LOGINภวินทร์ขับรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาในซอยทางเข้าบ้าน เมื่อเห็นร่างบางคุ้นเคยที่กลับจากทำงานเดินอยู่เขาก็จอดรถเทียบเคียงริมฟุตบาทและเลื่อนกระจกลงพร้อมกับเสียงทุ้มเอ่ยออกไป
"ขึ้นรถสิเฟรนด์" "ค่ะ" รับคำเสร็จ ร่างเล็กก็เข้าไปนั่งในรถ ก่อนร่างสูงจะขับออกไป บ้านภวินทร์ "ขอบคุณค่ะพี่ภวินทร์" เธอยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยขอบคุณคนตัวสูงเมื่อรถจอด "ไม่เป็นไร" เรียวปากหนาบอกออกไปด้วยน้ำเสียงใจดีเป็นกันเอง "งั้นเฟรนด์ขอตัวเข้าบ้านก่อนนะคะพี่ภวินทร์" "อืม" ว่าแล้ว ร่างบางก็เปิดประตูออกจากรถไป และเดินเลียบไปทางหลังบ้านของภวินทร์ ดวงตาคมมองตามร่างเล็กไปจนลับสายตา เขามองเธอด้วยความรู้สึกสงสาร และความรู้สึกนี้มันมีมาตั้งแต่เธอเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของเขาเมื่อสิบปีก่อนแล้ว และยิ่งสงสารเข้าไปอีกก็ตอนที่แม่ของเธอเสียชีวิต เธอคงโดดเดี่ยวน่าดูที่ไม่มีแม่คอยให้คำปรึกษาอย่างที่แล้วมา อีกอย่างเธอไม่มีญาติที่ไหนเลย ถึงจะมีญาติ แต่ใครจะรักเธอได้เท่าแม่ของเธอ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจะคอยช่วยเหลือเธอมาตลอด ตอนเธอเรียนอยู่มอหนึ่ง เขาเรียนอยู่ปีสอง เขาจะช่วยสอนการบ้านเธอในบางเรื่องที่เธอไม่เข้าใจ อย่างเช่นวิชาคณิตศาสตร์เธอจะถามเขาบ่อยที่สุด เพราะเธอไม่เก่งเลข แต่เขาเก่งเลขและวิทยาศาสตร์ 'คุณภวินทร์คะ ช่วยสอนการบ้านให้เฟรนด์หน่อยได้ไหมคะ" เสียงใสของเด็กสาวมอหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สนามหญ้าหน้าบ้าน 'วิชาเลขอีกล่ะสิ' 'ใช่ค่ะ' 'ไหนเอามาดูซิข้อไหน' 'ข้อนี้ค่ะคุณภวินทร์' จากนั้น ชายหนุ่มที่เรียนมหาวิทยาลัยปีสองก็จัดการสอนการบ้านให้เด็กสาวจนเธอเข้าใจ และเขียนวิธีทำกับคำตอบลงไปให้เรียบร้อย 'เฟรนด์ต้องขอบคุณคุณภวินทร์มากเลยนะคะ คุณภวินทร์เก่งจังเลยค่ะ เฟรนด์อยากเก่งวิชาคณิตศาสตร์เหมือนคุณภวินทร์จังค่ะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้หลังจากที่เขาเขียนคำตอบให้เรียบร้อยแล้ว 'เธออยากเรียนพิเศษไหม เดี๋ยวฉันจ่ายค่าเรียนให้' 'ไม่เป็นไรค่ะคุณภวินทร์ เฟรนด์เรียนแค่ในห้องเรียนก็พอค่ะ' 'ถ้าอยากเรียนก็บอกฉันนะ เดี๋ยวฉันจะหาที่เรียนให้' 'ค่ะคุณภวินทร์ งั้นเฟรนด์ขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ' 'อืม' ว่าแล้ว ร่างเล็กก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินกลับเข้าห้องพักคนใช้ที่อยู่หลังบ้าน ถ้าวันไหนเขามีเรียนตอนเช้า เขาก็ให้เธอนั่งรถไปลงโรงเรียนด้วย ตอนเย็นถ้าเขาเลิกเรียนก่อนสี่โมงเขาจะรอรับเธอกลับบ้านด้วยเลย เนื่องจากว่ามหาวิทยาลัยของเขากับโรงเรียนของเธออยู่ไม่ไกลกัน