LOGINเด็กหนุ่มตรงหน้ามีความสูงเทียบได้แค่ไหล่ของเขา ยื่นมือบางมาดึงธนบัตรสีม่วงไปอย่างรวดเร็ว เหมราชอมยิ้มพอใจ แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้า ดึงผ้าปิดคลุมใบหน้าออก
“แค่สปอยล์น้อยไป ลุงอยากรู้อะไรถามมาสิคะ”
ใบหน้าคมเข้มแลดูขัดเขินเพียงเล็กน้อยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง อายุเขาสี่สิบก็จริง แต่ใบหน้าเขาอ่อนกว่าวัยและไม่เคยมีใครเรียกเขาว่า…
'ลุง?'
เมื่อหนุ่มน้อยกลับกลายเป็นสาวน้อยยืนจ้องเขาเขม็ง พ่อเลี้ยงเหมราชก็รู้ได้ว่าเธอเป็นใครจึงเปลี่ยนท่าทีทันใด เจอกันไวก็ดีจะได้จบเรื่องได้เร็ว ไม่เสียเวลาตามหาให้มากความ
มุมปากของเขายกยิ้มเปิดเผยว่าร้ายเอาเรื่อง ก่อนจะหรี่ตามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และวนขึ้นไปจดจ้องสัดส่วนที่สะดุดสายตาอย่างไม่กลัวถูกกล่าวหา
“อ้อ...เธอคงเป็นยัยหนูอิ่มอุ่นของแม่ฉัน ดูทรงแล้วน่าจะชื่อ อกอิ่มมากกว่า”
เขาจ้องหน้าอกที่ดันเสื้อตัวใหญ่ ตอนทักเธอ เขามองภาพรวม ๆ เลยนึกว่าเด็กผู้ชายเพราะเห็นสวมใส่เสื้อลายสก็อต ทั้งกางเกง รองเท้ายางดูผ่าน ๆ เลยไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิง
ดวงตาของหญิงสาวฉายประกายด่าทอแล้วกำมือแน่น
“ทุเรศ! ใครจะตั้งชื่อน่าเกลียดแบบนั้น”
“แล้วเธอชื่อ อกอิ่ม เอ๊ย...อิ่มอุ่นใช่ไหมล่ะ”
น้ำเสียงหวานสะบัดแต่ยอมรับ “ใช่ ฉันเอง”
เขาหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ยืนเก๊กหน้าเหี้ยมอย่างท้าทาย “งั้นรู้จักฉันไว้สิ ฉันชื่อเหมราช ผู้ชายที่กำลังจะมาเป็นผัวเธอ”
ผัวเหรอ!
หัวใจดวงน้อยเต้นแรง ไฟโทสะของเธอกระพือแรงขึ้นตามลำดับ รูปร่างหน้าตาเขาไม่ได้ดูแย่แบบที่เธอคิด คนตรงหน้าหล่อเหลาสวนทางจากที่เคยจินตนาการเอาไว้มาก แต่ปากหมา ๆ กับสายตาดูแคลนของเขา เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องให้แม่หาเมียประเคนให้
ผู้ชายแบบนี้ต่อให้มีดีแค่ไหน ผู้หญิงก็ไม่เอา
“งั้นลุงก็จำชื่อฉันเอาไว้ให้ขึ้นใจ ฉันชื่ออิ่มอุ่น คนที่กำลังจะเป็นเมียแต่งของลุง และอาจเป็นแม่ของลูกลุงด้วยในอนาคต” ดวงหน้าน่ารักแต่ฝีปากกล้าไม่เบา
เหมราชหน้าเสีย ไม่เคยถูกใครมาตีฝีปากกล้าใส่ เจ้าของใบหน้าหล่อเข้มกัดฟันกรอด รู้สึกเหมือนถูกตีแสกหน้าเข้าอย่างแรงจนยืนอึ้ง เมื่อหายหน้าชาก็จ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง
นังเด็กบ้า กล้ามาเรียกฉันว่าลุง เหมราชจ้องกลับเขม็งคล้ายจะบดคนตัวเล็กให้แหลกละเอียด หัวใจคุกรุ่นเร่าร้อน อยากจะสั่งสอนนังเด็กนี่ให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่
แขนกำยำจับแขนเล็กภายใต้เสื้อแขนยาวรุ่มร่ามแล้วกระชากเข้าหาตัว
“งั้นไม่ต้องพูดอะไร ในเมื่อรู้จักกันแล้ว ฉันมาเป็นผัว เธอก็รอจะเป็นเมีย เราข้ามช็อตไปเคลียร์กันต่อบนเตียงเลยก็แล้วกัน ไหน ๆ หนูก็เตรียมตัวจะมาเป็นเมียลุงแล้วไม่ใช่เหรอ”
นัยน์ตาใสกระจ่างมองคนห่ามที่ใช้กำลังอุกอาจมาฉุดรั้งเธอด้วยความโมโห จ้องมองใบหน้าหล่อเข้ม แต่เจ้าของมันนิสัยแย่สุดกู่ไม่วาง
“ไม่นะ ปล่อยฉันนะ ไอ้คนโรคจิต!”
