LOGIN"เดือนหน้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว ฝั่งนั้นยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับแกแล้ว"
“ปู่ว่าอะไรนะ” อัคคีมองคนเป็นปู่ด้วยนัยน์ตาคม ที่วาววับขึ้นอย่างที่ฉายแววความโกรธชัดในแววตา เรื่องแบบนี้ใครเค้าเอามาทำเล่นๆ ทำส่งๆ แบบนี้ได้กัน “ผมไม่ตลกด้วยนะปู่” “เค้าอยากแต่งงานล้างหนี้ แกได้เมีย ฉันได้หลานสะใภ้ มีอะไรที่แกรู้สึกเสียเปรียบงั้นหรออัคคี” คำพูดนักธุรกิจรุ่นเดอะ หากเป็นคนหัวอ่อนหน่อยก็คงจะยอมสิโรราบให้เกริก วัฒนเกียรติคนนี้ไปแล้ว เสียก็แต่คนหัวแข็งมากเล่ห์ไม่ต่างกันแบบอัคคี จะไม่ยอมหัวอ่อน หรือก้มหัวให้ความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจของปู่ตัวเองแน่นอน “ถ้าปู่อยากได้เมียนัก ก็เชิญไปเป็นเจ้าบ่าวเองเถอะ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น” อัคคีไม่ได้ประชด ถ้าเกริกอยากได้หลานสะใภ้นัก อีกฝั่งก็อยากถวายตัวใช้หนี้ ก็ลงล็อกพอดิบพอดี แต่ว่ามันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาสักหน่อย จะแต่งกับปู่หรือกับใคร ก็เชิญเลือกสรรกันตามสบายเถอะแม่คุณ “ไอ้อัคคี!” อัคคีสาวเท้าเดินออกไปด้วยความโกรธ ไม่คิดเลยว่าเกริกจะกล้าทำขนาดนี้ แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักชื่อ ชีวิตหลังจากนั้นใครจะการันตีว่ามันจะไม่เละเทะ จนต้องเสียกันไปทั้งสองฝั่ง ผู้หญิงคนนั้นก็เหลือเกิน แค่เพราะอยากจะล้างหนี้ ถึงกับกล้าเอาตัวเข้าแลก แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่บนโลกอย่างเขา “ให้ตายฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแน่” @บ้านรัตนเดชากุล "แน่ใจแล้วหรอลลินลูก แม่ว่าเราแค่ยอมขายทุกอย่าง แล้วไปตั้งต้นกันใหม่ดีกว่าไหม" ขจีมองลูกสาว ที่กำลังจดบางสิ่งยุกยิกในสมุดมานานราวสองชั่วโมง แต่ก็ยังไม่เสร็จดี "ลินตัดสินใจแล้วค่ะคุณแม่คุณพ่อ ท่านเกริกบอกว่าสัญญานี้แค่สามปี เงินสี่ร้อยกว่าล้านจะยอมยกเป็นโมฆะ ถึงเวลาก็แค่ไปเซ็นยกเลิกหนี้และเซ็นใบหย่าค่ะ" การตัดสินใจในครั้งนี้ถูกคิดมาอย่างถี่ถ้วน ต่อให้ในสามปีนี้จะต้องลำบากแค่ไหน ก็ตัดสินใจแล้วว่าจะกัดฟันทนให้ได้ เพื่อแลกกับอิสระของครอบครัว "พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วย ของพวกนี้เป็นของนอกกาย แต่ลูกมีชีวิตจิตใจ พ่อทำไม่ได้" ศันต์พูดเสียงจริงจัง "ผู้ชายที่จะเป็นสามีลูก ต้องเป็นคนที่ดี และเป็นคนที่ลูกรัก พ่อจะโทรไปคุยกับท่านเกริก ขอยกเลิกสัญญาไร้สาระนี่เอง" "คุณพ่อคะ" ลลินภัทรผละสายตาจากสมุด เงยหน้าขึ้นสบตาพ่อและแม่อย่างจริงจัง "คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ลินขอเวลาแค่สามปี แล้วทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้ขอให้ลินช่วยให้พวกเราผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะนะคะ" ความหัวรั้น และเอาแต่ใจของลลินภัทร เป็นที่รู้ดีกันถ้วนหน้า ต่อให้ใครเอาโซ่มาล่าม จับขังเอาไว้เหมือนนักโทษ ก็ไม่มีทางจะหยุดเอาไว้ได้ "ลลิน คิดดีๆ นะลูก เรื่องแต่งงาน