LOGIN"สวัสดีครับท่าน"
ศันต์กรอกเสียงนอบน้อม ส่งไปยังปลายสายที่พึ่งกดรับ 'ศันต์ใช่รึเปล่า' "ใช่ครับท่าน" 'ท่านเทิ่นอะไรกัน บอกให้เรียกลุงตั้งนมนาน ยังจะเรียกท่านอยู่อีก' "ไม่ได้หรอกครับท่าน ผมไม่กล้าครับ" ศันต์ว่าเสียงกระอักกระอ่วน 'คนกันเองทั้นนั้น จะเกรงใจอะไรกันนักพ่อศันต์' เดิมทีท่านเกริกเป็นเพื่อนสนิทของคุณชายศิระ พ่อของศันต์ที่เสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บวกกับสภาพคล่องของครอบครัวที่เริ่มฝืดเคือง ทำให้ท่านเกริกยื่นมือเข้ามาช่วย จากหนี้หลักล้าน ไปสู่หลักสิบล้าน นานวันเข้ากลายเป็นหลักร้อยล้าน "กระผมละอายเหลือเกินครับท่าน เงินที่หยิบยืมท่านมา หวังจะกอบกู้บริษัทให้กลับมารุ่งโรจน์ กลับกลายเป็นว่าเหมือนเอาเกลือไปละายแม่น้ำแทน" 'เรื่องธุรกิจมันก็แบบนี้ล่ะนะพ่อศันต์ อย่าไปคิดมากให้มันปวดหัวนักเลย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ที่ฉันอยากคุยน่ะ ไม่ใช่เรื่องหนี้สินพวกนั้นหรอก' คนฟังถึงกับชะงัก หากไม่ใช่เรื่องหนี้ ท่านเกริกจะยังคุยอะไรกับคนไม่มีผลประโยชน์แบบเขาอีกงั้นหรอ 'เรื่องที่ฉันจะคุยน่ะ....' คนปลายสายอธิบายอย่างใจเย็น และชัดเจน เสียก็แต่คนฟัง ที่ตอนนี้แทบไม่มีสติสตังจะประมวลผลคำพูดมากมายนั่นอีกต่อไป "นี่ท่าน...." ร่างเล็กที่พึ่งก้าวเข้ามาในบ้านในช่วงค่ำ สภาพดูไม่จืดนัก เพราะแม้แต่เดินลลินยังไม่สามารถเดินให้ตรงได้ "ลลิน พ่อกับแม่มีเรื่องจะคุยกับลูกหน่อย" ขจีเดินเข้ามาประจัญหน้า แต่ก็ต้องคิ้วขมวด ยกมือขึ้นโบกไล่กลิ่นเหม็นคลุ้งของแอลกอฮอล์ จากตัวของลูกสาวเพียงคนเดียว "นี่ไปดื่มมาตั้งแต่หัววันจรดค่ำเลยหรอ แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าของพวกนี้อย่าดื่มบ่อย" 'โธ่~~ ลินไม่ได้ดื่มบ่อยซะหน่อยค่ะ วันนี้มีเรื่องให้ต้องคิดนี่นา' เสียงยานครางเล็กน้อยตอบ พลางส่งยิ้มมาให้คนเป็นแม่ "เรื่องอะไร ไหนบอกแม่ซิ" "ก็เรื่องที่เราเป็นหนี้บ้านวัฒนเกียรติจนต้องขายบ้านนั่นไงคะ" ยังไม่ทันได้พูดสักคำ ลูกสาวของเธอก็รู้เรื่องจนมีเวลาไปเมาแล้วหรือนี่! "ลูกรู้ได้ยังไงเนี่ยลลิน" "ลินแอบได้ยินมาค่ะ คุณแม่จะคุยเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะคะ" "แม่ไม่คุยกับคนเมา พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" ขจีเตรียมหันหลังเดินหนีลูกสาว แต่มือเล็กของคนเมากลับคว้าเเขนเธอเอาไว้ได้ก่อน "ลินไม่เมานะคะคุณแม่ สติสัมปชัญญะร้อยหนึ่งเปอร์เซ็น พูดได้ฟังเข้าใจค่ะ" มืออีกข้างของลลินยกขึ้นทำท่าโอเค แม้ตาจะปิดทีเปิดที เหมือนคนที่พร้อมจะฟุบหลับลงทุกที่ก็ไม่ปาน "จริงๆ เลยนะเราเนี่ย" "งืออ ไปค่ะไปคุยกับคุณพ่อกันน" ขจีถูกลูกสาวลากไปยังห้องทำงานของสามีอย่างจำยอม ก่อนที่สมาชิกครอบครังทั้งสามคน จะนั่งประจัญหน้ากันอย่างตึงเครียด "นี่ไปดื่มมาหรอลลิน" คนเป็นพ่อถามคิ้วขมวด กลิ่นแอลกอฮอล์และทีท่าของลูกสาว