เข้าสู่ระบบบทที่ห้า
ความหลัง
ธีระกลับมาจากเข้าห้องน้ำแล้วเรียบร้อย หลังจากนั่งพูดคุยกันเสร็จ ป้าชื่นก็เอาขนมพร้อมกับของฝากจากสมุทรสาครให้แพรวา หญิงสาวไหว้รับ รู้สึกดีใจที่อีกคนเมตตา
“ป้าชื่นดูแลตัวเองด้วยนะคะ” เธอกล่าว แม้จะได้อยู่พูดคุยกันไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็รู้สึกสนิทกับอีกคนเหมือนเป็นญาติกันมานาน
ธีระมาตรวจอาการของหญิงชราบ่อย เป็นเพราะอีกคนเป็นลมเป็นแล้งประจำ เขาถึงต้องแวะมาตรวจ
มาครั้งนี้ก็ตั้งใจพาหญิงสาวมาให้อีกฝ่ายดูหน้าโดยเฉพาะ ไม่คิดว่าพี่เลี้ยงจะยังจำได้ แถมยังรู้มากเสียด้วยว่าอะไรเป็นอะไร
คนแก่รู้สึกเอ็นดูหญิงสาวจึงอดไม่ได้จะเอามือมาลูบหัว ขอให้พระอวยพร
พอหญิงสาวขึ้นรถมาได้ คนขับก็พาตรงกลับเข้ากรุงเทพ ระหว่างทางไม่มีอะไรให้ได้คุยกันมากนัก
อีกด้านหนึ่ง
พลอยลดายังคงไปเรียนที่คณะตามเดิม แม้เธอจะได้พบกับตฤณบ้างประปราย แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้สานสัมพันธ์ต่อ
เธอยังจำวันแรกที่เข้าเรียนกับเขาได้ ปกติแล้วชายหนุ่มจะมีท่าทีเป็นกันเอง ไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่นัก
แต่วันแรกที่เขาสอน เขากลับทำหน้าที่อาจารย์ได้อย่างดีเยี่ยม สอนดีกว่าอาจารย์หลายท่านเสียอีก สาว ๆ ในห้องต่างชื่นชอบและตั้งเขาไว้เป็นสเป็ก
น้ำฟ้า เพื่อนสนิทของเธอขอให้ไปขอเบอร์อีกฝ่ายให้ เพราะเห็นว่าสนิทกัน พลอยลดาไม่กล้าไปขอ สุดท้ายก็แอบไปเอามาให้ เสี่ยงถูกจับคาหนังคาเขาอีกต่างหาก
กลายเป็นว่าต้องมานั่งฟังทั้งสองคุยกะหนุงกะหนิงกันทั้งคาบ เธอที่กำลังฝึกเย็บแผลกับผิวหนังปลอมอยู่ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่นัก
สุดท้ายก็เลยแอบมาฝึกซ้อมเย็บแผลคนเดียวตอนกลางคืน บรรยากาศตอนกลางคืนน่ากลัวมาก มีเพียงความเงียบสงัดและฝนที่ตกลงมาเป็นเพื่อน
หญิงสาวฝึกเย็บแผลปลอมอย่างขะมักเขม้น เย็บอย่างไร เย็บถึงผิวชั้นไหน เธอจดจำได้หมด มาสะดุ้งก็ตอนที่ถูกคนทาบเข้าด้านหลัง ตฤณโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มไม่ให้เสียง
‘เป็นนักศึกษานี่ดีจังนะ เย็บถูกเย็บผิดก็ยังมีคนแก้ให้’ น้ำเสียงทุ้มทำเอาใจเต้นตึกตัก มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวแขนก่อนจะหยุดลงที่ข้อมือเล็ก
พราวลดาไม่เคยถูกชายใดแตะต้องมาก่อน ยิ่งอีกฝ่ายเป็นหนุ่มหน้าตาดี เป็นพี่ชายข้างบ้านตัวสูง กลิ่นน้ำหอมทรงสปอร์ตยิ่งทำให้ใจของสาวน้อยเต้นลิงโลด
‘..พะ..พราวเย็บผิดหรือคะ’ เธอถาม รู้สึกทำตัวไม่ถูก
‘คิดว่าอย่างไรล่ะ’ ‘พราวเย็บถูกแล้ว แต่ถ้าพี่ตฤณว่าเย็บผิดก็ขอโทษค่ะ’หญิงสาวก้มหน้างุด เธอสวมใส่แว่นตา ดูเป็นนักศึกษาเรียบร้อยน่ารัก ตอนนั้นเธอใสซื่อไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำเรียกว่ารุ่มร่ามจนเกินหน้าที่
ข้างนอกเสียงฝนสาดลงมาหนักขึ้นไปอีก มือหนาตรวจดูผิวหนังปลอมที่ถูกเย็บ พ่นเสียงออกจมูก
‘พราวไม่ค่อยตั้งใจฟังตอนที่พี่สอนเลย..’