เรื่องคู่ชีวิตเป็นเรื่องใหญ่ สมบัติพัสถานพวกนี้เทียบกับชีวิตทั้งชีวิตของลูกผู้หญิงคนนึงไม่ได้เลย" "แต่สำหรับลิน เงินสำคัญที่สุดค่ะคุณแม่" "ลลิน" ศันต์ปรามเสียงเครียด "ลินพูดจริงค่ะคุณพ่อ เพราะฉะนั้นปล่อยให้ลินจัดการปัญหานี้ให้จบเถอะนะคะ หนี้มากมายพวกนั้นส่วนนึงก็เป็นเพราะลิน จะให้มองดูทุกอย่างที่คุณปู่คุณย่าสร้างมาหายไปกับตา ลินทำใจไม่ได้จริงๆ ค่ะ" ภาพของคุณหญิงนฤมล และคุณชายพิทักษ์ ปู่และย่าเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ยังติดค้างอยู่ในความทรงจำไม่เลือนลาง 'ทุกอย่างของบ้านเรา วันนึงก็จะตกเป็นของลลิน หลานคนสวยของปู่ หลานปู่จะได้ไม่ลำบาก' 'ย่าเก็บเครื่องเพชรสวยๆ เอาไว้ให้ลลินเยอะแยะเลย โตขึ้นเลือกไปใส่บ่อยๆ เลยนะลูกนะ' "เดือนหน้าลินต้องขึ้นไปที่แม่ห้องสอนแล้ว แทนที่จะห้ามหรือทำให้ลินลำบากใจไปมากกว่านี้ ลินว่าคุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนเป็นสอนให้ลินใช้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ในบ้านวัฒนเกียรติตลอดสามปีนี้แทนดีกว่านะคะ"ร่างระหงในชุดเดรสเรียบหรูตัวสีขาวยาวรั้งข้อเท้า ก้าวเดินเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ ใบหน้าเรียบนิ่งแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์พอเหมาะ สร้อยเส้นเล็กประแววาว กระเป๋าลิมิเต็ดอิดิชั่นรุ่นใหม่ และร้องเท้าส้นสูงสีฟ้าอ่อนประดับเพชรบอกรสนิยมเรียบหรูของเจ้าลลินภัทรกวาดสายตาคู่เฉี่ยวคม มองไปรอบบริเวณด้านในคฤหาสน์หลังโอ่อ่าอู้ฟู่ แจกันข้างประตูแค่โถเดียวก็บอกถึงฐานะทางการเงินของวัฒนเกียรติได้อย่างถ่องแท้ เพราะแบบนี้เงินสี่ร้อยกว่าล้านที่รัตนเดชากุลติดหนี้ ถึงได้ไม่ได้กวนใจอะไรมานานเป็นสิบปี"สวัสดีค่ะ"แม่บ้านมีอายุรีบเดินมารับหน้า พร้อมกับเด็กรับใช้ด้านหลังราวสี่คน ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้เธอ ศันต์และขจีต้อนรับขับสู้"สวัสดีจ้ะ ท่านเกริกไม่อยู่หรอจ้ะ"ขจีเลิกคิ้ว มองไปยังด้านในที่ไร้เงาเจ้าบ้านมาต้อนรับ กลับให้เด็กในบ้านออกหน้าแทนเหมือนไม่ให้ความสำคัญ"ท่านติดธุระด่วน พึ่งออกไปที่บริษัทค่ะ เลยให้ดิฉันมาต้อนรับพวกคุณแทน""แล้วหลานของท่านเกริกล่ะ อยู่ที่ไหน"ลลินหันมองแม่บ้านมีอายุ ถามเสียงเรียบด้วยในใจที่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเป็นหนี้ก็ส่วนเป็นหนี้ แต่เธอและพ่อแม่มาในฐานะครอบครัวเจ้าสาวและเจ้าสาว
"ของมากมายขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแกจะขนไปหมดน่ะลลิน"ข้าวของที่กองอยู่เต็มเตียง และพื้นห้องนอนใหญ่มากมายจนนับไม่ถ้วน ทำเอาฟรีนที่พึ่งก้าวเข้ามากุมขมับ สามอาทิตย์ก่อนลลินภัทรยังบอกว่าเป็นหนี้ก้อนโตจนจะต้องขายบ้าน ผ่านมาแค่แป๊บเดียวก็กลับไปใช้เงินมือเปิบจนรูดบัตรแทบไม่ทัน เผลอๆ ใช้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวอีกต่างหาก"ทางนั้นให้บัตรมา ใช้ให้คุ้มกับตำแหน่งสะใภ้ทายาทเพียงคนเดียวของวัฒนเกียรติ ก็ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน"ในที่สุดเธอก็ค้นพบความสุขในหน้าที่เจ้าสาวจำเป็นนี่แล้ว