ชายหนุ่มกัดฟันจนกรามขึ้นสัน คำก็ลุง สองคำก็โรคจิต ได้...เขาจะเป็นคนโรคจิตสนองปากสนองคำยัยเด็กนี่เอง คิดเท่านั้นก็อุ้มเธอจนตัวลอยแล้วตะคอกถาม
“ห้องหอเราไปทางไหน ลุงพร้อมแล้วที่จะพาหนูอิ่มเข้าหอ รออะไร บอกทางลุงสิ”
อิ่มอุ่นเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าจะถูกกระทำแบบนี้ในพื้นที่ของตัวเอง ดวงตาที่กลมโตอยู่แล้วตอนนี้ขยายใหญ่ราวกับไข่ห่าน ไม่คิดเลยว่าลูกชายของคุณบุหงาจะหยาบคาย ร้ายกาจผิดพ่อผิดแม่
“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!” ร่างเล็กตวาดแหว แล้วยกแขนเรียวฟาดเขาไม่ยั้ง
คิ้วเข้มหนาพาดอยู่บนดวงตากร้าวก้มลงมองใบหน้าขาวหมดจดอย่างไม่อยากเชื่อว่าอิ่มอุ่นทำงานตากแดดตากลม
“อย่ามาสะดีดสะดิ้งนักเลย แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นกลัว ทั้งที่เธอกำลังจะมีผัวหน้าตาเหมือนฉัน”
“หยุดพูดได้แล้วลุง ปากไม่สร้างสรรค์ อยู่แถวนี้นาน ๆ อาจถูกยิงแล้วทิ้งศพลงบ่อได้นะ!”
“อ้อ! นี่ขู่เหรอ...” เขาจ้องตาเธอแทบถลน
ยิ่งอิ่มอุ่นพูดจาไม่น่ารัก เหมราชก็ไม่คิดจะอ่อนข้อให้ เขามีสีหน้ากรุ่นโกรธแล้วฉีกยิ้มโหดให้เธอ
“เด็กเปรต นึกว่าอยากอุ้มนักเหรอ นมเธอหนักมากรู้ไหม ฉันปล่อยเธอลงก็ได้”
สิ้นคำ แขนกำยำที่ผ่านการออกกำลังกายและทำงานในไร่ชาทุกวันก็ปล่อยร่างเล็กนุ่มนิ่มไปทั้งตัวลงกระแทกพื้นอย่างไม่แยแสว่าดินแข็งแห้งบนคันบ่อจะทำให้คนตัวเล็กเจ็บร้าวระบมแค่ไหน
“โอ๊ย!”
“หึ ๆ เป็นไงล่ะยัยเด็กบ้า ยังจะปากดีอีกมั้ย” หัวเราะในลำคอตบท้ายซ้ำเติม
“ไปเลยนะ! ออกไปเลยนะ ลุงโรคจิต!” มองอีกฝ่ายตาขวาง น้ำเสียงไม่ลดราวาศอก
“อ้อ! ยัง...ยังไม่เข็ด” เข่นเสียงลอดไรฟัน “งั้นฉันจะอยู่ที่นี่ นอนที่นี่อีกชาตินึง ดูซิ เธอจะทำยังไง!”
ตอนแรกเขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าลืมกระเป๋าเป้ที่เตรียมเสื้อผ้ามาเพียงสองชุดไว้ใส่นอนและใส่กลับในวันเดินทางกลับแม่ฮ่องสอนพรุ่งนี้ กระเป๋ายังอยู่ในรถ เขาจึงต้องปล่อยร่างนังเด็กบ้าจอมพยศลงก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาสั่งสอนทีหลัง แต่ปากดีแบบนี้ต้องสั่งสอนกันยาวแน่วันนี้
คิดแล้วก็ก้าวฉับ ๆ ไปยังรถของตัวเอง ไม่สนใจว่าคนร้องโอดโอยข้างหลังจะอยู่ในสภาพไหน
“อูย...”
