LOGINเมื่อไล่นางจางซื่อไปได้แล้ว มู่ชิงก็รู้สึกอารมณ์ขึ้นดีมาเป็นอย่างมาก นางทิ้งกายลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาดื่ม ไม่นานก็รู้สึกได้ถึงสายตาของเซียวเหวินที่มองมา นางจึงหันไปสบตาเขาเช่นเดียวกัน ทว่าชายหนุ่มกลับก้มหน้างุดไม่กล้าเอ่ยวาจาใดออกมา
ท่าทางเช่นนั้นของเขามันทำให้นางรู้สึกเอ็นดูเขามากขึ้นไปอีกหลายส่วน
“ทำไม เจ้ามีสิ่งใดอยากจะถามข้าหรือ หรือว่าสงสัยที่ข้ามีนิสัยเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ หรือเจ้าก็คิดว่าข้าผีเข้าอย่างที่นางจางซื่อบอกเอาไว้”
เซียวเหวินรีบเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะส่ายหน้าไปมาเป็นพัลวัน
“ไม่ใช่ขอรับ ต่อให้คุณหนูจะเป็นอย่างไรบ่าวก็จะไม่รังเกียจ ขอเพียงคุณหนูปลอดภัยก็พอ”
ท่าทางซื่อๆ ของเขาทำเอานางรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นางวางถ้วยชาในมือลง ก่อนจะเดินมาคว้าจับแขนของเขาและพาตัวเขาเข้ามาในห้องนอนทันที เซียวเหวินเมื่อได้เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนก ก่อนจะรีบเอ่ยถามนาง
“คุณหนูพาบ่าวมาทำไมในห้องนอนขอรับ”
ที่เขาถามนางเช่นนี้เพราะเกิดความสับสนในใจ แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยยอมให้เขาเข้ามาในห้องนอนของนางเลย แม้จะเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงก็ตาม แต่วันนี้นางกลับลากเขาเข้ามาในห้อง นางต้องการสิ่งใด?
มู่ชิงหันมาสบตากับเซียวเหวิน ก่อนจะมองสำรวจเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาของชายหนุ่มงดงามมาก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบชวนเคลิบเคลิ้ม เรือนกายของเขาก็กำยำล่ำสันเป็นอย่างยิ่ง ทุกอย่างบนร่างกายของเขาทำให้นางรู้สึกชื่นชอบขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้ามใจ
“ถอดเสื้อผ้าออก”
“หา?”
เซียวเหวินร้องหาออกมาด้วยความตื่นตระหนก มู่ชิงรู้สึกว่าเขาช่างชักช้าไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย จึงตรงเข้าดึงทึ้งเสื้อผ้าของเขาออกจนหมด เซียวเหวินแม้จะตื่นตระหนกแต่กลับไม่กล้าขัดขืน เขาเป็นของนางอยู่แล้ว ต่อให้นางจะสั่งให้เขาไปตายเขาก็ยินยอม
เมื่อชายหนุ่มตกอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ก็ทำเอานางอดที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ออกมาไม่ได้
เขาช่างน่ากินจริงๆ!
“คุณหนู โอว!”
เซียวเหวินยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดก็ร้องครวญครางออกมาด้วยความเสียวสะท้าน เพราะยามนี้มู่ชิงกำลังยื่นมือเรียวบางมากอบกุมลำแท่งเอ็นร้อนที่แข็งชูชันของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ แล้วจึงค่อยๆ รูดชักมันขึ้นลงอย่างช้าๆ
“ซี้ด คุณหนู อื้อ!”
มู่ชิงมองดูหัวหยักสีชมพูของเขาด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปและแลบลิ้นม้วนเลียที่ปลายหัวสีชมพูของเขาอย่างหยอกเย้า เซียวเหวินร้องครางออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้นเพราะรู้สึกเสียวซ่านเสียจนแทบจะขาดใจ
“โอว ซี้ด!”
หญิงสาวครอบริมฝีปากดูดกลืนลำแท่งเอ็นร้อนจนมิดลำ แล้วจึงขยับศีรษะขึ้นลงอย่างถี่เร้า มือเรียวบางก็ยื่นมาบดบี้ขยี้เม็ดสีชมพูที่แข็งเป็นไตบริเวณแผงอกของเขาอย่างย่ามใจ
“อ๊าส์! เสียวเหลือเกิน!”