เขาถึงได้บอกว่าฟ้าหลังฝน ก็ยังพอมีเรื่องให้งามอยู่บ้าง'เงิน' เงินเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ต่อให้ว่าที่สามีในสัญญาจะกะเลวกะลาด ขี้ริ้วขี้เหร่ หรือกระทั่งสันดานเสียแบบที่เธอชังเข้าไส้ แต่แค่มีเงิน ยอมตาบอดสักสามปีก็ไม่นับว่าขาดทุนยิ่งกับท่านเกริกที่ส่งบัตรพรีเมียมมาให้ เป็นการรับขวัญหลานสะใภ้ ก่อนจะต้องเข้าบ้านวัฒนเกียรติ ความพอใจในสัญญาฉบับนี้ของคนชอบเงินก็เพิ่มขึ้นเท่าทวี แบบที่ไม่มีข้อโต้แย้งเพิ่มให้มากความ"แล้วจะต้องไปเตรียมตัวสำหรับงานแต่งวันไหน อาทิตย์หน้างานก็จะจัดแล้วนี่""ก็แค่จัดให้ถูกต้องตามธรรเนียม มีแต
"เดือนหน้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว ฝั่งนั้นยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับแกแล้ว"“ปู่ว่าอะไรนะ”อัคคีมองคนเป็นปู่ด้วยนัยน์ตาคม ที่วาววับขึ้นอย่างที่ฉายแววความโกรธชัดในแววตาเรื่องแบบนี้ใครเค้าเอามาทำเล่นๆ ทำส่งๆ แบบนี้ได้กัน“ผมไม่ตลกด้วยนะปู่”“เค้าอยากแต่งงานล้างหนี้ แกได้เมีย ฉันได้หลานสะใภ้ มีอะไรที่แกรู้สึกเสียเปรียบงั้นหรออัคคี”คำพูดนักธุรกิจรุ่นเดอะ หากเป็นคนหัวอ่อนหน่อยก็คงจะยอมสิโรราบให้เกริก วัฒนเกียรติคนนี้ไปแล้ว เสียก็แต่คนหัวแข็งมากเล่ห์ไม่ต่างกันแบบอัคคี จะไม่ยอมหัวอ่อน หรือก้มหัวให้ความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจของปู่ตัวเองแน่นอน“ถ้าปู่อยากได้เมียนัก ก็เชิญไปเป็นเจ้าบ่าวเองเถอะ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”อัคคีไม่ได้ประชด ถ้าเกริกอยากได้หลานสะใภ้นัก อีกฝั่งก็อยากถวายตัวใช้หนี้ ก็ลงล็อกพอดิบพอดีแต่ว่ามันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาสักหน่อย จะแต่งกับปู่หรือกับใคร ก็เชิญเลือกสรรกันตามสบายเถอะแม่คุณ“ไอ้อัคคี!”อัคคีสาวเท้าเดินออกไปด้วยความโกรธ ไม่คิดเลยว่าเกริกจะกล้าทำขนาดนี้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักชื่อ ชีวิตหลังจากนั้นใครจะการันตีว่ามันจะไม่เละเทะ จนต้องเสียกันไปทั
"วัฒนเกียรติอยากได้หลานสะใภ้สักคน ถ้าลูกไม่ติดว่าเป็นการแต่งแบบคลุมถุงชนเพื่อผลประโยชน์ ก็ลองเก็บไปคิด ไปชั่งน้ำหนักดูนะลลิน"ใบหน้าสวยหม่นมอง อยู่ในโหมดจริงจังผิดปกติ สังเกตได้จากคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเป็นปมจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้ชั่งน้ำหนักเรื่องจะถูกเอาไปเป็นเจ้าสาวล้างหนี้เนี่ยนะ มีอะไรต้องคิดต้องชั่งน้ำหนักกัน ใครก็ต้องปฏิเสธอยู่แล้ว หน้าตาไม่เคยเห็นยังพอไหวแต่นิสัยนี่สิใครจะหยั่งรู้ วันดีคืนดีเกิดกลายเป็นผีไร้ญาติขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบปกติก็คงจะต้องคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างตีวนในหัวไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว"ปวดหัวชะมัด"ลลินภัทรยีผมตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรงเวลานี้นอกจากตัวเอง ก็ไม่มีใครให้พึ่งได้เลยจริงๆ ปกติทำตัวเป็นเสาค้ำให้คนอื่น พอเสาต้นนี้จะล้มเองบ้าง หายหัวกันไปหมดจนเหลือแต่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างฟรีนมนุษย์นี่เดาใจยาก เมื่อวานยังรักยังสนิท วันนี้กลับกลายเป็นไม่เคยรู้จักซะแบบนั้นก๊อก!ๆสาวใช้เดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะยื่นมาให้เหมือนกับมีใครบางคน กำลังรอสนทนากับเธออยู่"บอกไหมว่าใคร""ไม่ได้บอกเอาไว้ค่ะคุณหนู แต่คุณผู้ชายให้เอามาให้ค่ะ""ขอบใจ"สาวใช้เดินออ
