Se connecterหลังจากรัฐบาลได้วางโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและจ้างออกแบบสนามบินเมื่อปี พ.ศ. 2538 หนองงูเห่าและพื้นที่ราบลุ่มใกล้เคียงที่เต็มไปด้วยประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา วิถีชีวิตดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศผุดตระหง่านขึ้นมาท่ามกลางพื้นที่สีเขียว
ราคาที่ดินโดยรอบขยับกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ซึ่งเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง สวนมะม่วงพันธุ์ดี ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม กลับค่อย ๆ เลือนหาย กลายเป็นโรงแรม หมู่บ้านมากมายหลายระดับเข้ามาทดแทน เกิดสงครามแย่งชิงซื้อที่ดินจากพวกนายทุนเพื่อกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
ชาวบ้านฐานะธรรมดาที่เบื่อกับอาชีพเดิม ๆ ของบรรพบุรุษยอมตัดใจขายที่ดินทำกินเพราะทำให้ชีวิตพวกเขาพลิกผันมีเงินทองมาใช้หนี้สิน มีบ้านหลังใหญ่ รถคันใหม่ ขึ้นมาเพียงพริบตา ไม่ต้องทำงานหนักกลางแดด ชีวิตแขวนอยู่บนราคาจากสะพานปลาซึ่งขยับขึ้นลงไม่เว้นแต่ละวัน ชีวิตชาวบ้านธรรมดาแค่เซ็นชื่อขายที่ดินกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ในพริบตาเดียว
เหลือเพียงชาวบ้านไม่มากนักที่ยังไม่ยอมสละพื้นที่ทำกินเพื่อแลกกับเม็ดเงินมหาศาลที่นายทุนพยายามเข้ามาหว่านล้อมให้ยอมขาย เพราะมีโครงการมากมายที่ต้องการพื้นที่ซึ่งเปรียบดั่งขุมทรัพย์ ทว่าชาวบ้านที่ยังอาชีพดั้งเดิมกลับได้รับผลกระทบไม่น้อยจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งลำคลองที่ตื้นเขิน น้ำเสียจากโรงงาน เคหสถาน แต่วิถีดั้งเดิมก็ยังพอมีให้เห็น
รวมถึงบ่อปลา บ่อกุ้ง ขนาดใหญ่กว่าสามร้อยไร่ที่ห่างจากสนามบินออกไปราวยี่สิบกิโลเมตรแห่งนี้ซึ่งตกทอดมาถึง ‘อิ่มอุ่น เพราพินิต’ เด็กสาวผิวขาว หน้าตาหมดจด ผู้ซึ่งก้าวพ้นชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคตะวันออกมาหมาด ๆ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แต่ผลการเรียนที่ดีไม่ได้การันตีว่าชีวิตนับจากนี้จะดีตามไปด้วย
ดวงตาคู่งามเปล่งประกายดื้อรั้นอย่างแสนเสียดายเมื่อทอดมองที่ดินกว้างใหญ่สุดสายตา แบ่งเป็นบ่อปลาสลิดกว่าร้อยห้าสิบไร่ ที่เหลือเป็นบ่อกุ้งขาวที่เลี้ยงผสมกับปลานิลไว้ ที่ดินผืนใหญ่นี้เป็นมรดกชิ้นเดียวของตระกูลที่ทำกินกันมาหลายชั่วอายุคน แต่แล้วลูกหลานอย่างเธอก็ไม่สามารถรักษามันเอาไว้ เมื่อเวลานี้มันถูกผลัดเปลี่ยนไปเป็นของคนในตระกูล ‘สิริดาราวรรณ’ เศรษฐีทางภาคเหนือ