ดูผิดแผกไปจากปกติ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะกลับบ้านมาในสภาพนี้ "นิดเดียวเองค่ะคุณพ่อ ตอนนี้ลินมีสติดีมากๆ เราเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ" "ลูกรู้แล้วใช่ไหม ว่าพ่อติดหนี้ เราอาจจะต้องขายบ้าน แล้วไปหาที่อื่นอยู่ไปก่อน" จั่วหัวขึ้นมา บรรยากาศก็ยิ่งมาคุกันไปใหญ่ นี่เป็นครั้งแรก ที่ศันต์รู้สึกผิดกับลูกสาวสุดขั้วหัวใจ "เราผลัดหนี้ไปอีกสักปีสองปีไม่ได้หรอคะ เดี๋ยวลินจะออกไปหางานทำ ใช้หนี้ให้หมดให้ได้" แม้จะอยู่ในอาการกรึ่มๆ แต่ลลินรู้ดีว่าหากขาดบ้านนี้ ขาดทุกสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันกลับมาอยู่จุดเดิมได้อีก เพราะแบบนั้น ต่อให้ต้องทำงานจนเลือดตากระเด็น ก็ต้องหาเงินมาคืนเจ้าหนี้บ้านวัฒนเกียรติอะไรนั่นให้ได้ "พ่อละอายท่านเกริกเกินจะทนแล้ว เป็นพ่อที่ไม่ดี ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวบกพร่อง จนต้องไปเบียดเบียนวัฒนเกียรติขนาดนี้" ไม่กล้าสู้หน้าลูกสาวด้วยซ้ำ จะให้ไปผลัดหนี้อีก คงไม่มีเศษหน้าตระกูลผู้ดีเหลือ "คุณพ่อจะยอมขายบ้าน ขายทุกอย่างที่คุณปู่คุณย่าให้มาแบบนี้หรอคะ ลินทำใจไม่ได้หรอกค่ะ" ลลินภัทรตาแดงก่ำ สมบัติพัสถานตกทอด ทำใจยากเหลือเกินที่ต้องขายทอดตลาด "พวกวัฒนเกียรติใจไม้ไส้ระกำ!" รวยแล้วยังไม่คิดเห็นใจกันบ้าง จะหน้าเลือดไปถึงไหน "ลลิน!" เสียงตะคอกดังลั่นไปทั่วห้องจากคนเป็นพ่อ ศันต์ไม่รีรอหันมาตำหนิลูกสาวด้วยความโกรธ หลายปีมานี้หากไม่มีวัฒนเกียรติ รัตนเดชากุลก็คงไม่ได้อยู่สบายมาถึงทุกวันนี้ แต่คนเป็นลูกสาวไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบาง เข้าใจเพียงแต่ว่าฐานะคือเจ้าหนี้และลูกหนี้ "คุณพ่อ...." เสียงสั่นเครือและนัยน์ตาแดงก่ำสั่นระริก บอกได้เป็นอย่างดีว่าลลินภัทรตกใจ และน้อยใจขนาดไหน พาดพิงเจ้าหนี้หน้าเลือดนิดเดียว ถึงกับต้องหันมาดุด่ากันเลยหรือ "พ่อจะบอกให้นะ ถ้าไม่มีเจ้าหนี้ใจไม้ไส้ระกำที่ลูกว่า คิดหรอว่าลำพังรัตนเดชากุลที่ธุรกิจจะล้มละลายตั้งแต่ลูกยังเด็ก จะทำให้ลูกมีกินมีใช้สะดวกสบายอย่างทุกวันนี้ได้ลลิน!" "งั้นคุณพ่อจะให้ลินทำยังไงล่ะคะ ลินไม่อยากเสียทุกอย่างที่เป็นของเราไป ลินไม่อยากใช้ชีวิตที่ไม่ได้เป็นรัตนเดชากุลเหมือนอย่างวันนี้ ลินไม่ยอม!" ลลินภัทรตะเบ็งเสียงดังลั่น ไม่ต่างจากคนสติแตกดีๆ นี่เอง ไม่มีใครจะอยากเสียชีวิตเพียบพร้อมไป ไม่เว้นแม้แต่ศันต์และขจี "ถ้าวัฒนเกียรติไม่ยอมผ่อนเวลาให้สักปีสองปี ลินจะไปคุกเข่าอ้อนวอน จนกว่าทางนั้นจะยอมเวทนาเราบ้าง" ว่าเสียงสั่นไป มือก็ยกขึ้นปาดน้ำตาบนพวงแก้มลวกๆ หยัดตัวลุกขึ้นเตรียมก้าวเดินออกจาห้อง "ลลิน" สีหน้าของศันต์ซีดเผือก ไม่สู้ดีจนภรรยาอย่างขจีต้องมองด้วยความเห็นใจ เพราะเรื่องที่จะพูดต่อจากนี้ คงไม่มีพ่อแม่ดีๆ ที่ไหนอยากจะพูด ทั้งสองคนมองแผ่นหลังของลูกสาว