พันห้า มีตัวอย่างสภาพห้องด้วย เป็นห้องโล่งๆ กับพัดลมเพดานหนึ่งตัว ไม่มีเตียงไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรให้ ซึ่งห้องที่เขาอยู่ก็คงสภาพเดียวกัน
“เขาอยู่ตามลำพังงั้นหรือ”
“ครับ”
“แล้วคุณสุวิทย์ล่ะ เขาเป็นลุงแท้ๆ ของเขาไม่ใช่หรือ”
“ดูเหมือนทางนั้นจะไม่นับเขาเป็นญาติครับ”
ข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่ามองมุมไหนก็เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรต่อเขาเลย ก็แค่บทชีวิตแสนโศกของเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แต่ไม่รู้ทำไมวารุณกลับติดใจแววตาดุดันของเด็กคนนี้ ภพตะวันฉลาดพอที่จะขยับยิ้มนุ่มนวลบ่อยครั้ง เขาเป็นคนตรงไปตรงมา ดูไร้พิษภัย แต่เมื่อภพตะวันมองตาและพูดจาตรงเข้าประเด็นไม่กี่คำด้วยคำพูดเรียบง่าย มิได้ลงน้ำหนักเสียงอะไร แค่พูดไปเรียบๆ แต่กระนั้นไม่ได้หมายความว่าคำพูดเรียบๆ ของเขาไม่แรงพอ
“ผมขอเรียนแจ้งว่าไม่ต้องไปสนใจเขาหรอกครับ”
“ทำไม”
“เขาค่อนข้างแปลก จิตเขาอาจไม่ปกติ”
วารุณหัวเราะ เจ้าหนุ่มบุคลิกดี วาจานุ่มนวล หน้าตาดีราวกับดอกไม้แรกแย้ม แต่เที่ยวเดินเก็บขยะจำพวกขวดแก้วขวดพลาสติกไปทั่ว ไม่แปลกก็เกินไป
“ฉันกลับมองว่าเขาเป็นคนที่ยืดหยุ่นดี มีถมไปที่คนหน้าตาดีถูกซ่อนไว้ใต้หมวกรุ่งริ่ง เขาไม่ได้มองว่าการเก็บขยะเป็นเรื่องน่าอาย แต่มันคืองานแบบหนึ่งต่างหาก อีกอย่างคนก็แตกต่างไปร้อยแปดพันเก้า หากตัดสินว่าคนที่แตกต่างจากเราว่าแปลก ตัวเราเองนั่นแหละที่แปลกไม่ใช่หรือ”
วารุณปิดแฟ้มก่อนจะเงียบคิดไปอึดใจ เกิดเป็นคุณชายตระกูลร่ำรวย แต่ต้องดิ้นรนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่มีใครให้พึ่งพิง ไม่มีแม้แต่กำลังจะส่งตัวเองเรียน แต่กระนั้นแววตาของภพตะวันมีเปลวเพลิงมหากาฬลุกโชนอยู่ในนั้น
“ที่พักของเขาดูไม่ปลอดภัยเลย คุณช่วยเป็นธุระหาที่พักที่เหมาะสมให้เขาด้วย”
“...ครับ ผมจะจัดหาที่พักสวัสดิการพนักงานให้เขา”
“แล้วไม่ต้องบอกให้เขารู้ว่าฉันสั่ง”
“ครับ แล้วไม่ทราบว่าจะให้ผมแจ้งทางโรงแรมให้รับเขาเข้าทำงานในตำแหน่งอะไรดีครับ”
วารุณใช้ความคิดขณะหยิบรูปถ่ายของภพตะวันขึ้นมาดู รูปนี้เพิ่งถ่ายสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนบ่ายซึ่งภพตะวันกำลังเลือกชุดทำงานจากกระบะลดราคาในห้าง เขาซื้อรองเท้าหนังสีดำ เน้นชุดเรียบง่ายแต่ดูดี ใส่มิกซ์กันได้หลายโอกาส เมื่อลองนึกภาพว่าเขาจะสวมชุดนั้นแล้วจะเป็นอย่างไร มุมปากของ CEO วารุณก็หยัดขึ้นช้าๆ
“ให้เขาเป็นพนักงานส่งเอกสาร”
“ครับ ห้ะ?” คุณเพิ่มผลิตกำลังจะจดบันทึก ก่อนจะกระเด้งหน้าขึ้นมาแทบไม่ทัน “พนักงานส่งเอกสาร? แมสเซนเจอร์น่ะหรือครับ”
“ใช่ และให้เขาเริ่มงานทันที”
