LOGINEP.3
ภาพในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ใบหน้าของริรินดา ผู้หญิงที่เขาอยากจะ ‘ทำความรู้จัก’ ต่อให้มากกว่าแค่บนเตียง แต่กลับต้องมาเสียเวลาให้กับยายผู้หญิงนิรนามที่บิดามารดายัดเยียดมาให้ “หวังว่าเธอคงไม่น่าเบื่อจนฉันต้องเดินหนีตั้งแต่น้ำแก้วแรกหรอกนะ” ริรินดาสะบัดรองเท้าส้นสูงออก ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางมองเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งเมมชื่อไว้ว่า ‘อชิระ’ แล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อเสียงเรียกเข้าจาก 'คุณแม่' ดังขัดจังหวะ “ริน อยู่ไหนลูก เย็นนี้เรามีนัดสำคัญกับครอบครัวคุณจักรินนะ” “รินอยู่ห้องค่ะแม่ รินบอกแล้วไงคะว่ารินไม่ไป รินเพิ่งกลับมาไทยได้ไม่นาน รินอยากใช้ชีวิตของรินเองนะคะ ไม่ใช่ให้รินมาแต่งงานกับคนไม่รู้จัก” ริรินดากรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเป็นดีไซเนอร์สาวโปรไฟล์ดีที่เพิ่งเรียนจบโทจากมิลาน ความมั่นใจในตัวเองที่มีเต็มเปี่ยมทำให้เธอเกลียดการถูกจับวางเหมือนตุ๊กตา “ไม่รู้จักได้ยังไง ตอนเด็ก ๆ แกเคยไปแย่งขนมพี่เขาจนเขาแอบไปร้องไห้หลังบ้าน ตอนนี้พี่เขาโตเป็นหนุ่มหล่อ แถมยังบริหารงานเก่งเป็นเจ้าของคลับด้วย สาว ๆ รุมล้อมทั้งเมืองแล้วนะ!” “หึ! คงเป็นพวกหน้าหม้อ รินเจอมาเยอะแล้วค่ะที่มิลาน” ริรินดาตอบกลับอย่างดื้อรั้น ในใจเธอนึกเปรียบเทียบกับ 'อชิระ' ที่เพิ่งเจอ...ถึงตาบ้านั่นจะดูหื่น หน้าหม้อ สาว ๆ รุมล้อม แต่เขายอมตามใจเธอ ไม่รู้อะไรที่ทำให้เธอดลใจนึกถึงเขาขึ้นมา “พูดแบบนี้ได้ยังไงริน พ่อเรานัดทางโน้นไว้แล้วที่โรงแรม แม่ส่งเข้าไลน์ของลูกไว้ เจอกันหกโมงเย็น แต่ถ้าแกไม่มา แม่จะยึดบัตรเครดิตทุกใบที่แกมี!" ริรินดามองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไปอย่างขัดใจ เธอถอนหายใจทิ้งแรง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดที่ดู 'ปิดมิดชิด' และ 'ป้า' ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อประชดการนัดครั้งนี้ “อยากให้นัดนักใช่ไหม ได้ค่ะแม่ รินจะทำให้คู่หมั้นรินตกใจจนวิ่งหนีไปเองเลยคอยดู!” ณ ห้องอาหาร VIP โรงแรมหรู อชิระเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีกรมท่าที่ดูเนี้ยบกริบ แต่สายตาเขากลับว่างเปล่า เขาเดินไปนั่งอีกฝั่งพลางมองไปที่ประตูบานใหญ่ “มาแล้ว ๆ...นั่นไงจ๊ะ ครอบครัวหนูริน” เสียงวัลภาตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้า อชิระขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องอาหารที่ถูกเปิดออก แต่ทันทีที่เห็นร่างบางในชุดเดรสยาวถึงตาตุ่ม โทนชุดสีสุภาพแต่กลับขับเน้นส่วนโค้งเว้าที่เขา 'เพิ่งสัมผัส' มาเมื่อคืนได้อย่างชัดเจน และใบหน้าสวยที่เขายังจำรสจูบได้ติดตา