ที่ยืนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าประตู รอฟังสิ่งที่ศันต์กำลังจะบอก "หนี้น่ะ มันก็พอมีทางจะเป็นโมฆะได้อยู่ ทางนั้นให้ข้อเสนอพ่อมา..." ความเงียบอบอวลไปได้พักหนึ่ง พร้อมกับสีหน้าชั่งใจของคนพูด "วัฒนเกียรติอยากได้หลานสะใภ้สักคน ถ้าลูกไม่ติดว่าเป็นการแต่งแบบคลุมถุงชนเพื่อผลประโยชน์ ก็ลองเก็บไปคิด ไปชั่งน้ำหนักดูนะลลิน""ของมากมายขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแกจะขนไปหมดน่ะลลิน"ข้าวของที่กองอยู่เต็มเตียง และพื้นห้องนอนใหญ่มากมายจนนับไม่ถ้วน ทำเอาฟรีนที่พึ่งก้าวเข้ามากุมขมับ สามอาทิตย์ก่อนลลินภัทรยังบอกว่าเป็นหนี้ก้อนโตจนจะต้องขายบ้าน ผ่านมาแค่แป๊บเดียวก็กลับไปใช้เงินมือเปิบจนรูดบัตรแทบไม่ทัน เผลอๆ ใช้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวอีกต่างหาก"ทางนั้นให้บัตรมา ใช้ให้คุ้มกับตำแหน่งสะใภ้ทายาทเพียงคนเดียวของวัฒนเกียรติ ก็ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน"ในที่สุดเธอก็ค้นพบความสุขในหน้าที่เจ้าสาวจำเป็นนี่แล้ว เขาถึงได้บอกว่าฟ้าหลังฝน ก็ยังพอมีเรื่องให้งามอยู่บ้าง'เงิน' เงินเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ต่อให้ว่าที่สามีในสัญญาจะกะเลวกะลาด ขี้ริ้วขี้เหร่ หรือกระทั่งสันดานเสียแบบที่เธอชังเข้าไส้ แต่แค่มีเงิน ยอมตาบอดสักสามปีก็ไม่นับว่าขาดทุนยิ่งกับท่านเกริกที่ส่งบัตรพรีเมียมมาให้ เป็นการรับขวัญหลานสะใภ้ ก่อนจะต้องเข้าบ้านวัฒนเกียรติ ความพอใจในสัญญาฉบับนี้ของคนชอบเงินก็เพิ่มขึ้นเท่าทวี แบบที่ไม่มีข้อโต้แย้งเพิ่มให้มากความ"แล้วจะต้องไปเตรียมตัวสำหรับงานแต่งวันไหน อาทิตย์หน้างานก็จะจัดแล้วนี่""ก็แค่จัดให้ถูกต้องตามธรรเนียม มีแต
"เดือนหน้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว ฝั่งนั้นยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับแกแล้ว"“ปู่ว่าอะไรนะ”อัคคีมองคนเป็นปู่ด้วยนัยน์ตาคม ที่วาววับขึ้นอย่างที่ฉายแววความโกรธชัดในแววตาเรื่องแบบนี้ใครเค้าเอามาทำเล่นๆ ทำส่งๆ แบบนี้ได้กัน“ผมไม่ตลกด้วยนะปู่”“เค้าอยากแต่งงานล้างหนี้ แกได้เมีย ฉันได้หลานสะใภ้ มีอะไรที่แกรู้สึกเสียเปรียบงั้นหรออัคคี”คำพูดนักธุรกิจรุ่นเดอะ หากเป็นคนหัวอ่อนหน่อยก็คงจะยอมสิโรราบให้เกริก วัฒนเกียรติคนนี้ไปแล้ว เสียก็แต่คนหัวแข็งมากเล่ห์ไม่ต่างกันแบบอัคคี จะไม่ยอมหัวอ่อน หรือก้มหัวให้ความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจของปู่ตัวเองแน่นอน“ถ้าปู่อยากได้เมียนัก ก็เชิญไปเป็นเจ้าบ่าวเองเถอะ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”อัคคีไม่ได้ประชด ถ้าเกริกอยากได้หลานสะใภ้นัก อีกฝั่งก็อยากถวายตัวใช้หนี้ ก็ลงล็อกพอดิบพอดีแต่ว่ามันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาสักหน่อย จะแต่งกับปู่หรือกับใคร ก็เชิญเลือกสรรกันตามสบายเถอะแม่คุณ“ไอ้อัคคี!”อัคคีสาวเท้าเดินออกไปด้วยความโกรธ ไม่คิดเลยว่าเกริกจะกล้าทำขนาดนี้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักชื่อ ชีวิตหลังจากนั้นใครจะการันตีว่ามันจะไม่เละเทะ จนต้องเสียกันไปทั
