LOGINน้ำเสียงและคำพูดปกป้องเฌอเบลล์อย่างออกหน้าออกตานั้น ราวกับเป็นเข็มสะกิดเข้ากลางหัวใจของเจสสิก้า บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันตา หญิงสาวตวัดสายตากลับมามองเพลิงดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจและผิดหวังอย่างรุนแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวจุกขึ้นมาที่ลำคอ ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดของเขาแต่เป็นเพราะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอ กลับกล้าออกตัวปกป้องผู้หญิงอื่นต่อหน้าเธอ โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและสิทธิ์การจัดสินใจของเธอเลยแม้แต่น้อย
“นายเพลิงกำลังจะบอกว่าฉันตัดสินใจแย่ หรือกำลังสงสารเฌอเบลล์จนลืมไปว่าใครคือเจ้าของบริษัทนี้”
เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ทุกลายละเอียดในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ เธอจ้องหน้าเพลิงนิ่ง สายตาเบิกกว้างด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพลิงมองท่าทางเด็ดขาดของเจสสิก้าด้วยสายตาไม่พอใจ ความสงสารเฌอเบลล์บดบังเหตุผลจนทำให้เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าผู้หญิงอัตรายคนนี้กำลังใช้สิทธิ์ผู้บริหารกลั่นแกล้งคนอื่น
“พี่จะใจแคบเกินไปหรือเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าเบลล์เรียนจบอะไรมา แต่พี่ก็ยังเลือกตำแหน่งนี้ให้เธอ มันเหมือนว่าพี่ตั้งใจแกล้งเบลล์ชัด ๆ” เพลิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียด แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เจสสิก้ามองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ดวงตาคู่สวยฉายแววผิดหวังออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยเธอถอนหายใจออกมาแผ่วเบา แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ
“ทำไมนายถึงมองว่าฉันเป็นคนร้ายกาจขนาดนั้นล่ะ?” เจสสิก้าเว้นจังหวะแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืนก้าวเข้าไปหาเพลิงหนึ่งก้าว สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาโดยไม่หลบ
“ถ้าการที่บริษัทของฉันมีตำแหน่งงานว่างอยู่แค่นี้ แล้วผู้หญิงของนายรับมันไม่ได้...จนต้องโวยวายออกมา แล้วนายมาเรียกร้องหาความยุติธรรมแล้วยังเรียกว่ามันคือการกลั่นแกล้ง ฉันว่านายกำลังคิดผิดนะ” น้ำเสียงของเจสสิก้ายังคงเรียบเฉย แต่คำพูดกลับเฉียบคมและทรงพลังจนคนฟังสะอึก
“ความผิดจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องตำแหน่งงานหรอกนะ แต่มันคือการที่เฌอเบลล์ไม่มีความเป็นผู้ใหญ่มากพอ แค่งานตำแหน่งง่าย ๆ เธอยังคาบคุมอารมณ์และรับแรงกดดันไม่ได้ แล้วเฌอเบลล์จะไปทำงานในตำแหน่งที่สูงกว่านี้หรือรับผิดชอบงานใหญ่กว่านี้ได้ยังไง?” เจสสิก้าปรายตามองเพลิงอีกครั้ง ด้วยแววตาเด็ดขาดราวกับนางพญา
“กลับไปคิดมาใหม่ซะนะ....เด็กน้อย”
คำพูดประโยคสุดท้ายของเจสสิก้าราวกับตบหน้าเพลิง ความจริงใจและเหตุผลที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ทำให้เพลิงถึงกับพูดไม่ออก คำคัดค้านทั้งหลายถูกกลืนหายไปในลำคอ ชายหนุ่มได้แต่บดกรามแน่นและยอมเงียบลงในที่สุด
ช่วงเย็นหลังเลิกงาน บรรยากาศภายในรถหรูคันของเพลิงเต็มไปด้วยความเงียบสงบ เพลิงเป็นคนขับรถพาเจสสิก้ากลับบ้าน แสงอาทิตย์เริ่มจับขอบฟ้าเป็นแสงสีส้มรำไร ทว่าบนเส้นทางเดียวกันนั้น ปกป้องที่กำลังขับรถอยู่อีกฝั่งของถนน ตาดีเหลือบไปเห็นรถหรูคันใหม่ของเพลิงที่ขับสวนทางไปพอดี รอยยิ้มยโสปรากฏบนใบหน้าของปกป้องทันที เขาไม่รอช้า รีบหักพวงมาลัยหมุนรถเลี้ยงตามไปอย่างรวดเร็ว
“ไอ้เพลิง....มึงเจอกู”
ปกป้องเหยียบคันเร่งพุ่งแซงขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหักปาดหน้าแล้วเบรกกะทันหันจนเกิดเสียงดังเอี๊ยด!