หลายปีมานี้ ตั้งแต่อิ่มอุ่นเริ่มเข้ารั้วมหาวิทยาลัยก็รับรู้มาตลอดว่าบิดาของเธอประสบปัญหาขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้งและปลาสลิดอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพน้ำจากคลองธรรมชาติที่ผันเข้าสู่บ่อกว้างอันเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลาสลิด ปลานิลเกิดการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะทุ่มหัวอาหารลงไปมากเท่าไร ใช้ขี้ไก่ปรับสภาพน้ำหรือแม้แต่จะปรับสูตรการเลี้ยงตามคำแนะนำของนักวิชาการ ปลาและกุ้งกลับไม่โตอย่างที่เคย
ยามที่ลากปลาขึ้นแต่ละทีต้องใช้คนงานจำนวนมากนับร้อย เสียค่าใช้จ่ายมาก จากที่นายชาลี บิดาของตนเคยมีแต่รอยยิ้มเพราะเห็นกำไรหลักแสน หลักล้าน หลายปีมานี้ บิดาจะมีสีหน้าวิตกจากกำไรที่ต้องได้เป็นตัวเลขเก็บเข้าบัญชีธนาคารเจ็ดหลัก กลับกลายเป็นขาดทุนย่อยยับติดลบนับล้าน ขาดทุนค่าอาหาร ค่าแรงคนงานมาหลายปีติดกัน เงินเก็บมากมายถูกนำมาลงทุนแต่แล้วก็จมทุน กลายเป็นหนี้สินพะรุงพะรัง
ความสนิทสนมของบิดาและแม่เลี้ยงบุหงาค่อนข้างแน่นแฟ้น เดิมทีนางเป็นลูกสาวเศรษฐีเก่ามีพื้นเพอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แม้ว่าท่านจะแต่งงานไปกับเศรษฐีทางภาคเหนือนานแล้ว แต่ก็ยังแวะเวียนกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเสมอ เพราะยังมีญาติพี่น้องอยู่ในละแวกนี้
และเพราะเป็นเพื่อนเรียนโรงเรียนรุ่นเดียวกันมา เคยปีนต้นฝรั่ง วิ่งรอบคันบ่อ ยกยอ จับปูนา เล่นมาด้วยกัน นายชาลียามหมดหนทางจึงนำที่ดินผืนใหญ่กว่าสามร้อยไร่ไปจดจำนองกับแม่เลี้ยงบุหงาเอาไว้ ซึ่งเวลานั้นไร่ชาของแม่เลี้ยงบุหงาเริ่มสร้างกำไรได้มหาศาลเพราะการบริหารและมองการณ์ไกลของเหมราชลูกชายของนาง
อิ่มอุ่นเพิ่งมารู้ไม่นานก่อนบิดาจะเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งผิวหนังว่า บิดาเป็นหนี้แม่เลี้ยงบุหงารวมต้นรวมดอกเบี้ยมากกว่าสิบห้าล้านบาท โดยเอาที่ดินแปลงนี้ไปจดจำนองไว้ร้อยละสองบาท แต่ขาดส่งดอกเบี้ยมาหลายปี หมดปัญญาที่จะหาเงินต้นหลายล้านที่กู้ยืมมาลงทุน จนบัดนี้มรดกผืนเดียวหลุดลอยไป ถูกผลัดเปลี่ยนมือไปเรียบร้อยแล้ว
และเธอเองก็คงไม่มีปัญญาหาเงินมากมายขนาดนั้นไปไถ่คืนมา ดีเท่าไรแล้วที่แม่เลี้ยงบุหงาไม่เร่งรัดยึดเอาไปขายทอดตลาดเอาเงินคืน เพียงแต่...มีเงื่อนไขหนึ่งที่แถมมาด้วยเท่านั้น
“แบบนี้ใช่ไหม ที่เขาเรียกว่าขายตัวแลกหนี้ ไม่ได้มีแค่ในละคร”
ความสดใสที่เคยมีในดวงตากลมโต แปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่นสมเพชตัวเอง เสียงเครื่องบินที่ดังเบา ๆ ยามแหงนหน้าไปก็เห็นมันบินผ่านบ่อ ข้ามหัวเธอไปวันละหลายสิบลำ
“อีกไม่นานแล้วสินะ ฉันจะได้ขึ้นแกแล้ว”
