LOGIN
บทนำ
เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่ประตูร้านอาหารดังขึ้นเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามา โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาข้างใน บรรยากาศภายในร้านอบอุ่นและเต็มไปด้วยแสงไฟอ่อนๆ ที่สร้างความโรแมนติก รอบข้างเงียบสงบเพราะร้านถูกจองไว้อย่างเป็นส่วนตัว หญิงสาวสวมชุดเดรสสีฟ้าเข้ารูปที่ทำให้เธอดูสวยงาม แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวล เธอถูกบริกรพาไปยังกลางร้าน โต๊ะอาหารตัวกลมจัดแต่งประดับประดาด้วยดอกไม้สีขาวสลับแดง “ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นเมื่อเขาเดินตามเข้ามาหลังเธอเพียงครู่เดียว สันจมูกที่โด่งรับกับริมฝีปากบางช่วยทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์เหลือเกิน เธอเผลอตัวไม่อาจจะละสายตาไปจากเขาได้ “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบกลับพร้อมกับยิ้มให้เขา แม้ว่าในใจจะรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลุออกมาจากตัว พวกเขานั่งลงที่โต๊ะ ซึ่งมีแสงไฟนุ่มนวลส่องสว่างจากเทียนที่ประดับอยู่ หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า ๆ ขณะที่มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับชีวิตและงานในช่วงที่ผ่านมา “ทำงานเป็นเลขาของอาผมค่อนข้างหนักเลยใช่ไหมครับ?” เขาเอ่ยถามออกมา ทำให้เธอแอบรู้สึกว่าเขาใส่ใจในสิ่งที่เธอทำ “ใช่ค่ะ แต่สนุกดีค่ะ มันท้าทายดี แถมยังได้เรียนรู้อะไรมากมายด้วย” หญิงสาวตอบ ขณะที่รอยยิ้มของเธอเริ่มกว้างขึ้น “ดีแล้วครับ อาของผมอาจจะเรื่องมากไปหน่อย แต่ก็ช่วยทนเขาหน่อยแล้วกันนะครับ” เขายิ้มตอบ ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้น “ชนครับ” “ค่ะ” เธอเอ่ยตอบเสียงเบา ขณะที่ยกแก้วขึ้นชนกับเขา ในใจของเธอเริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในใจ ในระหว่างการสนทนา พวกเขาทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงานอดิเรกและความชอบ หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าเขามีมุมมองที่น่าสนใจ และการพูดคุยกับเขาทำให้เธอรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่เครียดเหมือนที่คิดไว้ เมื่ออาหารจานแรกถูกเสิร์ฟ หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความเครียดในใจที่ลดลง เธอและเขายังคงพูดคุยและหัวเราะกันอย่างเป็นกันเอง ความสัมพันธ์เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ “ดีใจที่ได้พบกันค่ะ” หญิงสาวพูด พร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ “ผมก็เช่นกันครับ” อีกฝ่ายตอบกลับไปเสียงหวานรื่นหู ยิ่งชวนให้คนฟังรู้สึกเคลิบเคลิ้มเมื่อได้ยิน