บั้นท้ายอวบตึงกระแทกลงพื้นดินแข็งข้างขอบบ่อ โชคดีที่ไม่ไถลลื่นลงไปในบ่อปลาอีกฟากที่วิดไปแล้ว เวลานี้ตากบ่อทิ้งไว้ สภาพจึงเป็นก้นบ่อเฉอะแฉะเป็นโคลนตม
“ฉุดฉันลงมาด้วยทำไม!”“ก็เธอผลักฉันก่อนทำไม!”สีหน้าย่ำแย่ทั้งคู่ อิ่มอุ่นย่นหัวคิ้ว นิ่วหน้าเมื่อมือสัมผัสบางอย่างเข้า วันก่อนเธอสั่งสมประสงค์ หัวหน้าคนงานให้พาลูกน้องลงจับปลาก้นบ่อส่งขายหมดแล้ว แต่ทำไมเธอยังจับได้ปลาช่อนตัวเขื่อง ลักษณะของมันคุ้น ๆ แค่มือน้อยไล่สัมผัส ไม่ผิดแน่ตัวยาวแบบนี้ ลำตัวอ้วนกลมแบบนี้ เธอรีบบีบคอมันไว้ ก็ลงจับปลามาตั้งแต่เด็ก นี่คงเป็นไปตามสัญชาตญาณที่เธอไม่อาจปล่อยให้มันเถือกไถลไปได้ เนื้อปลาช่อนตัวนี้มันไม่นิ่มเหมือนปลาเป็น ลำตัวมันแข็งทื่อ หยุ่นเล็ก ๆ เหมือนปลาตายแล้ว แถมยังไม่ดิ้นขลุกขลักอีก“แย่จริง! สมประสงค์ยังจับปลาช่อนขึ้นไม่หมด” ถ้ามันตายนานคงต้องทิ้งไป แต่ถ้าตายใหม่ ๆ ขอดเกล็ด ปาดคอ คลุกเคล้าเกลือตากแดด ทำเป็นปลาช่อนเค็มไว้กินได้แต่แล้วเสียงครางลอดไรฟันที่ดังอยู่ใต้ร่างทำให้อิ่มอุ่นไม่ทันยกปลาช่อนตัวใหญ่ขึ้นมาดู แต่ก้มมองคนที่กลายมาเป็นฟูกรองก้นบ่อให้เธอกึ่งนอนกึ่งนั่งทับเขาตะคอกใส่หน้าทันที “ที่มือเธอจับมันไม่ใช่ปลาช่อนโว้ย แต่เป็นปลาชะโดของฉัน เอามือออกไปเดี๋ยวนี้!”คนนอนหงายหลังอยู่กลางพื้นบ่อแห้งแล้วยังถูกจับกุมตัวตนเอาไว้ไม่ให้ดีดดิ้นไปไหน
“เจ็บเป็นบ้า ไอ้คนบ้า ไอ้คนใจร้าย” ถ้าพ่อเธอยังอยู่ เขาถูกต้อนรับด้วยลูกปืนแน่อิ่มอุ่นเจ็บจนน้ำหูน้ำตาไหล ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เธอยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนถ่อย เถื่อน ได้เท่าผู้ชายคนนี้“ไอ้คนบ้า ไอ้คนถ่อย ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ไป ออกไป” เธอไล่เขาตามหลังด้วยน้ำสียงดังอย่างโกรธเคือง หน้าขาวเวลานี้แดงไปหมด แล้วกำดินแข็งแห้งขึ้นมาไล่ปาใส่หลังเขาแต่ร่างสูงเดินไปถึงรถแล้วรีบคว้ากระเป๋าเป้ จากนั้นปิดประตูรถ กดกุญแจล็อกเรียบร้อย ขายาวก้าวฉับ ๆ พาความสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาเธอที่ยังนั่งอยู่ขอบบ่อเหมือนจุกจนลุกไม่ขึ้น แววตาไม่มีความอาทรปราดมองอย่างเยาะหยัน“แค่นี้อย่าสำออย” ก่อนจะกระชากแม่ตัวแสบให้ลุกขึ้นยืนตาม “ใครกันแน่ที่ต้องออกไป ที่นี่มันกลายเป็นที่ของฉัน บ้านเธอก็ตกเป็นบ้านของฉัน ส่วนตัวเธอ แม่ก็เสนอให้ฉัน ตอนแรกที่ฉันมาที่นี่ตั้งใจมาพูดจากับเธอดี ๆ จะช่วยหาผัวรวย ๆ ให้สักคน สองคน แล้วจะไปขอร้องแม่ให้ท่านปล่อยให้เธอกับคนงานได้อยู่ที่นี่ทำมาหากินกันต่อไป แต่เห็นความร้ายกาจของเธอแล้ว นอกจากรักไม่ลงยังเกลียดเข้าไส้ ฉันเปลี่ยนใจไม่ทำแบบนั้น ถ้าไม่อยากถูกฉันเฉ