ดวงหน้าหม่นเศร้า ไม่ได้ดีใจที่จะต้องเดินทางไกลด้วยเครื่องบินโดยสารภายในประเทศแต่กลับรู้สึกเศร้า เพียงแต่หญิงสาวไม่เคยแสดงออกด้วยการร้องไห้ออกมา
หลังบิดาเสียชีวิต อิ่มอุ่นเคว้งคว้าง ไม่เพียงตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีครอบครัวของคนงานซึ่งต่างมีลูกหลานตาดำ ๆ คนเหล่านั้นคือคนในความรับผิดชอบของเธอ แม่เลี้ยงบุหงาท่านเป็นคนดี มีน้ำใจกว้างขวาง เธอเองก็คุ้นเคยกับท่านมาตั้งแต่เด็ก เพราะถ้าท่านมาเยี่ยมบิดาของเธอเมื่อใดก็จะนำขนมของอร่อยที่เด็กบ้านนอกอย่างเธอไม่เคยลิ้มลองติดไม้ติดมือมาฝากเสมอ แม้เวลานี้ผืนดินแห่งนี้ตกเป็นของท่านก็กลับอนุญาตให้อยู่ไปก่อน
จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อน แม่เลี้ยงบุหงามาที่นี่พร้อมสามีฝรั่งพร้อมกับอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ทำให้เธอหน้าแดงร้อนผ่าวหลังจากรับรู้เจตนา
“ที่ดินสามร้อยไร่นี้ฉันจะคืนให้หนูอิ่มเป็นค่าสินสอด ถ้าหนูอิ่มยอมเป็นเมียตาเหม ลูกชายฉัน ครอบครัวคนงานทั้งหมดฉันจะรับเลี้ยงเอาไว้เอง ให้ทำงานต่อไปที่นี่ หนูอิ่มลองตัดสินใจดู ฉันไม่บังคับ แต่หนูอิ่มคงรู้ว่าควรจะทำอย่างไร”
แม่เลี้ยงบุหงายื่นข้อเสนอให้เธอตัดสินใจก่อนจะขับรถยุโรปคันหรูออกไป ทิ้งเธอให้จมดิ่งกับความคิดในระยะเวลาเพียงสามวันกับทางเลือกระหว่างจะเป็นสะใภ้ของท่าน หรือย้ายตัวเองและคนงานออกไปจากที่นี่เสีย
แล้วจะให้เลือกทางไหนได้ ให้เห็นแก่ตัวแล้วปล่อยครอบครัวคนงานไปไม่ไยดีอย่างนั้นหรือ? เธอทำแบบนั้นลงก็ใจร้ายเกินมนุษย์แล้ว
ในชีวิตที่ผ่านมา อิ่มอุ่นตั้งอกตั้งใจเรียนเป็นหลัก แม้จะมีชายหนุ่มรุ่นเดียวกันเพียรมาแจกขนมจีบสม่ำเสมอ บางครั้งเธอก็อยากคบชายหนุ่มหน้าตาดีมาเป็นแฟนสักคน หลายคนก็หล่อเหลาราวกับหนุ่มเกาหลีซึ่งมองแล้วก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยหัวใจดีไม่น้อย แต่หญิงสาวก็ตัดใจไม่คบหาผู้ชายคนไหนเป็นแฟน เพราะรู้ตัวดีว่าเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวที่ฐานะครอบครัวกำลังเข้าขั้นวิกฤต ไม่อยากทำตัวเหลวแหลกให้บิดาต้องเครียดและทุกข์ใจ แต่ดูเหมือนโชคชะตาไม่ค่อยเข้าข้างเธอสักเท่าไร
“เหมราช ผู้ชายประเภทไหน จะสี่สิบแล้วยังไม่มีเมีย”
คุณเหมราชคนนั้น เธอไม่เคยเห็นเขาเลย เขาไม่เคยมาที่นี่ คุณบุหงาเคยเล่าให้บิดาเธอฟังว่าลูกชายของนางวัน ๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในไร่ชา เขาชอบทำงานท่ามกลางภูเขาที่อากาศเย็น ไม่ชอบบรรยากาศร้อน แสงแดดแรงจัดของจังหวัดสมุทรปราการ
“คนอะไรนะ ไม่รักบ้านเกิดแม่ตัวเองเลย”