“ลูกชายครับคุณพ่อคุณแม่” หลายเดือนถัดมา ทายาทตระกูลเฟรเซอร์จากกระบวนการอุ้มบุญถูกกฎหมายก็ถือกำเนิด หมอทำคลอดเฉลยเพศของเจ้าหนูในวันคลอดเลย หมออุ้มเจ้าตัวนุ่มแสนงดงามให้ทั้งคู่ได้ชื่นชม โดยเฉพาะเจ้าจำปีเล็กๆ น่ารัก วารุณติดตามเข้ามาจับมือเขาไว้ด้วยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า จูบหน้าผากภพตะวันซึ่งหัวเราะดีใจเช่นกัน เขาพร่ำขอบคุณญาติของภพตะวันที่รับอาสาอุ้มบุญให้ แล้วติดตามไปดูลูกด้วยกันอย่างตื่นเต้น ครอบครัวเฟรเซอร์ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นแล้ว “อรุณสวัสดิ์จ้าคุณพ่อ” เมื่อภพตะวันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นวารุณอุ้มลูกในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ร้องเพลงเห่กล่อมพลางโยกตัวเบาๆ ก่อนจะเล
ภพตะวันยังคงทำงานต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ เขารู้เรื่องการประเมินความแข็งแกร่งและอ่อนแอของงบการเงินหรือโครงการธุรกิจใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ดีมาก และเขาลงรายละเอียดไว้ว่าตลาดจะกลับมาอยู่ในช่วงกระทิงได้ถูกจังหวะ “ระวังเจอหุ้นงามเมื่อเงินหมดนะครับ” ภพตะวันให้คำเตือนไว้สั้นๆ เพื่อเบรกวารุณไม่ให้ทุ่มเงินเข้าตลาด เขาอธิบายไว้ว่าเมื่อหุ้นจำนวนมากมีราคาต่ำกว่าพื้นฐาน เพราะมีกำไรในกระแสเงินสดไม่พอ ดังนั้นสถาบันการเงินที่มีกระแสเงินสดแข็งจึงมีกำไรต่อหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย เงินจะไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงตามที่เขาคาด และเมื่อภพตะวันคาดการณ์ว่าตลาดจะเข้าสู่ภาวะหมี ซึ่งก็ถูกอีก&n
เดือนถัดมา... ภพตะวันและวารุณประกาศแต่งงาน วันที่ทั้งคู่แต่งงานกันเป็นวันที่แวดวงผู้มีอันจะกินต่างโจษจัน ลือกันไปต่างๆ นานาว่าท่าน CEO วารุณวางเงินสินสอดมากถึงหนึ่งพันล้านบาทเพื่อสู่ขอสามีคนนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใครบอกได้ว่าจริงหรือไม่จริง เพราะภพตะวันเลือกที่จะจัดพิธีแบบไทย หมั้นเช้าแต่งเย็น รูปแบบงานเรียบง่ายและเชิญคนรู้จักและผู้ที่ทั้งหลายเคารพนับถือไม่กี่คนมาร่วมเป็นสักขีพยาน ตั้งแต่นั้นมารูปถ่ายครอบครัวที่เคยมีแต่พ่อแม่และเขา วันนี้จึงมีรูปคู่บ่าวสาวใส่กรอบวางเพิ่มเติม และยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือสำหรับสมาชิกใหม่ในอนาคต “ช่วงนี้ฉันหลับคามือหนูทุกวันเลย” “มือที่ไหน หนูใช้เท้าเหยียบหลังให้เตงต่างหาก ต้องบอกว่าหลับคาเท้าสิครับ”
ภัทรบินกลับมาเมืองไทยเมื่อทราบข่าวธุรกิจของพ่อ ในเวลานี้สุวิทย์กับแจ่มจันทร์ในฐานะคู่สมรสต้องเดินทางขึ้นโรงขึ้นศาลจนเหนื่อย ทรัพย์สินเงินทองที่มีหายวับไปจากมือโดยที่ทำอะไรไม่ได้ เพื่อนฝูงที่เคยมีต่างหันหลังให้ไม่ก็เหยียดหยามกันต่อหน้า สุวิทย์ขุ่นแค้นใจทุกวัน แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายแล้ว สุวิทย์ก็เริ่มปลงตก “กลับมาแล้วหรือลูก แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ” “แฟนของภัทรครับ ชื่อคุณฉัตรชนก เขาเป็นหัวหน้าเชฟอยู่ที่เดอะแอตลาส ตอนนี้กำลัง...” “เหอะ หาดีได้แค่นี้เองเหรอ หน้าอย่างกับโจร” แจ่มจันทร์พูดขัดจังหวะพลางมองเหยียด ฉัตรชนกกำลังจะยกมือไหว้ก็เลยหน้าเจื่อนไป ภัทรจึงเข้าไปคุยกับแม่ตรงๆ ว่าเขาไม่ชอบที่แม่พูดแบบนี้ และขอให้แม่ให้เกียรติคนที่เขารักด้วย แจ่มจั