อชิระที่กำลังจิบน้ำเย็นถึงกับสำลักจนไอโขลกออกมา! ส่วนริรินดาที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับปั้นหน้าบึ้งตึงเตรียมอาละวาด ก็ต้องชะงักกึกจนรองเท้าส้นสูงแทบพลิก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็น 'อชิระ' นั่งตกตะลึงมองเธอทั้งคู่สบตากันชั่วขณะ “แกเป็นอะไรอชิระ! เห็นน้องแล้วอึ้งจนสำลักน้ำเลยเหรอ ?” วัลภาแกล้งแซว อชิระไม่ตอบ เขาจ้องหน้าริรินดานิ่ง ส่วนริรินดาก็พึมพำกับตัวเองเบา ๆ แต่เขาได้ยินชัดเจน... “เป็นไปไม่ได้” ภายในห้องอาหาร VIP ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ต่างจากคู่กรณีอย่าง อชิระ และริรินดา ทั้งสองนั่งข้าง ๆ กัน โดยมีผู้ใหญ่คอยจัดแจง อชิระหันมองสำรวจหญิงสาวด้วยสายตาพราวระยับ วันนี้ริรินดาดูแปลกตาไปมาก เธอสวมเดรสยาวสีสุภาพ ปิดมิดชิดตั้งแต่คอจรดเข่า ปล่อยผมตรงเรียบกริบ ดูเหมือนคุณหนูผู้อ่อนหวาน ‘แต่งตัวเป็นแม่พระประชดพ่อแม่ล่ะสิ...’ อชิระคิดในใจพลางกระตุกยิ้มกริ่ม “หนูรินจ๊ะ นี่พี่อชิระลูกชายป้าเอง จำพี่เขาได้ไหมลูก ?” วัลภามารดาของอชิระเอ่ยแนะนำลูกชายด้วยความภูมิใจ “เอ๊ะ! จำไม่ได้ค่ะ มันก็นานมากแล้ว ยังไงพี่อชิช่วยรื้อฟื้นความจำหน่อยได้ไหมคะ คุณแม่บอกว่า รินเคยแย่งขนมพี่ตอนเด็ก ๆ ” “จำไม่ได้เหมือนกันครับ แต่เอาเป็นว่าเราสองคนช่วยรื้อฟื้นความจำกันและกันดีกว่านะ” ริรินดาปั้นหน้ายิ้มละไม ดวงตาคู่สวยสบตากับเขานิ่งด้วยความว่างเปล่า ราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ “ค่ะ แต่เอ๊ะ! รินคุ้น ๆ หน้าพี่จังเลยค่ะ ไม่ทราบว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าคะ ? เหมือนคนที่รินเพิ่งเจอที่ร้านอาหารข้างทางเมื่อกลางวันเลย” คำประชดที่แฝงความนัยทำให้อชิระเกือบหลุดหัวเราะ เขาขยับตัวเล็กน้อย “เหรอครับ? พี่เองก็รู้สึกคุ้นหน้าคุณรินเหมือนกัน แต่ดูเหมือนเธอคนนั้นจะ ‘ฮอต’ กว่ารินตอนนี้หลายเท่าเลยนะ” ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างพากันหัวเราะร่วน คิดว่าเด็ก ๆ กำลังหยอกล้อทำความรู้จักกันตามประสา แต่ความจริงคือ...ใต้โต๊ะอาหารนั้นกำลังเกิดสงครามย่อม ๆ อชิระจงใจยืดขาขยับไปสะกิดเข้าที่หน้าแข้งของริรินดาอย่างถือวิสาสะ วนเวียนอยู่แถวเรียวขาของเธอ ริรินดาสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าหวานเริ่มเปลี่ยนสี เธอพยายามตีหน้านิ่งพลางถดขาหนี ริรินดาถลึงตาใส่เขาอย่างคาดโทษภายใต้รอยยิ้มที่มอบให้ผู้ใหญ่ เธออาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจอาหารจานหลัก ใช้ส้นรองเท้าส้นสูงแหลมคมขยี้ลงบนหลังเท้าของอชิระอย่างเต็มแรง! “อึก!” อชิระหน้าเหยเก สำลักไวน์ออกมาเล็กน้อยจนต้องรีบใช้ทิชชู่ซับ “เป็นอะไรไปคะคุณอชิระ ? ” ริรินดาถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่แววตาของผู้ชนะกลับสะใจอย่างปิดไม่มิด “เปล่าครับ...” อชิระเค้นเสียงตอบพลางสบตากับเธออย่างมาดหมาย “ผมแค่สำลักความสวยของน้อง