ก่อนกลับบ้านเขาจะพาเธอแวะหาอะไรกินที่ห้างสรรพสินค้า ซื้อเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆให้ ซึ่งเป็นแบบนั้นมาตลอดจนเขาเรียนจบปีสี่ 'เธอหิวไหม' 'หิวค่ะ' เจ้าของเสียงใสหันตอบยังคนตัวสูงที่ขับรถอยู่พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสตามประสาเด็ก 'งั้นเราแวะหาอะไรกินที่ห้างกันก่อนนะ แล้วค่อยกลับบ้าน' 'คุณภวินทร์ก็หิวเหมือนกันเหรอคะ' 'ถ้าฉันบอกว่าไม่หิวล่ะ' 'ถ้าคุณภวินทร์ไม่หิวก็ไม่ต้องแวะก็ได้ค่ะ' 'ก็ไหนเธอบอกว่าหิวไง' 'เฟรนด์ค่อยไปกินที่บ้านก็ได้ค่ะ' 'งั้นฉันหิวก็ได้ งั้นก็แวะกินที่ห้างเลยแล้วกัน' 'ค่ะคุณภวินทร์' ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ขับรถเข้าไปในห้างสรรพสินค้า จากนั้นทั้งสองก็ลงจากรถไป เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารญี่ปุ่นกันเรียบร้อยแล้วก็พากันออกมาจากร้าน แล้วเขาก็ก้มถามยังเด็กสาวที่ความสูงระดับใต้รักแร้เขาที่ยืนอยู่ข้างๆ 'เธออยากกินไอติมไหม' 'อยากกินค่ะ เฟรนด์อยากกินไอติมอยู่พอดีเลยค่ะ' เธอเอ่ยตอบไปด้วยน้ำเสียงดีใจ 'แล้วทำไมถึงไม่บอกว่าอยากกิน' 'เฟรนด์เกรงใจค่ะ ไม่อยากรบกวนคุณภวินทร์' 'ก็แค่ไอติม ไม่เห็นจะรบกวนตรงไหน งั้นก็ไปกินไอติมกัน' ว่าแล้ว หนุ่มหล่อมหาลัยปีสองก็พาเด็กสาววัยทีนมอหนึ่งไปยังร้านไอศกรีม จากนั้นก็จัดการสั่งมาทานกัน เขาไม่เคยนึกรังเกียจเธอที่เธอเป็นลูกคนใช้ในบ้าน เขามีความรู้สึกสนิทกับเธอในเวลาแค่ไม่กี่ปี เขารู้สึกว่าเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อเธอขึ้นปีหนึ่ง เขาบอกกับเธอว่า 'เธอเรียกฉันว่าพี่ก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกว่าคุณหรอก เพราะฟังดูแล้วมันยังไงก็ไม่รู้' 'มันจะดีเหรอคะคุณภวินทร์ เฟรนด์เป็นแค่...' เธอจะบอกว่าเธอเป็นแค่ลูกคนใช้ในบ้าน จะให้เรียกเจ้านายว่าพี่ได้ยังไง เรียกว่าคุณนั่นแหละถูกแล้ว แต่เขากลับพูดดักคอเธอเสียก่อน 'ไม่ว่าเธอจะเป็นลูกใคร แต่ฉันจะให้เธอเรียกฉันว่าพี่ เพราะมันรู้สึกว่าเป็นกันเองมากกว่า' 'ถ้าคุณภวินทร์อยากให้เฟรนด์เรียก งั้นเฟรนด์ก็จะเรียกค่ะ' เจ้าของใบหน้าใสเอ่ยออกไปอย่างไม่เรื่องมาก 'ไหนลองเรียกฉันว่าพี่ดูสิ' 'พี่ภวินทร์' เรียวปากเล็กเอ่ยเรียกชื่อเขาพลางยิ้มให้อ่อนๆ 'อืม และต่อไปฉันจะพูดแทนตัวเองว่าพี่นะ' 'ค่ะพี่ภวินทร์' "ทำไมวันนี้กลับบ้านเร็วล่ะลูก ปกติลูกจะกลับบ้านมืดค่ำทุกวันนี่" พิมพ์ภรณ์เอ่ยถามลูกชายตัวสูงที่เดินเข้าบ้านมา "วันนี้ผมออกมาทำธุระข้างนอกครับ บังเอิญว่าทำธุระเสร็จเร็วก็เลยกลับบ้านเลยดีกว่า" เขาบอกพลางทิ้งกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ ที่เขาบอกว่าออกไปทำธุระ มันไม่ใช่ธุระที่ไหนหรอก