ลูกกชายคนเดียวของแม่เลี้ยงบุหงาทำให้ไร่ชาของเขาดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ จนเวลานี้เปิดเป็นรีสอร์ตที่นักท่องเที่ยวต้องจองกันล่วงหน้าข้ามปีถึงจะมีโอกาสได้เข้าพัก จนเป็นที่มาของคำว่า ‘พักที่ไร่ชาเหนือฟ้า 1 คืนอายุยืนขึ้น 1 ปี’
“ฉุดฉันลงมาด้วยทำไม!”“ก็เธอผลักฉันก่อนทำไม!”สีหน้าย่ำแย่ทั้งคู่ อิ่มอุ่นย่นหัวคิ้ว นิ่วหน้าเมื่อมือสัมผัสบางอย่างเข้า วันก่อนเธอสั่งสมประสงค์ หัวหน้าคนงานให้พาลูกน้องลงจับปลาก้นบ่อส่งขายหมดแล้ว แต่ทำไมเธอยังจับได้ปลาช่อนตัวเขื่อง ลักษณะของมันคุ้น ๆ แค่มือน้อยไล่สัมผัส ไม่ผิดแน่ตัวยาวแบบนี้ ลำตัวอ้วนกลมแบบนี้ เธอรีบบีบคอมันไว้ ก็ลงจับปลามาตั้งแต่เด็ก นี่คงเป็นไปตามสัญชาตญาณที่เธอไม่อาจปล่อยให้มันเถือกไถลไปได้ เนื้อปลาช่อนตัวนี้มันไม่นิ่มเหมือนปลาเป็น ลำตัวมันแข็งทื่อ หยุ่นเล็ก ๆ เหมือนปลาตายแล้ว แถมยังไม่ดิ้นขลุกขลักอีก“แย่จริง! สมประสงค์ยังจับปลาช่อนขึ้นไม่หมด” ถ้ามันตายนานคงต้องทิ้งไป แต่ถ้าตายใหม่ ๆ ขอดเกล็ด ปาดคอ คลุกเคล้าเกลือตากแดด ทำเป็นปลาช่อนเค็มไว้กินได้แต่แล้วเสียงครางลอดไรฟันที่ดังอยู่ใต้ร่างทำให้อิ่มอุ่นไม่ทันยกปลาช่อนตัวใหญ่ขึ้นมาดู แต่ก้มมองคนที่กลายมาเป็นฟูกรองก้นบ่อให้เธอกึ่งนอนกึ่งนั่งทับเขาตะคอกใส่หน้าทันที “ที่มือเธอจับมันไม่ใช่ปลาช่อนโว้ย แต่เป็นปลาชะโดของฉัน เอามือออกไปเดี๋ยวนี้!”คนนอนหงายหลังอยู่กลางพื้นบ่อแห้งแล้วยังถูกจับกุมตัวตนเอาไว้ไม่ให้ดีดดิ้นไปไหน
“เจ็บเป็นบ้า ไอ้คนบ้า ไอ้คนใจร้าย” ถ้าพ่อเธอยังอยู่ เขาถูกต้อนรับด้วยลูกปืนแน่อิ่มอุ่นเจ็บจนน้ำหูน้ำตาไหล ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เธอยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนถ่อย เถื่อน ได้เท่าผู้ชายคนนี้“ไอ้คนบ้า ไอ้คนถ่อย ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ไป ออกไป” เธอไล่เขาตามหลังด้วยน้ำสียงดังอย่างโกรธเคือง หน้าขาวเวลานี้แดงไปหมด แล้วกำดินแข็งแห้งขึ้นมาไล่ปาใส่หลังเขาแต่ร่างสูงเดินไปถึงรถแล้วรีบคว้ากระเป๋าเป้ จากนั้นปิดประตูรถ กดกุญแจล็อกเรียบร้อย ขายาวก้าวฉับ ๆ พาความสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาเธอที่ยังนั่งอยู่ขอบบ่อเหมือนจุกจนลุกไม่ขึ้น แววตาไม่มีความอาทรปราดมองอย่างเยาะหยัน“แค่นี้อย่าสำออย” ก่อนจะกระชากแม่ตัวแสบให้ลุกขึ้นยืนตาม “ใครกันแน่ที่ต้องออกไป ที่นี่มันกลายเป็นที่ของฉัน บ้านเธอก็ตกเป็นบ้านของฉัน ส่วนตัวเธอ แม่ก็เสนอให้ฉัน ตอนแรกที่ฉันมาที่นี่ตั้งใจมาพูดจากับเธอดี ๆ จะช่วยหาผัวรวย ๆ ให้สักคน สองคน แล้วจะไปขอร้องแม่ให้ท่านปล่อยให้เธอกับคนงานได้อยู่ที่นี่ทำมาหากินกันต่อไป แต่เห็นความร้ายกาจของเธอแล้ว นอกจากรักไม่ลงยังเกลียดเข้าไส้ ฉันเปลี่ยนใจไม่ทำแบบนั้น ถ้าไม่อยากถูกฉันเฉ