อยากได้มาเป็นภรรยา...” อชิระสบตาหวานวาวโรจน์ น้ำเสียงทุ้มพร่าบอกเธอตรงหน้า “ใจจะขาด”บรรยากาศในบ้านวรโชติเมธีกลับมาคึกคักอีกครั้ง มาตินนั่งแกะกล่องรถแข่งกับลุงคินและลุงทามไทอย่างสนุกสนาน ส่วนมิลินก็ถูกรุมล้อมด้วยป้าเปรมและป้าพัดที่กำลังช่วยกันประกอบบ้านตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ และเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่คบกันมานานอชิระกระชับอ้อมกอดภรรยามองภาพความวุ่นวายตรงหน้า “พี่ว่าพี่ต้องสั่งห้ามไอ้คินไม่ให้ซื้อของเล่นเพิ่มแล้วล่ะ แค่คุณพ่อคุณแม่เราสองคนก็แทบจะไม่มีที่ให้เดินแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่คงต้องขยายบ้านอีกหลังเพื่อเก็บของเล่นลูกแน่ ๆ”ริรินดาหัวเราะร่วน พลางมองดูมาตินที่พยายามบังคับรถให้ชนขาปะป๊า และมิลินที่พยายามเอาชุดมาสวมใส่ให้กับตุ๊กตา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของลูก ๆ และเพื่อน ๆ ริรินดากับอชิระที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนโซฟากลับเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ทั้งคู่หันมาสบตากับครู่หนึ่งราวกับรู้ใจกันโดยไม่ต้องพูดสายตาของริรินดาจับจ้องไปที่เปรมมิกา เพื่อนสนิทของเธอที่ปกติจะต้องส่งเสียงแซวภาคิน หรือไม่ก็จิกกัดกันตามประสาคู่กัดขาประจำ แต่ในวันนี้เปรมมิกากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นบ้านตุ๊กตากับน้องมิลินอย่างใจจดใจจ่อจนเธอรู้สึกผิดปกตอส่วนภาคินเอง ถึงแม้จะ
Special 2สองปีต่อมา...สมาชิกใหม่ของบ้านวรโชติเมธีได้ลืมตาดูโลกเพิ่มมาอีก 1 คนและเริ่มก้าวสู่วัยหัดเดินที่แสนจะวุ่นวาย“น้องมิลิน! เอาลิปสติกม่ามี๊คืนมาน้าาา!” เสียงของมาตินวัยสี่ขวบดังลั่นห้องเด็กหญิง “มิลิน” วัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและผมลอนหยักศกเหมือนริรินดาเปี๊ยบ กำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กหนีพี่ชาย ในมือป้อม ๆ ถือลิปสติกแท่งหรูของมารดาที่เจ้าตัวแอบเอามาละเลงจนเต็มปากและแก้ม กลายเป็น 'นางเอกงิ้วตัวน้อย' ที่ดูตลกมากกว่าสวย“ไม่ให้! มิลินจาสวย! มิลินจาเปนเจ้าหญิง!” ยัยตัวเล็กเถียงเสียงใสพลางวิ่งไปหลบหลังปะป๊าอชิระที่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา“ปะป๊าดูน้อน! น้อนดื้อ น้อนขโมยของม่ามี๊!” มาตินยืนเท้าเอวฟ้อง พยายามจะทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่หน้าตากลับบูดบึ้งเพราะโดนน้องสาวป่วนทั้งวัน อชิระและริรินดาจะสอนมาตินให้คอยช่วยเหลือและดูแลน้องสาว อชิระเงยหน้าจากแฟ้มงาน มองลูกชายที่ยืนทำหน้าดุกับลูกสาวที่เกาะขาเขาแน่นพลางส่งยิ้มหวานประจบ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว...นี่มันกรรมตามสนองชัด ๆ สมัยก่อนเขาเคยหวงริรินดาขนาดไหน ตอนนี้เขาก็ต้องมารับมือกับลูกชายที่หวงของแทนมารดา และลูกสาวที่ขี้อ้อนจนเขาใจอ่อนวันล