ร่างกายของเซียวเหวินบิดเร่าพลางร้องครวญครางจนไม่เป็นภาษา มู่ชิงที่เห็นเช่นนั้นก็รีบขยับศีรษะเร่งจังหวะให้รุนแรงหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น
“โอว ไม่ไหวแล้ว ซี้ด มันจะออกแล้ว อ๊าส์”
มู่ชิงดูดเม้มที่ปลายหัวหยักของเขาเอาไว้แรงๆ จนน้ำสีขาวขุ่นพุ่งล้นทะลักเข้าไปในลำคอของนาง มันหวานหอมเสียจนนางอยากจะกินมันลงไปซ้ำๆ เซียวเหวินหายใจติดขัดด้วยความเหนื่อยหอบ มันเสียวเหลือเกิน เสียวเสียจนเขาแทบจะทนไม่ไหว
มู่ชิงไม่รอช้า นางรีบโน้มใบหน้าลงไปทาบทับริมฝีปากบางสวยของตนเองลงไปบนริมฝีปากหนาใหญ่ของเขา แล้วจึงสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของเขาอย่างดูดดื่มเพื่อลองลิ้มชิมรสความหวานจากลิ้นชื้นแฉะของเขาอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะจับมือหนาใหญ่ของเขาวางทาบทับลงบนดอกบัวงามสองดอกที่เต่งตูมชูช่อ ครั้งแรกเซียวเหวินยังรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ แต่พอได้รับรู้ถึงสัมผัสเนียนนุ่ม เขาจึงค่อยๆ ขยำมือลงไปนวดบีบเคล้นคลึง จนในที่สุดก็เกิดความหลงใหลในเนินอกอวบอิ่มของมู่ชิงจนไม่อาจละมือออกจากเต้างามทั้งสองได้เลย
เมื่อความปรารถนาเริ่มลุกโชติช่วง ความขวยเขินและความประหม่าที่เคยมีก่อนหน้าก็พลันจางหายไปจนหมดสิ้น กลับแทนที่ด้วยความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด ชายหนุ่มกอดรั้งตัวนางเอาไว้ ก่อนจะประคองหญิงสาวไปนอนหงายที่บนเตียงและขึ้นมาคร่อมบนกายของนาง แล้วจึงครอบริมฝีปากกลืนกินยอดอกสีหวานของนางอย่างเอาแต่ใจ
จ๊วบ จ๊วบ
“อื้อ อาเหวิน อ๊าส์”
เซียวเหวินดูดดึงขบเม้มและขยำขยี้บีบเคล้นยอดอกอวบอิ่มของนางจนมันล้นทะลักเต็มสองมือหนาใหญ่ของเขา ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาจูบไซ้ที่ซอกคอของนาง ลำแท่งแก่นกายของชายหนุ่มเริ่มขยายใหญ่ออกมาอีกครั้ง มู่ชิงจ้องมองลำแท่งของผู้เป็นสามีด้วยสายตาเร่าร้อน
“มาสนุกกันเถิด สามีของข้า”
พูดจบนางก็เป็นฝ่ายผลักเขาให้นอนลงไปบนเตียงก่อนจะขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวเขาเอาไว้ จากนั้นก็ใช้มือเรียวบางจับแท่งลำมังกรขนาดใหญ่ของเขาบดเบียดดุนดันเข้ามาในรูสวาทของนาง แล้วจึงขยับสะโพกส่ายร่อนขึ้นลงอยู่บนร่างของเซียวเหวินอย่างรวดเร็วและรุนแรง แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงจากภรรยาสุดที่รักทำให้เซียวเหวินรู้สึกเสียวสะท้านเป็นอย่างยิ่ง
“อ๊าส์ คุณหนู บ่าวเสียวเหลือเกิน”
“ข้าก็เสียว อ๊าส์”
ตับ ตับ ตับ
มู่ชิงขยับบั้นท้ายงอนงามเข้าออกที่ลำแท่งใหญ่ยาวของเขาอย่างเมามัน เซียวเหวินเริ่มตอบสนองต่อไฟราคะที่โหมกระหน่ำมากขึ้นเรื่อยๆ เขาลุกขึ้นมานั่งแล้วผลักมู่ชิงให้นอนลงไปบนเตียงก่อนจะจับเรียวขาของนางให้อ้าออกจนกว้าง ก่อนจะบดเบียดแท่งเอ็นร้อนเข้าไปจนมิดลำ เขายื่นมือไปจับเอวบางของนางเอาไว้แน่นแล้วจึงกระแทกส่งแท่งแก่นกายเข้าออกอย่างหนักหน่วง มันเสียวสุดๆ เสียวเสียจนเขาแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
“ซี้ด เสียว บ่าวจวนจะถึงยอดเขาแล้ว โอวว ซี้ด”
