LOGINไห่ฮ่าวเห็นประตูห้องของหลิวเฉิงเปิดอ้าเล็กน้อย เขาจึงยื่นหน้าเข้าไปส่อง หัวหน้าองครักษ์หนุ่มกำลังเหม่อลอยมองดูเชือกในมือ ไห่ฮ่าวยิ้มน้อยๆ
แอ้ด....!
“ท่านกำลังเหม่อลอยคิดถึงสตรีคนใดอยู่หรือขอรับหัวหน้าหลิว ”
หลิวเฉิงหันกลับไปมองแล้วก็คิ้วกระตุก
“เจ้าเสร็จธุระแล้วหรือ ”
“ขอรับ หัวหน้ามือปราบเพิ่งกลับไป ข้าก็เลยคิดว่าจะมาบอกกล่าวท่าน”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มถอนหายใจยาว ระยะนี้เรื่องราวยุ่งเหยิงรอบตัวทำให้เขาหลับไม่เต็มที่ ตื่นก็ไม่เต็มตา ต้องคอยระแวดระวังความปลอดภัยอยู่แทบทุกขณะจิต
“คราแรกที่ย่างเท้ามาถึงจวนเจ้าเมืองได้ยินว่ามีคนร้ายบุกเรือนรับรองข้าแทบจะหัวใจวาย ดีนะที่มีแม่นางเจียงอยู่ ไม่เช่นนั้นชีวิตของใต้เท้าฉีเราคงรักษาเอาไว้ไม่ได้”
ไห่ฮ่าวยิ้มน้อยๆ “ข้าพอใจในฝีมือของนางเช่นกันขอรับ ไม่คิดเลยว่าองครักษ์หญิงสกุลโม่ฝีมือดีทุกคน ครั้งก่อนตอนที่ข้าเห็นแม่นางหว่านขว้างมีดก็ยังนึกชื่นชมนาง เห็นทีวันข้างหน้าสกุลชิงก็ควรมีองครักษ์หญิงบ้าง ท่านคิดเห็นอย่างไรขอรับ ”
“ไม่ควร!”
“เพราะเหตุใดขอรับ ”
“สตรีเหมาะจะอยู่เป็นภรรยาและมารดาที่ดีในเรือน พวกนางยังมีระดูซึ่งจะเป็นอาการที่มีทุกเดือนซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำหน้าที่องครักษ์ สกุลชิงของเราต้องอารักขาใต้เท้าชิงซึ่งเป็นถึงเจ้ากรมกลาโหม เภทภัยมากมีต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา”
“มิได้ๆ หัวหน้าหลิว ข้าหมายถึงองครักษ์หญิงสำหรับคุณหนูสี่ต่างหาก”
“ไห่ฮ่าว มีเจ้าเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว ฝีมือของคุณหนูเองก็ยากที่ผู้อื่นจะต้านได้ไหว เหตุใดต้องเพิ่มสตรีมาเป็นภาระ ”
“ท่านหัวเสียเกินไปแล้ว มาๆ มาดื่มสุรากับข้าหน่อยดีกว่า ข้าพกมาสองขวดพอดี” ไห่ฮ่าวหัวเราะร่วน
เรื่องที่จ้งซูกับจ้งหนิงเล่าให้ฟังคงจะเป็นเรื่องจริง หัวหน้าองครักษ์หลิวผู้เคร่งครัดและรักษากฎในจวนอย่างเข้มแข็งต่อต้านการรับองครักษ์หญิง เมื่อวานก็ยังโต้เถียงกับหว่านอิ๋งอิ๋งต่อหน้าชิงเว่ยเว่ย
“เจ้าไปได้สุรามาจากที่ใด”
“มีคนเอามาให้ ท่านอย่ารู้เลยว่าเป็นผู้ใด ในเมื่อเรามีสุราแล้วก็เริ่มต้นดื่มกันเถอะ”
“ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้ดื่มสักหน่อยก็น่าจะหลับสบาย”
ไห่ฮ่าวยกขวดขึ้นชนกับหลิวเฉิง ครั้นเขาวางขวดลงบนโต๊ะก็มองเห็นเชือกสีแดงคลิปทองเข้าพอดี
“ของนี่ ท่านนั่งดูอยู่เมื่อครู่หรือ ”
“อืม...ข้าเก็บได้โดยบังเอิญ”