แต่เขามีนัดไปรับอิงดาวแล้วพาออกมาทานข้าวและซื้อของให้เธอต่างหาก "อ๋อ แล้วเมื่อกี้เฟรนด์นั่งรถมากับลูกด้วยเหรอ" "ครับ พอดีเจอเฟรนด์หน้าปากซอยครับ" "อ้อ" "งั้นผมขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะครับแม่" ว่าแล้ว ร่างสูงก็หยัดกายลุกขึ้นแล้วก้าวขึ้นชั้นบนไป เมื่อภวินทร์เข้ามาในห้องนอน โทรศัพท์เครื่องหรูที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็มีเสียงดังขึ้น มือหนาหยิบออกมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของอิงดาวหญิงสาวที่เขากำลังคบหาดูใจมาหกเดือนแล้วก็ทำเอาเรียวปากหยักสวยระบายยิ้มออกมา ครืด~ 'ว่าไงครับอิง' 'พี่ภวินทร์กลับถึงบ้านหรือยังคะ' 'เพิ่งถึงครับ อิงมีอะไรหรือเปล่า' 'ไม่มีค่ะ แค่อิงอยากรู้ว่าพี่ภวินทร์กลับถึงบ้านหรือยัง' 'แล้วอิงล่ะทำอะไรอยู่' 'อิงกำลังจะอาบน้ำค่ะก็เลยโทรหาพี่ภวินทร์ก่อน' 'พี่กำลังจะอาบน้ำเหมือนกันครับ' 'งั้นพี่ภวินทร์ก็อาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวอิงก็จะอาบเหมือนกัน' 'งั้นแค่นี้นะครับอิง' 'แค่นี้ค่ะพี่ภวินทร์' จากนั้น การสนทนาของทั้งคู่ก็จบลงสามเดือนต่อมา งานมงคลสมรสของภวินทร์กับเฟรนด์ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการจดทะเบียนสมรสกันครั้งนี้ได้จดในวันงาน ซึ่งมีนักข่าวจากหลายสำนักมาทำข่าวกัน และตอนนี้ทั้งคู่ก็ย้ายมาอยู่เรือนหอหลังใหม่มีราคาหลายสิบล้านบาท ตอนนี้อายุครรภ์ของเฟรนด์ครบสี่เดือนแล้ว เริ่มมีหน้าท้องนูนๆออกมาให้เห็นแล้ว ว่าที่คุณพ่อก็เห่อลูกที่ยังอยู่ในท้องไม่เบา ไม่ใช่เห่อแต่ลูกอย่างเดียว แต่เห่อแม่ของลูกด้วย "จุ๊บ" เสียงจุ๊บหน้าท้องนูนๆของว่าที่คุณพ่อที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น และแม่ของลูกก็นั่งอยู่บนโซฟา โดยมือหนาลูบหน้าท้องของเธอไปมาเบาๆ และมืออีกข้างก็กอดเอวของเธอ "ช่วงนี้เฟรนด์ไม่ค่อยแพ้ท้องแล้วใช่ไหม" ใบหน้าหล่อแหงนหน้าถามยังเจ้าของใบหน้าสวยที่นั่งอยู่ "ไม่แพ้แล้วค่ะ ช่วงนี้กินได้เยอะขึ้น" เจ้าของเสียงใสระบายยิ้มหวานก้มลงตอบยังใบหน้าหล่อที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นสวมกอดเอวของเธออยู่ "วันนี้พี่อยากพาเธอไปหาของอร่อยๆกินกัน เธอจะไปไหม" "ไปค่ะ วันนี้เฟรนด์อยากกินไอติมอยู่พอดี" "อย่ากินของหวานเยอะนะครับคุณแม