ชายหนุ่มร้องซี้ดออกมาสุดเสียง มู่ชิงจับแขนเขาเอาไว้แน่นพลางร้องครางออกมาด้วยความสุขสมเช่นเดียวกัน ไม่นานน้ำสวาทสีขาวขุ่นก็พุ่งเข้าไปในกายของนางจนเอ่อล้นออกมาที่รูสวาทจนฉ่ำแฉะ สองสามีภรรยาต่างหายใจเหนื่อยหอบด้วยความเสียวสะท้าน
เพลิงราคะที่เพิ่งสงบลงไปคล้ายจะถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว เมื่อแรงอารมณ์ยังคงตกค้างอยู่ภายในกาย สองสายตาผสานกันท่ามกลางเสียงสั่นพร่าของลมหายใจที่หอบถี่ไม่เป็นจังหวะ
เซียวเหวินพลิกกายก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของนางอีกหน มือหนาใหญ่เลื่อนลงไปบีบเฟ้นสะโพกมนอย่างหนักหน่วงจนขึ้นรอยนิ้วมือ มู่ชิงครางอื้ออึงในลำคอ ยามที่แก่นกายใหญ่โตฝังลึกเข้ามาภายในรอยแยกเนื้อนุ่มก็เริ่มขยายตัวคับแน่นขึ้นมาอีกครั้ง ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านทำให้นางต้องยกเรียวขาขึ้นเกี่ยวกระหวัดรัดเอวสอบของเขาไว้แน่น
“คุณหนู บ่าวยังต้องการอีกขอรับ”
เสียงทุ้มพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหูช่างทำให้คนสั่นสะท้านเกินจะบรรยาย มู่ชิงยื่นมือไปลูบไล้แผงอกของชายหนุ่มพลางเอ่ยเชิญชวนเสียงกระเซ่า
“เช่นนั้นก็ทำอีกรอบสิสามีข้า”
คำเชิญชวนของภรรยาเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ เซียวเหวินไม่รอช้า เขาเริ่มส่งแท่งร้อนกระแทกร่องสวาทที่ฉ่ำแฉะอย่างรุนแรงและหนักหน่วงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังผสานไปกับเสียงครางระงม
ตับ ตับ ตับ
“อ๊าส์ อาเหวิน ลึกไปแล้ว ซี้ดด”
มู่ชิงร้องครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความสุขสม สองมือเรียวบางจิกลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มจนเกิดเป็นรอยแดง
เซียวเหวินเร่งจังหวะห่มสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่ง ความคับแน่นและตอดรัดจากภายในกายของหญิงสาวทำให้เขาแทบจะคลั่งตายเสียให้ได้ เขาโน้มตัวลงมาบดจูบปากบางอย่างดูดดื่มเพื่อเบี่ยงเบนความเสียวซ่าน ทว่าเบื้องล่างยังคงซอยเน้นย้ำเข้าใส่จุดกระสันของนางซ้ำๆ อย่างไม่ยอมผ่อนแรง
สะโพกสอบสอบขยับเข้าออกถี่เร่าจนร่างของมู่ชิงสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ รูสวาทเนียนนุ่มบีบรัดสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ยักษ์เอาไว้แน่นจนน้ำหวานไหลชโลมแก่นกายจนมันวาว สองกายชายหญิงพัวพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งถึงจุดสูงสุดของอารมณ์เซียวเหวินกระแทกเน้นย้ำเข้าไปสามสี่ครั้งรวดก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนระลอกใหม่เข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของกายนาง พร้อมกับร่างของทั้งคู่ที่ทิ้งตัวลงกอดก่ายกันด้วยความเหนื่อยอ่อนและอิ่มเอมใจ
