LOGIN"ของมากมายขนาดนี้ แน่ใจนะว่าแกจะขนไปหมดน่ะลลิน"ข้าวของที่กองอยู่เต็มเตียง และพื้นห้องนอนใหญ่มากมายจนนับไม่ถ้วน ทำเอาฟรีนที่พึ่งก้าวเข้ามากุมขมับ สามอาทิตย์ก่อนลลินภัทรยังบอกว่าเป็นหนี้ก้อนโตจนจะต้องขายบ้าน ผ่านมาแค่แป๊บเดียวก็กลับไปใช้เงินมือเปิบจนรูดบัตรแทบไม่ทัน เผลอๆ ใช้มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัวอีกต่างหาก"ทางนั้นให้บัตรมา ใช้ให้คุ้มกับตำแหน่งสะใภ้ทายาทเพียงคนเดียวของวัฒนเกียรติ ก็ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน"ในที่สุดเธอก็ค้นพบความสุขในหน้าที่เจ้าสาวจำเป็นนี่แล้ว เขาถึงได้บอกว่าฟ้าหลังฝน ก็ยังพอมีเรื่องให้งามอยู่บ้าง'เงิน' เงินเท่านั้นที่จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ต่อให้ว่าที่สามีในสัญญาจะกะเลวกะลาด ขี้ริ้วขี้เหร่ หรือกระทั่งสันดานเสียแบบที่เธอชังเข้าไส้ แต่แค่มีเงิน ยอมตาบอดสักสามปีก็ไม่นับว่าขาดทุนยิ่งกับท่านเกริกที่ส่งบัตรพรีเมียมมาให้ เป็นการรับขวัญหลานสะใภ้ ก่อนจะต้องเข้าบ้านวัฒนเกียรติ ความพอใจในสัญญาฉบับนี้ของคนชอบเงินก็เพิ่มขึ้นเท่าทวี แบบที่ไม่มีข้อโต้แย้งเพิ่มให้มากความ"แล้วจะต้องไปเตรียมตัวสำหรับงานแต่งวันไหน อาทิตย์หน้างานก็จะจัดแล้วนี่""ก็แค่จัดให้ถูกต้องตามธรรเนียม มีแต
"เดือนหน้าเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว ฝั่งนั้นยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับแกแล้ว"“ปู่ว่าอะไรนะ”อัคคีมองคนเป็นปู่ด้วยนัยน์ตาคม ที่วาววับขึ้นอย่างที่ฉายแววความโกรธชัดในแววตาเรื่องแบบนี้ใครเค้าเอามาทำเล่นๆ ทำส่งๆ แบบนี้ได้กัน“ผมไม่ตลกด้วยนะปู่”“เค้าอยากแต่งงานล้างหนี้ แกได้เมีย ฉันได้หลานสะใภ้ มีอะไรที่แกรู้สึกเสียเปรียบงั้นหรออัคคี”คำพูดนักธุรกิจรุ่นเดอะ หากเป็นคนหัวอ่อนหน่อยก็คงจะยอมสิโรราบให้เกริก วัฒนเกียรติคนนี้ไปแล้ว เสียก็แต่คนหัวแข็งมากเล่ห์ไม่ต่างกันแบบอัคคี จะไม่ยอมหัวอ่อน หรือก้มหัวให้ความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจของปู่ตัวเองแน่นอน“ถ้าปู่อยากได้เมียนัก ก็เชิญไปเป็นเจ้าบ่าวเองเถอะ ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น”อัคคีไม่ได้ประชด ถ้าเกริกอยากได้หลานสะใภ้นัก อีกฝั่งก็อยากถวายตัวใช้หนี้ ก็ลงล็อกพอดิบพอดีแต่ว่ามันไม่ใช่ความรับผิดชอบของเขาสักหน่อย จะแต่งกับปู่หรือกับใคร ก็เชิญเลือกสรรกันตามสบายเถอะแม่คุณ“ไอ้อัคคี!”อัคคีสาวเท้าเดินออกไปด้วยความโกรธ ไม่คิดเลยว่าเกริกจะกล้าทำขนาดนี้แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยแม้แต่รู้จักชื่อ ชีวิตหลังจากนั้นใครจะการันตีว่ามันจะไม่เละเทะ จนต้องเสียกันไปทั