‘เย็บผิดหรือคะ’
‘ใช่ ดูท่าจะต้องเย็บใหม่’ เขาบอก พูดชิดติดริมหูพราวลดารู้สึกจั๊กจี้แปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้บอกให้เขาถอยห่าง เธอรู้สึกดีกับเขา รู้สึกดีเอามาก ๆ เสียด้วย
‘เย็บใหม่..กับเข็มพี่ได้ไหม’ เขาบอก ชายหนุ่มยกยิ้ม บรรจงเอาแก่นกายถูด้านหลังของหญิงสาว พราวลดาใจเต้นโครมครามหนักกว่าเดิม เธอเกือบตกลงสานสัมพันธ์อาจารย์หมอเข้าแล้ว ถ้าไม่ติดว่าจิตสำนึกดีงามข้างในมันตื่นขึ้น
รู้อีกทีก็รีบวิ่งหนีอีกฝ่ายออกไปนอกห้อง
นั่นเป็นครั้งที่หญิงสาวรู้แน่ชัดว่าเธอชอบตฤณเข้าให้
ครั้งที่สองในห้องพักอาจารย์
หญิงสาวตากฝนนำฟิวเจอร์บอร์ดมาส่ง ตฤณกำลังตรวจงานอยู่ เขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหญิงสาวนั่งเช็ดผมอยู่ข้างนอก
เสื้อนักศึกษาแนบลู่ไปกับผิวเผยให้เห็นบราลูกไม้สีครีม นักศึกษาชายที่เดินไปเดินมาต่างก็มองเป็นตาเดียว
ตฤณจึงต้องเรียกอีกคนเข้าไปส่งงานในห้อง หญิงสาวดูระมัดระวังตัวมากขึ้นตอนอยู่กับเขา อาจเพราะอยู่ในสถานะนักศึกษากับอาจารย์ เธอจึงต้องเลี่ยงเป็นพิเศษ ตฤณเองก็รู้ตัว เขาให้เสื้อคลุมกับเธอมา
แต่ไม่ได้มีโอกาสเอาคืน
ตอนที่เอาไปคืน... คิดถึงตรงนี้จิตใจหญิงสาวยิ่งเต้นแรงตอนที่เธอไปหาเขาที่บ้าน อีกฝ่ายกำลังเมาได้ที่ นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอกับเขาเริ่มต้นสัมพันธ์ทางกาย
พราวลดาตั้งใจจะวางเสื้อคลุมไว้บนโต๊ะ แต่อีกคนกลับรวบตัวเธอเข้ามาก่อนจะปล้ำจูบ
เธอหนีออกมาได้ แต่สุดท้ายกลับเป็นหญิงสาวที่รวบรวมความกล้าเข้าไปขอร้องให้เขานอนด้วย
‘พี่ตฤณนอนกับพราวได้ไหมคะ’
‘พราวรู้ไหมว่าตอนนี้กำลังร้องขอให้พี่นอนด้วย’
‘ทราบค่ะ’
‘พี่ให้โอกาสอีกครั้ง เรายังเป็นนักศึกษาอยู่ พี่ไม่อยากทำอะไรเรา’ เขาพูด สาเหตุที่เขาละเว้นเธอมานานเป็นเพราะเธอเป็นน้องสาวข้างบ้านที่โตด้วยกันมา เขารู้ว่าเธอสวย ถูกใจเขามาก แต่ด้วยความที่อีกคนยังเด็ก เขาเลยอยากรอให้เธอพร้อมก่อน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาด้วยตัวเอง
‘พราวอยากนอนกับพี่ตฤณ นอนกับพราวได้ไหมคะ’
หญิงสาวร้องขอ เมื่อได้ยินเสียงหวานนั้น ชายหนุ่มไม่อยากทนอีกต่อไป นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาและเธอนอนด้วยกันตฤณรู้ว่าพราวนั้นถึงใจมากเพียงใด เขาไม่เคยเบื่อที่จะตวงสุขจากเธอ แต่กระนั้นกลับไม่ให้สถานะหญิงสาว