สองปีต่อมา เว่ยฮ่องเต้ทรงสละราชบัลลังก์และมอบอำนาจทั้งหมดให้แก่เว่ยฉีเหวินบุตรชายของตน ส่วนพระองค์ก็เสด็จไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยพักอยู่ที่ตำหนักใหญ่ท้ายวังหลวงกับหวังไทเฮาและไทฮองไทเฮาอย่างสุขสำราญใจท่ามกลางแสงอรุณแรกของวันใหม่ที่สาดส่องลงมายังวังหลวง วันนี้คือวันแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อรัชทายาทผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตและบททดสอบแห่งอำนาจมาได้อย่างองอาจ กำลังจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดนั่นก็คือบัลลังก์มังกรเว่ยฉีเหวิน ในชุดฉลองพระองค์สีทองอร่าม ปักลวดลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทองที่ประณีตบรรจงสะท้อนแสงอาทิตย์จนเจิดจ้า ใบหน้าคมเข้มของเขาสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม เขายืนตระหง่านอยู่หน้าบัลลังก์มังกรในตำหนักใหญ่ เบื้องหลังคือเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ต่างก้มหัวยอมรับเขาอย่างไร้ข้อกังขา ส่วนมู่ชิงก็อยู่ในชุดอาภรณ์หงส์สีแดงชาด ปักดิ้นทองรูปหงส์เคียงคู่มังกร นางดูสง่างามราวกับเทพธิดาที่จุติลงมาเพื่อเคียงคู่กับมังกรหนุ่มผู้นี้ ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่สื่อถึงความสุขและความภาคภูมิใจ นางเคียงข้างเขามาตั้งแต่วันที่เขาไม่มีสิ่งใด จนถ
สามวันต่อมา ก็เป็นวันที่มู่ชิงและเว่ยฉีเหวินจะต้องเดินทางไปไหว้พระบนเขาตามที่เว่ยฮ่องเต้มีหมายกำหนดการเอาไว้ การเดินทางครั้งนี้เว่ยลู่และมู่หว่านก็ร่วมเดินทางไปด้วยเช่นเดียวกันก่อนจะออกเดินทางเพียงหนึ่งวัน มู่หว่านได้วางแผนการหนึ่งเอาไว้ นางได้สั่งให้คนแอบเล่นไม่ซื่อกับรถม้าของมู่ชิงและเว่ยฉีเหวิน คาดว่าหลังออกจากเมืองหลวงราวครึ่งชั่วยามยาที่ม้ากินเข้าไปก็จะเริ่มออกฤทธิ์ จากนั้นม้าก็จะคุ้มคลั่งวิ่งพุ่งไปข้างหน้าไม่หยุด ได้ยินว่าก่อนจะถึงวัดบนเขาต้องผ่านหน้าผาแห่งหนึ่งเสียก่อน หากม้าตัวนั้นคุ้มคลั่งจนวิ่งตกหน้าผาไปเช่นนี้แล้ว สองคนนั้นจะต้องไม่รอดอย่างแน่นอนนางต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะส่งคนของตนแทรกซึมเข้าไปในตำหนักบูรพาได้ หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก รู้สึกมีความสุขและรอดูหายนะของมู่ชิงและเว่ยฉีเหวินอย่างใจจดใจจ่อในขณะที่รถม้ากำลังจะออกเดินทาง มู่ชิงกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“การเดินทางไกลหากใช้รถม้าหลายคันอาจจะทำให้การเดินทางล่าช้าและไม่สะดวกสบาย ซ้ำยังจะทำให้การสัญจรติดขัดได้ เอาอย่างนี้เถิดชายาชินอ๋อง มิสู้ท่านมานั่งรถม้าคันเดียวกับข้าดีไหมเล่า?”มู่ชิงพูดพร้อมกับยิ้มเต็มใบหน้า มู่หว
หลังจากที่อภิเษกสมรสกันเรียบร้อยแล้ว มู่ชิงและเว่ยฉีเหวินก็ย้ายมาอาศัยอยู่ในตำหนักบูรพา ทุกๆ วันนางใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย มู่ชิงไม่ได้วางตัวสูงส่งหรือกดข่มผู้ใดเลยแม้แต่น้อย แม้กระทั่งกับบ่าวไพร่นางก็ใจดีมีเมตตาอยู่เสมอ ส่วนเว่ยฉีเหวินนั้นหลังจากที่ได้รับตำแหน่งรัชทายาทแล้ว เขาก็ต้องช่วยบิดาจัดการงานราชการในยามเช้าเช่นเดียวกันแม้จะเกิดและเติบโตที่ด้านนอกวังหลวง แต่ถึงอย่างไรเขาก็มีสายเลือดของราชวงศ์ แน่นอนว่าสิ่งใดที่ต้องเรียนรู้เขาก็ล้วนเรียนรู้ได้โดยว่องไว ประจวบเหมาะกับการสั่งสอนอย่างมุ่งมั่นตั้งใจของราชครูมู่ ไม่นานชายหนุ่มผู้อ่อนโยนก็กลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้องอาจมีอำนาจอยู่ในมือเช้านี้เว่ยลู่ก็มาร่วมประชุมยามเช้าด้วย เขาปลงตกกับเรื่องของเว่ยฉีเหวินไปนานแล้ว แม้จะไม่ค่อยพบปะสนทนากับหลานชายเท่าใดนัก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์ดังเช่นแต่ก่อน หลังจากร่วมประชุมยามเช้าเสร็จ เขาก็ขอตัวกลับจวนของตนไปทันทีเมื่อมาถึงจวนชินอ๋องก็มีบ่าวเข้ามารายงานว่าตอนนี้มู่หว่านกำลังลงโทษสาวใช้นางหนึ่งอยู่ที่เรือนใหญ่ เหตุเพราะเมื่อคืนนางเข้ามาส่งชาให้กับเขาในห้องตำรา เว่ยลู่พอได้ฟังก็มีสี