เด็กหนุ่มตรงหน้ามีความสูงเทียบได้แค่ไหล่ของเขา ยื่นมือบางมาดึงธนบัตรสีม่วงไปอย่างรวดเร็ว เหมราชอมยิ้มพอใจ แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้า ดึงผ้าปิดคลุมใบหน้าออก“แค่สปอยล์น้อยไป ลุงอยากรู้อะไรถามมาสิคะ”ใบหน้าคมเข้มแลดูขัดเขินเพียงเล็กน้อยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง อายุเขาสี่สิบก็จริง แต่ใบหน้าเขาอ่อนกว่าวัยและไม่เคยมีใครเรียกเขาว่า…'ลุง?'เมื่อหนุ่มน้อยกลับกลายเป็นสาวน้อยยืนจ้องเขาเขม็ง พ่อเลี้ยงเหมราชก็รู้ได้ว่าเธอเป็นใครจึงเปลี่ยนท่าทีทันใด เจอกันไวก็ดีจะได้จบเรื่องได้เร็ว ไม่เสียเวลาตามหาให้มากความมุมปากของเขายกยิ้มเปิดเผยว่าร้ายเอาเรื่อง ก่อนจะหรี่ตามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และวนขึ้นไปจดจ้องสัดส่วนที่สะดุดสายตาอย่างไม่กลัวถูกกล่าวหา“อ้อ...เธอคงเป็นยัยหนูอิ่มอุ่นของแม่ฉัน ดูทรงแล้วน่าจะชื่อ อกอิ่มมากกว่า”เขาจ้องหน้าอกที่ดันเสื้อตัวใหญ่ ตอนทักเธอ เขามองภาพรวม ๆ เลยนึกว่าเด็กผู้ชายเพราะเห็นสวมใส่เสื้อลายสก็อต ทั้งกางเกง รองเท้ายางดูผ่าน ๆ เลยไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงดวงตาของหญิงสาวฉายประกายด่าทอแล้วกำมือแน่น“ทุเรศ! ใครจะตั้งชื
แม่ของเขาเคยมาเล่าให้บิดาฟังว่า พ่อเลี้ยงเหมราชเป็นคนเก็บตัว เธอเคยนำชื่อและนามสกุลของเขา เหมราช สิริดาราวรรณ ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ปรากฏภาพของเขาออกมาทางสื่อออนไลน์ เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร หรือรายการใดที่เข้าไปขอถ่ายทำภายในไร่ชา ครั้นจะขอดูรูปของเขาจากแม่เลี้ยงบุหงาก็อายอิ่มอุ่นจึงคิดเอาเองว่าชายวัยสี่สิบที่ยังไม่ยอมลงจากคานต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย รูปร่างคงจะอ้วนลงพุง หัวเถิก หนวดเครารุงรัง นอนกรนเสียงดัง เพราะถ้าดีกว่านี้คงขายออกไปนานแล้วอายุตั้งสี่สิบ ถ้าให้มาเป็นพ่อของลูกคงไม่ไหว เธอคิดแบบนั้นเพราะปีนี้อิ่มอุ่นเพิ่งย่างยี่สิบสี่ เขากับเธออายุต่างกันถึงสิบหกปี ช่องว่างระหว่างวัยแทบจะเรียกได้ว่า คราวน้า คราวอา ถ้าเป็นยุคสมัยนี้ที่เด็กวัยมัธยมกลายเป็นคุณแม่ คุณพ่อวัยใส ก็อาจนับได้ว่าเขาแก่คราวพ่อ! หรือคราวลุง!ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาเพื่อสะบัดไล่ภาพ ‘ลุงเหม’ หุ่นอ้วนพี ศีรษะเถิกกว้างออกจากความคิด เส้นผมสีดำนุ่มดุจแพรไหมซึ่งเวลานี้ถูกมัดไว้ด้วยหนังยางรัดแกงอย่างลวก ๆ ครอบไว้ด้วยหมวกปีกกว้างสีเทา พร้อมผ้าคลุมที่ถอดประกอบได้อีกชั้นเพื่ออำพรางแสงแดดกล้าเพื่อออกไปหาอะไรทำให้ห