หลังจากได้ลิ้มลองคนสวย เขาก็ไม่อยากนอนกับใครหน้าไหนอีก
เรื่องนี้ธีระรู้และทราบดี ตอนแรกเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำเรื่องที่พราวลดามาขอตัวเองเป็นแฟน เพราะหญิงสาวดูชอบตฤณมาก แต่เมื่อลอบสังเกตอาการก็เข้าใจ ที่แท้เธอก็อยากให้คนพี่หึงหวง
ตฤณเพิ่งจะมามีอาการหลังจากที่เขาประกาศว่าจะหมั้น เหมือนกับอีกฝ่ายเพิ่งรู้ใจตัวเอง
ธีระรู้สึกมีความสุข เขาหมั่นไส้ผู้เป็นพี่มานาน ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมีครบทุกอย่างแต่เป็นเพราะความสำมะเลเทเมา นิสัยเจ้าชู้ หยาบและเถื่อน นั่นทำให้คนน้องอยากจะดัดนิสัย คิดแก้เผ็ดอีกคน
นอกจากจะได้เอาคืนคนเป็นพี่ เขายังได้รู้ใจคนที่ตัวเองแอบชอบ
แพรวาเป็นคนที่มีอะไรในใจก็มักจะเก็บไว้ ไม่ยอมบอกออกมา ต่อให้มีคนมาง้างปากก็เอาไม่ออก ยิ่งช่วงหลัง ๆ มานี้ไม่ได้เจอกัน ยิ่งเหมือนทั้งสองจะอยู่ห่างกันไปทุกที
ธีระลองคิดว่าหากเขาหมั้นกับพราวลดา แพรวาจะเป็นอย่างไร จะมีหลุดปากออกมาว่าชอบเขาหรือไม่ ผลลงเอยคือหญิงสาวชอบเขามานาน เก็บไว้ในใจมาตลอด
ทำเป็นเล่นซุกซนเหมือนผู้ชาย แต่ลึก ๆ ก็มีมุมอ่อนไหว
เหลือบสายตามองคนข้างตัว ร่างบอบบางดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เขาเอื้อมหยิบน้ำจากด้านหลังส่งให้ หญิงสาวรับมาดูดก่อนจะสำลัก
“แค่ก ๆ” คนเป็นพี่รีบปลอบประโลม เขาลูบหลังหญิงสาว
“ไหวไหม”
“แค่..แค่ก ๆ สำลักนิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวร้องบอก ชายหนุ่มจึงหลุดยิ้มออกมา “แพรอยากเป็นหมอเด็กหรือ” “ใช่ค่ะ” “ทำไมเราถึงชอบเด็ก” “อยู่ด้วยแล้วสบายใจค่ะ ไม่มีเรื่องอะไรให้ทุกข์...ละ..แล้วทำไมพี่ธีร์ถึงเป็นหมอออร์โธ” หญิงสาวถาม ชายหนุ่มเงียบไปก่อนตอบ
“มีเด็กแถวนี้ลื่นล้มกระดูกหัก พี่เลยอยากเรียนมารักษาน่ะ” หญิงสาวขมวดคิ้ว ลืมไปเลยว่าตัวเองเคยกระดูกหัก เธอพยักหน้ารับแม้จะไม่เข้าใจ
“พราวไม่ได้ลื่นล้มสักหน่อยนี่คะ”
“พี่ก็ไม่ได้พูดถึงพราว”
แล้วพูดถึงใคร
หญิงสาวอยากจะถามแต่ได้แต่เก็บความในใจเอาไว้ พราวลดาแทบไม่เคยลื่นล้มเลย เธอเป็นเด็กสาวเรียบร้อย สุภาพและน่ารัก สมัยก่อนหญิงสาวชอบตฤณมาก อีกคนจะลุย ๆ ถึงไหนถึงกัน เป็นอีกด้านหนึ่งที่พราวลดารู้สึกประทับใจ