มือทั้งคู่ยื่นมาจับกัน ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินจากลากันไปคนละทางก็อก ก็อกริสาเดินถือชามต้มยำใบโตเดินมาเคาะประตูเพื่อนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ เพียงไม่นานเจ้าของบ้านก็เดินมาเปิดประตู“ทานข้าวกันหรือยังคะ พอดีหนูทำกับข้าวมาเผื่อ”“ริสาเองหรอ มา ๆ เข้ามาสิ กินด้วยกัน แล้วรวิชญ์ล่ะ ไปไหนซะแล้ว” ฉัตรธรเอ่ยถาม เมื่อมองไม่เห็นผู้ชายอีกคนที่ติดตามอยู่ตลอด“กำลังขับรถกลับบ้านมาน่ะค่ะ” “โอเคครับ งั้นมา ๆ กินข้าวกัน เดี๋ยวรอป้าม้วยแกทำกับข้าวเสร็จ รวิชญ์คงจะมาถึงพอดี” “ค่ะพี่ แล้วพี่สะใภ้ไปไหนหรอคะ” “นั่งรอกินข้าวอยู่นู่นแหละ” เขานั่งชี้ปลายนิ้วไปยังโต๊ะกินข้าว ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อฉัตรธรถือชามต้มยำให้เธอก่อนจะวางไว้บนโต๊ะอาหาร ริสาเองก็ส่งข้อความไปหาบอกให้เขาตรงกลับมาที่บ้านของฉัตรธรแทนไม่ช้ารวิชญ์ก็มาถึง เขาเดินเข้ามาร่วมโต๊ะอาหาร เมนูใหม่ที่แม่ครัวพึ่งทำเสร็จก็ทะยอยออกมาเสิร์ฟ ทั้งแกงโฮะ น้ำพริกหนุ่ม ไข่ผำ ชวนให้หญิงสาวทั้งสองนั่งน้ำลายไหล“ยาหยี กินนี่สิ่จ๊ะ เห็นบ่นอยากกินตั้งแต่เช้า” ฉัตรธรตักไข่ผำใส่จานภรรยาตัวเอง รวิชญ์เห็นแบบนั้นก็ไม่รีรอรีบทำตามทันที“ที่รัก นี่ไงของโปรดหนูเลย กินเยอะ ๆ นะคะ” เขาตักน้ำพริกหนุ่มใส่จานริสา จนคนตั
“เก่งจังเลยครับเด็กดี ตอนนี้อาต้องให้รางวัลคนเก่งแล้วแหละ” รวิชญ์พูดพลางถอดเสื้อตัวเองออก กล้ามหน้าท้องแน่นเด่นหราอยู่ตรงหน้าของหญิงสาว เธอเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ชวนให้รวิชญ์ยิ้มออกมาอย่างลำพองใจ“อื้อ… เบา ๆ ครับ ใจเย็นก่อน” ปลายลิ้นลากไปตามร่องซิกแพค ลากมันไปจนถึงยอดหัวนมที่แข็งเต่ง ชาแกร่งสั่นสะท้านเมื่อถูกเธอยั่วยวนอย่างเร้าใจแท่งเนื้อที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าแข็งตัวขึ้นมาจนกางเกงแทบปริ เขาบีบขย้ำลงไปบนก้นกลม “ซี้ด~~” ชายหนุ่มซู้ดปากเสียวเมื่อคนตัวเล็กโลมเลียมาถึงต้นคอ“วันนี้ผมจะทำให้คุณจำได้แต่ผมเพียงคนเดียว ตลอดไป” เขาช้อนปลายคางเธอขึ้นมา ประกบริมฝีปากหนาลงไป เขาดูดลิ้นเข้ามาในโพรงปากของตัวเอง มือไม้อยู่ไม่สุข ชอนไชไปทั่วทั้งร่างกายของริสา“วันนี้เราไปทำกันบนเตียงดีกว่าครับ ผมอยากให้ความทรงจำของคุณอยู่กับผมไปทุกที่” เขาอุ้มตัวเธอขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง แล้วพาเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ปลายเท้าเตะเปิดประตู ห้องนอนใหญ่ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายไม่เหมาะกับขนาดของบ้านที่อยู่เท่าไหร่นัก เขาวางเธอลงบนเตียงนุ่มเดรสสายเดี่ยวถูกปลดลงมาอยู่ใต้ทรวงอก เขาปลดบราครึ่งตัวที่สวมอยู่ข้างในออกอย่างไวไม่ต่า