“เห้ย! ใครวะ? แม่ง!” เพลิงเหยียบเบรกจนหัวคลอน เจสสิก้าตกใจจนต้องเอามือยึดคอนโซลไว้เมื่อเพลิงเพ่งมองรถคันหน้า และเห็นชัดเจนว่าเป็นปกป้อง อารมณ์ขุ่นเคืองที่สะสมมาทั้งวันก็พุ่งสูงถึงขีดสุด
“นายเพลิง! อย่านะ! ปล่อยเขาไปเถอะ” เจสสิก้ารีบเอ่ยห้าม เมื่อเห็นว่าเพลิงทำท่าจะเหยียบคันเร่งสวน
แต่เพลิงไม่ฟังเสียงห้ามของเธอเลยสักนิด ชายหนุ่มเลือดร้อนเหินกว่าจะยอมถูกหยามหน้า เขาเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปเพื่อขับแซงเอาคืนบ้าง การไล่บดไล่บี้กันบนท้องถนนทำให้รถทั้งสองคันเสียหลัก....และในที่สุด เสียงกระแทกอย่างแรงก็ดังขึ้น ท้ายรถของปกป้องถูกหน้ารถคันหรูของเพลิงชนเข้าอย่างจังจนรถจอดนิ่งสนิทกลางถนน ทั้งสองฝ่ายเปิดประตูลงมาจากรถทันที เพลิงเดินตรงเข้าหาปกป้องด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
“มึงตั้งใจปาดหน้ากูใช่ไหมวะไอ้ป้อง!”
“แล้วมึงจะทำไม! ขับชนท้ายกูแท้ ๆ ยังมีหน้ามาโวยวายอีกเหรอวะ” ปกป้องยิ้มกวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัว
เจสสิก้าก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็วเพื่อตรวเข้ามาปทรกกลางระหว่างสองคน
“หยุดทั้งคู่นั่นแหละ! พอได้แล้ว!”
ปกป้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นเจสสิก้าเดินออกมา สายตาของเขาไล่มองเรือนร่างหรูหราของเธอ สลับกับรถคันใหม่เอี่ยมของเพลิงก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างน่าหมั่นไส้
“อ๋อ....ตอนแรกกูก็นึกว่าของพ่อมึงซะอีก ที่แท้ก็ขี่รถคันใหม่ชูคอบนท้องถนนได้ ก็เพราะผู้หญิงคอยเลี้ยงนี่เองเหรอวะเพลิง? สบายจริงนะมึง”
“มึงว่าใครวะ?” เพลิงตะคอกเสียงดังด้วยความโมโหจัด เลือดขึ้นหน้าจนขาดสติ พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากคอเสื้อปกป้องให้ได้
“หยุดนะนายเพลิง! ฉันบอกให้หยุดไง! และนาย....ถ้านึกว่าคำพูดไร้สาระของนายจะทำให้คนอื่นดูต่ำลงได้เหมือนที่นายเป็น นายคิดผิดแล้วล่ะ! อย่าคิดว่าฉันจะไม่เอาเรื่องที่นายขับรถประมาทสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นบนถนนแบบนี้นะ” เจสสิก้าเอาตัวบังและดันอกเพลิงไว้สุดแรง สายตาเรียบเย็นตวัดไปมองปกป้องอย่างเด็ดขาด บรรยากาศตรงนั้นตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อทั้งเพลิงกับเจสสิก้าต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ปกป้องเลยแม้แต่น้อย
น้ำเสียงและคำพูดปกป้องเฌอเบลล์อย่างออกหน้าออกตานั้น ราวกับเป็นเข็มสะกิดเข้ากลางหัวใจของเจสสิก้า บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยียบลงทันตา หญิงสาวตวัดสายตากลับมามองเพลิงดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจและผิดหวังอย่างรุนแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวจุกขึ้นมาที่ลำคอ ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดของเขาแต่เป็นเพราะผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอ กลับกล้าออกตัวปกป้องผู้หญิงอื่นต่อหน้าเธอ โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและสิทธิ์การจัดสินใจของเธอเลยแม้แต่น้อย“นายเพลิงกำลังจะบอกว่าฉันตัดสินใจแย่ หรือกำลังสงสารเฌอเบลล์จนลืมไปว่าใครคือเจ้าของบริษัทนี้”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ทุกลายละเอียดในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ เธอจ้องหน้าเพลิงนิ่ง สายตาเบิกกว้างด้วยความขุ่นเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพลิงมองท่าทางเด็ดขาดของเจสสิก้าด้วยสายตาไม่พอใจ ความสงสารเฌอเบลล์บดบังเหตุผลจนทำให้เขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าผู้หญิงอัตรายคนนี้กำลังใช้สิทธิ์ผู้บริหารกลั่นแกล้งคนอื่น“พี่จะใจแคบเกินไปหรือเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าเบลล์เรียนจบอะไรมา แต่พี่ก็ยังเลือกตำแหน่งนี้ให้เธอ มันเหมือนว่าพี่ตั้งใจแกล้งเบ