อชิระ: ริน! มาหาพี่ที่บริษัทด่วนที่สุด! มาตินแผลงฤทธิ์หนักมาก พี่คุมไม่อยู่แล้ว รีบมาเอาตัวแสบไปรอที่ห้องทำงานพี่ที ก่อนที่บอร์ดบริหารจะกินหัวพี่“มาตินลูก...นิ่งก่อนครับ ดูสิเนี่ย ลุง ๆ ป้า ๆ เขามองมาตินกันหมดแล้วนะ ไม่น่ารักเลยลูก” อชิระพยายามเจรจาขั้นสุดท้าย“ไม่ร๊ากกกก! มาตินจาเปนเด็กดื้อ! ฮือออออ!” เจ้าลูกชายตัวดีประกาศอุดมการณ์ความแสบออกมาไม่ชัดถ้อยชัดคำนัก ในขณะที่สถานการณ์กำลังเข้าขั้นวิกฤต มาตินเริ่มดิ้นจนหลุดจากมือพ่อแล้วลงไปนอนกลิ้งกับพื้นหน้าโต๊ะประชุมคณะกรรมการ พลางส่งเสียงหวีดร้องประท้วงที่ไม่ได้เจอหน้าแม่ อชิระได้แต่ยืนกุมขมับอย่างหมดสภาพมาดนักธุรกิจจอมเฮี้ยบ“ขอโทษทุกท่านด้วยจริง ๆ ครับ...ผมว่าวันนี้เราคงต้อง...”ยังไม่ทันที่อชิระจะสั่งเลื่อนการประชุม ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างระหงของริรินดาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“มาติน! ทำอะไรลูก!”เสียงสวรรค์ของริรินดาทำให้เสียงหวีดร้องหยุดลงชะงัด มาตินที่กำลังนอนดิ้นอยู่บนพื้นดีดตัวลุกขึ้นยืนราวกับติดสปริง ใบหน้าที่เลอะเทอะไปด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างทันที“ม่ามี๊! ม่ามี๊มาเย่ว!” เด็กชายตัวแสบถ
Special 1เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จากทารกตัวน้อยในอ้อมกอดวันนั้น ตอนนร้ได้กลายเป็น “น้องมาติน” เด็กชายวัยสองขวบเศษที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากอชิระราวกับพิมพ์เดียวกัน ผิวขาวจัด แก้มป่องแดงระเรื่อ และดวงตาใสแจ๋วที่ฉายแววฉลาดแกมโกงเหมือนบิดสไม่มีผิดวันนี้อชิระตัดสินใจรับหน้าที่ ‘คุณพ่อฟูลไทม์’ หนึ่งวัน เพื่อเปิดโอกาสให้ริรินดาได้ออกไปพักผ่อนช้อปปิ้งกับเปรมมิกาและพัดชา รวมถึงแวะไปหาครอบครัวของเธอหลังจากที่ทุ่มเทเลี้ยงลูกมานานรองประธานหนุ่มแห่งวรโชติเมธี หิ้วกระเป๋าแพมเพิร์สพร้อมจูงมือลูกชายตัวแสบเข้าบริษัทมาด้วยมาดเข้ม ทว่าในห้องทำงานสุดหรู ตอนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรสนามเด็กเล่นย่อม ๆ มีทั้งสไลเดอร์ขนาดเล็ก คอกกั้นบอล และกองทัพรถของเล่นวางระเกะระกะอยู่เต็มพื้นหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่“มาตินลูก...นั่งเล่นรถรอปะป๊าแป๊บนึงนะ เดี๋ยวปะป๊าเซ็นเอกสารเสร็จจะพาไปกินติม ๆ นะ” อชิระพยายามเจรจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด“ม่ามี๊...มาตินจาหา ม่ามี๊!” เด็กชายวัยสองขวบที่กำลังง่วนอยู่กับรถแข่งสีแดง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาทำปากยื่น น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาโต“ม่ามี๊ไปซื้อของครับ เดี๋ยวก็มา มาเล่นรถกับปะป๊าก่อนเร