เด็กหนุ่มตรงหน้ามีความสูงเทียบได้แค่ไหล่ของเขา ยื่นมือบางมาดึงธนบัตรสีม่วงไปอย่างรวดเร็ว เหมราชอมยิ้มพอใจ แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้า ดึงผ้าปิดคลุมใบหน้าออก“แค่สปอยล์น้อยไป ลุงอยากรู้อะไรถามมาสิคะ”ใบหน้าคมเข้มแลดูขัดเขินเพียงเล็กน้อยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง อายุเขาสี่สิบก็จริง แต่ใบหน้าเขาอ่อนกว่าวัยและไม่เคยมีใครเรียกเขาว่า…'ลุง?'เมื่อหนุ่มน้อยกลับกลายเป็นสาวน้อยยืนจ้องเขาเขม็ง พ่อเลี้ยงเหมราชก็รู้ได้ว่าเธอเป็นใครจึงเปลี่ยนท่าทีทันใด เจอกันไวก็ดีจะได้จบเรื่องได้เร็ว ไม่เสียเวลาตามหาให้มากความมุมปากของเขายกยิ้มเปิดเผยว่าร้ายเอาเรื่อง ก่อนจะหรี่ตามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และวนขึ้นไปจดจ้องสัดส่วนที่สะดุดสายตาอย่างไม่กลัวถูกกล่าวหา“อ้อ...เธอคงเป็นยัยหนูอิ่มอุ่นของแม่ฉัน ดูทรงแล้วน่าจะชื่อ อกอิ่มมากกว่า”เขาจ้องหน้าอกที่ดันเสื้อตัวใหญ่ ตอนทักเธอ เขามองภาพรวม ๆ เลยนึกว่าเด็กผู้ชายเพราะเห็นสวมใส่เสื้อลายสก็อต ทั้งกางเกง รองเท้ายางดูผ่าน ๆ เลยไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงดวงตาของหญิงสาวฉายประกายด่าทอแล้วกำมือแน่น“ทุเรศ! ใครจะตั้งชื
แม่ของเขาเคยมาเล่าให้บิดาฟังว่า พ่อเลี้ยงเหมราชเป็นคนเก็บตัว เธอเคยนำชื่อและนามสกุลของเขา เหมราช สิริดาราวรรณ ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ปรากฏภาพของเขาออกมาทางสื่อออนไลน์ เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร หรือรายการใดที่เข้าไปขอถ่ายทำภายในไร่ชา ครั้นจะขอดูรูปของเขาจากแม่เลี้ยงบุหงาก็อายอิ่มอุ่นจึงคิดเอาเองว่าชายวัยสี่สิบที่ยังไม่ยอมลงจากคานต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย รูปร่างคงจะอ้วนลงพุง หัวเถิก หนวดเครารุงรัง นอนกรนเสียงดัง เพราะถ้าดีกว่านี้คงขายออกไปนานแล้วอายุตั้งสี่สิบ ถ้าให้มาเป็นพ่อของลูกคงไม่ไหว เธอคิดแบบนั้นเพราะปีนี้อิ่มอุ่นเพิ่งย่างยี่สิบสี่ เขากับเธออายุต่างกันถึงสิบหกปี ช่องว่างระหว่างวัยแทบจะเรียกได้ว่า คราวน้า คราวอา ถ้าเป็นยุคสมัยนี้ที่เด็กวัยมัธยมกลายเป็นคุณแม่ คุณพ่อวัยใส ก็อาจนับได้ว่าเขาแก่คราวพ่อ! หรือคราวลุง!ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาเพื่อสะบัดไล่ภาพ ‘ลุงเหม’ หุ่นอ้วนพี ศีรษะเถิกกว้างออกจากความคิด เส้นผมสีดำนุ่มดุจแพรไหมซึ่งเวลานี้ถูกมัดไว้ด้วยหนังยางรัดแกงอย่างลวก ๆ ครอบไว้ด้วยหมวกปีกกว้างสีเทา พร้อมผ้าคลุมที่ถอดประกอบได้อีกชั้นเพื่ออำพรางแสงแดดกล้าเพื่อออกไปหาอะไรทำให้ห