"วัฒนเกียรติอยากได้หลานสะใภ้สักคน ถ้าลูกไม่ติดว่าเป็นการแต่งแบบคลุมถุงชนเพื่อผลประโยชน์ ก็ลองเก็บไปคิด ไปชั่งน้ำหนักดูนะลลิน"ใบหน้าสวยหม่นมอง อยู่ในโหมดจริงจังผิดปกติ สังเกตได้จากคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเป็นปมจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้ชั่งน้ำหนักเรื่องจะถูกเอาไปเป็นเจ้าสาวล้างหนี้เนี่ยนะ มีอะไรต้องคิดต้องชั่งน้ำหนักกัน ใครก็ต้องปฏิเสธอยู่แล้ว หน้าตาไม่เคยเห็นยังพอไหวแต่นิสัยนี่สิใครจะหยั่งรู้ วันดีคืนดีเกิดกลายเป็นผีไร้ญาติขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบปกติก็คงจะต้องคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ทุกอย่างตีวนในหัวไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว"ปวดหัวชะมัด"ลลินภัทรยีผมตัวเองจนฟูฟ่องไม่เป็นทรงเวลานี้นอกจากตัวเอง ก็ไม่มีใครให้พึ่งได้เลยจริงๆ ปกติทำตัวเป็นเสาค้ำให้คนอื่น พอเสาต้นนี้จะล้มเองบ้าง หายหัวกันไปหมดจนเหลือแต่เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างฟรีนมนุษย์นี่เดาใจยาก เมื่อวานยังรักยังสนิท วันนี้กลับกลายเป็นไม่เคยรู้จักซะแบบนั้นก๊อก!ๆสาวใช้เดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ ก่อนจะยื่นมาให้เหมือนกับมีใครบางคน กำลังรอสนทนากับเธออยู่"บอกไหมว่าใคร""ไม่ได้บอกเอาไว้ค่ะคุณหนู แต่คุณผู้ชายให้เอามาให้ค่ะ""ขอบใจ"สาวใช้เดินออ
"สวัสดีครับท่าน"ศันต์กรอกเสียงนอบน้อม ส่งไปยังปลายสายที่พึ่งกดรับ'ศันต์ใช่รึเปล่า'"ใช่ครับท่าน"'ท่านเทิ่นอะไรกัน บอกให้เรียกลุงตั้งนมนาน ยังจะเรียกท่านอยู่อีก'"ไม่ได้หรอกครับท่าน ผมไม่กล้าครับ"ศันต์ว่าเสียงกระอักกระอ่วน'คนกันเองทั้นนั้น จะเกรงใจอะไรกันนักพ่อศันต์'เดิมทีท่านเกริกเป็นเพื่อนสนิทของคุณชายศิระ พ่อของศันต์ที่เสียไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน บวกกับสภาพคล่องของครอบครัวที่เริ่มฝืดเคือง ทำให้ท่านเกริกยื่นมือเข้ามาช่วย จากหนี้หลักล้าน ไปสู่หลักสิบล้าน นานวันเข้ากลายเป็นหลักร้อยล้าน"กระผมละอายเหลือเกินครับท่าน เงินที่หยิบยืมท่านมา หวังจะกอบกู้บริษัทให้กลับมารุ่งโรจน์ กลับกลายเป็นว่าเหมือนเอาเกลือไปละายแม่น้ำแทน"'เรื่องธุรกิจมันก็แบบนี้ล่ะนะพ่อศันต์ อย่าไปคิดมากให้มันปวดหัวนักเลย ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ที่ฉันอยากคุยน่ะ ไม่ใช่เรื่องหนี้สินพวกนั้นหรอก'คนฟังถึงกับชะงักหากไม่ใช่เรื่องหนี้ ท่านเกริกจะยังคุยอะไรกับคนไม่มีผลประโยชน์แบบเขาอีกงั้นหรอ'เรื่องที่ฉันจะคุยน่ะ....'คนปลายสายอธิบายอย่างใจเย็น และชัดเจน เสียก็แต่คนฟัง ที่ตอนนี้แทบไม่มีสติสตังจะประมวลผลคำพูดมากมายนั่นอีกต่อไป"นี่
