LOGINหลังจากภวินทร์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็โทรหาอิงดาวอีกครั้ง พูดกันไม่กี่นาทีก็วางสาย ก่อนที่เขาจะลงไปยังชั้นล่างจึงเห็นว่าเฟรนด์นั่งคุยอยู่กับแม่ของเขา ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เธอจะมาคุยกับแม่ของเขาเป็นประจำตลอดหลายปีตั้งแต่ที่แม่ของเธอเสียไป
"อยู่ที่ทำงานมีใครมาจีบเธอบ้างหรือเปล่า" เสียงของพิมพ์ภรณ์เอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล "ก็มีบ้างค่ะ แต่เฟรนด์ไม่ได้สนใจหรอกค่ะคุณท่าน เฟรนด์ยังไม่รีบ อยากทำงานมากกว่าค่ะ" ในขณะที่พิมพ์ภรณ์กับเฟรนด์นั่งคุยกันอยู่นั้น ภวินทร์ที่ลงมาถึงชั้นล่างก็เอ่ยถามขึ้นพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆแม่ "คุยเรื่องอะไรกันเหรอครับแม่" "แม่ถามเฟรนด์ว่าอยู่ที่ทำงานใครมาจีบบ้าง" "อ๋อครับ..." ก่อนที่เขาจะหันถามเฟรนด์ที่นั่งโซฟาตัวถัดไปจากเขา "...แล้วมีใครมาจีบเธอบ้างล่ะเฟรนด์" "ก็มีบ้างค่ะพี่ภวินทร์" "ไม่มีใครเข้าตาเธอสักคนเลยเหรอ" เรียวปากหนาถามพลางยิ้มอ่อนๆ "เฟรนด์ไม่ได้สนใจพวกเขาหรอกค่ะพี่ภวินทร์ เฟรนด์สนใจเรื่องงานมากกว่า" "สนใจไว้บ้างก็ดีนะเฟรนด์" เขาพูดออกไปแบบทีเล่นทีจริง ไม่ได้จริงจังอะไร "ไม่ดีกว่าค่ะ เฟรนด์อยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆก่อน" สิ้นเสียงหวานตอบ พิมพ์ภรณ์ก็หันถามลูกชายที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง "แล้วลูกล่ะ มีใครบ้างหรือยัง อายุสามสิบแล้วนะ" "ก็...มีบ้างครับ" "จริงเหรอลูก" พิมพ์ภรณ์ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะที่ผ่านมานางไม่เคยเห็นลูกชายจะคบกับใคร "ผมกับอิงดาวคบหาดูใจมาหกเดือนแล้วครับ" "ทำไมลูกถึงไม่บอกแม่ให้รู้บ้างล่ะ" "ช่วงแรกๆที่คบกัน ผมยังไม่อยากบอกครับ เพราะกลัวว่าจะคบกันได้ไม่นาน" ก็เหมือนกับคนก่อนๆที่เขาเคยคบมา นานสุดก็ไม่เกินสองเดือน แต่กับอิงดาวนานสุด เพราะเขารู้สึกดีเวลาที่ได้คุยและได้อยู่ใกล้เธอ "งั้นพามาแนะนำให้แม่รู้จักด้วยสิ" "ได้ครับ คราวหน้าผมจะพาอิงดาวมาทำความรู้จักกับแม่นะครับ" "แม่จะรอนะลูก" "ครับ" "งั้นเราไปทานข้าวเย็นกันเถอะลูก เฟรนด์ด้วยนะ" "ค่ะคุณท่าน" ว่าแล้ว ทั้งสามคนก็ลุกไปยังโต๊ะอาหารที่แม่บ้านนำมาวางไว้พร้อมแล้ว ซึ่งบ่อยครั้งที่เฟรนด์จะได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับพิมพ์ภรณ์และภวินทร์ เพราะตั้งแต่ที่แม่เธอเสียชีวิต บ่อยครั้งที่คุณท่านกับพี่ภวินทร์ชวนเธอมาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วย และเธอก็ไม่เคยปฏิเสธสักครั้ง เนื่องจากว่าเธอไม่อยากให้คนชวนเสียน้ำใจ หลังจากทั้งสามคนรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เฟรนด์ก็ขอตัวกลับห้องพักที่อยู่หลังบ้าน ส่วนภวินทร์ก็ขึ้นห้องนอนไป ก่อนจะหยิบบุหรี่แบรนด์นอกกับโทรศัพท์แล้วออกไปยืนนอกระเบียง มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ก่อนจะกดโทรหาอิงดาว เรียวปากหยักสวยคุยโทรศัพท์ไปพลางสูบบุหรี่ไปด้วย คุยกันไปเรื่อยๆตามประสาคนที่กำลังคบหาดูใจกัน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงทุ้มจึงบอกกับปลายสายออกไป 'งั้นแค่นี้ก่อนนะอิง พรุ่งนี้พี่จะโทรหาใหม่' 'ค่ะพี่ภวินทร์' 'พี่วางสายแล้วนะ' 'ค่ะ' สิ้นเสียงของอิงดาว นิ้วหนาก็กดวางสายพร้อมกับบี้บุหรี่แล้วทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องนอน หลายวันต่อมา "อาทิตย์หน้าพี่จะพาอิงไปหาแม่นะ เพราะแม่อยากรู้จักอิง" ร่างสูงที่กำลังขับรถอยู่หันบอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง "ได้ค่ะพี่ภวินทร์" "พอดีแม่เพิ่งรู้น่ะว่าพี่กำลังคบกับอิงอยู่ พอแม่รู้แม่ก็อยากเจออิง" "อิงก็อยากไปทำความรู้จักกับแม่ของพี่ภวินทร์เหมือนกันค่ะ" "ครับ" จากนั้น รถหรูของภวินทร์ก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดที่อิงดาวอาศัยอยู่ ก่อนที่อิงดาวจะเอ่ยกับภวินทร์ "พี่ภวินทร์จะขึ้นคอนโดไปกับอิงด้วยไหมคะ แล้วค่อยกลับ" "ไม่ดีกว่าครับ พอดีว่าพี่รีบน่ะ" ที่แล้วๆมาเขาไม่เคยอยู่กับผู้หญิงที่เขาคบด้วยในห้องตามลำพัง จะอยู่ในห้องสองต่อสองเฉพาะกับพวกสาวๆที่ทำงานนั้นโดยเฉพาะ พอน้ำแตกก็จ่ายตังค์แล้วกลับบ้าน "ถ้าอย่างนั้นอิงขอตัวนะคะ" "ครับ" ว่าแล้ว อิงดาวก็เปิดประตูออกจากรถไป ก่อนรถหรูของภวินทร์จะเคลื่อนตัวออกไปจากคอนโดสามเดือนต่อมา งานมงคลสมรสของภวินทร์กับเฟรนด์ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการจดทะเบียนสมรสกันครั้งนี้ได้จดในวันงาน ซึ่งมีนักข่าวจากหลายสำนักมาทำข่าวกัน และตอนนี้ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่เรือนหอหลังใหม่มีราคาหลายสิบล้านบาท ตอนนี้อายุครรภ์ของเฟรนด์ครบสี่เดือนแล้ว เริ่มมีหน้าท้องนูนๆออกมาให้เห็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อก็เห่อลูกที่ยังอยู่ในท้องไม่เบา ไม่ใช่เห่อแต่ลูกอย่างเดียว แต่เห่อแม่ของลูกด้วย "จุ๊บ" เสียงจุ๊บหน้าท้องนูนๆของว่าที่คุณพ่อที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น และแม่ของลูกก็นั่งอยู่บนโซฟา โดยมือหนาลูบหน้าท้องของเธอไปมาเบาๆ และมืออีกข้างก็กอดเอวของเธอ "ช่วงนี้เฟรนด์ไม่ค่อยแพ้ท้องแล้วใช่ไหม" ใบหน้าหล่อแหงนหน้าถามยังเจ้าของใบหน้าสวยที่นั่งอยู่ "ไม่แพ้แล้วค่ะ ช่วงนี้กินได้เยอะขึ้น" เจ้าของเสียงใสระบายยิ้มหวานก้มลงตอบยังใบหน้าหล่อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นสวมกอดเอวของเธออยู่ "วันนี้พี่อยากพาเธอไปหาของอร่อยๆกินกัน เธอจะไปไหม" "ไปค่ะ วันนี้เฟรนด์อยากกินไอติมอยู่พอดี" "อย่ากินของหวานเยอะนะครับคุณแม