สามวันต่อมา เป็นเวลาสามวันแล้วที่ภวินทร์ไม่เข้าบริษัท เพราะใจคอยแต่ห่วงหาหวังให้เธอกลับมา เขาโทรหาเธอทุกวัน แต่ก็โทรไม่ติด ทั้งส่งข้อความทางไลน์เผื่อว่าเธอจะเปิดอ่าน แต่แล้วก็ไร้วี่แวว ตอนนี้จิตใจของเขาไม่อยู่กับร่องกับรอยเลย เพราะในสมองของเขาคิดแต่เรื่องของเฟรนด์ แต่แล้วอยู่ๆเหมือนมีอะไรมาดลใจทำให้เขาคิดได้ว่า... "หรือว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน" เรียวปากหนาพึมพำออกมาพลางในใจรู้สึกมีความหวังขึ้นมา หลังจากที่กลุ้มใจมาแล้วสามวันสามคืน เขาลืมคิดถึงข้อนี้ไปเลย เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา ไม่ได้คิดไปว่าเฟรนด์จะกลับบ้าน เนื่องจากเขาคิดเพียงแต่ว่าเธอจะหนีเขาไปไกลจนเขาหาไม่เจอ ทันใดนั้นเขาจึงกดโทรหาผู้เป็นแม่ทันที ตู๊ด~ 'ว่าไงภวินทร์' 'เฟรนด์กลับไปบ้านหรือเปล่าครับ' 'ไม่รู้สิ ตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่บ้าน' 'ตอนนี้แม่อยู่ไหน' 'แม่มาปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดสามสี่วันแล้ว' 'อ๋อครับ' 'ลูกมีปัญหาอะไรกับเฟรนด์หรือเปล่า' 'มีนิดหน่อยครับ' 'มีเรื่องอะไรกันล่ะลูก' 'ผมทำให้เฟรนด์น้อยใจครับ เฟรนด์ก็เลยกลับบ้านโดยไม่บอกผม' 'อ๋อ' 'งั้นแค่นี้นะครับแม่' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสายแล้วรีบแต่งตัวออกไปจ
เมื่อเขาออกจากห้องนอนไปแล้ว เฟรนด์ก็หลับต่อไปอีกสองชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาเธอก็ลุกไปเข้าห้องน้ำอย่างโซซัดโซเซ เพราะทั้งมึนหัวและทั้งคลื่นไส้ เธอนึกภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้แพ้ท้องตอนที่เขาอยู่ทีเถอะขอร้อง ทว่ามันก็ไม่ได้ผล ทันทีที่เห็นอ่างล้างหน้าเธอก็โก่งคออาเจียนทันที "อุ๊บ อ๊วก" ร่างสูงที่เข้าห้องนอนมาเมื่อไม่เห็นคนตัวเล็กนอนอยู่บนเตียงจึงมาดูในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าเธออาเจียนอยู่ พลันมือหนาก็เลื่อนไปลูบแผ่นหลังของเธอเบาๆ และอีกมือรวบผมของเธอเอามาไว้ด้านหลัง เฟรนด์ที่เห็นดังนั้นจึงตกใจเกือบช็อกเมื่อเขามาเห็นตอนเธออาเจียนแบบนี้ ก่อนจะจัดการบ้วนปากแล้วค่อยๆทรงตัวหันมาพูดกับเขา "ออกไปเถอะ เฟรนด์จะอาบน้ำ" "ไปหาหมอนะ" เขาพูดอย่างเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอซีดมาก "ไม่" "อย่าดื้อได้ไหมเฟรนด์" "ไม่ไป" "ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นพี่ออกไปรอข้างนอกนะ" เขาไม่อยากฝืนใจเธอ "..." พยักหน้า จากนั้นเขาจึงออกไปพร้อมกับมีสีหน้าหนักใจไม่น้อยที่เห็นอาการของเธอและเธอยังไม่ยอมไปโรงพยาบาลอีก หลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจึงเห็นว่าคนตัวสูงนั่งอยู่บนเตียงนอน โดยหันห