- CUtoBarร่างระหงในชุดเดรสตัวสีฟ้าพลิ้วไหว รับกับผมไดร์ตรงสวยควบหับหน้าม้าได้รูป และรองเท้าสีฟ้าคู่หรู กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นล่าสุด และใบหน้าสวยมีเอกลักษณ์ เตะตาผู้คนโดยรอบตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในบาร์หรู"ทางนี้ๆ"นัยน์ตาคู่เฉี่ยวหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะรีบตรงดิ่งไปหาเพื่อนสนิทสาว ที่นั่งรออยู่บนโต๊ะ ด้วยชุดสวยแซ่บเตะตา และผมลอนสวยเข้าชุด"นึกยังไงอยากมานั่งบาร์แม่คุณ ปกติเห็นไปแต่ผับ""มีเรื่องเครียด ไม่อยากไปที่เสียงดังหนวกหู"ลลินตอบกลับเรียบๆ คว้าแก้วแชมเปญตรงหน้ายกขึ้นกระดก พลันเบ้หน้าเล็กน้อยกับรสชาติเปรี้ยวระคนหวาน ที่กลั้วคลุ้งอยู่ในปาก"นานๆ ทีจะเห็นคุณหนูลลินเครียด มีเรื่องอะไรให้เครียดวะ เงินก็กองเท่าภูเขา บ้านหลังเท่าโรงแรม นี่ยังไม่ต้องพูดถึงหน้าตาแกนะลลิน"ลลินถอนหายใจ แต่ก่อนเธอไม่เครียดสักนิด เพราะมีพร้อมทุกอย่างเหมือนกับเป็นลูกรักพระเจ้า ที่ถูกประเคนทุกอย่างมาให้อย่างไร้ที่ติ"ใครจะเหมือนคุณหนูฟรีน วันๆ เข้าคลับจ้างโฮสต์เป็นว่าเล่น"คนถูกแซวเลิกคิ้วยิ้มๆ 'ฟรีน' เป็นหญิงสาวหน้าตาสวย ฐานะ ชาติตระกูล เงินทอง ทุกอย่างไม่น้อยหน้าเธอเลยสักนิด แต่ตอนนี้คงมีแต่เธอ ที่น้อยหน้าฟร
"ถือดีๆ สิ ของในถุงไม่ใช่บาทสองบาทนะ"ร่างระหงในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ปักหรูหรา ก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล 'รัตนเดชากุล' พร้อมกับสาวใช้อีกสองคน ที่เดินหิ้วของพะรุงพะรังตามหลังถึงสองคน"คุณพ่อกับคุณแม่อยู่ไหน"คุณหนูสาวถามเสียงเรียบ สายตาคู่สวยก็กวาดมองหาคนเป็นพ่อและแม่ ที่ปกติอยู่บ้านแทบตลอดเวลา นอกเสียจากจะไปทำงาน หรือไปงานเลี้ยงงานสังคมประปราย"คุณท่านกับคุณหญิง อยู่ที่ห้องทำงานค่ะคุณหนู""อืม เอาของไปเก็บระวังด้วยล่ะ"สาวใช้รีบเดินตามกันขึ้นไปบนชั้นสองทันที จึงมีเพียงคุณหนูคนเดียวของบ้าน ที่เดินตรงไปยังห้องทำงานของคนเป็นพ่อและแม่ก๊อก!ๆไม่รอช้า มือเล็กเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ทันที ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เมื่อด้านหน้าคือคนเป็นพ่อและแม่"มาแล้วค่ะ"เสียงหวานว่า หย่อนตัวลงนั่งแทรกกลาง ควงแขนพ่อและแม่ออดอ้อนเหมือนอย่างเคย"ลลิน ไปซื้ออะไรมาอีกล่ะ แจ้งเตือนบัตรแม่เด้งรัวๆ เลยเนี่ย"'ลลิน' คือชื่อของลูกสาวเพียงคนเดียว ประจำบ้านรัตนเดชากุล เธอพึ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอินเตอร์ระดับประเทศในวัยยี่สิบสองปีนอกจากดีกรีจะอยู่ในเกณฑ์ดีมากแล้ว หน้าตา รูปร่าง ภูมิหลัง เรียกว่าทุกอย่