“คุ้นมาก ข้าเคยเห็นเชือกนี้มาก่อนนะ เหมือน...เหมือนเชือกที่ประดับอยู่แขนเสื้อของอนุหว่าน ใช่! ข้าเคยเห็นหว่านอิ๋งอิ๋งสวมชุดนี้” ไห่ฮ่าวกล่าวยืนยัน
“เป็นนางงั้นหรือ ข้าต้องไปถามให้รู้เรื่อง” หลิวเฉิงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขากระดกขวดสุราจนหมดแล้วลุกขึ้น
“ท่านจะไปไหนหัวหน้าหลิว ”
“เจ้าไม่ต้องตามมา เรื่องนี้ข้าต้องจัดการด้วยตนเอง”
หลิวเฉิงคิดว่าตนเองคงจะสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพียงพอ เขาไม่อยากให้ไห่ฮ่าวตามเข้าไปในเรือนพักของหว่านอิ๋งอิ๋ง เพราะกลัวว่าหากตนเองแอบเข้าไปแล้วเห็นนางในสภาพไม่เหมาะไม่ควรจะได้ไม่มีผู้อื่นเห็นด้วย
ยามนี้นางไม่ใช่อนุภรรยาอีกต่อไปแล้ว คนทั้งจวนเจ้าเมืองเรียกนางว่าแม่นางหว่าน ฐานะขององครักษ์หญิงสกุลโม่ถูกเปิดเผย หว่านอิ๋งอิ๋งกับเจียงลี่จังยังคงพักอยู่เรือนอนุภรรยาเช่นเดิม
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มลอบเข้าเรือนของหว่านอิ๋งอิ๋ง ทว่าครั้งนี้นางกลับรู้ทัน เขาเพิ่งจะแง้มหน้าต่างย่องเข้าไปในห้องนางได้เพียงขาเดียวกระบี่ก็ทาบมาบนคอของเขาแล้ว
“หัวหน้าหลิว นี่ท่านเป็นโจรเด็ดบุบผาหรือ ท่านเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์สกุลชิง ทำเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจนัก”
หลิวเฉิงถึงกับสะดุ้ง เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกจับได้ง่ายดายเพียงนี้
“ข้า...ข้าไม่มีทางเป็นโจรเด็ดบุบผาแน่”
แม้จะปฏิเสธแต่ว่าใจของหลิวเฉิงกลับนึกถึงตอนที่ตนเองเห็นเจ้าของห้องเปลือยกายเปลี่ยนเสื้อผ้าถึงสองครา ใบหน้าของเขาก็ซับสีเลือด
“แน่ะ! หน้าของท่านมันบ่งบอกว่ากำลังโกหกอยู่”
“ข้าดื่มสุรามาหนึ่งขวด หน้าก็ย่อมจะแดงเป็นธรรมดา เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว อีกอย่างที่ข้าลอบเข้ามาก็เพราะมีเรื่องสำคัญจะถามเจ้า แต่ไม่อาจจะถามต่อหน้าผู้อื่นได้”
“เหตุใดจึงถามต่อหน้าผู้อื่นไม่ได้ ”
ชายหนุ่มเห็นนางเอากระบี่ออกจากบ่าเขาแล้วจึงค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หัวโล้นที่อยู่ข้างโต๊ะกลม แสร้งรินน้ำชาดื่มไปหนึ่งจอก
“เพราะเรื่องนี้เป็นเจ้าที่ล้ำเส้นการทำงานของข้า”
หว่านอิ๋งอิ่งผงะ นางกำลังนึกสงสัยว่าหลิวเฉิงจับได้ว่านางแอบตามไปเรือนนอกเมืองที่ท่านข่านน้อยฉงซ่อนตัวอยู่
...แต่เขาไม่มีหลักฐานแน่ เพราะนางจำได้ว่าวันนั้น มีผู้ใดเห็นตัวนางสักคน หากเขาพยายามหลอกถามนางต้องไม่ยอมรับ...