ตระกูลเวชาสกุลมีลูกชายสองคน ล้วนแล้วแต่หน้าตาดีทั้งคู่ ไม่แปลกที่หญิงสาวจะนิยมชมชอบ พ่อของทั้งสองทำงานเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีหน้ามีตา สมแล้วที่เป็นตระกูลผู้ดี
มีคนโทรเข้ามาพอดี ธีระกดรับสายก่อนจะกรอกเสียงลงไป เพียงฟังคนปลายสายพูด ใบหน้าหล่อก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
“จะเป็นอย่างนั้นได้หรือ” ริมฝีปากหนาพึมพำก่อนจะกรอกเสียงลงไป “ผมขับรถอยู่ เดี๋ยวเข้าโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ล่ะ”
แพรวาเห็นท่าทางไม่สบายใจของชายหนุ่มก็ถามขึ้น
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
ธีระแววตาทะมึน ไม่บอกหญิงสาวว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ สุรศักดิ์ พ่อของแพรวา
สุรศักดิ์เป็นอาจารย์หมอที่มีชื่อเสียง ท่านเก่งเรื่องศัลยกรรมระบบทางเดินอาหารมาก
ตอนนี้กำลังมีปัญหาเรื่องโดนฟ้อง เนื่องจากทำคนไข้เสียชีวิตในการผ่าตัด
ธีระยังไม่ปักใจเชื่อเพราะไม่ได้เห็นกับตาตนเอง การทำหัตถการย่อมมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ จะโทษว่าเป็นความผิดของสุรศักดิ์ก็ยังด่วนสรุป
อย่างไรก็ตาม ธีระจะต้องเข้าห้องประชุมบ่ายนี้เพื่อสืบสวนหาต้นสายปลายเหตุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจริงจังกับเรื่องที่ทำคนไข้เสียชีวิตมาก แต่ด้วยอีกฝ่ายเป็นพ่อของหญิงสาว ธีระจึงอยากจะสะสางปัญหาด้วยตัวเอง
“ไม่มีเรื่องซีเรียส พี่ไปส่งแพรที่บ้านก่อน” เขาปลอบประโลม แพรวารับรู้ถึงความเครียดในน้ำเสียงได้ เธออยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นอีกฝ่ายรีบ ๆ ก็ไม่อยากรั้งเอาไว้
หญิงสาวลงจากรถเมื่อถึงบ้าน ได้แต่ชะเง้อมองอีกคนขับรถออกไปด้วยความเร่งรีบ
หลังจากใช้เวลาอยู่ที่สนามบินนานหลายวัน วันที่ตุรกีส่งเครื่องบินมารับก็มาถึง ทั้งหมดได้ขึ้นเครื่องบินลำใหม่รวมถึงกัปตันด้วย ข่าวเครื่องบินตกได้รับรายงานไปทั่วโลก ทางการตุรกีได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นส่งคนมาเก็บกู้ซากเครื่องบิน กล่องดำคือตัวที่บันทึกเรื่องราวทั้งหมด สภาพเครื่องที่ถูกขีปนาวุธจากอิสราเอลโจมตีเป็นตัวยืนยันได้ถึงความโหดร้ายของสงคราม