Share

ตอนที่ 2  กอดขาทองคำ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-04 16:24:38

ตอนที่ 2  กอดขาทองคำ

ม้าลากเกวียนหยุดลงตรงป่าข้างทางพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำจนแทบจะลาลับขอบฟ้า ลู่ชุนโดดลงจากเกวียนลากไปใต้ต้นไม้ปล่อยให้ม้ากินหญ้าอ่อน ๆ ตรงนั้น เขามิได้ปลดเกวียนออกจากตัวม้าเพราะถึงอย่างไรก็ต้องมัดเข้าไปใหม่อยู่ดี ชายหนุ่มถือถังน้ำเดินหายไปทางด้านหลัง จ้าวลี่หลินยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้ลงไปข้างล่าง เกวียนกับรถม้าย่อมแตกต่างกัน ความสะดวกสบายก็ไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา

นางนั่งเหม่อมองไปยังท้องฟ้า เหล่านกน้อยบินผ่านหน้า พวกมันคงกำลังกลับรังของตนเอง แล้วนางเล่า!!.นางกำลังจะไปที่ใดกัน แล้วที่ไหนถึงจะเป็นรังของตนเอง เสียงม้าร้องปลุกหญิงสาวให้หลุดจากภวังค์ ลู่ชุนกลับมาแล้ว เขายกถังน้ำมาตั้งตรงหน้าม้าสีดำ เมื่อสักครู่เขาคงไปตักน้ำมาให้ม้ากระมัง นางเหม่อมองเขาอยู่นานเท่าใดไม่รู้ จนกระทั่งร่างกำยำรับรู้ได้ถึงสายตาของนาง เขาจึงหันกลับมาทั้งสีหน้าและแววตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

"ยังจะนั่งอยู่อีก ไม่ลุกขึ้นมาหุงหาอาหารเล่า จะรอให้ใครทำให้เจ้ากัน" 

"ให้ข้าทำอาหารหรือ" จ้าวลี่หลินชี้นิ้วมาที่ใบหน้าตนเอง ลู่ชุนแค่นยิ้มหยันมิใช่ว่าเขาไม่รู้ว่านางทำอาหารไม่เป็น สตรีแพศยาอย่างนาง จะทำสิ่งใดเป็นนอกจากยั่วบุรุษไปวัน ๆ ครั้นเห็นนางไม่ยอมลงมาเสียทีเขาก็ยิ่งรังเกียจนางมากยิ่งขึ้น 

"หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นผู้ใด หรือว่าจะให้เสี่ยวไป๋ทำให้กิน"

"เสี่ยวไป๋..ผู้ใดกันที่นี่มีท่านกับข้า แล้วจะมีเสี่ยวไป๋มาจากไหน หรือท่านนัดผู้ใดไว้หรือ" ตั้งแต่ออกจากจวนสกุลลู่ ลู่ชุนก็ไม่ได้ให้ผู้ใดติดตามมาด้วยสักคน ข้างกายเขามีบ่าวที่ซื่อสัตย์เสียที่ไหน ล้วนเป็นคนของฮูหยินใหญ่ทั้งสิ้น แล้วยามที่ออกมาก็มีเพียงนางที่เป็นภรรยากับเขาผู้เป็นสามี จะมีเสี่ยวไป๋อันใดที่ไหนกัน 

ครั้นได้ยินคำถามของจ้าวลี่หลิน ชายหนุ่มก็หันมายกมือขึ้นไปลูบบนหัวอาชาสีดำ มันเงยหน้าขึ้นมามองนาง ก่อนจะพ่นลมหายใจดังฟืด..เหมือนกับว่าฟังที่นางกับลู่ชุนพูดกันเข้าใจอย่างนั้น

"เสี่ยวไป๋ก็อาชาย่ำสวรรค์ของข้านี่อย่างไร"  