เฟรนด์ที่ตอนนี้รู้สึกพะอืดพะอม แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ไม่อยากอาเจียนให้เขาเห็น ทว่ามันไม่สามารถที่จะทำได้ตามที่ใจคิดเมื่อความแปรปรวนของร่างกายนั้นไม่สามารถที่จะต้านทานเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบลุกออกจากเตียงนอนแล้วเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตูและเปิดก๊อกให้น้ำไหลเพื่อกลบเสียงอาเจียนของเธอ ซ่า! ซ่า! ชายหนุ่มที่เห็นคนตัวเล็กรีบลุกไปจากเตียงนอนเขาก็ลุกตามไปด้วยอย่างร้อนรน "แค่ก แค่ก อ๊วก" เธอโก่งคออาเจียนออกมาจนหน้าดำหน้าแดงในอ่างล้างหน้า ซึ่งเสียงน้ำที่เธอเปิดก็อกทิ้งไว้นั้นทำให้กลบเสียงได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งเสียงของเขาที่เคาะประตูเรียกอยู่ข้างนอกเธอก็ไม่ค่อยได้ยิน แล้วเขาจะได้ยินเสียงที่เธออาเจียนได้ยังไง ก๊อก! ก๊อก! "เฟรนด์เป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้พี่หน่อย" เขาตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยอาการตกใจที่อยู่ๆเธอก็ลุกพรวดพราดวิ่งเข้าห้องน้ำมา ชายหนุ่มเคาะประตูรัวๆด้วยความรู้สึกร้อนรน เขาเรียกคนตัวเล็กที่อยู่ข้างในด้วยหัวใจเป็นห่วงไม่น้อย จนกระทั่งเธอเปิดประตูออกมา มือหนาจึงดึงเธอเข้าไปกอดแนบอกอย่างห่วงใย หมับ! "เธอเป็นอะไรบอกพี่ได้ไหมเฟรนด์ อย่าเงียบแบบนี้สิ รู้ไหมว่าพี่เครี
วันต่อมา ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เฟรนด์รู้สึกคลางแคลงใจเรื่องเขากับอิงดาวว่ามันเป็นยังไง เธอยังคงสงสัยว่าเขาทั้งสองคนกลับมาคบกันอีกหรือเปล่าหลังจากที่หย่ากับเธอแล้ว การไปทำงานและกลับจากทำงานพร้อมกันของเขากับอิงดาวทำให้เธอรู้สึกเคลือบแคลงใจมาตลอด วันนี้เธอจึงอยากจะถามเขาให้รู้กันไปเลย เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นอะไรกันแน่ เพราะเท่าที่เธอสังเกตดูเขาจะเอาอกเอาใจอิงดาวเหมือนกับเป็นคู่รักยังไงยังงั้น ติ๊ด แกร็ก เสียงสแกนคีย์การ์ดดังขึ้นพร้อมกับประตูบานใหญ่ที่เปิดเข้ามาโดยคนตัวสูงที่กลับมาจากทำงาน เฟรนด์ที่วันนี้รู้สึกคลื่นไส้จึงกลับจากที่ทำงานก่อนเวลา แล้วนั่งรอชายหนุ่มอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูเข้ามา ริมฝีปากสวยจึงคลี่ยิ้มบางๆให้เขา ทว่าสีหน้าของเขาเรียบเฉยเหมือนเดิม เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ควรบอกเรื่องท้องกับเขา "ทำไมวันนี้ถึงกลับมาเร็วล่ะ" เขาถามเธอที่นั่งอยู่ พลางนึกแปลกใจว่าทำไมวันนี้เธอจึงกลับมาก่อนเขา ปกติเขาจะกลับมาก่อนเธอทุกวัน "เฟรนด์รู้สึกปวดหัวค่ะก็เลยขอกลับก่อนเวลา" "ไม่สบายหรือเปล่า" เมื่อได้ยินที่เธอบอกเขาก็รู้สึกเป
เมื่อทั้งสามเข้ามาภายในงาน เพื่อนของพิมพ์ภรณ์ที่เป็นแม่ของฝ่ายเจ้าสาวก็เอ่ยทักทายขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ชวนกันคุยนั่นคุยนี่ตามประสาเพื่อนที่เคยเรียนคณะเดียวกัน จนกระทั่งแม่เจ้าสาวหันไปเห็นเฟรนด์ที่ยืนข้างลูกชายของเพื่อนอดไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น "สาวสวยที่มากับเธอใครเหรอ" "ลูกสะใภ้ฉันเองแหละ" "ลูกสะใภ้เธอสวยและน่ารักมากเลยนะ เหมาะสมกับลูกชายเธอราวกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยปากชมเฟรนด์ โดยเฟรนด์ที่ได้ยินจึงระบายยิ้มหวานออกมา "ขอบใจเธอมากนะที่ชมลูกสะใภ้ฉัน งั้นฉันเข้าไปในงานก่อนนะ" "ตามสบายเลยนะ" แม่เจ้าสาวเอ่ยตามหลังคนทั้งสามที่เดินเข้าไปภายในงาน ในขณะที่ทั้งสามเดินไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ ภวินทร์ที่ตอนนี้รู้สึกหัวร้อนเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าพวกผู้ชายที่นั่งอยู่ในงานมองมายังคนตัวเล็กอย่างไม่วางตา แล้วแถมยังยิ้มมองเธอตาเป็นมันอีก เมื่อเห็นสายตาของผู้ชายหลายคนที่มองมายังเธอ เขารู้สึกอยากจะพาเธอกลับเสียให้ได้เพราะไม่อยากให้ผู้ชายพวกนั้นมองเธอ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเอาร่างของตัวเองบังร่างเล็กไว้จนกระทั่งไปถึงโต๊ะที่ว่างและจัดการให้เธอนั่ง เขาจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย สามชั่วโม
เฟรนด์กลับมาถึงคอนโดด้วยจิตใจห่อเหี่ยวไม่เหมือนกับวันก่อนๆที่เขายังอยู่กับเธอ ตลอดสิบปีที่ผ่านมาเธอจะเห็นหน้าเขาทุกวัน ได้คุยกับเขาทุกวัน แต่นับจากนี้ต่อไปเธอคงไม่ได้เจอเขาทุกวันอีกแล้ว ไม่ได้คุยกับเขาทุกวันอีกแล้ว ตอนนี้เธอรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว มองไปรอบกายพลันรู้สึกเคว้งคว้าง ความเปล่าเปลี่ยวเข
วันต่อมาหลังจากที่เมื่อวานเฟรนด์ลางานหนึ่งวัน เพื่อไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ วันนี้เธอจึงตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปทำงานเธอเปิดประตูออกจากห้องนอนมาก็เห็นว่าคนตัวสูงที่สวมใส่ชุดสูทหรูดูดีเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงเอ่ยบอกเขาด้วยสีหน้าปกติ"เฟรนด์ไปทำงานแล้วนะคะพี่ภวินทร์""
คอนโดเมื่อทั้งสองคนเข้ามาในคอนโด เฟรนด์ที่ยืนอยู่ข้างคนตัวสูงหันบอกกับเขาไป"เฟรนด์ขอแยกห้องนอนกับพี่ภวินทร์นะคะ""เราเป็นผัวเมียกันแล้วนะเฟรนด์ จะให้แยกห้องนอนกันได้ยังไง""อย่ามาพูดคำว่าผัวเมียกับเฟรน์นะ เพราะเฟรนด์ไม่ได้ต้องการพี่มาเป็นสามีตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นอย่าพูดคำนั้นออกมาเด็ดขาด เพราะเฟ
ตอนเที่ยงเฟรนด์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาหาเขาที่รออยู่ในบ้าน จึงเห็นว่าเขานั่งคุยอยู่กับคุณท่านในห้องรับแขก เมื่อภวินทร์เห็นเธอเข้ามาจึงหันบอกกับพิมพ์ภรณ์ที่นั่งอยู่"ผมพาเฟรนด์ไปเลือกชุดแต่งงานก่อนนะครับแม่""ไปเถอะลูก" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกจากโซฟาแล้วเดินไปหาคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้วยสีหน้าหม่น