คุณมณฑายิ้มแย้มพลางทอดสายตามองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจ มือเรียวเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มของเจสสิก้าไว้เบา ๆ“แม่ขอบใจลูกมากเลยนะเจส ที่รับน้องทั้งสองคนเข้ามาทำงาน ถือว่าช่วย ๆ กันนะลูก ครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันเป็นเรื่องธรรมดา ลูกทำถูกต้องแล้ว” น้ำเสียงของคุณมณฑาเต็มไปด้วยความโล่งอก โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามหรือเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าตำแหน่งงานที่ฌานกับเฌอเบลล์ได้ทำคืออะไร“ผมทำได้ทุกตำแหน่งเลยนะครับพี่เจส ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสพวกเรา” ฌานยกมือไหว้ขอบคุณญาติผู้พี่อีกครั้งอย่างนอบน้อมถ่อมตัว ซึ่งแตกต่างจากพี่สาวของเขาอย่างสิ้นเชิงเจสสิก้าทำเพียงยิ้มรับบาง ๆ ตามมารยาทไม่ได้เอ่ยขยายความใดต่อ ก่อนที่คุณมณฑาจะขอตัวแยกออกไปเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พูดคุยกัน บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบสงบลงเมื่อเหลือเพียงพวกเขาสี่คน เฌอเบลล์หมุนตัวเตรียมจะเดินแยกออกไป แต่อดไม่ได้ที่จะลาสายตาหันกลับไปมองเพลิง ชายหนุ่มผู้เป็นที่รักในใจเธอ สายตาของเฌอเบลล์สั่นระริกด้วยความเจ็บปวดลึก ๆ เมื่อเห็นเขายังยืนเคียงข้างเจสสิก้าอย่างมั่นคง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและเสียใจถาโถมเข้าใส่จนอกข้างซ้ายร้อนผ่าวทำไมถึงเป็นม
พูดจบเพลิงก็ไม่รอฟังคำตอบ เขารีบหมุนตัวก้าวฉับ ๆ กลับเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว เสียงปิดประตูดังตามมาด้วยเสียงลงกลอนแน่นหนา เจสสิก้ามองตามประตูห้องนอนที่ปิดสนิท ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี เธอหมุนตัวกลับไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบอีกครั้ง พร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ การได้แกล้งเด็กมันผ่อนคลายสมความตั้งใจจริง ๆเสียงประตูห้องนอนเล็กเปิดออกพร้อมกับแสงอรุณรุ่งของวันใหม่ เพลิงในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับหน้าที่ใหม่ใรฐานะ คนขับรถประจำตัว ตามที่ตกลงกันไว้ เจสสิก้าเดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ในชุดสูทเดรสสีขาวครีมเข้ารูป ท่วงท่าสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูง“พร้อมหรือยังเพลิง? วันนี้มีเรื่องสำคัญต้องจัดการ” เจสสิก้าเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก ยื่นกุญแจรถสปอร์ตคันหรูให้ชายหนุ่มหน้าที่รับส่งหญิงสาวไปทำงานตอนเช้าและรอรับกลับในช่วงเย็น ควรจะเป็นงานเรียบง่าย ทว่าเมื่อรถเลี้ยวเข้าจอด ณ ลานจอดรถวีไอพีของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำ เพลิงกลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศไม่ธรรมดา เจสสิก้าไม่ได้ให้เขารออยาในรถเหมือนคนขับรถทั่วไป แต่กลับสั่งให้เดินตามเธอขึ้นไปบนตึกชั้นบริหาร
“ก็เริ่มชินแล้วครับ ห้องนอนสบายมาก” เพลิงปิดประตูตู้เย็น ถือขวดน้ำไว้ในมือ แต่บังไม่กล้าเดินกลับเข้าห้องไปทันที รังสีความสวยและบรรยากาศอันผ่อนคลายแต่แฝงความขี้เล่นของเจสสิก้าดึงดูดให้เขาส่งตัวเองมาหยุดยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ครัว“ดีแล้วล่ะ เพราะฉันชอบให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกสบายใจ....” เธอเว้นจังหวะ เลื่อนแก้วไวน์ไปข้างหน้าเล็กน้อย แล้วจ้องมองตาเขาตรง ๆ“แต่คืนนี้ฉันแค่อยากผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าเธอไม่รีบไปนอน จะนั่งเป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้สักแก้วไหมล่ะ?”