"วัฒนเกียรติอยากได้หลานสะใภ้สักคน ถ้าลูกไม่ติดว่าเป็นการแต่งแบบคลุมถุงชนเพื่อผลประโยชน์ ก็ลองเก็บไปคิด ไปชั่งน้ำหนักดูนะลลิน"ใบหน้าสวยหม่นมอง อยู่ในโหมดจริงจังผิดปกติ สังเกตได้จากคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเป็นปมจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้ชั่งน้ำหนักเรื่องจะถูกเอาไปเป็นเจ้าสาวล้างหนี้เนี่ยนะ มีอะไรต้องคิดต้องชั่งน้ำหนักกัน ใครก็ต้องปฏิเสธอยู่แล้ว หน้าตาไม่เคยเห็นยังพอไหวแต่นิสัยนี่สิใครจะหยั่งรู้ วันดีคืนดีเกิดกลายเป็นผีไร้ญาติขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบปกติก็คงจะต้องคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างตีวนในหัวไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว"ปวดหัวชะมัด"ลลินภัทรยีผมตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรงเวลานี้นอกจากตัวเอง ก็ไม่มีใครให้พึ่งได้เลยจริงๆ ปกติทำตัวเป็นเสาค้ำให้คนอื่น พอเสาต้นนี้จะล้มเองบ้าง หายหัวกันไปหมดจนเหลือแต่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างฟรีนมนุษย์นี่เดาใจยาก เมื่อวานยังรักยังสนิท วันนี้กลับกลายเป็นไม่เคยรู้จักซะแบบนั้นก๊อก!ๆสาวใช้เดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะยื่นมาให้เหมือนกับมีใครบางคน กำลังรอสนทนากับเธออยู่"บอกไหมว่าใคร""ไม่ได้บอกเอาไว้ค่ะคุณหนู แต่คุณผู้ชายให้เอามาให้ค่ะ""ขอบใจ"สาวใช้เดินออ
"สวัสดีครับท่าน"ศันต์กรอกเสียงนอบน้อม ส่งไปยังปลายสายที่พึ่งกดรับ'ศันต์ใช่รึเปล่า'"ใช่ครับท่าน"'ท่านเทิ่นอะไรกัน บอกให้เรียกลุงตั้งนมนาน ยังจะเรียกท่านอยู่อีก'"ไม่ได้หรอกครับท่าน ผมไม่กล้าครับ"ศันต์ว่าเสียงกระอักกระอ่วน'คนกันเองทั้นนั้น จะเกรงใจอะไรกันนักพ่อศันต์'เดิมทีท่านเกริกเป็นเพื่อนสนิทของคุณชายศิระ พ่อของศันต์ที่เสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บวกกับสภาพคล่องของครอบครัวที่เริ่มฝืดเคือง ทำให้ท่านเกริกยื่นมือเข้ามาช่วย จากหนี้หลักล้าน ไปสู่หลักสิบล้าน นานวันเข้ากลายเป็นหลักร้อยล้าน"กระผมละอายเหลือเกินครับท่าน เงินที่หยิบยืมท่านมา หวังจะกอบกู้บริษัทให้กลับมารุ่งโรจน์ กลับกลายเป็นว่าเหมือนเอาเกลือไปละายแม่น้ำแทน"'เรื่องธุรกิจมันก็แบบนี้ล่ะนะพ่อศันต์ อย่าไปคิดมากให้มันปวดหัวนักเลย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ที่ฉันอยากคุยน่ะ ไม่ใช่เรื่องหนี้สินพวกนั้นหรอก'คนฟังถึงกับชะงักหากไม่ใช่เรื่องหนี้ ท่านเกริกจะยังคุยอะไรกับคนไม่มีผลประโยชน์แบบเขาอีกงั้นหรอ'เรื่องที่ฉันจะคุยน่ะ....'คนปลายสายอธิบายอย่างใจเย็น และชัดเจน เสียก็แต่คนฟัง ที่ตอนนี้แทบไม่มีสติสตังจะประมวลผลคำพูดมากมายนั่นอีกต่อไป"นี่