ปัญหาความไม่ลงรอยกันยังคงคุกรุ่นในโลก รอคอยวันที่สันติภาพจะหวนคืนมา แม้ไม่รู้ว่าบทสรุปของอิสราเอลและปาเลสไตน์จะเป็นอย่างไร แต่ก็ได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี ขึ้นชื่อว่าสงครามย่อมนำการสูญเสียครั้งใหญ่มาให้ สูบเลือดฉีกขวัญกำลังใจของคนให้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี พริมโรสได้แต่ส่งกำลังใจให้อย่างเงียบ ๆ รอคอยวันที่เรื่องเลวร้ายนี่จะจบลง แม้สายการบิน BangkokFly จะส่งเงินและคนมาเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเยียวยาร่วมด้วย เหตุการณ์เครื่องบินตกนั้นสร้างความกังวลให้กับผู้โดยสาร บางคนก็อาจจะยังติดอยู่ในฝันร้ายว่าโดนโจมตีซ้ำ ๆ บางคนก็ไม่อาจมองอิสราเอลว่าเป็นพันธมิตรได้อีก หลากหลายความคิ
ไม่รู้ว่าใช้เวลาอยู่ที่ร้านอาหารนานเกินไปหรือเปล่า พอทั้งหมดกลับเข้ามายังที่พักก็ไม่เห็นภาวินแล้ว เห็นเพียงแต่กลุ่มคนที่ไปออกันหน้าตึกเท่านั้น พริมโรสรู้สึกสงสัยจึงเดินเข้าไปหาฝูงชน คาร์ลเดินต่อท้าย ส่วนแอมแปร์กับลิเซ่ก็จูงมือเข้าไปสอบถาม “กำลังมุงอะไรกันหรือคะ ขอดูด้วยสิ” ลิเซ่ถามขึ้น ผู้หญิงตรงหน้ามีสีหน้าหวาดผวา ชี้ไปยังด้านบนตึกชั้นที่สาม ทุกคนแหงนหน้ามองพร้อมกันพอเห็นภาวินนั่งห้อยขาอยู่ตรงระเบียง ทั้งหมดก็ตกใจรีบร้องปราม “ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ รีบเข้าไปข้างในเร็ว เดี๋ยวจะตกเอาได้นะ” แอมแปร์ตะโกนบอก ภาวินเริ่มร้องไห้ หยดน้ำใสทะลักออกมาจากนัยน์ตา ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงราวระเบียงชั้นสามของโรงแรม กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด “ฉันติดเชื้อ HIV ไม่รู้จะอยู่ในโลกนี้ไปทำไม ฮือ” น้ำใสไหลออกตา มีเพียงความเงียบในช่วงบ่ายเป็นเพื่อน ทุกคนได้แต่ตะลึงไม่รู้จะตอบอย่างไร พริมโรสชะงักก่อนทำใจกล้าพูดขึ้นมา “พี่ภาวินลงมาคุยกันดี ๆ ก่อนเถอะค่ะ” เธอร้องขอ ไม่นึกว่าการไปเที่ยวในช่วงเช้าแล้วไม่มาดูแลแค่พักหนึ่งจะทำให้อีกคนนึกอยากจะลาโลก “ฉันไม่มีค