“ข้าหรือ ข้าไปวุ่นวายงานของท่านเมื่อใดกัน ” หญิงสาวเสนั่งรินน้ำชาดื่มด้วยเช่นกัน
“เจ้าแอบตามข้าไปนอกเมือง ตอนที่ข้าตามคุณหนูสี่บุกไปเรือนซ่อนตัวของท่านข่านน้อยฉง”
“มีผู้ใดเห็นข้าหรือ ”
“ไม่มี!”
“ในเมื่อไม่มีผู้ใดเห็นข้า แล้วเหตุใดท่านจึงปรักปรำข้าเล่า ”
“เพราะข้าเห็นสิ่งนี้น่ะสิ นี่มันคือเชือกที่อยู่บนชุดของเจ้า ใช่หรือไม่ ”
หว่านอิ๋งอิ๋งอึ้งไปเล็กน้อยกับเศษเชือกบนฝ่ามือของหลิวเฉิง พลันนางก็เปลี่ยนท่าทีเป็นโวยวาย
“ใส่ร้าย! ใส่ร้ายข้าชัดๆ”
“ข้าถามคนในจวนนี้มาแล้ว เขาบอกว่าบนชุดที่เจ้าใส่เมื่อหลายวันก่อนมีเชือกแบบนี้ประดับที่แขนเสื้อ”
หญิงสาวพยายามขึงหน้าให้ตึงเข้าไว้ เพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อถือ
“ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นของข้า ท่านไม่รู้หรือว่าชุดเช่นนี้มีขายอยู่ตั้งหลายร้าน แค่ท่านเก็บเศษเชือกได้ไม่กี่ชุ่นก็จะมาโทษว่าเป็นของข้า แบบนี้ไม่เท่ากับใส่ร้ายกันหรอกหรือ ”
หลิวเฉิงที่คิดว่าจะจับนางได้คาหนังคาเขา ได้ฟังเช่นนั้นก็เริ่มลังเล
“ข้าคิดว่ามันบังเอิญเกินไป ข้าเห็นหลังมือขว้างมีดผู้หนึ่งอยู่บนหลังคา เห็นหลังไวๆ แต่จับตัวคนไม่ได้ แต่กลับเจอเศษเชือกนี้ติดอยู่บนหลังคาแทน ในเมืองฉู่จิ้งแห่งนี้จะมีคนที่ใส่ชุดเหมือนเจ้าแล้วขว้างมีดได้สักกี่คนกัน”
“ข้าจะไปรู้หรือ ท่านควรไปสืบให้แน่ชัดเสียก่อนค่อยมากล่าวหาข้า แล้วนี่ท่านก็ทำเกินไปนะ ท่านน่าจะรู้ตัว จู่ๆ ท่านสงสัยแล้วแอบเข้ามาในห้องนอนของข้า เกิดผู้อื่นมาเห็นเข้าจะมองข้าเป็นสตรีเช่นไร”
“บ้านที่หัวหน้าหลิวซื้อเอาไว้ มีเพียงเรือนขนาดกลางกับเรือนครัว ซ้ำเรือนนั้นยังมีห้องนอนเดียว ท่านพ่อข้าเห็นว่าหากพวกเขามีแขกไปมาหาสู่จะไม่สะดวกจึงสร้างเรือนนอนให้หลังหนึ่งเพื่อเป็นเรือนหอ เรือนใหญ่จะได้มีไว้ต้อนรับแขกเหรื่อ” “ท่านพ่อเจ้าช่างใจป้ำเสียจริง” ซิวอี้เซิงเอ่ยชม “ท่านพ่อบอกว่าหัวหน้าหลิวรับใช้ท่านพ่อมานาน เสี่ยงชีวิตมาก็หลายคราว นี่คือสิ่งตอบแทนที่เขาสมควรจะได้รับแล้ว” ระหว่างที่มีการแห่ขบวนเจ้าสาว มีหญิงสาวมากมายมายืนดูอยู่สองข้างทาง พวกนางล้วนส่งเสียงทวงคืนหัวหน้าหลิวกันเสียงดังลั่น “เอาหัวหน้าหลิวของพวกเราคืนมา!” “หว่านอิ๋งอิ๋ง! เจ้ามันเป็นจอมฉก!” ไห่ฮ่าวที่ขี่ม้าอยู่ข้างๆ เกี้ยวหัวเราะเบาๆ ไปตลอดทาง ส่วนเจ้าบ่าวทำหน้าปุเลี่ยนๆ หญิงสาวทั้งหลายเพิ่งจะซื้อบันทึกการเดินทางเล่มล่าสุดของหลิวเฉิงไปอ่านเมื่อสองเดือนก่อนทว่าในเล่มกลับมิได้กล่าวถึงหว่านอิ๋งอิ๋งแม้แต่น้อย พอได้รู้ว่าหัวหน้าองครักษ์หนุ่มต้องแต่งงานกระชั้นชิดเช่นนี้ พวกนางล้วนทำใจไม่ได้ หว่านอิ๋งอิ๋งแหวกผ้าม่านข้างเกี้ยวออกมามองไห่ฮ่าว ไห่ฮ่าว แ
“อ๋า! พวกเขาสองคนคลุมเครือกันมานานแล้วน่ะสิเจ้าคะ” “องครักษ์ทั้งหมดก็พอจะรู้นะ แค่พวกเขาไม่กล้าเย้าต่อหน้าเพราะกลัวไห่ฮ่าวจะโมโห แต่ฝ่ายหลินเต๋อ เขาเปิดเผยชัดเจน” หลิวเฉิงอมยิ้มเมื่อนึกถึงยามที่องครักษ์หน้าใสของสกุลซิวมาคอยพูดคุยอยู่ใกล้ไห่ฮ่าว ...ทุกคนพอจะมองออกว่าหลินเต๋อชอบไห่ฮ่าวแต่ฝ่ายถูกชอบยังคงสงวนท่าทีมาโดยตลอด... “ท่านพูดเช่นนี้ แสดงว่าที่ผ่านมาไห่ฮ่าวมีท่าทีเย็นชาแต่แท้จริงก็มีใจให้กับหลินเต๋อใช่หรือไม่เจ้าคะ ” “อืม...ก็ทำนองนั้น” “ครั้งนี้เป็นท่านที่กระตุ้นให้เขาหึงหวงจนทนไม่ไหวหรือพี่เฉิง ” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ “ก็ทีเขายังทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากเรื่องเจ้านี่นา เหตุใดข้าจะไม่อยากเอาคืน ” “นี่ข้าดูไม่ออกเลยนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น” หลิวเฉิงไม่ต่อความ เขายิ้มน้อยๆ ให้กับหญิงคนรัก “เจ้าคอยดูพวกเขาสองคนคืนนี้ก็แล้วกัน” ในงานเลี้ยงจวนเจ้าเมืองฉู่จิ้งคืนนั้น ไห่ฮ่าวดูสงบเสงี่ยมผิดปกติ เขาค่อยๆ จิบสุราในจอก ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นแต่ละครั้งก็หันไปมองหน้าองครักษ์หนุ่มของสกุลซิว
“หัวหน้าหลิว ท่านไปรู้เรื่องนี้มาจากผู้ใด” “ข้าได้ยินเจียงลี่จังเล่าให้เสิ่นฮูหยินฟังน่ะสิ” “หืม พวกนางสนใจเรื่องของหลินเต๋อด้วยหรือ” “อืม...แม่นางเจียงบอกกับเสิ่นฮูหยินว่าคุณชายจ้าวน่าจะชอบหลินเต๋อเพราะเทียวไล้เทียวขื่อมาคฤหาสน์สกุลซิวแทบทุกวัน ที่สำคัญคุณชายจ้าวผู้นี้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบบุรุษมานานแล้ว” “ท่านจะมาเยาะเย้ยหรือคิดจะมาช่วยข้า ” “ไห่ฮ่าว ตอนที่ข้าถูกจงกว้านซีท้าประลอง เจ้าก็ยังยืนดูข้าอย่างมีความสุข มาถึงตอนนี้ยังกล้าถามข้า เจ้าไม่เคยได้ยินหรือว่า...