EP.34หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับจากวันที่ได้ยินข่าวดี ข่าวการตั้งครรภ์ของริรินดากลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนรักอิสระอย่างอชิระยอมทิ้งชีวิตแสงสีที่คลับยามค่ำคืน เพื่อกลับมาดูแลภรรยาที่บ้านทุกวันอย่างสม่ำเสมอ เขาไม่อยากคลาดสายตาจากเธอแม้แต่นาทีเดียว เพราะถึงแม้จะเพิ่งเริ่มตั้งท้องได้ไม่นาน แต่ริรินดากลับดูสวยสะพรั่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีออร่าจนใครเห็นเป็นต้องเหลียวมองวันนี้อชิระทำหน้าที่สารถีจำเป็น ขับรถพาภรรยาสาวมาที่สตูดิโอ “RIRINDA Brand” ด้วยตัวเอง ทันทีที่มาถึง บรรยากาศภายในร้านก็เต็มไปด้วยความคึกคัก“คุณรินคะ ทางกองถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่ที่เพิ่งติดต่อมาเมื่อวาน คอสตูมเขามาถึงแล้วค่ะ เขาบอกว่าอยากได้ชุดคอลเลกชันล่าสุดไปให้นางเอกใส่เข้าฉากสำคัญ” พนักงานคนหนึ่งรีบเข้ามารายงานด้วยสีหน้าตื่นเต้นไม่เพียงแต่กองถ่ายซีรีส์เท่านั้น ภายในสตูดิโอยังมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อเสื้อผ้ากันอีกมาก ริรินดายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่แบรนด์ของเธอได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมาย เธอพยายามจะเดินเข้าไปต้อนรับและให้คำแนะนำลูกค้าด้วยตัวเองตามสไตล์ดีไซเนอร์ที่รักงานนี้สุดหัวใจ ทว่ากลิ่นน้ำหอมปนเปจากลูกค้าห
อชิระพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลางประคองร่างที่อ่อนแรงขึ้นแนบอก“ผมจะพารินไปโรงพยาบาลครับ” อชิระบอกกับแม่ของริรินดาด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้ เขาพาเธอเดินกึ่งวิ่งตรงไปที่รถยนต์คันหรู วางร่างของเธอลงที่เบาะข้างคนขับ ปรับเอนเบาะให้เธอนอนสบายที่สุด ก่อนจะรีบอ้อมไปประจำที่คนขับแล้วมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลทันทีตลอดทางอชิระคอยเอื้อมมือมากุมมือริรินดาไว้แน่น เขาลูบหลังมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม“ไหวอยู่ไหม” อชิระถามเสียงนุ่ม ริรินดาพยักหน้าเบาๆ อาการพะอืดพะอมเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่ความสงสัยและตื่นเต้นกลับเข้ามาแทนที่ เธอหันไปมองหน้าสามีที่ตอนนี้ตั้งใจขับรถเป็นอย่างมาก แววตาของเขาดูคาดหวังจนเธอสัมผัสได้ณ โรงพยาบาลหลังจากผ่านการซักประวัติและตรวจเช็กอย่างละเอียด ริรินดาก็ถูกส่งตัวเข้าห้องตรวจโดยมีอชิระเข้าไปในห้องด้วยชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างริรินดา เขากุมมือเธอไว้อีกครั้ง ใจเต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะรักเมื่อคืนเสียอีก คุณหมอวัยกลางคนเงยหน้าจากแฟ้มประวัติแล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างใจดี“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ ตอนนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 สัปดาห์แล้วค่ะ”คำยืนยันจากปากหมอทำเอาโลกทั้งใบของอชิระเห