เพราะอีกไม่กี่วัน เครื่องบินจะมารับในเขตลาร์นากา ทั้งหมดจึงต้องย้ายไปพักในเมืองใหม่ พอเข้ามาในไซปรัสใต้แล้ว จะได้กลิ่นของอารยธรรมกรีกชัดเจนมากกว่าตุรกี เทคโนโลยีรวมถึงตึกรามบ้านช่องก็ทันสมัยมากขึ้น ตึกสูงระฟ้าและชายหาดที่เต็มไปด้วยผู้คนทำให้ทั้งหมดรู้สึกครื้นเครง ลาร์นากาเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่สามของเกาะไซปรัส มีรีสอร์ตและสนามบินที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะคือสนามบินนานาชาติลาร์นากา หลังจากอพยพผู้คนมาที่ลาร์นากาได้แล้ว พริมโรสก็คิดว่าจะไปท่องเที่ยวชายหาดให้ผ่อนคลายกับเพื่อนเสียหน่อย มีลิเซ่ แอมแปร์และคาร์ลที่ไปด้วยกัน ส่วนภาวินนอนอยู่ในที่พักเพราะต้องการรักษาตัว ชายหาดสีเหลืองทองทอดยาวไปไกล ร้านรวงใกล้บริเวณชายหาดดูคึกครื้น หญิงสาวถ่ายรูปผู้คนที่เดินขวักไขว่พร้อมทั้งถ่ายตัวเองกับเพื่อนไปด้วย แดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้าพาให้จิตใจผ่อนคลาย มองออกไปที่ชายหาดจะเห็นผู้คนมาอาบแดดและนอนอยู่ใต้ร่ม พริมโรสเดินเข้าไปซื้อแว่นกันแดดในร้านค้าพร้อมกับซื้อหมวกมาด้วย ทั้งสี่คนได้ช็อปปิ้งในร้านค้าท้องถิ่นและคิดว่าอยากจะหาอะไรกินรองท้องสักหน่อย คาเฟ่ห
พริมโรสมาให้ปากคำตำรวจที่สถานีตำรวจในวันรุ่งขึ้น กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามที่เธอต้องการ รูปที่เธอวาดมีผลอย่างมากในการตามหาตัวโจร ตำรวจท้องถิ่นกล่าวขอบคุณที่มีส่วนช่วยในเรื่องการสืบหาตัวตนผู้ร้าย คาร์ลเองก็ดูจะสนใจช่วยเหลือเธอเป็นพิเศษ เขาจำทะเบียนรถของคนร้ายได้ จึงช่วยให้เบาะแสกับตำรวจ ส่วนแอมแปร์ก็จำยี่ห้อของรถได้ ทั้งสามคนจึงมีส่วนช่วยเหลือตำรวจในการให้การ กว่าจะเสร็จก็ปาไปเกือบชั่วโมง พอพวกเขาทั้งสามคนออกมาก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงพอดี “เอ้อ นี่ฉันได้ข่าวว่าภาวินป่วยแหละ” แอมแปร์บอก หญิงสาวถึงกับนิ่งไป ไม่คิดว่าอีกคนจะมาป่วยตอนเครื่องบินตก “แล้วกินยาหรือหาหมอหรือยัง” “ไปหาหมอวันนี้นี่ล่ะ ยังไม่กลับเลย” คาร์ลพูดเสริม “เหมือนจะมีไข้ อ่อนเพลียแล้วก็ผื่นขึ้นนะ” “อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเรากินข้าวเที่ยงกันแถวนี้ก่อนแล้วค่อยไปหาเขาที่โรงพยาบาลกันไหม” ร่างบอบบางเสนอแนะ ทุกคนพยักหน้ารับ อาหารเที่ยงวันนี้เป็นปลาทอดกับของทอด รวมไปถึงผลไม้ ทั้งสามคนกินข้าวไปด้วยพร้อมกับดูข่าวไปด้วย สายการบินเริ่มออกมาตรการให้ระว