ในห้องสี่เหลี่ยมที่เงียบสงัด มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งรออยู่ข้างเตียงไม่ห่างไกล เขามองหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม่ขยับ สายน้ำเกลือระโยงระยางถูกเจาะไปที่แขน“พะ…พี่ชาย อย่าไปนะ” เสียงเพ้อดังลอดออกมาจากปากเล็ก ทำเอาฉัตรธรดีดตัวผึงขึ้นมาจากโซฟา“พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วครับ” เขาจับมือเธอเอาไว้แน่น มือหนาลูบไปที่ใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน“พี่รวิชญ์ พี่อยู่กับริสาก่อนนะ” รอยยิ้มหุบลงพลัน เมื่อคนที่เธอเรียกหาไม่ใช่ตัวเอง “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้น” เมื่อรู้ว่าในใจของเธอไม่ได้มีตัวเอง ฉัตรธรก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปขวางความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เขารีบต่อสายไปหารวิชญ์เพื่อบอกเรื่องราวทันทีกริ๊ง กริ๊งเสียงโทรศัพท์ดังแทรกความเงียบงัน ห้องสี่เหลี่ยมถูกปิดมืดไม่มีแม้แต่แสงอาทิตย์ลอดเข้ามา มีเพียงร่างของชายหนุ่มกับขวดเหล้ามากมายที่กองอยู่ร่วมกันบนพื้น ชายตัวสูงในสภาพที่ไม่ต่างจากศพ บนตัวมีแต่กลิ่นเหล้าลอยคลุ้งไปทั่ว แม้ว่าจะยืนห่างถึง 100 เมตรก็ยังคงได้กลิ่น“สวัสดีครับ” แขนยาวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา กดปุ่มเปิดลำโพงเพราะไม่มีแม้แต่แรงจะถือมัน [ผมฉัตรธรเองนะครับ ตอนนี้ริส
ภาพจากวีดีโอแรกกว่าจะถูกปิดก็กินเวลาไปนานโข จอใหญ่กลายเป็นสีดำมืด แต่อยู่ ๆ มันก็รันไฟล์ที่สองโดยอัตโนมัติ“นี่คุณต้องการอะไร อยากจะประกาศให้ทั้งโลกรู้หรือยังไงว่าพวกเรา…” เสียงขาดห้วงไป เหมือนคนที่กำลังพูดไม่กล้าจะพูดมันออกมา ยิ่งชวนให้คนที่กำลังดูพากันซุบซิบ“บ้านนี้มันละครอะไรละนิ ยังไม่จบอีกหรอ” เสียงนินทาดังแทรกขึ้นมาไม่หยุดภาพที่รวิชญ์ก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของริสา หากแต่มองในมุมกล้องวงจรปิดเหมือนเขากำลังก้มลงไปจุมพิตของเธอ ก่อนที่หญิงสาวจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าไปในห้อง และไม่กลับออกมาอีกเลย“ยืนมองเxี้ยอะไรกันอยู่ มึงก็ถอดสายจอสิวะ” รวิชญ์ตะคอกออกมาเสียงดัง แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะเรื่องราวถูกฉายออกมาจนหมด ริสาที่ยืนยิ้มอยู่ได้ไม่นานก็ยืนนิ่ง ตอนนี้เหมือนเรื่องที่เธอกำลังทำ ได้ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง เสียงนินทาดังกระหึ่มมากขึ้นไปอีกเมื่อเรื่องคาวฉาวออกมาอีกฉาก“นี่สินะที่คุณบอกว่าจะทำ” เธอหันไปถามรวิชญ์ที่ยืนมองอยู่ข้างล่าง “นี่คือวิธีการของคุณใช่ไหม นะ…นี่คือวิธีการที่คุณบอกใช่ไหม!!” เธอแผดเสียงร้องออกมาทั้งน้ำตา มือไม้สั่นเพราะคุมอารมณ์โกรธเอาไว้ไม่อยู่“ไม่ ผมไม่ได้ทำ” รวิช