"ม้าของท่านมิใช่สีดำหรือ สีดำเหตุใดชื่อเสี่ยวไป๋ หรือว่าท่านตาบอดสี มองสีขาวกับสีดำไม่ออก" เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าม้าสีดำ เจ้าคนบ้านี่กลับตั้งชื่อให้ว่าเสี่ยวไป๋ พิลึกเหลือเกิน ยิ่งนางพูดออกมาเช่นนี้ เจ้าม้าบ้านั่นก็เหมือนจะไม่พอใจ มันตะกุยขาหน้าขึ้นร้องเสียงดัง นางที่นั่งบนเกวียนถูกกระชากจนล้มก้นกระแทกลงไปที่พื้น เจ็บจนน้ำตาแทบไหล บ้า!!..บ้าทั้งม้าทั้งเจ้าของมัน

"เจ้าน่ะสิตาบอด มิเห็นหรือว่าดวงตาเสี่ยวไป๋ขาวราวไข่มุก ทั้งกระจ่างเหมือนจันทรา ใต้หล้านี้จะหาอาชาที่สง่างามเหมือนเสี่ยวไป๋ไม่มีแล้ว" ทั้งคนและม้าหันไปมองหน้ากัน ใบหน้าดูพึงพอใจเป็นอย่างมาก เจ้าเสี่ยวไป๋นั่นก็เอียงใบหน้าถูไถกับฝ่ามือใหญ่ ร้องฮี่ ๆ คล้ายออดอ้อน ใช่!!..เจ้าม้าดำนี่มันกำลังออดอ้อน ช่างประหลาดนัก

"อย่ามัวพูดมากเบาปัญญาอยู่ ลงมาปรุงอาหารให้ข้าได้แล้ว" จ้าวลี่หลินหมดคำจะเอ่ย นางรื้อหม้อและข้าวสารที่จัดเตรียมเอาไว้บนเกวียนออกมา หยิบเนื้อแห้งหนึ่งพวง พร้อมทั้งเครื่องปรุงรสใส่ตะกร้าแล้วกระโดดลงจากเกวียนอย่างคล่องแคล่ว 

ลู่ชุนมิได้หวังว่านางจะทำเป็น แต่กระนั้นเมื่อเห็นท่าทางแข็งขันของนางก็อดจะแปลกใจมิได้ ครั้นเห็นนางกระโดดลงมายืนบนพื้นได้แต่ก็เซถอยหลังไป คิ้วเรียวของนางขมวดขึ้นพร้อมกับมือที่ยกกุมหน้าท้อง ตนเอง เสียงร้องครางแผ่วเบาดังออกมาจากริมฝีปากสีซีด สมน้ำหน้าช่างไม่รู้จักประมาณตนเอง นางบาดเจ็บอยู่มิใช่หรือ ทำตัวอวดเก่งกระโดดลงมาได้อย่างไรกัน ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา ไม่สนใจสตรีนางนั้นอีก เขาหันไปเตรียมก่อกองไฟ และหาหญ้าแห้งมากองเอาไว้เป็นที่นอนคืนนี้ เสี่ยวไป๋กินหญ้าเสร็จมันก็ทิ้งตัวลงนอนใต้ต้นไม้ ไม่ได้สนใจผู้เป็นเจ้าของอีก 

กลิ่นโจ๊กเนื้อโชยเข้าจมูกบุรุษที่นั่งหลับตาใต้ต้นไม้ เขาสูดดมเข้าไปพร้อมกับท้องที่เริ่มส่งเสียงประท้วงเบา ๆ จ้าวลี่หลินยิ้มหวานออกมา นางตักโจ๊กชามใหญ่ส่งให้เขา พร้อมกับผักหมักเกลือจานหนึ่ง ลู่ชุนย่อมไม่ปฏิเสธของกินอยู่แล้ว เขารับมาทว่าใบหน้าก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ 

"ข้าต้มโจ๊กใส่เนื้อแห้ง ส่วนผักโขมหมักเกลือนั่น..รสชาติยังไม่เข้ากันสักเท่าไร ข้าเพิ่งเข้าไปเก็บเมื่อสักครู่ ท่านลองกินดู" อ้อ..ที่นางเดินเข้าป่าไปเมื่อสักครู่ก็เพื่อไปเก็บผักนี่มาหรอกหรือ เขาก็นึกว่านางจะไปปลดเบาเสียอีก 