รถเก๋งวิ่งผ่านถนนในชนบทเข้าสู่ตัวเมือง เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่รถคันนี้ไม่ได้จอดแวะที่ไหนนอกจากปั๊มน้ำมัน พริมโรสรู้สึกดีที่วัยรุ่นสองคนนี้ช่วยเธอไว้ ระหว่างทางเลยไม่ลืมขอบคุณที่ช่วยเหลือตน หญิงสาวทั้งสองกลัวเธอจะหิวเลยลงไปซื้ออะไรมาให้กิน เพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถกับความเงียบงัน หญิงสาวเลยเปิดเพลงในรถให้เป็นเพื่อนร่วมทาง “น่าจะไปถึงนิโคเซียอีกชั่วโมงหนึ่งเลยน่ะค่ะ” พวกเธอสองคนร้องบอก พริมโรสพยักหน้ารับ ขอแค่อยู่ห่างจากพวกโจรนั่นได้ก็เป็นพอ รอบข้างไม่มีอะไรนอกจากความว่างเปล่าและบ้านเรือนรายล้อม พริมโรสรู้สึกเหนื่อยจากการเดินทาง ไม่นานนักก็ผล็อยหลับไป รถเคลื่อนเข้ามาถึงในตัวเมือง เริ่มมีไฟจากถนนรวมถึงแสงสว่างมาให้เห็นเป็นระยะ ๆ “ฉันว่าสถานีตำรวจน่าจะปิดแล้วล่ะค่ะ” คนขับรถบอก “งั้นพาฉันไปที่สนามบินในเมืองได้ไหมหรือคะ ฉันพักอยู่โรงแรมแถว ๆ นั้น” พริมโรสเช็ดน้ำตาแล้วร้องขอ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ในเมื่อไม่มีทางให้ไปเพราะสถานีตำรวจปิดแล้ว สิ่งที่พวกเธอจะมุ่งไปก็คือสนามบิน “ฉันมีเพื่อนอยู่ที่โรงแรมน่ะค่ะ แต่พร
“ปล่อยฉันไปนะ!” พริมโรสกรีดร้องลั่นรถ หวังให้โจรลักพาตัวปล่อยเธอไป พวกมันรีบหาผ้ามาอุดปากแล้วบอกให้นั่งนิ่ง ๆ “ยัยนี่พูดตุรกีได้ ดีจริง” โจรบอก พริมโรสรีบเอาผ้าออกจากปากแล้วเปิดประตูเตรียมจะหนีทันที แต่ชายฉกรรจ์สองคนรั้งตัวเธอเอาไว้ “อยู่นิ่ง ๆ ” หนึ่งในพวกนั้นพูด ขับรถพาเธอออกนอกตัวเมืองไป จุดมุ่งหมายอยู่ที่ไซปรัสเหนือ เพราะพวกนี้เป็นโจรที่รัฐบาลไซปรัสใต้กำลังตามตัว มันอาศัยช่องโหว่จากการข้ามดินแดนเป็นหลัก ด้วยเชื่อว่ารัฐบาลจะหาพวกมันไม่เจอหากข้ามดินแดนมาที่ไซปรัสเหนือ พริมโรสแม้จะลงรถไม่ได้แต่ก็คอยสังเกตว่ารถขับผ่านอะไรบ้างและกินเวลาไปนานเท่าใด พวกมันขับรถพาเธอมายังกระต๊อบใกล้บริเวณชายฝั่ง สองในสามคุมตัวเธอมาก่อนบังคับให้เขาไปนั่งในห้องอับชื้น เต็มไปด้วยรา “ดีจริงที่พวกเราลักพาตัวยัยเอเชียนี่มา...ถ้าเราฆ่ามันตาย รัฐบาลคงเอาผิดอะไรเราไม่ได้” หนึ่งในนั้นบอก “แต่ยัยนี่มันพูดภาษาตุรกีได้ไม่ใช่หรือ ไม่กลัวหรืออย่างไร” “พูดได้ก็ดีสิ จะได้เจรจาง่าย ๆ ” “เอ้า ให้ยัยนี่โทรหาแฟนสิ บอกว่าต้องการเงินสองล้