หลังจากวันที่เธอจับได้ว่าตัวเองกำลังถูกสวมเขา แผนการแก้แค้นก็ถูกวางออกมาอย่างเฉียบแหลม ริสาได้ชวนรดาออกไปทานข้าวด้วยกัน เธอเลือกร้านอาหารหรูหราเพราะรู้ดีว่าน้องสาวตัวเองเป็นคนหัวสูง“พี่ให้จ้ะ” ถุงช็อปปิ้งแบรนด์เนมราคาแพงถูกยื่นให้กับผู้ที่เป็นน้องสาว รดาดวงตาลุกวาวเมื่อเห็นชื่อแบรนด์บนถุง“กรี๊ด กระเป๋าฮีเมส นะ…นี่พี่ให้ฉันจริงหรอ” เมื่อเธอเปิดมันออกดุ ก็กรี๊ดออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว ก็มูลค่าของในถุงมันมากกว่าสองแสนบาท“อื้ม ก็วันเกิดรดาพี่ต้องขึ้นไปทำงานที่เหนือ เลยอยากให้ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าไว้”“อ่อหรอ ฉันชอบมากเลย” ไม่มีคำว่าขอบคุณออกมาจากปากของเธอ แถมรดายังแอบคิดอีกว่า ‘ริสานี่โง่ได้ใจเสียจริง แต่แบบนี้ก็ดี เพราะไม่ว่าอะไรที่เป็นของเธอ ฉันจะแย่งมันมาเอง’รดาที่ได้ของขวัญเป็นกระเป๋าราคาแพงมีหรือที่จะไม่หยิบมาใช้ โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีเครื่องดักฟังจิ๋วแอบติดไว้อยู่ เธอนำติดตัวมันไปทุกที่ แต่เพราะไม่ใช่คนเจ้าระเบียบเธอจึงถูกจับได้อย่างง่ายดายก่อนวันแต่งงานริสาได้โอกาสจับกระเป๋าใบนั้น เพราะเธอวางมันทิ้งไว้บนโซฟาในบ้าน เธอแกะกระดุมเหล็กใต้กระเป๋าออกมาด้วยความว่องไว หากสงสัยว่าทำไมเธ
ห้องโถงของโรงแรมห้าดาวสุดหรู บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยไฟสีส้มอ่อน ดอกไม้ประดับสีขาวเรียงรายไปตามทางเดินเข้าจวบจนถึงเวทีหลักของงาน โทนสีหลักของการตกแต่งเป็นสีขาวและทองที่ย้ำเตือนความหรูหราแขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีไม่ว่าจะในวงสังคมธุรกิจ หรือดารานักร้องที่มีชื่อเสียงบางคนก็ยังให้เกียรติมาร่วมในงานนี้ศิวะในชุดสูททักซิโด้สีขาวคอยยืนรอรับแขกที่เข้ามาร่วมงานอยู่หน้าประตูทางเข้า ขาดแต่เพียงคู่ควงของเขาที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน“เอ่อขอโทษนะคะ มีใครอยู่ไหมคะ” เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขัดจังหวะคนที่กำลังทำงานในห้องเครื่องเสียง ชายหนุ่มดูท่าทางแข็งขันเดินตรงเข้ามาหาเธอ“ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือครับ”“คือพอดีว่ารู้สึกเหมือนจะหยิบไฟล์วีดีโอที่ต้องใช้ในงานผิดไปน่ะค่ะ เลยเอาอันนี้มาเปลี่ยน” เธอยื่นแฟลชไดร์ฟสีดำอันหนึ่งให้กับเขา“เอ๋ แปปนะครับ เปลี่ยนกับอันไหนหรือครับ” พนักงานคนนั้นหยิบสิ่งของที่คล้ายกันสองชิ้นออกมาให้เธอดู ยิ่งชวนให้เธอรู้สึกฉงนใจว่าทำไมถึงมีสองชิ้น“เอ๋ มีสองชิ้นหรอ พอจะจำได้ไหมคะว่าอันไหนเป็นอันแรกที่ต้องขึ้นฉาย” “อ๋องั้นอันนี้ครับ” เขายื่นอันที่เธอต้อง