"เพียงแค่เติมให้เต็มท้องจะรสชาติเช่นไรหาได้สำคัญไม่ ยามที่ข้าออกรบแม้กระทั่งเปลือกไม้ก็ยังกินมาแล้ว" จ้าวลี่หลินเม้มปากขึ้น นางมิใช่คนในภพนี้มิอาจรับรู้ได้ถึงความลำบากของเขา แต่กระนั้นก็ไม่ใช่ว่านางจะไม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และยิ่งนิยายที่นางรีวิวแต่ละเรื่อง ก็บรรยายถึงความยากไร้ของคนในอดีตได้เป็นอย่างดี

"หากวันหน้าท่านอยากกินสิ่งใด ขอเพียงบอกข้าย่อมยินดีทำให้ท่าน"

"หึ..ข้าไม่บังอาจรับความหวังดีจากเจ้า ครั้งหน้าข้าอาจไม่ได้ตื่นมาในห้องหวังอี๋เหนียง แต่คงตื่นมาในเล้าหมูกระมัง" ไม่ใช่ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดสิ่งใดขึ้น เหตุที่เขาถูกไล่ออกจากจวนก็เพราะว่า เขาตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงของหวังอี๋เหนียง อนุคนโปรดของบิดา 

ลู่ชุนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองไปนอนกับอี๋เหนียงได้อย่างไร แต่หากจำไม่ผิดสุราที่ภรรยาแสนดีของเขานำเข้ามาให้คงมีบางสิ่งผิดปกติไปกระมัง มิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องบ้านี่ได้อย่างไรกัน แต่ถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นฝีมือของนาง แต่ก็หาหลักฐานมิได้ จะเอาเรื่องนั่นหรือ หึ..ก็แค่สตรีผู้หนึ่ง สมน้ำหน้าก็แต่นาง คงหวังว่าช่วยผู้อื่นเล่นงานเขาแล้ว นางจะได้อยู่กับคนรักหรือ หึ!!..เป็นอย่างไร สุดท้ายคนเหล่านั้นก็หวังสังหารนางเพื่อปิดปาก 

จ้าวลี่หลินมิได้รู้ถึงความคิดของชายหนุ่ม นางรู้แค่เพียงว่าคนที่ติดค้างเขาคือร่างเก่านี้ มิใช่นาง!!..แต่กระนั้นนางเข้ามาอาศัยร่างกายนี้อยู่จะนิ่งเฉยได้เช่นไร สิ่งใดทำได้นางก็ต้องทำไปก่อน และที่สำคัญ...นางไม่มีทางไป นอกจากติดตามเขาแล้ว นางจะไปที่ใดได้อีก ลู่ฮูหยินไม่ปล่อยนางแน่ ดูจากที่ส่งคนมาสังหารนางนั่นปะไร หากไม่กอดขาทองคำนี้ไว้ ลมหายใจนี้ก็คงจบสิ้นแล้ว จะว่าไปแล้วที่ร่างเดิมรวมทั้งนางรอดพ้นจากการไล่ล่ามาได้ ก็เพราะมีลู่ชุนที่ปกป้องทั้งสิ้น นางจะยอมจากไปพบเจอความตายหรือ ฝันไปเถอะ..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบ

    ตอนที่ 30 รับของแจกหลายรอบลู่ชุนกลับมาถึงบ้านสกุลลู่ก็ส่งเสี่ยวไป๋ให้อาตง เขาเดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปในบ้าน จ้าวลี่หลินเห็นสามีกลับมาก็รีบไปรินโสมผสมเก๋ากี้ส่งให้ นางรับเสื้อนวมส่งให้จื่อรั่วเอาไปตาก และสั่งให้ต้มน้ำอุ่นเข้ามา จัดการแช่เท้าสามีและบีบนวดมือและเท้าให้กล้ามเนื้อคลายตัว"มานั่งนี่เถอะ...ข้าไม่หนาว" "อีกนิดเถอะเจ้าค่ะ ท่านตากหิมะนาน ๆ ให้ข้าคลายกล้ามเนื้อให้เสียก่อน ภายหลังจะได้ไม่ต้องเป็นตะคริวให้รำคาญใจ" ลู่ชุนอุ่นซ่านไปทั้งใจ เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดห่วงใย ต้องดูแลตัวเองตลอด เมื่อได้รับการเอาใจใส่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองละโมบนัก อยากให้นางเอาใจเขาเช่นนี้ตลอดไป เขานั่งดูนางบีบนวดให้ตนเองจนเสร็จ ก็ดึงนางเข้ามานอนกอดบนตั่ง"เหตุใดจึงได้โมโหกลับมาเล่าเจ้าคะ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ" นึกถึงนายอำเภอจุนหัวซย่าจื่อเว่ยนั่นขึ้นมา ก็เกิดโทสะอยากสังหารคน เขารีบควบอาชาไปขอความช่วยเหลือแทนหัวหน้าหมู่บ้านอู่ยวน แทนที่นายอำเภอจะรีบมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตามมาดู แต่กลับปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงแต่ว่า หิมะตกหนักเป็นเวลานาน ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็เดือดร้อนทั้งนั้น ทางเมืองหลวงเ

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย

    ตอนที่ 29 หมู่บ้านอู่ยวนประสบภัย ฤดูหนาวยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ ชาวบ้านอู่ยวนประสบปัญหาขาดแคลนเสบียงมากยิ่งขึ้น บางบ้านเริ่มมีคนหนาวตาย บางบ้านก็อดตายบ้างแล้ว ผู้เฒ่าหยางได้รับรายงานก็นั่งไม่ติดแล้ว จะรอความช่วยเหลือจากทางการ ก็ต้องมีคนฝ่าหิมะออกไปแจ้งข่าวเสียก่อน ทว่าผู้ใดจะยอมออกไปเล่า ตัวเขาเองก็แก่มากแล้ว หากขับเกวียนออกไป เกรงว่าจะต้องแข็งตายก่อนถึงอำเภอแล้ว"ที่บ้านสกุลลู่มีม้ามิใช่หรือ" สะใภ้หยางเห็นพ่อสามี และสามีนั่งปรึกษากันมาตั้งหลายชั่วยาม น้ำชาหมดไปหลายกา ทว่าไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรสักอย่าง ตอนแรกสามีนางก็อาสาจะออกไปขอความช่วยเหลือจากทางการ ทว่าเจ้าวัวแก่ไหนเลยจะไปถึง และอีกอย่างหากนางจะเป็นหม้ายเพราะสามีแข็งตายกลางทางเพื่อชาวบ้านเหล่านั้นหรือ นางไม่เอาด้วยหรอก"มีม้าแล้วอย่างไร" "อ้าว!!..มีม้าก็ดีกว่ามีวัวแก่ ๆ ลาโง่ ๆ ของพวกเรา ท่านพี่คิดดูสิอาชุนน่ะ ทั้งหนุ่มทั้งแข็งแกร่ง หากท่านพ่อขอให้เขาออกไปแจ้งข่าวกับทางการ ไหนเลยเขาจะกล้าปฏิเสธ"สะใภ้หยางยังหวังให้สามีตนเองรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากผู้เฒ่าหยางอยู่ และที่เสนอให้ลู่ชุนออกไปนั้น เพราะนางไม่ชอบจ้าวลี่หลิน สตรีผู