"สวัสดีครับท่าน"ศันต์กรอกเสียงนอบน้อม ส่งไปยังปลายสายที่พึ่งกดรับ'ศันต์ใช่รึเปล่า'"ใช่ครับท่าน"'ท่านเทิ่นอะไรกัน บอกให้เรียกลุงตั้งนมนาน ยังจะเรียกท่านอยู่อีก'"ไม่ได้หรอกครับท่าน ผมไม่กล้าครับ"ศันต์ว่าเสียงกระอักกระอ่วน'คนกันเองทั้นนั้น จะเกรงใจอะไรกันนักพ่อศันต์'เดิมทีท่านเกริกเป็นเพื่อนสนิทของคุณชายศิระ พ่อของศันต์ที่เสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บวกกับสภาพคล่องของครอบครัวที่เริ่มฝืดเคือง ทำให้ท่านเกริกยื่นมือเข้ามาช่วย จากหนี้หลักล้าน ไปสู่หลักสิบล้าน นานวันเข้ากลายเป็นหลักร้อยล้าน"กระผมละอายเหลือเกินครับท่าน เงินที่หยิบยืมท่านมา หวังจะกอบกู้บริษัทให้กลับมารุ่งโรจน์ กลับกลายเป็นว่าเหมือนเอาเกลือไปละายแม่น้ำแทน"'เรื่องธุรกิจมันก็แบบนี้ล่ะนะพ่อศันต์ อย่าไปคิดมากให้มันปวดหัวนักเลย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ที่ฉันอยากคุยน่ะ ไม่ใช่เรื่องหนี้สินพวกนั้นหรอก'คนฟังถึงกับชะงักหากไม่ใช่เรื่องหนี้ ท่านเกริกจะยังคุยอะไรกับคนไม่มีผลประโยชน์แบบเขาอีกงั้นหรอ'เรื่องที่ฉันจะคุยน่ะ....'คนปลายสายอธิบายอย่างใจเย็น และชัดเจน เสียก็แต่คนฟัง ที่ตอนนี้แทบไม่มีสติสตังจะประมวลผลคำพูดมากมายนั่นอีกต่อไป"นี่
- CUtoBarร่างระหงในชุดเดรสตัวสีฟ้าพลิ้วไหว รับกับผมไดร์ตรงสวยควบหับหน้าม้าได้รูป และรองเท้าสีฟ้าคู่หรู กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นล่าสุด และใบหน้าสวยมีเอกลักษณ์ เตะตาผู้คนโดยรอบตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในบาร์หรู"ทางนี้ๆ"นัยน์ตาคู่เฉี่ยวหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะรีบตรงดิ่งไปหาเพื่อนสนิทสาว ที่นั่งรออยู่บนโต๊ะ ด้วยชุดสวยแซ่บเตะตา และผมลอนสวยเข้าชุด"นึกยังไงอยากมานั่งบาร์แม่คุณ ปกติเห็นไปแต่ผับ""มีเรื่องเครียด ไม่อยากไปที่เสียงดังหนวกหู"ลลินตอบกลับเรียบๆ คว้าแก้วแชมเปญตรงหน้ายกขึ้นกระดก พลันเบ้หน้าเล็กน้อยกับรสชาติเปรี้ยวระคนหวาน ที่กลั้วคลุ้งอยู่ในปาก"นานๆ ทีจะเห็นคุณหนูลลินเครียด มีเรื่องอะไรให้เครียดวะ เงินก็กองเท่าภูเขา บ้านหลังเท่าโรงแรม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงหน้าตาแกนะลลิน"ลลินถอนหายใจ แต่ก่อนเธอไม่เครียดสักนิด เพราะมีพร้อมทุกอย่างเหมือนกับเป็นลูกรักพระเจ้า ที่ถูกประเคนทุกอย่างมาให้อย่างไร้ที่ติ"ใครจะเหมือนคุณหนูฟรีน วันๆ เข้าคลับจ้างโฮสต์เป็นว่าเล่น"คนถูกแซวเลิกคิ้วยิ้มๆ 'ฟรีน' เป็นหญิงสาวหน้าตาสวย ฐานะ ชาติตระกูล เงินทอง ทุกอย่างไม่น้อยหน้าเธอเลยสักนิด แต่ตอนนี้คงมีแต่เธอ ที่น้อยหน้าฟร