หลังจากรัฐบาลได้วางโครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและจ้างออกแบบสนามบินเมื่อปี พ.ศ. 2538 หนองงูเห่าและพื้นที่ราบลุ่มใกล้เคียงที่เต็มไปด้วยประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา วิถีชีวิตดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อท่าอากาศยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศผุดตระหง่านขึ้นมาท่ามกลางพื้นที่สีเขียวราคาที่ดินโดยรอบขยับกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ซึ่งเคยเป็นบ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงกุ้ง สวนมะม่วงพันธุ์ดี ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม กลับค่อย ๆ เลือนหาย กลายเป็นโรงแรม หมู่บ้านมากมายหลายระดับเข้ามาทดแทน เกิดสงครามแย่งชิงซื้อที่ดินจากพวกนายทุนเพื่อกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านให้ได้มากที่สุดชาวบ้านฐานะธรรมดาที่เบื่อกับอาชีพเดิม ๆ ของบรรพบุรุษยอมตัดใจขายที่ดินทำกินเพราะทำให้ชีวิตพวกเขาพลิกผันมีเงินทองมาใช้หนี้สิน มีบ้านหลังใหญ่ รถคันใหม่ ขึ้นมาเพียงพริบตา ไม่ต้องทำงานหนักกลางแดด ชีวิตแขวนอยู่บนราคาจากสะพานปลาซึ่งขยับขึ้นลงไม่เว้นแต่ละวัน ชีวิตชาวบ้านธรรมดาแค่เซ็นชื่อขายที่ดินกลายเป็นเศรษฐีร้อยล้านได้ในพริบตาเดียวเหลือเพียงชาวบ้านไม่มากนักที่ยังไม่ยอมสละพื้นที่ทำกินเพื่อแลกกับเม็ดเงินมหาศาลที่นายทุนพยา
“ไปรับหนูอิ่มมาอยู่ด้วยนะเหม พ่อแกตายไปแล้ว บ่อกุ้ง บ่อปลา ก็กลายมาเป็นของเราทั้งหมด เด็กสาวตัวคนเดียวจะปล่อยไว้ให้อยู่ตามลำพังกับคนงานผู้ชายไม่ได้หรอก”ถ้อยคำพูดที่ส่งมาตามสายทางไกลทำเอาชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยิ่งกับคำประกาศิตที่สื่อมายิ่งพานให้หงุดหงิดใจเป็นเท่าทวีบรรยากาศท่ามกลางขุนเขา มีทะเลหมอก และใบชาแตกยอดสะพรั่ง ดื่มด่ำยอดใบชาอุ่น ๆ ชมวิวที่โอบล้อมด้วยขุนเขาทำให้รีสอร์ตกลางไร่ชาแห่งนี้มีคนเข้าพักเต็มตลอด เรียกได้ว่าต้องโทร.จองกันข้ามปี งานก็แสนจะยุ่งแต่มารดากลับมุ่งให้เขาหาแต่เมีย‘เหมราช สิริดาราวรรณ’ หรือ ‘คุณเหม’ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างระอา หนุ่มใหญ่ที่ยังคงมีใบหน้าอ่อนกว่าวัย ดูผิวเผินเหมือนคนหนุ่มเพิ่งย่างสามสิบทั้งที่จริงอายุอานามจวนเจียนแตะเลขสี่ ไม่ใช่ว่าเขาขาดคุณสมบัติทำให้อยู่เป็นโสด มีสาวน้อยสาวใหญ่แย่งกันทอดสะพานให้สม่ำเสมอ เพียงแต่ว่าเขาติดจะเป็นคนนิสัยขี้รำคาญ ไม่ชอบนั่งเอาอกเอาใจใคร และไม่ชอบให้ใครมานั่งเอาอกเอาใจเช่นกันถ้าหิวก็ซื้อเอา สวยแค่ไหน เงินของเขาก็สอยลงมาได้หมด ในเมื่อมีเงินเหลือกินเหลือใช้จนต้องไปฝากให้ธนาคารช่วยดูแลนับร้อยล้าน“หนูอิ่มของแม่เพิ่งจ