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ

    ตอนที่ 28 ปลูกผักท่ามกลางหิมะ เป็นอย่างที่ว่านถิงถิงบอก ความจริงแล้วจ้าวลี่หลินไม่รู้ว่าหิมะปีก่อน ๆ จะตกหนักหรือไม่ ทว่ายามนี้นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ความขาวโพลน พื้นที่เขียวชอุ่มถูกหิมะปกคลุมไปจนมิด นางยกเตาพกขึ้นมากอดเอาไว้และรีบเดินไปที่คอกของเสี่ยวไป๋ ดีที่นางนึกได้เสียก่อน ไม่ได้ทำเพียงโรงเรือนให้ล่าเจียวเท่านั้น ยังทำโรงเรือนให้เสี่ยวไป๋อีกด้วย ครั้นเมื่อเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นลู่ชุนกำลังยกหญ้าและหลัวโปใส่รางไม้ น้ำที่อยู่ในถังเป็นน้ำต้มอุ่น หึ!!..ยังเป็นอนุไป๋ที่สามีนางดูแลดียิ่ง"หลินหลินออกมาทำไมกัน" ลู่ชุนขมวดคิ้วมอง ครั้นเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาก็รีบโยนหญ้าลงในรางและก้าวขาไปดึงนางมากอด มือหนาถูมือเล็กจนอุ่นร้อนจึงพอใจ แต่กระนั้นก็ไม่ชอบใจเท่าไรนัก มิใช่สั่งแล้วหรือว่าให้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ต้องออกมาตากหิมะข้างนอก นางอยากทำสิ่งใดเขาล้วนทำให้ทั้งสิ้น"ข้าจะมาชวนท่านพี่ไปที่สวนผักหน่อยเจ้าค่ะ เมื่อคืนหิมะตกหนักไม่รู้หลังคาจะหักลงมาทับต้นกล้าหรือไม่" "ข้าไปดูให้เองเจ้ากลับเข้าไปในห้องเถอะ ประเดี๋ยวให้จื่อรั่วต้มน้ำขิงให้ดื่มสักหน่อยเข้าใจหรือไม่" ไม่รอให้ภรรยาตัวน้อยปฏิเสธ เขาอุ้มน

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 27 เตรียมเสบียง

    ตอนที่ 27 เตรียมเสบียงตุบ!!..จ้าวลี่หลินมองกองไม้ที่ถูกโยนลงไปในห้องด้านหลัง จากห้องโล่ง ๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยไม้จำนวนมาก เศษไม้ที่เหลือจากการทำโรงเรือนก็ถูกนำมาโยนให้ในห้องนี้ เชื้อเพลิงนางมีพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีพอแล้ว ส่วนผักนั้นนางก็นำมาผ่านกรรมวิธีถนอมอาหาร บางส่วนก็ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอเพียงหิมะตกลงมา นางก็นำไปแช่ในหิมะเสีย จะกินก็ค่อยเอามาละลาย"หลินหลินเจ้ามาตรวจดูหน่อยเถอะ ฟืนเท่านี้พอหรือไม่" "ท่านพี่ท่านตัดไม้มาหมดป่าแล้วไหนเลยจะไม่พอกัน" จ้าวลี่หลินหัวเราะขำ หากฟืนเต็มห้องไม่พอ นางก็ไม่มีอะไรจะกล่าวแล้ว "เช่นนั้นไปดูเนื้อสัตว์เถอะ มีพอหรือไม่ หากไม่พอพรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาอีกสักรอบ" ปีนี้เป็นปีแรกที่เขากับนางย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอู่ยวน ความยากลำบากก็ย่อมมีมากกว่าตอนที่อยู่เมืองหลวง และต่อให้ยามที่นางอยู่จวนสกุลจ้าวจะไม่ได้รับความสะดวกสบายนัก แต่ก็ย่อมดีกว่าที่นี่นัก ลู่ชุนเห็นว่าภรรยาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่ออนาคตของเขาและนาง นางทั้งทำสวน ทำน้ำพริกเผาขาย ส่วนเขาหรือ..หึ!!..เขาเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ขึ้นเขาล่าสัตว์หรือก็ไม่ได้ไปทุกวัน เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผัก

    ตอนที่ 26 โรงเรือนปลูกผักเสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกคลุมลงบนร่างอรชร จ้าวลี่หลินถูกดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับสามีของตนเอง ลู่ชุนกอดกระชับพลางดึงมือนางขึ้นมาถูให้อบอุ่น"เหตุใดจึงยังไม่เข้านอนอีก มิใช่สามีบอกให้เจ้าเข้านอนก่อนมิใช่เหรอ" ถึงแม้ว่าในบ้านสกุลลู่จะมีห้องอาบน้ำ ทว่าลู่ชุนก็ชอบไปอาบที่ลำธารอยู่ดี และยิ่งหลังจากที่สอนวรยุทธ์ให้กับน้องบุญธรรมทั้งสองแล้ว ทั้งสามก็จะไปแช่น้ำก่อน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป"ข้านอนไม่หลับ..ท่านพี่ใกล้เข้าฤดูหนาวแล้ว ถิงถิงบอกข้าว่าทุกปีฤดูหนาวที่นี่จะหนักหนามาก หิมะปกคลุมไปทั้งภูเขา สวนผักของข้าจะรอดหรือไม่" นางมองดูแปลงผักที่อุตส่าห์ลงแรงใจแรงกายไปมากมาย ทำปุ๋ยหมักด้วยตนเอง ผสมดิน รดน้ำพรวนดิน ทุกขั้นตอนมีเรื่องไหนบ้างที่นางไม่ลงมือทำ หากปล่อยให้มันตายไป นางคงปวดใจมาก ดูจากอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มหนาวขึ้น ก็รู้ว่าหน้าหนาวปีนี้จะต้องมาเร็วกว่าทุกปี และจะยิ่งรุนแรงยิ่งนัก ว่านถิงถิงบอกนางว่า เมื่อห้าปีที่แล้วหมู่บ้านอู่ยวนเคยมีคนตายเพราะทนหนาวไม่ไหว ขนาดคนยังตายแล้วผักนางจะไปรอดได้อย่างไร พวกถูโต้ว หลัวโป ก็ช่างมันเถิด แต่ล่าเจียวของนาง

  • สามี...อยากรวยต้องช่วยข้าทำสวน   ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา

    ตอนที่ 25 น้ำพริกเผา สวนผักสกุลลู่งอกงามจนชาวบ้านรู้สึกอิจฉา ไม่รู้ว่าสะใภ้ลู่ใช้สิ่งใดทำปุ๋ยหมักบ้าง ผักถึงงดงามเช่นนั้น บางคนใจกล้าหน่อยก็วิ่งมาขอปุ๋ยหมักของจ้าวลี่หลิน ตอนแรกนางก็ใจดีให้ไป ทว่าเมื่อผักของผู้นั้นงอกงาม คนอื่น ๆ ก็มาขอบ้าง นางเองก็ทำได้ในจำนวนจำกัด จึงได้บอกปฏิเสธไป แต่กระนั้นก็สอนวิธีทำให้ แต่ผู้ใดจะไปรู้ ชาวบ้านที่เอาสูตรของนางไปทำ ผักกลับเหี่ยวตาย บางคนก็ไม่พอใจมาต่อว่านางถึงบ้าน ทว่าลู่ชุนก็ไล่ไปจนหมด"ข้าคิดว่าชาวบ้านป่าบ้านเขาจะมีจิตใจงดงาม ที่ไหนได้น่ารังเกียจยิ่งนัก""ที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันมิใช่หรือ จิตใจมนุษย์ลึกยิ่งกว่าท้องทะเล เจ้าอย่าไปสนใจเลย ไม่ว่าผู้ใดจะมาขอ ก็บอกปัดไปเถอะ""เจ้าค่ะ..ข้ารู้แล้ว จริงสิท่านพี่ เหตุใดท่านจึงสอนวรยุทธ์ให้อาซินกับอาตงล่ะ ข้าคิดว่าวรยุทธ์ไม่สอนกันง่าย ๆ""ในเมื่อทั้งสองคำนับข้าเป็นพี่ชายแล้ว วรยุทธ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ข้าย่อมยินดีสอน ถึงแม้อาตงกับอาซินจะอายุเลยวัยที่จะเริ่มเรียน แต่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างไรก็ดีต่อร่างกาย เวลาขึ้นเขาล่าสัตว์ก็ไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังตั้งสมาธิยิงธนูได้แม่นขึ้นอีก อีกอย่างหากวันไหนข้าต้องขึ้นเขาหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status