สามวันต่อมา เป็นเวลาสามวันแล้วที่ภวินทร์ไม่เข้าบริษัท เพราะใจคอยแต่ห่วงหาหวังให้เธอกลับมา เขาโทรหาเธอทุกวัน แต่ก็โทรไม่ติด ทั้งส่งข้อความทางไลน์เผื่อว่าเธอจะเปิดอ่าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ตอนนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย เพราะในสมองของเขาคิดแต่เรื่องของเฟรนด์ แต่แล้วอยู่ๆเหมือนมีอะไรมาดลใจทำให้เขาคิดได้ว่า... "หรือว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน" เรียวปากหนาพึมพำออกมาพลางในใจรู้สึกมีความหวังขึ้นมา หลังจากที่กลุ้มใจมาแล้วสามวันสามคืน เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา ไม่ได้คิดไปว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน เนื่องจากเขาคิดเพียงแต่ว่าเธอจะหนีเขาไปไกลจนเขาหาไม่เจอ ทันใดนั้นเขาจึงกดโทรหาผู้เป็นแม่ทันที ตู๊ด~ 'ว่าไงภวินทร์' 'เฟรนด์กลับไปบ้านหรือเปล่าครับ' 'ไม่รู้สิ ตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่บ้าน' 'ตอนนี้แม่อยู่ไหน' 'แม่มาปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดสามสี่วันแล้ว' 'อ๋อครับ' 'ลูกมีปัญหาอะไรกับเฟรนด์หรือเปล่า' 'มีนิดหน่อยครับ' 'มีเรื่องอะไรกันล่ะลูก' 'ผมทำให้เฟรนด์น้อยใจครับ เฟรนด์ก็เลยกลับบ้านโดยไม่บอกผม' 'อ๋อ' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วรีบแต่งตัวออกไปจ
เมื่อเขาออกจากห้องนอนไปแล้ว เฟรนด์ก็หลับต่อไปอีกสองชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซ เพราะทั้งมึนหัวและทั้งคลื่นไส้ เธอนึกภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้แพ้ท้องตอนที่เขาอยู่ทีเถอะขอร้อง ทว่ามันก็ไม่ได้ผล ทันทีที่เห็นอ่างล้างหน้าเธอก็โก่งคออาเจียนทันที "อุ๊บ อ๊วก" ร่างสูงที่เข้าห้องนอนมาเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียงจึงมาดูในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ พลันมือหนาก็เลื่อนไปลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ และอีกมือรวบผมของเธอเอามาไว้ด้านหลัง เฟรนด์ที่เห็นดังนั้นจึงตกใจเกือบช็อกเมื่อเขามาเห็นตอนเธออาเจียนแบบนี้ ก่อนจะจัดการบ้วนปากแล้วค่อยๆทรงตัวหันมาพูดกับเขา "ออกไปเถอะ เฟรนด์จะอาบน้ำ" "ไปหาหมอนะ" เขาพูดอย่างเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดมาก "ไม่" "อย่าดื้อได้ไหมเฟรนด์" "ไม่ไป" "ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกนะ" เขาไม่อยากฝืนใจเธอ "..." พยักหน้า จากนั้นเขาจึงออกไปพร้อมกับมีสีหน้าหนักใจไม่น้อยที่เห็นอาการของเธอและเธอยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีก หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงนั่งอยู่บนเตียงนอน โดยหันห