หลังจากรัฐบาลได้วางโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและจ้างออกแบบสนามบินเมื่อปี พ.ศ. 2538 หนองงูเห่าและพื้นที่ราบลุ่มใกล้เคียงที่เต็มไปด้วยประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา วิถีชีวิตดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศผุดตระหง่านขึ้นมาท่ามกลางพื้นที่สีเขียวราคาที่ดินโดยรอบขยับกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ซึ่งเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง สวนมะม่วงพันธุ์ดี ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม กลับค่อย ๆ เลือนหาย กลายเป็นโรงแรม หมู่บ้านมากมายหลายระดับเข้ามาทดแทน เกิดสงครามแย่งชิงซื้อที่ดินจากพวกนายทุนเพื่อกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านให้ได้มากที่สุดชาวบ้านฐานะธรรมดาที่เบื่อกับอาชีพเดิม ๆ ของบรรพบุรุษยอมตัดใจขายที่ดินทำกินเพราะทำให้ชีวิตพวกเขาพลิกผันมีเงินทองมาใช้หนี้สิน มีบ้านหลังใหญ่ รถคันใหม่ ขึ้นมาเพียงพริบตา ไม่ต้องทำงานหนักกลางแดด ชีวิตแขวนอยู่บนราคาจากสะพานปลาซึ่งขยับขึ้นลงไม่เว้นแต่ละวัน ชีวิตชาวบ้านธรรมดาแค่เซ็นชื่อขายที่ดินกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ในพริบตาเดียวเหลือเพียงชาวบ้านไม่มากนักที่ยังไม่ยอมสละพื้นที่ทำกินเพื่อแลกกับเม็ดเงินมหาศาลที่นายทุนพยา
“ไปรับหนูอิ่มมาอยู่ด้วยนะเหม พ่อแกตายไปแล้ว บ่อกุ้ง บ่อปลา ก็กลายมาเป็นของเราทั้งหมด เด็กสาวตัวคนเดียวจะปล่อยไว้ให้อยู่ตามลำพังกับคนงานผู้ชายไม่ได้หรอก”ถ้อยคำพูดที่ส่งมาตามสายทางไกลทำเอาชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยิ่งกับคำประกาศิตที่สื่อมายิ่งพานให้หงุดหงิดใจเป็นเท่าทวีบรรยากาศท่ามกลางขุนเขา มีทะเลหมอก และใบชาแตกยอดสะพรั่ง ดื่มด่ำยอดใบชาอุ่น ๆ ชมวิวที่โอบล้อมด้วยขุนเขาทำให้รีสอร์ตกลางไร่ชาแห่งนี้มีคนเข้าพักเต็มตลอด เรียกได้ว่าต้องโทร.จองกันข้ามปี งานก็แสนจะยุ่งแต่มารดากลับมุ่งให้เขาหาแต่เมีย‘เหมราช สิริดาราวรรณ’ หรือ ‘คุณเหม’ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างระอา หนุ่มใหญ่ที่ยังคงมีใบหน้าอ่อนกว่าวัย ดูผิวเผินเหมือนคนหนุ่มเพิ่งย่างสามสิบทั้งที่จริงอายุอานามจวนเจียนแตะเลขสี่ ไม่ใช่ว่าเขาขาดคุณสมบัติทำให้อยู่เป็นโสด มีสาวน้อยสาวใหญ่แย่งกันทอดสะพานให้สม่ำเสมอ เพียงแต่ว่าเขาติดจะเป็นคนนิสัยขี้รำคาญ ไม่ชอบนั่งเอาอกเอาใจใคร และไม่ชอบให้ใครมานั่งเอาอกเอาใจเช่นกันถ้าหิวก็ซื้อเอา สวยแค่ไหน เงินของเขาก็สอยลงมาได้หมด ในเมื่อมีเงินเหลือกินเหลือใช้จนต้องไปฝากให้ธนาคารช่วยดูแลนับร้อยล้าน“หนูอิ่มของแม่เพิ่งจ