- CUtoBarร่างระหงในชุดเดรสตัวสีฟ้าพลิ้วไหว รับกับผมไดร์ตรงสวยควบหับหน้าม้าได้รูป และรองเท้าสีฟ้าคู่หรู กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นล่าสุด และใบหน้าสวยมีเอกลักษณ์ เตะตาผู้คนโดยรอบตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในบาร์หรู"ทางนี้ๆ"นัยน์ตาคู่เฉี่ยวหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะรีบตรงดิ่งไปหาเพื่อนสนิทสาว ที่นั่งรออยู่บนโต๊ะ ด้วยชุดสวยแซ่บเตะตา และผมลอนสวยเข้าชุด"นึกยังไงอยากมานั่งบาร์แม่คุณ ปกติเห็นไปแต่ผับ""มีเรื่องเครียด ไม่อยากไปที่เสียงดังหนวกหู"ลลินตอบกลับเรียบๆ คว้าแก้วแชมเปญตรงหน้ายกขึ้นกระดก พลันเบ้หน้าเล็กน้อยกับรสชาติเปรี้ยวระคนหวาน ที่กลั้วคลุ้งอยู่ในปาก"นานๆ ทีจะเห็นคุณหนูลลินเครียด มีเรื่องอะไรให้เครียดวะ เงินก็กองเท่าภูเขา บ้านหลังเท่าโรงแรม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงหน้าตาแกนะลลิน"ลลินถอนหายใจ แต่ก่อนเธอไม่เครียดสักนิด เพราะมีพร้อมทุกอย่างเหมือนกับเป็นลูกรักพระเจ้า ที่ถูกประเคนทุกอย่างมาให้อย่างไร้ที่ติ"ใครจะเหมือนคุณหนูฟรีน วันๆ เข้าคลับจ้างโฮสต์เป็นว่าเล่น"คนถูกแซวเลิกคิ้วยิ้มๆ 'ฟรีน' เป็นหญิงสาวหน้าตาสวย ฐานะ ชาติตระกูล เงินทอง ทุกอย่างไม่น้อยหน้าเธอเลยสักนิด แต่ตอนนี้คงมีแต่เธอ ที่น้อยหน้าฟร
"ถือดีๆ สิ ของในถุงไม่ใช่บาทสองบาทนะ"ร่างระหงในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ปักหรูหรา ก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล 'รัตนเดชากุล' พร้อมกับสาวใช้อีกสองคน ที่เดินหิ้วของพะรุงพะรังตามหลังถึงสองคน"คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ไหน"คุณหนูสาวถามเสียงเรียบ สายตาคู่สวยก็กวาดมองหาคนเป็นพ่อและแม่ ที่ปกติอยู่บ้านแทบตลอดเวลา นอกเสียจากจะไปทำงาน หรือไปงานเลี้ยงงานสังคมประปราย"คุณท่านกับคุณหญิง อยู่ที่ห้องทำงานค่ะคุณหนู""อืม เอาของไปเก็บระวังด้วยล่ะ"สาวใช้รีบเดินตามกันขึ้นไปบนชั้นสองทันที จึงมีเพียงคุณหนูคนเดียวของบ้าน ที่เดินตรงไปยังห้องทำงานของคนเป็นพ่อและแม่ก๊อก!ๆไม่รอช้า มือเล็กเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ทันที ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เมื่อด้านหน้าคือคนเป็นพ่อและแม่"มาแล้วค่ะ"เสียงหวานว่า หย่อนตัวลงนั่งแทรกกลาง ควงแขนพ่อและแม่ออดอ้อนเหมือนอย่างเคย"ลลิน ไปซื้ออะไรมาอีกล่ะ แจ้งเตือนบัตรแม่เด้งรัวๆ เลยเนี่ย"'ลลิน' คือชื่อของลูกสาวเพียงคนเดียว ประจำบ้านรัตนเดชากุล เธอพึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอินเตอร์ระดับประเทศในวัยยี่สิบสองปีนอกจากดีกรีจะอยู่ในเกณฑ์ดีมากแล้ว หน้าตา รูปร่าง ภูมิหลัง เรียกว่าทุกอย่