เจสสิก้าค่อย ๆ วางแก้วไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงแก้วกระทบพื้นผิวเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีจริตเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบขวดไวน์รินลงแก้วใหม่อีกใบที่วางอยู่ข้าง ๆ แล้วดันมันไปให้เพลิงช้า ๆ“ยืนเกร็งเป็นหินไปได้เพลิง...กลัวว่าฉันจะจับเธอกินหรือไง?”คำถามตรงไปตรงมาทำเอาเพลิงถึงกับกลืนน้ำลายคออึกใหญ่ เขาหลุบสายตาลงต่ำกะทันหัน เพราะการจ้องมองเจสสิก้าในระยะใกล้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปลอดภัยต่อหัวใจเลยแม้แต่น้อย ชุดซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดี้พลิ้วไหวไปตามการโยกย้ายร่างกายของเธอ ยิ่งแวงไฟสีส้
ยังไม่ทันที่เพลิงจะทันได้ตอบ เจสสิก้าก้าวเดินเข้ามาเคียงข้างเพลิง เธอส่งยิ้มบาง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสงบและเด็ดเดี่ยวให้คุณราเมศวร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจนและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ“เงินก้อนนี้เป็นของเจสเองค่ะ คุณลุง”คุณราเมศวร์เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ“เจสสิก้า....เธอเอาเงินสามสิบล้านมาให้ไอ้เพลิงใช้หนี้เนี่ยนะ ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย?”เจสสิก้าสบตาผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวสวยเอื้อมไปสอดประสานมือของเพลิงไว้แน่น ก่อนจะพูดที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท“เจสให้เงินสามสิบล้านบาทก้อนนี้ ในฐานะภรรยาช่วยเหลือสามีค่ะ”“ว่าไงนะ?” คุณราเมศวร์ภายนอกที่ดูสุขุมบัดนี้ถึงหลุดกิริยา ตาโตด้วยความตกใจอย่างถึงที่สุด ท่านหันขวับกลับมามองลูกชายตัวดีด้วยรังสีคุกคามที่หนักหน่วงกว่าเดิม“เพลิง! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฉันไปญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดือน แอบไปจดทะเบียนสมรสตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน! สารภาพความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้!” คุณรามเศวร์ตบโต๊ะดังสนั่น จนเอกสารกระจัดกระจาย ท่านเค้นเสียงต่ำถามลูกชายอย่างเอาเรื่องเจสสิก้าคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่มีท่าทีต
เจสสิก้าที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับว่าอ่านความคิดของเขาออกทั้งหมด เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วยื่นมือไปจับเนกไทของเพลิง ปรับให้มันเข้าที่อย่างนิ่งนวล“คุณราเมศวร์จะกลับจากญี่ปุ่นพรุ่งนี้งั้นเหรอ? ดีเลยสิ ครบกำหนดที่นายต้องเอาเงินสดสามสิบล้านไปคืนท่านพอดี”เจสสิก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี“พี่หมายความว่าไง?” เพลิงขมวดคิ้วมองหน้าเธออย่างระแวง เขาชักจะเริ่มกลัวผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว“หมายความพรุ่งนี้ ฉันจะเดินทางไปบ้านชัยสวัสดิ์พร้อมกับนายไง ฉันไม่ได้แค่จะไปเป็นเพื่อนนายเท่านั้นนะเพลิง....แต่ฉันจะไปประกาศให้คุณพ่อสามีและคนในบ้านชัยสวัสดิ์รับรู้ด้วยตัวเอง ว่านายเป็นสามีของเจสสิก้า” เจสสิก้าสบตาเพลิงอย่างท้าทาย รอยยิ้มของแม่เสือสาวฉายชัดถึงความมั่นใจในตัวเองเพลิงยืนอึ้งไปกับความใจเด็ดและความมั่นใจอันน่ากลัวของผู้หญิงคนนี้ เขาเริ่มรู้แล้วว่า การที่เจสสิก้าก้าวเข้ามาในชีวิตเขา ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหรือการช่วยเหลือ....แต่มันคือการประกาศศักดาและความเป็นเจ้าของที่ไม่มีใครหน้าไหนจะปฏิเสธเธอได้อีกต่อไปรถสปอร์ตคลาสสิกคันนั้นคือแก้วตาดวงใจของคุณราเมศวร์แม้ปากจะบอกว่ายกให้เพลิงไปแล้ว