“ภพรักเตง ภพมีความสุขเวลาที่เตงกอดภพแน่นๆ” “งั้นเรา...” “ไม่ได้ครับ ภพตัวเหม็น” “อาบน้ำกันเถอะ ฉันจะช่วยอาบให้” วารุณถอดเสื้อผ้าเหวี่ยงทิ้งไป แล้วจูงมือเขาไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ บรรจงสระผมให้และฟอกสบู่จนหอมลื่นเต็มไปด้วยฟองทั้งตัวจากนั้นก็แช่น้ำอุ่น วารุณเอนหลังพิงขอบสระ ส่วนภพตะวันนั่งหลังพิงอกเขา เหยียดขาจนสุดพลางถอนหายใจยาวด้วยความปลอดโปร่ง ภพตะวันหลับตาพริ้ม ต้องขอบคุณคุณวารุณที่สอนให้รู้จักวิธีป
บทส่งท้าย ทำสัญญารับประกัน กี่โมงแล้ว... ภพตะวันลืมตาพรึ่บเหมือนมีใครกดสวิตซ์ ก่อนจะค่อยๆ กระเด้งตัวขึ้นนั่งในสภาพเผ้าผมยุ่งเหยิงมีคราบวิปครีมเหนียวๆ และยังมึนๆ อยู่ว่ากลับมาที่ห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร แล้วเมื่อวานไปทำอะไรที่ไหนมา อ่อ ฮ่องกง แล้ววันนี้วันอะไร มีงานอะไรทำค้างอยู่แต่นึกไม่ออก บนโต๊ะหัวเตียงมีช่อกุหลาบวางอยู่ ใครเอามาวางไว้... ภพตะวันเคาะศีรษะตัวเองไล่มึนแล้วพุ่งเข้าไปกอดชักโครก อาเจียนจนขมปากขมคอ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานจะเคาะประตูห้องแล้วเดินเข้ามา “วันนี้นอนพักดีกว่านะ หนูมีไข้นิดหน่อย ฉันเช็ดตัวให้รอบนึงแ
เชฟอาหารไทยของเดอะแอตลาสได้รับเชิญให้เป็นผู้ปรุงอาหารให้งานประชุมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกียรติและขยายโอกาสมากขึ้น ภพตะวันจึงเริ่มมองเรื่องการโฆษณาโรงแรมเดอะแอตลาสไปสู่มหานครใหญ่ๆ สำคัญของโลกอย่างนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน เป็นต้น แต่ออแกไนเซอร์และฝ่ายการตลาดตอบกลับมาว่ายา
“ลองอ้อนฉันดูสิ” “??” ภพตะวันกะพริบตาปริบๆ “อ้อน?” “เวลาที่
โดยทั่วไปแล้วการบริหารโรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ก็คือฝ่ายห้องพัก กับฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นการให้บริการแบบดั้งเดิม แต่ภพตะวันเสนอให้ปรับเดอะแอตลาสเป็น ‘จุดนัดพบ’ กลางเมืองใหญ่ ปรับพื้นที่ให้มีห้องประชุมขนาดใหญ่รองรับการสัมมนา ปรับปรุงแกรนด์บอลลูมให้สวยสง่าพร้อ
ภัทรซึมเซา รอบตัวมีแบบเสื้อผ้าที่เขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบและเอกสารดีลงานเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด เขาไม่มีปัญญาจ่ายค่าสั่งผลิตเสื้อผ้าล็อตแรกให้แก่ทางโรงงานตัดเย็บได้ ภัทรจึงจำเป็นต้องยอมเสียมัดจำจำนวนหกแสนไป นอกจากจะไม่เหลืออะไรแล้วยังติดหนี้อีกต่างหาก 


![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