เฟรนด์ที่ตอนนี้รู้สึกพะอืดพะอม แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ไม่อยากอาเจียนให้เขาเห็น ทว่ามันไม่สามารถที่จะทำได้ตามที่ใจคิดเมื่อความแปรปรวนของร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบลุกออกจากเตียงนอนแล้วเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตูและเปิดก๊อกให้น้ำไหลเพื่อกลบเสียงอาเจียนของเธอ ซ่า! ซ่า! ชายหนุ่มที่เห็นคนตัวเล็กรีบลุกไปจากเตียงนอนเขาก็ลุกตามไปด้วยอย่างร้อนรน "แค่ก แค่ก อ๊วก" เธอโก่งคออาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดงในอ่างล้างหน้า ซึ่งเสียงน้ำที่เธอเปิดก็อกทิ้งไว้นั้นทำให้กลบเสียงได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งเสียงของเขาที่เคาะประตูเรียกอยู่ข้างนอกเธอก็ไม่ค่อยได้ยิน แล้วเขาจะได้ยินเสียงที่เธออาเจียนได้ยังไง ก๊อก! ก๊อก! "เฟรนด์เป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" เขาตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยอาการตกใจที่อยู่ๆเธอก็ลุกพรวดพราดวิ่งเข้าห้องน้ำมา ชายหนุ่มเคาะประตูรัวๆด้วยความรู้สึกร้อนรน เขาเรียกคนตัวเล็กที่อยู่ข้างในด้วยหัวใจเป็นห่วงไม่น้อย จนกระทั่งเธอเปิดประตูออกมา มือหนาจึงดึงเธอเข้าไปกอดแนบอกอย่างห่วงใย หมับ! "เธอเป็นอะไรบอกพี่ได้ไหมเฟรนด์ อย่าเงียบแบบนี้สิ รู้ไหมว่าพี่เครี
วันต่อมา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เฟรนด์รู้สึกคลางแคลงใจเรื่องเขากับอิงดาวว่ามันเป็นยังไง เธอยังคงสงสัยว่าเขาทั้งสองคนกลับมาคบกันอีกหรือเปล่าหลังจากที่หย่ากับเธอแล้ว การไปทำงานและกลับจากทำงานพร้อมกันของเขากับอิงดาวทำให้เธอรู้สึกเคลือบแคลงใจมาตลอด วันนี้เธอจึงอยากจะถามเขาให้รู้กันไปเลย เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอะไรกันแน่ เพราะเท่าที่เธอสังเกตดูเขาจะเอาอกเอาใจอิงดาวเหมือนกับเป็นคู่รักยังไงยังงั้น ติ๊ด แกร็ก เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นพร้อมกับประตูบานใหญ่ที่เปิดเข้ามาโดยคนตัวสูงที่กลับมาจากทำงาน เฟรนด์ที่วันนี้รู้สึกคลื่นไส้จึงกลับจากที่ทำงานก่อนเวลา แล้วนั่งรอชายหนุ่มอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูเข้ามา ริมฝีปากสวยจึงคลี่ยิ้มบางๆให้เขา ทว่าสีหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนเดิม เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ควรบอกเรื่องท้องกับเขา "ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วล่ะ" เขาถามเธอที่นั่งอยู่ พลางนึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้เธอจึงกลับมาก่อนเขา ปกติเขาจะกลับมาก่อนเธอทุกวัน "เฟรนด์รู้สึกปวดหัวค่ะก็เลยขอกลับก่อนเวลา" "ไม่สบายหรือเปล่า" เมื่อได้ยินที่เธอบอกเขาก็รู้สึกเป