เว่ยฉีเหวินกัดฟันกรอด เร่งความเร็วช่วงล่างจนสะโพกสอบแทบเคล็ด เขากระแทกเน้นย้ำไปยังจุดเร้นลับที่สุดของนางติดต่อกันหลายครั้งอย่างรุนแรง ก่อนที่มู่ชิงจะกรีดร้องลั่น กายบางกระตุกเกร็งระรัว ร่องสวาทบีบขมิบตอดรัดแก่นกายยักษ์เอาไว้แน่นพร้อมกับฉีดปล่อยน้ำหวานสีใสออกมาจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่า เขาอัดสะโพกกระแทกเข้าไปให้ลึกที่สุดและค้างเอาไว้ ก่อนจะปลดปล่อยน้ำเชื้ออุ่นร้อนสีขาวขุ่นระลอกใหญ่ พุ่งฉีดอัดเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของกายภรรยาหยดแล้วหยดเล่าสองร่างเหนื่อยหอบหายใจรดกันท่ามกลางม่านมุ้งที่โรยตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ลมหายใจอุ่นและหยาดเหงื่อผสานรวมเป็นหนึ่ง สองร่างทิ้งตัวลงกอดก่ายกันบนเตียงนุ่มด้วยความเหนื่อยอ่อนทว่าอิ่มเอมในรสสวาทที่แสนตราตรึงราตรีอันยาวนานยังคงดำเนินต่อไป เพลิงปรารถนาที่เพิ่งมอดดับไปได้เพียงชั่วก้านธูปไหม้กลับถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายคาวหวานของน้ำรักที่คละคลุ้งอยู่บนผ้าปูที่นอนและหยาดเหงื่อที่โซมกายมิได้ทำให้คนทั้งสองรู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตรงกันข้ามมันกลับเป็นดั่งสุราฤทธิ์แรงที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบให้ตื่นตัวขึ้นมามากกว่าเก่ามู่ชิงนอน
วาจาหวานหูที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนทำเอาหัวใจของมู่ชิงเต้นกระหน่ำรัว ไม่รอให้นางได้เอ่ยปากโต้แย้ง ริมฝีปากหยักลึกของเว่ยฉีเหวินก็ทาบทับลงมาบดจูบอย่างแผ่วเบาในครั้งแรก ทว่าชั่วอึดใจเมื่อลิ้นเรียวเล็กของหญิงสาวเริ่มตอบสนองอย่างขัดเขิน ชายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนจังหวะเป็นดุดัน รุกราน ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกลึกเข้าไปเกี่ยวพันระคนหยอกเย้า แลกเปลี่ยนน้ำหวานอันหอมหวานอย่างตะกรุมตะกราม สองมือเรียวบางของมู่ชิงเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่ง ก่อนจะดึงรั้งให้ร่างหนาแนบชิดลงมาอีกจนหน้าอกอวบอิ่มบดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างเว่ยฉีเหวินส่งเสียงครางต่ำในลำคออย่างพอใจ มือหนาข้างหนึ่งเริ่มอยู่ไม่สุข ลูบไล้เอวบางคอดกิ่วขึ้นมาจนถึงทรวงอกคัดตึง ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บดคลึงยอดปทุมถันสีหวานผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนมันชูชันแข็งเป็นไตสู้มือ มู่ชิงสะดุ้งเฮือก แอ่นอกรับสัมผัสสยิวกายด้วยความรัญจวนใจ“อื้อ อาเหวิน”เมื่อเห็นว่าภรรยาคนงามเริ่มคล้อยตามเพลิงสวาท เว่ยฉีเหวินจึงกระชากสายรัดเอวผ้าไหมของนางออกรวดเดียว เสื้อตัวในแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเต้างามขนาดใหญ่ขาวเนียนผุดผ่องไร้ราคีคาว ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอข
หลังจากที่จัดการเรื่องราวต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เว่ยฉีเหวินก็ทูลต่อบิดาของตนว่าเขาจะแต่งงานกับมู่ชิง อีกทั้งยังบอกว่าก่อนหน้านี้เขาและนางได้เป็นสามีภรรยากันเรียบร้อยแล้ว เว่ยฮ่องเต้และหวังฮองเฮานั้นก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะอย่างไรเสียชาติกำเนิดของมู่ชิงก็ดียิ่ง บิดาของนางก็ดำรงตำแหน่งท่านราชครู น้องสาวต่างมารดาก็ได้เป็นถึงพระชายาชินอ๋อง เมื่อความคิดเห็นตรงกันแล้ว จึงรับสั่งให้มีกำหนดการจัดงานแต่งงานในทันทียามนี้ทั่วทั้งจวนตระกูลมู่ถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีแดงชาดและโคมไฟมงคล เสียงดนตรีบรรเลงเพลงมงคลแว่วลอยมาตามสายลมตั้งแต่ยามเช้าตรู่ ในเรือนนอนของมู่ชิงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานดอกกล้วยไม้ หญิงสาวนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ ใบหน้าของนางงดงามหมดจดราวกับสลักจากหยกเนื้อดี ดวงตากลมโตทอประกายความสุขระคนตื่นเต้น ริมฝีปากบางแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงสดดุจผลอิงเถาหญิงอาวุโสและแม่สื่อผู้มีดวงชะตาเป็นมงคลกำลังช่วยกันปรนนิบัติแต่งกายให้นาง ชุดแต่งงานของมู่ชิงทำจากผ้าไหมซูโจวสีแดงมงคล ปักลายหงส์เหินคู่มังกรด้วยเส้นไหมทองคำแท้อย่างประณีต ทุกฝีเข็มสะท้อนถึงความตั้งใจและพระเมตตาของหวังฮองเฮาท
เช้าวันต่อมาเซียวเหวินก็ออกจากจวนไปส่งผักตามปกติ วันนี้เขาไม่ได้พามู่ชิงมาด้วยเพราะเห็นว่านางเหนื่อยล้าอ่อนแรงจากกิจกรรมอันแสนเร่าร้อนเมื่อคืนนี้ เขาจึงบอกให้นางนอนพักผ่อนให้มากๆ มู่ชิงเองก็พยักหน้าอย่างว่าง่ายก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับต่อเพราะนางรู้สึกเหนื่อยล้ามากจริงๆหลังจากจัดแจงทำทุกอย่างเสร็จเรีย
ภายในห้องนอนยามนี้ร้อนระอุไปด้วยเพลิงราคะ ดูเหมือนว่ากิจกรรมที่แสนเร่าร้อนเมื่อครู่กำลังจะเริ่มอีกแล้ว สองร่างเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของมู่ชิงและเซียวเหวินผสานเป็นเสียงเดียวกันจนแยกไม่ออก ความต้องการที่ถูกจุดติดซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ชายหนุ่มผู้อ่
เมื่อเห็นว่าเถียงสู้มู่ชิงไม่ได้ เว่ยลู่จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เซียวเหวิน ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามที่ได้มองเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นี้มันกลับทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“สามีเจ้านี่ช่างหน้าตาทุเรศสิ้นดี แต่ก็เหมาะสมกับเจ้ามากเลยนะ”วาจาดูแคลนเช่นนั้นทำเอาเซียวเหวินไม่พอใจขึ้นมา ใครจะดูถ
เช้าวันต่อมาหลังจากกินอาหารเช้าอิ่มแล้ว มู่ชิงก็คิดจะออกไปเดินเล่นกับสามีเหมือนเช่นเมื่อวานนี้ เพราะอยู่แต่ในจวนนางก็เบื่อไม่มีอันใดทำ อีกทั้งเซียวเหวินยังบอกว่าวันนี้เขาจะนำผักที่ปลูกได้ไปขาย จากนั้นก็จะนำเงินที่ขายผักได้มามอบให้กับนายท่านซึ่งก็คือบิดาของนางนั่นเอง มู่ชิงยิ้มหวานก่อนจะช่วยเขาจัดแจ