การแก้แค้นเป็นสิ่งหอมหวาน” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ แล้วหันไปสั่งเสี่ยวเอ้อที่มายืนรอให้สั่งอาหารอยู่ด้านหลัง “เอาขนมแป้งถั่วเขียวมาหนึ่งจานกับชาเลิศรสหนึ่งกา” เสี่ยวเอ้อรับคำแล้วถอยห่างออกไป “วันนี้ข้าจะเลี้ยงชาดีเจ้าเอง ชาให้ดื่มเปล่าๆ พวกนี้เจ้าอย่าดื่มเลย มันดับความร้อนรนในใจเจ้ายามนี้ไม่ได้หรอก” ยิ่งมองเห็นหลินเต๋อพูดคุยและหัวเราะกับคุณชายผู้นั้นอย่างรื่นรมย์ ในใจของไห่ฮ่าวก็ราวกับมีเพลิงมาสุม “ก่อนหน้านี้ข้าเห็นหลินเต๋อคอยมาว
ใบหูของหญิงสาวแดงจัด นับตั้งแต่คืนที่นอนบนเตียงด้วยกันในคราวนั้น ทั้งสองก็ยังไม่มีโอกาสได้พลอดรักกันอีก “ท่านก็อย่าเข้าไปในหอคณิกาอีกเล่า ข้าไม่อยากให้สตรีอื่นมาแตะต้องท่านแม้เพียงปลายนิ้ว” หลิวเฉิงหัวเราะเบาๆ จูบปลายใบหูนางคราหนึ่ง“ดีใจจริงที่ได้ยินเช่นนี้ ข้านึกว่าเจ้าจะไม่หวงข้าเสียแล้ว”หว่านอิ๋งอิ๋งแนบศีรษะลงที่ต้นคอของชายคนรัก“ท่านเป็นสามีข้านะ ไม่หึงท่านแล้วจะให้หึงผู้ใด ”“ได้ๆ ข้าให้เจ้าหึงข้า มาเถิดให้ข้าปักปิ่นทองให้เจ้า หมดไปตั้งหลายตำลึงเชียวนะ”คืนนั้นหลิวเฉิงดึงดันไม่ยอมกลับห้องนอนของตน เขาขอนอนกอดนางอยู่บนเตียงพร้อมสัญญาว่าจะทำเกินกว่านั้นแต่...สัญญาของบุรุษเมื่อได้ขึ้นเตียงแล้วมักไม่ซื่อตรง กว่าหว่านอิ๋งอิ๋งจะได้หลับนอนเขาก็เอาแต่วนเวียนจูบนางครั้งแล้วครั้งเล่าเช้าวันต่อมา ไห่ฮ่าวเห็นปิ่นทองปักอยู่บนศีรษะขององครักษ์หญิงก็รู้ว่าตนเองกลายเป็นพวกที่ต้องกินอาหารสุนัขอีกคราแล้ว“พอพวกท่านสามีภรรยาคืนดีกัน ข้าก็กลายเป็นหมาหัวเน่าสินะ”หว่านอิ๋งอิ๋งได้ทีก็หันมาทำสายตาดุ“ไห่ฮ่าว เอาไว้ถึงเมืองฉู่จิ้งก่อนเถอะ ข้าจะฟ้องหลินเต๋อ” ไห่ฮ่าวเ
“แค่ผงนิทราเท่านั้น ไม่ใช่ยาพิษ” สีหน้าของหว่านอิ๋งอิ๋งยังไม่คลายความโมโห “พวกเจ้าทั้งหมด ลงมาจากเตียงเดี๋ยวนี้!” มิจฉาชีพทั้งสามๆ ค่อยๆ ลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง หน้าของพวกมันดูคล้ายนักโทษที่กำลังจะถูกประหาร ฉับ! ฉับ! ฉับ! “ว้าย!” เสียงร้องของหญิงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน หว่านอิ๋งอิ๋งตวัดปลายกระบี่ฟันแขนเสื้อของคนทั้งสาม ทีละคนจนขาดหวิ่นทั้งสองข้าง “หากเจ้าแตะต้องสามีของข้าอีก ข้าจะฟันมือของเจ้าทิ้งเสีย” “ขะ ข้า ข้าไม่กล้าอีกแล้ว แม่นาง โปรดไว้ชีวิตเราด้วย!” เสียงร้องของคนในห้องทำให้เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านนอกรีบผลักประตูเข้ามา แขกเหรื่อที่อยู่ห้องใกล้ๆ เองก็ตกใจ พวกเขารีบเปิดประตูออกมามุงดูเหตุการณ์ “คนของหอแห่งนี้วางยานอนหลับสามีกับสหายของข้าแล้วคิดจะปลดทรัพย์ พวกท่านดูสิ! หากข้าไม่ตามมา ป่านนี้ข้าวของเงินทองคงสูญทั้งหมดแล้ว” คนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาประณามการกระทำของคนทั้งสามที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ต่อหน้าหญิงสาวชุดดำที่ถือกระบี่อย่างน่ากลัว เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของหอหญิงง
เขาเบือนหน้ากลับมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เมื่อคืนมีการเลี้ยงฉลองการเปิดตัวคู่หมั้น เขาก็ถูกไห่ฮ่าวกับจงกว้านซีมอมเหล้าจนต้องแกล้งฟุบ จากนั้นตกดึกจึงค่อยย่องไปหานาง “อิ๋งอิ๋ง เจ้าต้องเลิกเรียกข้าหัวหน้าหลิวได้แล้ว ต่อไปต้องเรียกว่าพี่เฉิงจึงจะเหมาะสม” เขากระซิบยิ้มๆ นางช้อนสายตาอ่อนหวาน รับคำอุบอิบ “เมื่อคืนเจ้าเขียนบันทึกเรื่องข้าหรือยัง อย่าลืมเขียนเรื่องที่ข้าจูบเจ้าลงไปด้วยเล่า บางทีสตรีทั้งหลายที่ซื้อไปอ่านจะได้ตระหนักกันเสียทีว่าข้ามีภรรยาแล้ว ต่อไปพวกนางก็จะเลิกสนใจข้า” “ข้าไม่เขียนหรอกเจ้าค่ะ ทำเช่นนั้นจ้งซูกับจ้งหนิงก็เสียลูกค้าแย่” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมทั้งเดินหนีไป หลิวเฉิงรีบเดินตามนางกลับมาที่รถม้า “แล้วเจ้าไม่กลัวเสียข้าไปบ้างหรือ สตรีพวกนั้นล้วนแต่ให้ความสนใจให้ตัวข้า เจ้าเป็นภรรยาไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือไร ” “ไม่เห็นเป็นไรเลย พวกนางก็แค่ชื่นชม ท่านเองก็ไม่ได้ชอบพวกนางเสียหน่อย อย่างไรท่านก็ต้องแต่งงานกับข้าอยู่ดี” หญิงสาวยืดอกอมยิ้ม ชายหนุ่มพลันรู้สึกหงุดหงิด ที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายหึงหวงนางอยู่ฝ่ายเ