เมื่อทั้งสามเข้ามาภายในงาน เพื่อนของพิมพ์ภรณ์ที่เป็นแม่ของฝ่ายเจ้าสาวก็เอ่ยทักทายขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ชวนกันคุยนั่นคุยนี่ตามประสาเพื่อนที่เคยเรียนคณะเดียวกัน จนกระทั่งแม่เจ้าสาวหันไปเห็นเฟรนด์ที่ยืนข้างลูกชายของเพื่อนอดไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น "สาวสวยที่มากับเธอใครเหรอ" "ลูกสะใภ้ฉันเองแหละ" "ลูกสะใภ้เธอสวยและน่ารักมากเลยนะ เหมาะสมกับลูกชายเธอราวกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยปากชมเฟรนด์ โดยเฟรนด์ที่ได้ยินจึงระบายยิ้มหวานออกมา "ขอบใจเธอมากนะที่ชมลูกสะใภ้ฉัน งั้นฉันเข้าไปในงานก่อนนะ" "ตามสบายเลยนะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยตามหลังคนทั้งสามที่เดินเข้าไปภายในงาน ในขณะที่ทั้งสามเดินไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ภวินทร์ที่ตอนนี้รู้สึกหัวร้อนเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าพวกผู้ชายที่นั่งอยู่ในงานมองมายังคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา แล้วแถมยังยิ้มมองเธอตาเป็นมันอีก เมื่อเห็นสายตาของผู้ชายหลายคนที่มองมายังเธอ เขารู้สึกอยากจะพาเธอกลับเสียให้ได้เพราะไม่อยากให้ผู้ชายพวกนั้นมองเธอ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเอาร่างของตัวเองบังร่างเล็กไว้จนกระทั่งไปถึงโต๊ะที่ว่างและจัดการให้เธอนั่ง เขาจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย สามชั่วโม
หลังจากที่เฟรนด์เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องนอนมา จึงเห็นว่าเขานั่งอยู่บนโซฟาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงก้าวไปหายังร่างสูงที่นั่งอยู่ ก่อนเรียวปากชมพูจะเอ่ยออกไป "พี่ภวินทร์คะ เฟรนด์เก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วค่ะ" "อืม" ดวงตาคมละจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นไปร
เฟรนด์กลับมาถึงคอนโดด้วยจิตใจห่อเหี่ยวไม่เหมือนกับวันก่อนๆที่เขายังอยู่กับเธอ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอจะเห็นหน้าเขาทุกวัน ได้คุยกับเขาทุกวัน แต่นับจากนี้ต่อไปเธอคงไม่ได้เจอเขาทุกวันอีกแล้ว ไม่ได้คุยกับเขาทุกวันอีกแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว มองไปรอบกายพลันรู้สึกเคว้งคว้าง ความเปล่าเปลี่ยวเข
เมื่อภวินทร์กับเฟรนด์เข้ามาในคอนโด โดยตอนนี้คนตัวสูงยังมีสีหน้าเคืองขุ่นอยู่ไม่หายเมื่อนึกไปถึงภาพที่ไอ้หมอนั่นกอดคนตัวเล็กที่เขาหวงแหนมาตลอด ตอนนี้เขาไม่สามารถดับอารมณ์ความโมโหออกไปได้ ดังนั้นเขาจึงดึงคนตัวเล็กเข้ามาสวมกอดให้หายจากอาการที่เขาเป็นอยู่นี้ หวังว่าให้ลบล้างภาพที่เธอโดนกอดเมื่อกี้ได้หา
วันต่อมาหลังจากที่เมื่อวานเฟรนด์ลางานหนึ่งวัน เพื่อไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ วันนี้เธอจึงตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานเธอเปิดประตูออกจากห้องนอนมาก็เห็นว่าคนตัวสูงที่สวมใส่ชุดสูทหรูดูดีเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงเอ่ยบอกเขาด้วยสีหน้าปกติ"เฟรนด์ไปทำงานแล้วนะคะพี่ภวินทร์""







